เกษตรผสมผสาน
กศน. อำเภอคลองหอยโข่ง จังหวัดสงขลา ส่งเสริมให้ชาวบ้านในชุมชนท้องถิ่นดำเนินชีวิตตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง จึงเปิดศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงในตำบลต่างๆ ที่อยู่ในความรับผิดชอบ สำหรับ ตำบลโคกม่วง มีแหล่งเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงหลายแห่ง เช่น 1. สวนป่าครัวเรือนเกษตรอินทรีย์ หมู่ที่ 5 ตำบลโคกม่วง 2. แหล่งเรียนรู้ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง หมู่ที่ 5 ตำบลโคกม่วง 3. ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพ การผลิตสินค้าเกษตร 73/1 หมู่ที่ 7 ตำบลโคกม่วง เป็นต้น นอกจากนี้ กศน. อำเภอคลองหอยโข่ง ยังได้เผยแพร่แนวคิดเกษตรอินทรีย์สู่วิถีชีวิตเกษตรกรและนักศึกษา กศน. โดยจัดคณะไปศึกษาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เรื่องการทำเกษตรอินทรีย์ โครงการเกษตรทฤษฎีใหม่ กับ คุณประภาส สุวรรณรัตน์ ณ บ้านเลขที่ 94/1หมู่ที่ 4 บ้านโคกสัก ตำบลโคกม่วง อำเภอคลองหอยโข่ง จังหวัดสงขลา อย่างสม่ำเสมอ “ประภาส สุวรรณรัตน์” ครูภูมิปัญญาไทย ด้านเกษตรผสมผสาน คุณประภาส สุวรรณรัตน์ เป็นอดีตข้าราชการครู โรงเรียนบ้านปักคล้า เป็นผู้มีความรู้ ความเข้าใจ ในการทำเกษตรอินทรีย์ เกษตรแบบผสมผสานในพื้นที่จำกัด ได้ผลผลิตดี สามารถปลูกมะนาวในวงบ่อซีเมนต์ที่ให้
แม้ไทยจะได้ชื่อว่าเป็นประเทศผู้ผลิตยางพารา อันดับ 1 ของโลก แต่ไม่สามารถกำหนดราคายางพาราเองได้ ทำให้เกษตรกรต้องเผชิญความผันผวนของราคายางพาราตลอดเวลา เกษตรกรหลายรายตัดสินใจปรับลดพื้นที่ปลูกยางพาราบางส่วนเพื่อปลูกพืชชนิดอื่นแซมในสวนยาง โดยเริ่มจากทดลองปลูกพืชในแปลงขนาดเล็กก่อน ทำสำเร็จจึงค่อยขยายผลไปสู่แปลงขนาดใหญ่ การปรับตัวเช่นนี้ ช่วยลดความเสี่ยงจากการปลูกยางพาราเป็นพืชเชิงเดี่ยวแล้ว ยังเพิ่มโอกาสสร้างรายได้เสริมหมุนเวียนเข้ากระเป๋าได้ตลอดทั้งปีอีกด้วย ปลูกพืชผสมผสานในสวนยางพารา สร้างรายได้หมุนเวียนทั้งปี คุณนิวัฒน์ เนตรทองคำ เป็นหนึ่งในเกษตรกรต้นแบบ Smart Farmer ภาคใต้ ที่ประสบความสำเร็จในการปรับตัวปลูกพืชผสมผสานยาง ในระบบเกษตรอินทรีย์ เน้นปลูกพืชที่ตลาดมีความต้องการสูง เช่น ผักกูด กล้วยหอม กล้วยหิน กล้วยเล็บมือนาง ลองกอง ทุเรียน หมาก พริก พริกไทย ฯลฯ ทำให้มีลูกค้าเข้ามาติดต่อซื้อสินค้าโดยตรงถึงสวน คุณนิวัฒน์เก็บผลผลิตออกขายได้ทุกวัน แต่ละวันจะมีรายได้เข้ากระเป๋ากว่า 1,000 บาท คุณนิวัฒน์ ได้น้อมนำเอาหลักเกษตรทฤษฎีใหม่ และหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของรัชกาลที่ 9 มาเป็นหลักในการดำรงชีวิต
ปัจจุบันการประกอบอาชีพทางการเกษตรมีหลายๆ คน กำลังมุ่งเน้นไปที่ความสุขมากกว่าผลตอบแทนที่ได้รับ เพราะไม่เพียงได้ทำอยู่กับงานที่ชอบแล้ว ยังมีเวลาอยู่กับบ้านและดูแลครอบครัวไปพร้อมๆ กัน จึงทำให้ไม่ต้องออกไปทำงานต่างถิ่น แต่ทำการเกษตรผสมผสานอยู่บนพื้นที่ของตนเอง เกิดรายได้และมีเงินเก็บสำหรับเลี้ยงครอบครัวมีความสุขกับทุกกิจกรรมที่ได้ทำในแต่ละวัน คุณวิภารัตน์ ปานเกิด เกษตรกรทำไร่นาสวนผสม อยู่ที่ตำบลโคกตม อำเภอประโคนชัย จังหวัดบุรีรัมย์ ยึดการทำเกษตรแบบให้มีหลายๆ อย่างอยู่บนพื้นที่ ทำให้ภายในสวนของเธอมีการทำเกษตรที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการเลี้ยงสัตว์ การเลี้ยงปลา ตลอดไปจนถึงการปลูกพืชต่างๆ จึงทำให้มีรายได้แบบรายวัน รายเดือน และรายปี เกิดเป็นเงินหมุนเวียนใช้จ่ายภายในครอบครัว และเงินเก็บไว้ใช้ยามฉุกเฉินอีกด้วย คุณวิภารัตน์ เล่าให้ฟังว่า สมัยก่อนยึดการเลี้ยงสัตว์เพียงอย่างเดียว ยังไม่ได้มีการปลูกพืชผักและต้นไม้ต่างๆ เพราะพื้นที่บริเวณนี้ค่อนข้างแห้งแล้งไม่เหมาะสมต่อการเพาะปลูก เมื่อมีความตั้งใจจริงที่อยากจะทำอาชีพทางด้านการเกษตรให้ประสบผลสำเร็จ จึงได้ไปเข้าอบรมเกี่ยวกับการให้ความรู้ โดยใช้พลังงานแ
จากพื้นแผ่นดินที่มีลักษณะลูกรังร้อนแล้ง คุณณรงค์ ไทยเจริญ ผู้มีแรงบันดาลใจจากหิ่งห้อยตัวเล็กๆ นับสิบตัวที่เขาพบเจอ สร้างแรงผลักดันสู่การอนุรักษ์และอยากสร้างป่าผืนเล็กๆ ขึ้นมาเพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม โดยมีครอบครัวเป็นแรงสนับสนุนที่ดียิ่งกว่าใคร คุณณรงค์ และ คุณพิมลพรรณ ไทยเจริญ คุณณรงค์ ไทยเจริญ และครอบครัว มีอาชีพหลักคือการค้าขายอาหารสัตว์และเวชภัณฑ์สำหรับสัตว์อยู่ที่ร้านไทยเจริญซับพลาย อาศัยอยู่บ้านเลขที่ 74/3-4 หมู่ที่ 1 ตำบลดีลัง อำเภอพัฒนานิคม จังหวัดลพบุรี คุณณรงค์ เล่าให้ฟังว่า เดิมทีที่ตรงนี้เป็นนิคมสร้างตนเอง ตั้งแต่ยุค จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ได้มีนโยบายยกเลิกสามล้อ ในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล ให้คนที่มีอาชีพขับขี่สามล้อในสมัยนั้น โดยแจกที่ดิน ที่เขตนิคมสร้างตนเองพระพุทธบาท ให้คนละ 25 ไร่ ซึ่งสมัยก่อนที่แห่งนี้มีลักษณะเป็นป่าดงดิบ ไม่ค่อยมีผู้คนอยากอยู่นัก ปัจจุบันยังคงมีคนขับสามล้อ รุ่นที่หนึ่งที่ยังคงมีชีวิตอยู่อีก 2 ท่าน นั่นก็คือ ลุงผลู และ ลุงแก้ว มีนกเป็ดน้ำมาหากินที่สระประจำทุกวัน จุดเริ่มต้นมาจากแรงบันดาลใจ ผลจากการเข้าอยู่ของคนรุ่นแรก ป่าไม้หายวับไปกับตา สิ่งที่มาแทนคือพืชเ
ภาคเกษตรกรรมนับว่ามีบทบาทสําคัญต่อเศรษฐกิจและสังคมของประเทศไทยอย่างมาก ซึ่งเห็นได้ชัดจากสถานการณ์วิกฤตโรคโควิด-19 ที่ทั่วโลกต้องเผชิญ ส่งผลกระทบต่อทุกสายงานอาชีพ ผู้คนออกมากักตุนอาหาร เพราะกลัวอดตาย จึงกลายเป็นสิ่งชี้วัดได้ว่า ไม่ว่าจะเกิดสถานการณ์ใดๆ สิ่งที่สำคัญและมีความจำเป็นมากที่สุดสำหรับมนุษย์ก็คือ ความมั่นคงทางอาหาร ที่ต่อให้จะเป็นประเทศที่ร่ำรวยหรือเป็นประเทศมหาอำนาจ หากขาดความมั่นคงทางอาหารแล้วนั้น ก็ไม่สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ กรมส่งเสริมการเกษตร มีความห่วงใยพี่น้องเกษตรกรและประชาชนเกี่ยวกับสถานการณ์การระบาดของไวรัส โควิด-19 ที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อชีวิตความเป็นอยู่ของเกษตรกรและประชาชนทั่วไป จึงไม่หยุดนิ่งที่จะช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรและประชาชนทั่วไป ทั้งในด้านของการแจกจ่ายเมล็ดพันธุ์ รวมถึงการขยายองค์ความรู้ในการทำเกษตร จุดประสงค์เพื่อให้ประชาชนทุกคนมีองค์ความรู้ในการสร้างแหล่งอาหารที่มั่นคงเองได้ ด้วยการปฏิบัติหน้าที่อย่างเข้มแข็ง มีการจัดเจ้าหน้าที่เกษตร และจัดอบรมเพื่อให้ความรู้กับประชาชน รวมถึงโครงการผลักดันเกษตรกรรุ่นใหม่ ยังสมาร์ทฟาร์มเมอร์ เพื่อเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาภาคก
อาชีพทำเกษตรอาจไม่จำเป็นต้องอาศัยพื้นที่มากๆ เหมือนเช่นแต่ก่อน มีชาวบ้านหันมาทำเกษตรกรรมแบบครัวเรือนด้วยการปรับพื้นที่บริเวณบ้านสำหรับปลูกพืชผัก ไม้ดอกที่ดูแลง่าย เลือกให้เหมาะและสอดคล้องกับสภาพพื้นที่ ตลอดจนดินฟ้าอากาศเพื่อสร้างรายได้เสริม อย่างราย คุณวรรณี บุญศิริ บ้านเลขที่ 11/2 หมู่ที่ 4 ตำบลพังยาง อำเภอระโนด จังหวัดสงขลา 90140 โทรศัพท์ (086) 104-3126 ใช้พื้นที่บริเวณบ้านสร้างรายได้ด้วยการปลูกดาวเรืองกับพืชผักสวนครัว อย่างมะเขือเทศ พริก มะเขือ และอื่นๆ สลับหมุนเวียนส่งขายตลาดในชุมชน รวมถึงยังปลูกแคนตาลูปอีกด้วย คุณวรรณีปลูกดาวเรืองขายดอกเป็นหลัก ปลูกครั้งละ 300 ต้น เมล็ดพันธุ์ซื้อมาจากร้านเกษตรในตลาดใกล้บ้าน ลักษณะการปลูกดาวเรืองของคุณวรรณีต่างจากชาวบ้านรายอื่นที่มักปลูกเต็มพื้นที่แบบแปลง แต่เธอปลูกในพื้นที่รอบบ้านที่ว่างซึ่งมีขนาดไม่เท่ากัน หรือปลูกใส่กระถาง หรือในภาชนะต่างๆ โดยต้องเพาะต้นพันธุ์ในถาดหลุมก่อน ให้หยอดเมล็ดลงในหลุมถาดเพาะ พรมน้ำเล็กน้อยทุกวัน ประมาณ 3 วันต้นอ่อนจะโผล่ แล้วให้รดน้ำต่อไปประมาณ 18-20 วันจึงย้ายลงปลูกในแปลงหรือกระถาง หรือภาชนะที่หาได้สะดวก ทั้งนี้ จะปรุง
มูลนิธิปิดทองหลังพระ สืบสานแนวพระราชดำริ ได้นำสื่อมวลชนเยี่ยมชมพื้นที่โครงการพัฒนาส่วนพระองค์ ณ บางเบิด จังหวัดชุมพร คุณสมบูรณ์ ศรีสุบัติ หรือ ลุงนิล เป็นเกษตรกรต้นแบบ อยู่ที่ตำบลช่องไม้แก้ว อำเภอทุ่งตะโก จังหวัดชุมพร ซึ่งพืชผลทางการเกษตรที่ปลูกส่วนใหญ่จะเป็นทุเรียน มีมากกว่า 700 ต้น อยู่ในสวนลุงนิล เป็นที่รู้จักของคนในจังหวัดชุมพรค่อนข้างมาก คุณสมบูรณ์ ศรีสุบัติ หรือ ลุงนิล เจ้าของสวน ลุงนิล เป็นที่รู้จักในนามของเกษตรกรผู้คิดค้น “เกษตรคอนโดฯ 9 ชั้น” ซึ่งจุดเด่นของลุงนิลคือ การได้รับความสนใจจากผู้ไปศึกษาเรียนรู้เกี่ยวกับเรื่องเกษตรผสมผสานและเกษตรทฤษฎีใหม่ ที่เน้นใช้พื้นที่ของตนเองที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยการปลูกพืชผักสวนครัวต่างๆ และพืชแซม พร้อมกับการเลี้ยงสัตว์เศรษฐกิจไปในตัว และนอกจากจุดเด่นของลุงนิลจะอยู่ที่การทำสวนแล้ว ลุงนิลยังเป็นหนึ่งในผู้ที่ดูแลโครงการธนาคารต้นไม้ของจังหวัดชุมพรอีกด้วย เศรษฐกิจพอเพียง กู้วิกฤตชีวิตลุงนิล ลุงนิล เผยถึงแนวคิดการทำเกษตรแบบผสมผสาน 9 ชั้น ว่า ในอดีตลุงนิลเคยทำอาชีพค้าขายมาเป็นเวลานาน แล้วก็ประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี แต่ด้วยความที่ลุ
สวัสดีครับท่านผู้อ่านที่รักและคิดถึงทุกท่าน ลมหนาวพัดมาวอยๆ พัดเอาหัวใจไอ้หนุ่มบ้านนาไปหาสาวบ้านไกล ระอุไอจากกองไฟที่ก่อผิงกันหนาว นึกถึงบรรยากาศยามที่อยู่บ้านนอก รอบกองไฟ นอกจากคนในครอบครัว ญาติๆ กระทั่งเพื่อนบ้านแวะมาพูดคุยกันแล้ว หมาใหญ่หมาน้อยก็มาเบียดหาไออุ่นอยู่ข้างๆ เสมอ บรรยากาศการพูดคุย จิบชากาแฟกันบ้าง มีมันมีเผือกมาปิ้งมาย่างกินกัน ผมมองเห็นความงามที่ไม่ต้องเสกสรรปั้นแต่งใดๆ เป็นความงามในการดำรงชีวิต แต่เหมือนฝันสลายในหน้าหนาว โควิดรอบสองกรายมา เริ่มตั้งแต่เชียงใหม่ เชียงราย ในช่วงต้นเดือนธันวาคม และมาเปรี้ยงปร้างก็ที่ตลาดกุ้งสมุทรสาคร ที่ตรวจพบผู้ติดเชื้อจำนวนเกินครึ่งพัน เท่านั้นแหละ เหมือนโลกหยุดหมุนและหล่นลงมาทับเราจนหายใจหายคอไม่ออก ก็แหม! ช่วงวันหยุดยาว ช่วงเข้าเทศกาลแห่งความสุข ไม่ว่าจะเป็นคริสต์มาส ปีใหม่ ล้วนแล้วแต่เป็นช่วงเฉลิมฉลอง แต่แล้วความสุขของทุกคนก็ถูกข่าวโควิดช่วงชิงเอาไป เรื่องราวต่างๆ ที่ทำท่าจะสดใสก็กลับฟุบไปอีกรอบ ไม่รู้จะสงสารใครดี ผมมีโอกาสเดินทางไปเปิดศูนย์เรียนรู้ BDP บุรีรัมย์เดทปาล์ม แหล่งศึกษาและหน้างานจริงของฟาร์มเกษตรผสมผสานที่ อำเภอกระสัง จังห
คุณสุทิน ทองเอ็ม เกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ จังหวัดสุโขทัย เลือกทำอาชีพเกษตรกรรม ตามรอยพ่อ แม่และญาติพี่น้องส่วนใหญ่ที่ประกอบอาชีพด้านการเกษตร ประกอบกับเขามีใจรัก อยากปลูกผักปลอดสารพิษไว้บริโภคเอง แบ่งปันให้เพื่อนบ้าน เหลือก็แบ่งจำหน่าย คุณสุทินได้ศึกษากิจกรรมไร่นาสวนผสมด้วยตนเอง โดยในระยะแรกทำในพื้นที่ของครอบครัวเป็นหลัก หลังจากแต่งงาน คุณสุทินได้ลงมือทำเกษตรผสมผสานของตนเองอย่างเต็มที่ โดยนำความรู้จากการศึกษาด้วยตนเองและศึกษาดูงานสวนเกษตรที่ประสบผลสำเร็จเป็นต้นแบบ นำมาปรับใช้ในแปลงเกษตรของตนเอง คุณสุทินเน้นการใช้ประโยชน์พื้นที่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ทุกกิจกรรมมีการเกื้อกูลซึ่งกันและกัน สามารถลดต้นทุนการผลิตได้ดี คุณสุทินได้น้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวง รัชกาลที่ 9 มาปรับใช้ในชีวิต เพื่อให้สามารถอยู่รอดได้ในปัจจุบัน ด้วยการ “ปลูกทุกอย่างที่กิน กินทุกอย่างที่ปลูก” เพื่อลดความเสี่ยงและอยู่รอดได้โดยไม่ต้องพึ่งพาใคร ตื่นมาไม่ต้องไปเสียค่าใช้จ่ายนอกบ้าน แต่กลับกันทำให้เขามีรายได้ทุกวันจากผลผลิตที่ปลูกและเลี้ยงไว้ ทั้งผักสดปลอดสารพิษ กบ ปลา ไข่ไก่ ชาวบ้านสามารถมาเดินเก็บ หรือจับขึ้นมาชั่งกิ
นายฉกาจ ฉันทจิระวัฒน์ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 4 (สศท.4) สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยว่า เกษตรผสมผสาน เป็นระบบการเกษตรที่มีการปลูกพืชและเลี้ยงสัตว์หลายชนิดในพื้นที่เดียวกัน โดยที่กิจกรรมแต่ละชนิดเกื้อกูลกันอย่างเป็นวงจร ก่อให้เกิดประโยชน์ และประสิทธิภาพสูงสุดต่อระบบฟาร์ม อาชีพการเกษตรจึงนับเป็นอาชีพที่สามารถพึ่งพาตนเอง ประกอบกับปัจจุบันมีการนำความรู้มาสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อให้เกิดมูลค่าเพิ่มในสินค้าเกษตร โดยหนึ่งตัวอย่างความสำเร็จของการทำเกษตรผสมผสานที่ยึดหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงในการดำเนินชีวิต คือ นายอดิศร เหล่าสะพาน เศรษฐกิจการเกษตรอาสา (ศกอ.) จังหวัดมหาสารคาม ที่นอกจากจะประสบความสำเร็จในการทำเกษตรแบบผสมผสานแล้ว ยังนำความรู้มาสร้างประโยชน์ให้แก่ชุมชน สังคม โดยพัฒนาพื้นที่ของตนเองเป็นแหล่งศึกษาเรียนรู้ให้กับเกษตรกรและผู้สนใจทั่วไป สามารถขยายผลกว่า 3,000 ครัวเรือน จากการลงพื้นที่ของ สศท.4 โดยสัมภาษณ์ นายอดิศร เหล่าสะพาน เศรษฐกิจการเกษตรอาสา (ศกอ.) ศูนย์เรียนรู้ชุมชนเศรษฐกิจพอเพียงบ้านดอนมัน ตำบลขามเรียง อำเภอกันทรวิชัย จังหวัดมหาสารคาม ที่ประสบความสำเร็จในก
