เกษตรผสมผสาน
มูลนิธิเจริญโภคภัณฑ์พัฒนาชีวิตชนบท มุ่งมั่นสานต่อโครงการเกษตรผสมผสานตามแนวพระราชดำริ โดยเน้นให้เกษตรกรมีรายได้มั่นคงสามารถพึ่งพาตนเองได้ มีคุณภาพชีวิตที่ดี สามารถเป็นแบบอย่างที่ขยายผลได้ ด้วยการทำเกษตรผสมผสานและอาชีพที่หลากหลาย ภายใต้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง โดยได้ดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2540 จนถึงปัจจุบันใน 2 พื้นที่คือ จังหวัดบุรีรัมย์และจังหวัดขอนแก่น และยังมีเป้าหมายส่งเสริมเกษตรกรเพิ่มขึ้นในแต่ละปี ตามความสนใจและความสมัครใจของเกษตรกร เมื่อเร็วๆ นี้ มูลนิธิฯ ได้เข้าเยี่ยมชมแปลงเกษตรผสมผสานของ นายทำนอง บุญปลูก ในพื้นที่บ้านบุโพธิ์ ตำบลบุโพธิ์ อำเภอลำปลายมาศ จังหวัดบุรีรัมย์ โดยมีการจัดสรรพื้นที่กว่า 16 ไร่ เพื่อการทำเกษตรผสมผสาน อาทิ ปลูกมะพร้าวน้ำหอม บ่อเลี้ยงปลา ปลูกพืชผักสวนครัว การเลี้ยงไก่ เลี้ยงเป็ด เลี้ยงวัว ทำปุ๋ยจากมูลสัตว์ บ่อเผาถ่าน และติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ จึงทำให้พื้นที่ดังกล่าวกลายเป็นแปลงสาธิตต้นแบบให้แก่เกษตรกรในชุมชน นายจอมกิตติ ศิริกุล รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส ด้านความยั่งยืนภาครัฐและกิจการสัมพันธ์ เครือเจริญโภคภัณฑ์ และผู้ช่วยบริหาร สำนักประธานคณะกรรมการบริหาร บมจ. เจร
“ผมเกิดมาในครอบครัวคนจนครับ พ่อแม่ทำงานรับจ้าง ไม่มีที่ดินของตัวเอง รับจ้างทำงานด้านเกษตรมาตลอด จนมองว่าอาชีพเกษตรยังไงก็จน ไม่มีทางจะสร้างฐานะความเป็นอยู่ที่ดีได้” แคน – ธิบดินทร์ ปัญญาวัง หนุ่มแกร่ง วัย 41 ปี แห่งสุโขทัย เอ่ยอย่างทดท้อใจ สวัสดีครับ ท่านผู้อ่านที่รักและคิดถึงทุกท่าน ส่งต่อความคิดถึงกันเหมือนเดิมเดือนละครั้งนะครับ คอลัมน์ ตั้งวงเล่า เกิดจากการพูดคุยกับพี่น้องเกษตรกรจากหลากหลายสาขา ไม่ว่าจะเป็นกสิกรรม ปศุสัตว์ ประมง ชาวสวน ชาวนา ชาวไร่ กระทั่งถึงผู้มีอาชีพที่เกี่ยวข้องกับเกษตรกร ทุกครั้งที่ได้สนทนาและนำมาถ่ายทอด ทุกอย่างก็เป็นไปตามครรลองที่ควรจะเป็น แต่ในครั้งนี้มีความต่าง แค่จั่วหัวก็มองไม่ออกแล้วว่า เรื่องราวต่อไปจะเป็นอย่างไร ผมขอถ่ายทอดบางประโยคจากเจ้าของสวนนี้ก่อนนะครับ “ผมจึงเข้าเรียนช่างไฟฟ้า ด้วยหวังว่าจะมีอาชีพที่สามารถลืมตาอ้าปากได้มากกว่าการเป็นเกษตรกรที่ไม่มีที่ดินทำกินเช่นนี้” “แล้วยังไงครับ” “โชคดีครับพี่ พอเรียนจบก็ได้ไปทำงานที่โรงงานในประเทศญี่ปุ่น” “ว้าววว แบบนี้ก็ไปโลดเลยสิ” “มันควรเป็นเช่นนั้นครับ แต่ทีนี้พอถึงช่วงวันหยุดผมก็อยากหารายได้พิเศษนะค
เมื่อการทำไร่ ทำสวน กลายเป็นภารกิจสำคัญของคนรุ่นใหม่ในนาม “Young Smart Farmer” ผู้นำเกษตรกรยุคใหม่ ที่จะสร้างเครือข่าย เชื่อมโยงชุมชน ยกระดับสินค้าเกษตรสู่ตลาดยุค 4.0 ปัจจุบัน Young Smart Farmer หลายคนจบการศึกษาในระดับสูง ทั้งปริญญาโทและเอก และมาจากหลากหลายอาชีพ เช่น วิศวกร สถาปนิก ข้าราชการ เจ้าของโรงงาน ฯลฯ ซึ่งจากการประเมินพบว่า ผลผลิตที่ได้มีจำนวนมากขึ้นและมีความแปลกใหม่จากการใช้นวัตกรรม และยังทำให้ต้นทุนลดลง สินค้ามีคุณภาพมาตรฐานจึงเป็นที่สนใจของตลาดทั้งในและต่างประเทศ ช่วยสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรอย่างเป็นกอบเป็นกำ จากสถานการณ์แพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 สำหรับผู้ที่ได้รับผลกระทบและต้องการกลับบ้านเกิดเพื่อมาประกอบอาชีพการเกษตร การสมัครเข้าร่วมเป็น Young Smart Farmer จึงเป็นอีกช่องทางหนึ่งที่จะมีส่วนช่วยให้ประสบความสำเร็จได้ตามเป้าหมาย ซึ่งผู้สนใจสามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดต่างๆ ได้ที่สำนักงานเกษตรอำเภอหรือสำนักงานเกษตรจังหวัดที่อยู่ใกล้บ้าน คุณมนตรี ศรียงยศ หรือ เอก Young Smart Farmer ดีกรีปริญญาตรีวิศวกรรมศาสตร์ อิเล็กทรอนิกส์ ผสมผสานเทคโนโลยีเพิ่มคุณภาพทางด้านเกษตรให้ได้ผลผลิตที
สวัสดีค่ะท่านผู้อ่านที่รัก บทความนี้เป็นส่วนหนึ่งจากการเรียนในรายวิชาส่งเสริมการเกษตร สาขา วิทยาศาสตร์การเกษตร มหาวิทยาลัยมหิดล วิทยาเขตกาญจนบุรี ในความดูแลของ อาจารย์ธนากร เที่ยงน้อย ในบทเรียนการเขียนบทความเพื่อเผยแพร่ข้อมูลด้านการเกษตร อาจารย์ให้พวกเราลงพื้นที่สัมภาษณ์และพูดคุยแนวคิดการทำการเกษตรกับเกษตรกร เพื่อให้พวกเราได้สัมผัสกับชีวิตเกษตรกรและได้ทดลองเป็นนักข่าวไปพร้อมๆ กัน แล้วจึงนำข้อมูลมาเขียนเป็นบทความส่งเพื่อให้อาจารย์พิจารณา กลุ่มของเราได้เริ่มสืบเสาะข้อมูลจากอินเตอร์เน็ตจนได้พบกับการเพาะปลูกเห็ดที่สามารถสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรในเวลาอันสั้น ตามพวกเราไปดูฟาร์มเห็ดที่เป็นมากกว่าฟาร์มเห็ดกันค่ะ เห็ดหลินจือ ราชาแห่งสมุนไพร “เห็ด” พืชที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจและได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายไปทั่วโลก แม้เห็ดจะหารับประทานง่าย และมีให้เลือกสรรมากมาย แต่ท่านผู้อ่านทราบหรือไม่คะว่า กว่าจะมาเป็นดอกเห็ดให้เราได้รับประทานอย่างทุกวันนี้ ต้องระวังทั้งโรคและความสะอาดในกระบวนการผลิต อีกทั้งต้องอาศัยความสม่ำเสมอในการเอาใจใส่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกระบวนการเพาะเลี้ยงสุดยอดแห่งเห็ดสมุนไพรที่มีสรรพค
ในเวลานี้ปฏิเสธไม่ได้ว่าอาชีพทางการเกษตรกำลังได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก ในกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่เห็นตามสื่อโซเชียลมีเดียต่างๆ โดยบางรายถึงกับทิ้งเงินเดือนสูงๆ เพื่อกลับมาอยู่บ้านเกิด ได้อยู่ใกล้ชิดกับคนที่รัก ได้อยู่กับครอบครัว จึงทำให้การทำสัมมาอาชีพในแต่ละวัน อบอวลไปด้วยความสุขโดยที่ทุกคนมีส่วนร่วมในการทำงานและสร้างรายได้ไปพร้อมกัน คุณวัชรีญา มณีรัตน์ อยู่บ้านเลขที่ 66 หมู่ที่ 6 ตำบลเสนางคนิคม อำเภอเสนางคนิคม จังหวัดอำนาจเจริญ เป็นเกษตรกรที่มีอายุเพียง 25 ปี โดยเธอได้หันหลังให้กับเมืองใหญ่ เพื่อมาทำการเลี้ยงปศุสัตว์ที่ควบคู่ไปกับการทำเกษตรผสมผสาน ทำให้เวลานี้เธอบอกว่ามีความสุขมาก ที่ได้เลือกเดินเส้นทางนี้ เพราะได้มีเวลาว่างดูแลครอบครัวและสามารถทำงานที่สร้างรายได้ไปพร้อมกันได้อีกด้วย อาชีพทางการเกษตร ก็สร้างเงินพร้อมความสุขได้ คุณวัชรีญา สาวผู้มากด้วยรอยยิ้ม เล่าให้ฟังว่า เมื่อได้เรียนจบการศึกษาระดับชั้นปริญญาตรี จึงได้หางานในบริษัทเอกชนทำได้สักระยะหนึ่ง ก็เริ่มรู้สึกว่าไม่ชอบงานทางด้านนี้ จึงได้ปรึกษากับทางครอบครัวว่าอยากจะกลับมาอยู่บ้าน เพื่อหางานอย่างอื่นทำเพื่อสร้างรายได้ โดยทำอาชีพทา
ในยุคข้าวยากหมากแพงแบบนี้ จะดีแค่ไหนถ้าทุกบ้านสามารถประหยัดรายจ่ายในครัวเรือนได้ ไม่ต้องอดมื้อกินมื้อ ด้วยการแบ่งพื้นที่เล็กๆ ปลูกพืชผักบางชนิดไว้กินเอง หรือลดพื้นที่การปลูกพืชเชิงเดี่ยว เป็นพืชผสมผสานเป็นกับข้าว เพื่อลดรายจ่ายต่อวันได้ และถ้าหากท่านสนใจอยากทำ จะมีเวลาน้อย เวลามากก็สามารถทำได้ทั้งนั้น ขอเพียงแค่ลงมือทำ คุณคุณาวุฒิ แสงดาว หรือ พี่แอ๊ด อยู่ที่บ้านดู่น้อย หมู่ที่ 7 ตำบลโนนแดง อำเภอโนนศิลา จังหวัดขอนแก่น เซอร์วิส เอ็นจิเนีย หัวใจเกษตร ใช้วันหยุดเสาร์-อาทิตย์ ทำงานที่รัก เด่นที่การจัดสรรพื้นที่และการวางระบบเลือกปลูกพืชที่ดูแลจัดการง่าย แต่ให้ผลตอบแทนดี มีเวลาน้อยสามารถทำได้สบาย พี่แอ๊ด เล่าถึงจุดเริ่มต้นการทำเกษตรว่า ปัจจุบันตนเองทำงานประจำที่บริษัทนำเข้าเครื่องจักรกลการเกษตรแห่งหนึ่ง ในตำแหน่ง เซอร์วิส เอ็นจิเนีย ซึ่งด้วยลักษณะของงานที่ต้องมีการลงพื้นที่ไปติดตั้งระบบอุปกรณ์เครื่องจักรกลการเกษตรให้กับเกษตรกรทั่วประเทศ ทำให้ได้เห็นรูปแบบการทำเกษตรมามากมาย ก็ได้อาศัยข้อได้เปรียบที่มีอยู่เข้าไปศึกษาเรียนรู้ขอแนวทางการทำเกษตรจากเกษตรกรมืออาชีพที่ได้พบเจอตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ปร
หากเอ่ยถึงเกาะสมุย หลายท่านคงนึกไปถึงหาดทรายสวยๆ น้ำทะเลใสๆ แต่รู้หรือไม่ว่านอกจากสิ่งสวยงามที่ธรรมชาติสรรค์สร้างขึ้นมาแล้ว ยังมีสิ่งสวยงามที่มนุษย์ได้สรรค์สร้างขึ้นมาอีกมากมาย โดยที่ไม่เบียดเบียนธรรมชาติ และกลายเป็นแหล่งอาหารและผักผลไม้อินทรีย์ชั้นดีให้กับพี่น้องชาวเกาะสมุยได้กินกันอีกด้วย คุณเตือนใจ สมวงษ์ หรือ ป้านุ้ย และ คุณสมเจตน์ สมวงษ์ หรือ ลุงเจตน์ อยู่บ้านเลขที่ 67 หมู่ที่ 5 ตำบลมะเร็ต อำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี สองสามีภรรยาเจ้าของธุรกิจบังกะโลที่หาดละไม ผันบั้นปลายชีวิตเป็นเกษตรกร ซื้อที่ดินกว่า 60 ไร่ ที่ตำบลมะเร็ต เพื่อทำเกษตรผสมผสาน ปลูกทุเรียน มังคุด และกล้วยหอมไต้หวัน สร้างรายได้หลัก และปลูกอะโวกาโด ส้มโชกุน แก้วมังกร เป็นผลไม้สร้างรายได้เสริม รวมถึงมีการเลี้ยงสัตว์ไว้ในสวนไม้ผล ทั้งเพื่อความสวยงามและเลี้ยงไว้เพื่อศึกษา บนแนวคิดการจัดการสวนแบบอินทรีย์ 100 เปอร์เซ็นต์ โดยได้ไปรับรองมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ ประเภทรับรองแหล่งผลิต จากกรมวิชาการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์แล้วเป็นที่เรียบร้อย ทีนี้มาดูกันว่า สองลุงป้าหัวใจเกษตร จะมีวิธีการจัดสวนเกษตรอินทรีย์ที่น่าทึ่
ผู้เขียนได้มีโอกาสพบปะกับ คุณบูรณาการ ตาคำ หรือที่ชาวบ้านเรียกกันว่า หมอส่ง ท่านเป็นบุคคลที่มีความรู้ที่ได้เรียนจบระดับปริญญาถึง 3 สาขา คือ สาธารณสุขศาสตร์ นิติศาสตร์ และรัฐประศาสนศาสตร์ มีความสามารถในด้านการเป็นวิทยากร พิธีกรในงานต่างๆ และมีประสบการณ์ในการทำงานสถานีอนามัย สำนักงานสาธารณสุขอำเภอ เทศบาล และองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) คุณบูรณาการ หรือ หมอส่ง เล่าให้ฟังว่า จากประสบการณ์ที่ทำงานกับชุมชน ชาวบ้าน และเกษตรกร พบว่า เกษตรกรส่วนใหญ่ปลูกพืชเชิงเดี่ยวไว้เพื่อจำหน่าย นำเงินที่ได้จากการขายผลผลิตหรือจากการรับจ้างนำไปซื้อพืช ผัก ผลไม้ มาบริโภคในครัวเรือน ซึ่งโดยส่วนใหญ่เกษตรกรมีรายได้น้อยอยู่แล้ว และมีภาระค่าใช้จ่ายทั้งในการประกอบอาชีพ การศึกษาของลูกหลาน ค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน ทั้งยังต้องมาใช้จ่ายในเรื่องของการซื้อพืชผักผลไม้อีก ทั้งที่พืชผักผลไม้หลายชนิดเราสามารถปลูกไว้กินเองได้ ไม่ว่าจะปลูกไว้ในบริเวณหัวไร่ปลายนา บริเวณบ้าน ในกระถาง ในยางรถยนต์ ในกระบอกไม้ ฯลฯ แต่ชาวบ้านส่วนใหญ่ไม่ยอมทำ จึงเป็นที่มาของภาระค่าใช้จ่ายที่มากกว่ารายได้ จึงเกิดเป็นภาระหนี้สิน คุณบูรณาการ บอกด้วยว่า จ
โดยพื้นฐานของประเทศไทยแล้ว เป็นประเทศเกษตรกรรม ที่ควรจะมุ่งเน้นไปที่เศรษฐกิจการเกษตร สร้างความมั่นคงทางอาหารให้แก่คนทั้งประเทศ แม้จะมีเกษตรกรผู้ผลิตผลผลิตทางการเกษตร ที่เป็นพลเมืองส่วนใหญ่ของประเทศ แต่ก็ยังพบกับความยากจน พึ่งพาตนเองได้ไม่มากนัก ทั้งในด้าน ที่ดิน เงินทุน วิชาการ การผลิต การจัดการ และการตลาด ผู้เขียนขอนำเสนอแนวทางการประพฤติ ปฏิบัติ ของเกษตรกรคนหนึ่ง ในการทำเกษตรแบบผสมผสาน เป็นจุดเริ่มต้นของเศรษฐกิจพอเพียงให้แก่บุคคลและครอบครัว เป็นภาพตัวอย่างเฉพาะทางด้านเศรษฐกิจ การผลิตที่เป็นเศรษฐกิจทางการเกษตรของครัวเรือน และด้านจิตใจ ที่สามารถดำรงชีวิตได้อย่างไม่เดือดร้อน ในเรื่อง 1… 2… 3…ได้อย่างแข็งแกร่ง คุณป้าคล้าย จงกล อยู่บ้านเลขที่ 12 หมู่ที่ 7 ตำบลเมืองปาน อำเภอเมืองปาน จังหวัดลำปาง โทรศัพท์ 098-826- 8905 ด้านเศรษฐกิจ ในทางเศรษฐศาสตร์ ถ้าเราใส่ปัจจัย เงิน ที่ดิน คน ด้วยกระบวนการผลิต รูปแบบต่างๆ ผลลัพธ์ก็เพื่อหวังผลกำไรสูงสุด…แต่ป้าคล้ายมุ่งมั่นในเรื่องเศรษฐกิจพอเพียง ด้วยการบริหารจัดการทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัดได้อย่างพอดี เช่น ที่ดินประมาณ 20 ไร่ ใช้เ
สวัสดีค่ะ ผู้อ่านท่านผู้เจริญคะ ท่านเคยคิดกันหรือไม่ว่า ที่ดินในไทยแลนด์แดนมหัศจรรย์นั้น มันไม่มีทางงอกออกมาได้ สมมติว่ารุ่นปู่ รุ่นย่า ของเราอาจจะเคยครอบครองที่ทำกินเป็นร้อยไร่ ตกมาถึงมือพ่อแม่เรา 20-30 ไร่ พอมาถึงมือเราเหลือที่ดิน 5-10 ไร่ แล้วลูกหลานของเราจะเหลือที่ดินกันคนละกี่ไร่ จำนวนคนไทย ลูกท่าน หลานเดี๊ยน ที่เกิดมาทุกวันจนใกล้ 70 ล้านคน อยู่รอมร่อ จะมีโอกาสเป็นเจ้าของที่ดินกันคนละกี่ไร่ แล้วที่ดินที่มีกันคนละเท่าแมวดิ้นตายนั้น เราจะปลูกอะไรเอาไว้กินไว้ขายได้บ้าง เราท่านเคยคิดกันไว้หรือยังคะ ถ้ายังรันตีขอพาไปชม “โครงการ 1 ไร่ไม่ยากจน” ของมหาวิทยาลัยมหิดล วิทยาเขตกาญจนบุรี กันค่ะ ที่มาของโครงการ ฟาร์ม 1 ไร่ไม่ยากจน รันตี พาท่านมาพบกับ อาจารย์ธนากร เที่ยงน้อย อาจารย์ประจำสาขาวิชาวิทยาศาสตร์การเกษตร และดำรงตำแหน่ง รองหัวหน้าสำนักวิชาสหวิทยาการ ด้านบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยมหิดล วิทยาเขตกาญจนบุรี และยังเป็นหัวหน้าโครงการ “ฟาร์มเกษตรและอาหารปลอดภัย 1 ไร่ไม่ยากจน” อาจารย์เล่าที่มาที่ไปของโครงการนี้ให้ฟังว่า “โครงการฟาร์มเกษตรและอาหารปลอดภัย 1 ไร่ไม่ยากจน เป็นงานที่ผมเริ่มต้นทำเมื่อ ุ
