เกษตรผสมผสาน
“ทุกขั้นตอนการผลิตสามารถทำให้เกิดประโยชน์ได้ ไม่มีการสูญเปล่า ถ้าขายไม่หมดก็นำมาแปรรูป หรือนำไปใช้ประโยชน์หมุนเวียนในครัวเรือนหรือภายในสวน” หิ้ว…ผลิตสินค้าเพียงพอกับผู้ซื้อ เริ่มทำงานน้อยไปหามาก ผลิตแล้วต้องขายได้ ขายหมด หาบ…เมื่อขายได้ ขายหมดในชุมชนแล้วค่อยขยายตลาดไปยังแหล่งใกล้เคียงอื่นๆ หาม…เมื่อมีลูกค้าที่มีอยู่ในมือมากขึ้น จึงขยายการผลิตและการตลาดเพิ่มขึ้น คณิตฟาร์ม เป็นฟาร์มของ คุณคณิต กันทะตั๋น เกษตรกรสาววัย 48 ปี บ้านเลขที่ 1/3 หมู่ที่ 1 ตำบลทุ่งฝาย อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง ผู้มุ่งมั่นปฏิบัติงานตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ผ่านการอบรมการส่งเสริมการเลี้ยงสัตว์แบบแปลงใหญ่ไก่พื้นเมือง จากสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดลำปาง กรมปศุสัตว์ ได้รับการคัดเลือกให้เป็นเกษตรกรดีเด่น สาขาไร่นาสวนผสม สำนักงานเกษตรจังหวัดลำปาง กรมส่งเสริมการเกษตร มีความคิดริเริ่มและความพยายามในการนำเทคโนโลยีที่เหมาะสมกับพื้นที่ ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม เช่น ลดต้นทุนการผลิต ประกอบอาชีพเชิงผสมผสาน นำเอาตู้เย็นเก่ามาทำเป็นตู้ฟักไข่ นำหญ้าสดมาอัดเป็นหญ้าอัดฟ่อน นำฟางข้าวมาอัดฟ่อนเพื่อลดการเผา ฯลฯ เป็นเกษตรกรผู้
การต์รวี บัวบุญ หรือ น้องอ้น อายุ 31 ปี อยู่บ้านเลขที่ 37 หมู่ที่ 7 ตำบลหนองทุ่ม อำเภอวาปีปทุม จังหวัดมหาสารคาม เดิมมีอาชีพรับราชการเป็นพยาบาล โดยจบการศึกษาจากวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนีสระบุรี พยาบาลวิชาชีพ (4 ปี) จากนั้นรับราชการอยู่หลายแห่งเป็นเวลารวม 8 ปี (ศูนย์มะเร็งลพบุรี 2 ปี, โรงพยาบาลวาปีปทุม 3 ปี, โรงพยาบาลมหาสารคามอินเตอร์ 1 ปี, คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม 2 ปี…จบปริญญาโท รัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม และกำลังศึกษาระดับปริญญาเอกสาขาเดียวกันและที่เดียวกัน เขาลาออกจากพยาบาลมาทำเกษตรอย่างจริงจัง การต์รวี มีพื้นที่ 22 ไร่ ทำนา 10 ไร่ สระน้ำ 4 ไร่ ที่เหลือเป็นที่ดอน โดยได้ทำการเกษตรหลายอย่าง ดังนี้ 1. เลี้ยงเป็ดไข่ (พันธุ์กากีแคมป์เบล, ซีพีซุปเปอร์) 500 ตัว ให้ไข่แล้ว 200 ตัว ซื้อวัตถุดิบมาผสมอาหารเอง เช่น กากปาล์มน้ำมัน กากถั่วเหลือง รำ มีการเพาะพันธุ์เป็ดเองโดยใช้เครื่องฟักไข่ช่วย 2. ไก่ไข่ 50 ตัว แต่เลี้ยงแบบไก่พื้นเมือง ให้อาหาร ได้แก่ รำ หญ้าเนเปียร์ น้ำหมักปลา ทำให้เปอร์เซ็นต์การไข่ดีถึง 95 เปอร์เซ็นต์ ได้รับความสนใจจากลูกค้าดีมากโดยเฉพาะผู้ห่วงใยสุข
สวนสมรม หรือเกษตรผสมผสาน ตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่สอดคล้องกับการมีภูมิคุ้มกันที่ดี ในการประกอบอาชีพตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งคนนครศรีธรรมราชได้นำมาใช้ในการประกอบอาชีพจนประสบผลสำเร็จในหลากหลายพื้นที่ ทั้งบนภูเขาสูง พื้นที่ราบ พื้นที่ลุ่ม และพรุ มีตัวแบบที่ดี มีตัวอย่างที่ดี สำนักงานเกษตรจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้หยิบยกมาจัดทำโครงการ เสวนา “สวนสมรม” ทางเลือกทางรอด และการสร้างความมั่นคงด้านอาหารของคนนครศรีธรรมราช โดยผนึกกำลังกับเกษตรกรเจ้าของภูมิปัญญา องค์การบริหารส่วนจังหวัดนครศรีธรรมราช ผู้แทนมหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช กองทุน สสส. นักวิชาการอิสระ ในการระดมสมอง จัดเวทีถอดองค์ความรู้ โดยกำหนดจัด 3 เวที เพื่อหาองค์ความรู้ที่เหมาะสมกับแต่ละโซนพื้นที่ไปขยายผลต่อไป คุณชลินทร์ ประพฤติตรง เกษตรจังหวัดนครศรีธรรมราช ในฐานะที่ปรึกษาโครงการ กล่าวว่า ตามที่กลุ่มส่งเสริมและพัฒนาเกษตรกร สำนักงานเกษตรจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้เสนอโครงการเพื่อจัดทำโครงการเสวนา “สวนสมรม” ทางเลือกทางรอด และการสร้างความมั่นคงด้านอาหารของคนนครศรีธรรมราช เพื่อระดมความคิดและประสบ
สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 3 ชูเกษตรกรผู้ทำเกษตรผสมผสาน จนประสบผลสำเร็จ ‘นายทีฆโชติ ผิวสว่าง’ เกษตรกรบ้านกุดนาคำ จังหวัดอุดรธานี อีกหนึ่งตัวอย่างเกษตรกรที่มีความมุ่งมั่น หันมาทำเกษตรผสมผสาน โดยไม่ใช้สารเคมี จนมีรายได้มากกว่า 3 แสนบาทต่อปี พร้อมมุ่งมั่น ถ่ายทอดความรู้และเทคนิคสู่เพื่อนเกษตรกรที่สนใจ นายคมสัน จำรูญพงษ์ รองเลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยถึงตัวอย่างเกษตรกรที่ทำเกษตรผสมผสาน ซึ่งเป็นเกษตรทางเลือกที่จะสร้างรายได้และลดความเสี่ยงทั้งด้านการผลิต การตลาดและราคา โดยสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 3 จังหวัดอุดรธานี (สศท.3) ได้ลงพื้นที่ในเขตพื้นที่อำเภอน้ำโสมและอำเภอนายูง จังหวัดอุดรธานี นับเป็นพื้นที่ลุ่มและมีพื้นที่สูงบ้างสลับกัน สามารถทำประมง เลี้ยงสัตว์ ทำนาปลูกข้าว ทำสวนผัก ปลูกพืชไร่ ปลูกไม้ผล ไม้ยืนต้น ได้หลากหลายชนิด และมีเกษตรกรหลายรายที่ประสบผลสำเร็จจากการปลูกไม้ผล และการทำเกษตรผสมผสาน จากการได้สัมภาษณ์เกษตรกรตัวอย่าง “นายทีฆโชติ ผิวสว่าง” เกษตรกร หมู่ 11 บ้านกุดนาคำ ตำบลน้ำโสม อำเภอน้ำโสม จังหวัดอุดรธานี พบว่า แต่เดิมเคยนำมะนาว
การปลูกพืชเชิงเดี่ยวหรือทำกิจกรรมเดียวทั้งพื้นที่มักมีความเสี่ยงสูงเมื่อต้องพบกับโรคแมลงศัตรูพืชระบาด กระทบแล้ง/น้ำท่วมทำให้เสียหาย หรือขายได้ราคาต่ำกว่าต้นทุนการผลิต ผลกระทบก็คือความไม่มั่นคงต่อการยังชีพ วิถีเกษตรผสมผสานแบบประณีต เป็นการจัดการใช้ที่ดิน ทุน แรงงานหรือปัจจัยการผลิตที่เหมาะสม ทำการปลูกพืช เลี้ยงสัตว์หรือทำประมงในพื้นที่เดียวกัน เป็นวิธีที่มีความเสี่ยงน้อยสุดเมื่อจัดการใช้ปัจจัยการผลิตผสมผสาน ควบคุมโรคแมลงศัตรูพืชโดยชีวะวิธี มีผลผลิตให้เก็บเกี่ยวต่อเนื่อง หรือชะลอการขายได้เมื่อราคาตกต่ำ เป็นหนึ่งวิถีที่ใครก็ทำได้ วันนี้จึงนำเรื่อง เกษตรผสมผสานแบบประณีต…วิถีที่ยั่งยืนมั่นคง มาบอกเล่าสู่กัน คุณวิวิช พวงสวัสดิ์ เกษตรกรผู้ทำเกษตรผสมผสานแบบประณีต เล่าให้ฟังว่า ได้เคยทำงานภาครัฐมาก่อน แต่ปัจจุบันได้ลาออกมาทำงานภาคการเกษตรกับครอบครัว ในระยะแรกพื้นที่เกษตรที่นี่ได้ปลูกพืชชนิดเดียวมักทำให้ได้รับมีความเสี่ยงกับความแห้งแล้งหรือน้ำท่วมอยู่เนืองๆ แถมยังมีโรคแมลงศัตรูพืชระบาดอยู่บ่อยครั้ง ผลผลิตที่ได้รับมากบ้างน้อยบ้างไม่แน่นอน ฐานะความเป็นอยู่จึงพออยู่พอกินที่ยังไม่มีความมั่นคงน
ทีมงานจากสำนักงานเกษตรจังหวัดอุบลราชธานี และสำนักงานเกษตรอำเภอน้ำยืน พาแวะไปชมแปลงปลูกพืชของเกษตรกรในอำเภอน้ำยืนหลายแปลงด้วยกัน ที่ขาดไม่ได้คือ คุณหนูจร พุดผา อยู่บ้านเลขที่ 26 หมู่ที่ 7 ตำบลบุเปือย อำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี โทรศัพท์ (091) 019-7163 คุณหนูจร เป็นอดีตกำนันดีเด่นแหนบทองคำ ปี 2552 คุณหนูจร บอกว่า เกษียณจากกำนันไม่นานนัก ทุกวันนี้เป็นเกษตรกรเต็มตัว ไม่ต้องห่วงหน้าพะวงหลัง หรือหวาดระแวงว่าคดีต่างๆ จะเข้าถึงตัว เพราะขณะที่ทำงานรับใช้ประชาชน ตนเองมีความตั้งใจจริง มีความซื่อสัตย์ พื้นฐานเดิมของอดีตกำนันแหนบทองคำเป็นเกษตรกร มีที่ดินเป็นมรดกตกทอดอยู่บ้าง ก่อนเกษียณ 10 ปี ได้เตรียมตัวอย่างเป็นระบบ โดยเสาะหาที่ดินเพิ่ม ซึ่งซื้อหาในราคาไม่แพง แต่ที่สำคัญมากนั้น เขาได้ปลูกไม้ยืนต้น โดยทะยอยปลูก จากน้อยไปหามาก จึงไม่ได้ลงทุนสูง ขณะเดียวกัน ก็มีรายได้ตั้งแต่ปีแรกๆ เพราะปลูกพืชอายุสั้น ส่วนพืชที่ให้ผลช้า รอไม่นานก็มีผลผลิตให้เก็บ “ทำสวน 11 ไร่ มีที่นาอีกจำนวนหนึ่ง…ช่วงที่เตรียมตัวก็นำไผ่มาปลูกไว้” คุณหนูจร บอก ผสมผสานหลายอย่าง พืชนำร่องของคุณหนูจรคือ…กล้วย กล้วยท
การทำเกษตรกรรมในยุคดิจิตอลดูจะแตกต่างจากยุคเก่าอย่างสิ้นเชิง ความมีอิทธิพลของเทคโนโลยีการสื่อสารที่อยู่เหนือขีดจำกัด จึงทำให้คนรุ่นใหม่หรือรุ่นเก่าที่พยายามปรับตัวสามารถทำเกษตรกรรมในรูปแบบที่ทันสมัยได้ง่ายเพียงปลายนิ้ว เพราะฉะนั้นถึงแม้จะไม่ได้ร่ำเรียนหรือสืบทอดสายเลือดที่เกี่ยวข้องกับการเกษตรมาแบบแนวคิดสมัยก่อน แต่หากมีใจรักผนวกกับความใส่ใจหาข้อมูลอย่างละเอียด ไปศึกษาดูงานเกษตรตามแหล่งเรียนรู้ที่น่าสนใจแล้ว ไม่ว่าคุณจะเป็นใคร ทำอาชีพอะไร ความสำเร็จในการทำเกษตรกรรมก็สามารถบรรลุเป้าหมายได้อย่างไม่ยาก ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดแล้วสัมผัสได้อย่างเป็นรูปธรรมทันที คงเป็นกรณีของ คุณไพบูลย์ นาคสีหราช บ้านเลขที่ 1233/45 ตำบลเมืองเหนือ อำเภอเมือง จังหวัดศรีสะเกษ บุคคลท่านนี้ยึดอาชีพทนายความมายาวนานอยู่ในจังหวัดบ้านเกิด ชอบงานเกษตรเพราะเคยเรียนที่เชียงใหม่ จากนั้นหันเหชีวิตมาเรียนกฎหมายจนยึดอาชีพทนายความมาจนถึงวันนี้ ทำเกษตรยุคใหม่ ต้องเน้นผสมผสาน คุณไพบูลย์ ชี้ว่า การทำเกษตรยุคใหม่ต่างจากยุคก่อนอย่างสิ้นเชิง ทั้งสภาพพื้นที่ปลูก สภาพอากาศ และวัฒนธรรม ดังนั้น การทำเกษตรกรรมยุคใหม่จึงไม่ควรทำเชิงเดี่
สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 3 ชูเศรษฐกิจการเกษตรอาสาตัวอย่างในพื้นที่จังหวัดอุดรธานี นายบรรลุ นาถสีทา ผู้ผันตนเองทำการเกษตรผสมผสานจนประสบผลสำเร็จ สร้างรายได้กว่า 232,500 บาท/ปี บนพื้นที่ 31 ไร่ ทั้งนาข้าว สวนปาล์ม ยางพารา บ่อน้ำ ไม้ผล ผักสวนครัวและเลี้ยงสัตว์ ยึดแนวเกษตรทฤษฎีใหม่ เศรษฐกิจพอเพียง พร้อมเปิดเป็นศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผิตสินค้าเกษตร เพื่อให้เกษตรกรเข้ามาศึกษานำไปปรับใช้ต่อไป นายคมสัน จำรูญพงษ์ รองเลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 3 จังหวัดอุดรธานี (สศท.3) ได้ลงพื้นที่ศึกษาต้นแบบการทำเกษตรผสมผสาน นายบรรลุ นาถสีทา เศรษฐกิจการเกษตรอาสา (ศกอ.) จังหวัดอุดรธานี ซึ่งประสบความสำเร็จสามารถสร้างรายได้ 232,500 บาท/ปี โดยนายบรรลุ นาถสีทา มีพื้นที่ทำการเกษตร 31 ไร่ 2 งาน เป็นที่ดอน เดิมทีทำนาปลูกข้าวนาปี แต่ได้ผลผลิตไม่ค่อยดี เนื่องจากดินขาดความอุดมสมบูรณ์ ยิ่งทำนาปลูกข้าวก็ยิ่งมีหนี้สินเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จึงไปหารับจ้างเก็บกาแฟที่จังหวัดชุมพร จุดเริ่มต้นครั้งนั้น ทำให้ได้เห็นคนในพื้นที่ทางภาคใต้ปลูกไม้ผล แ
“วังหินโมเดล” ชุมชนขับเคลื่อนการพัฒนา รวมกลุ่มแก้ไขปัญหาเรื่องน้ำภายใต้บริบทของชุมชนเอง ส่งเสริมการพัฒนาอาชีพ ปรับวิถีเกษตรกรรม ลดพื้นที่ทำนา หันมาเน้นอาชีพเสริมเลี้ยงโค-กระบือ ตามวัฒนธรรมดั้งเดิม เพิ่มรายได้สร้างชุมชนเข้มแข็งบนพื้นฐานของความสามัคคีชูเป็นหนึ่งในชุมชนต้นแบบของโคราช ร่วม “เวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ชุมชนเข้มแข็งตามพระราชดำริ” เพื่อส่งเสริมการพัฒนาชุมชนไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง นายการัณย์ ศุภกิจวิเลขการ ผู้อำนวยการสถาบันส่งเสริมและพัฒนากิจกรรมปิดทองหลังพระ สืบสานแนวพระราชดำริ กล่าวว่า ภายใต้แผนยุทธศาสตร์การบูรณาการขับเคลื่อนการพัฒนาตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของรัฐบาล ปิดทองหลังพระฯ ได้ให้ความสำคัญกับการขยายผลการพัฒนาในระดับครัวเรือนและการรวมกลุ่มเพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งและศักยภาพให้กับชุมชนพึ่งพาตนเองได้อย่างมั่นคง ยั่งยืน โดยจัดศึกษาดูงานชุมชนตำบลวังหิน อำเภอโนนแดง จังหวัดนครราชสีมา เพื่อเผยแพร่ผลสำเร็จเชิงประจักษ์ระดับชุมชนที่น้อมนำ “ศาสตร์พระราชา” มาปรับใช้จนประสบความสำเร็จ เป็นแนวทางให้ทุกภาคส่วนนำไปประยุกต์ใช้ในการแก้ไขและพัฒนาตนเอง นายณรงค์ วุ่น
คุณดวงเดือน ขัติยเนตร ทำงานในตำแหน่งผู้จัดการสหกรณ์การเกษตรเวียงสา จำกัด เคยเป็นสมาชิกสภาเกษตรกร เป็นอาสาสมัครเกษตร เป็นที่ปรึกษานายกเทศมนตรี เป็นรองประธานหอการค้า และจากการที่ทำงานร่วมกับเกษตรกรมาโดยตลอด ทำให้ทราบถึงปัญหาในการประกอบอาชีพของเกษตรกร และทราบว่าการช่วยเหลือเกษตรกรที่ดีที่สุดคือ ต้องสร้างวิธีคิดให้กับเกษตรกร และฝึกปฏิบัติจนสามารถนำกลับไปใช้ได้จริง จึงได้ก่อตั้งศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงชุมชนสามอาชีพขึ้น เป็นศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงชุมชน ศูนย์การเรียนรู้ด้านการเกษตรธรรมชาติ และเป็นศูนย์การเรียนรู้ด้านสหกรณ์ เป็นเครือข่ายของสหกรณ์การเกษตรเวียงสา จำกัด เพื่อใช้เป็นสถานที่ฝึกอบรมของสมาชิกสหกรณ์ เกษตรกรทั่วไปตลอดจนผู้สนใจ โดยเน้นการทำการเกษตรแบบพอเพียงตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ ขยายโอกาส รู้จักช่วยเหลือตนเอง ชุมชน และสังคม รู้จักการให้ การเสียสละ สอนให้คิดเป็น ทำเป็น และแก้ปัญหาเป็น ใช้วัสดุที่มีในท้องถิ่นให้เกิดประโยชน์สูงสุด และอยู่บนพื้นฐานของหลักธรรมทางสายกลาง ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงชุมชนสามอาชีพเป็นศูนย์กลางถ่ายทอดความรู้ ความเข้าใจในกา
