เกษตรผสมผสาน
เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม คณะเทคโนโลยีการเกษตร มหาวิทยาลัยราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี นำนักศึกษาสาขาวิชาเทคโนโลยีการผลิตพืชและภูมิทัศน์ สร้างพื้นที่เกษตรพอเพียงแบบจำลองตัวอย่าง เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้เชิงปฏิบัติให้กับผู้ป่วยที่อยู่ระหว่างการบำบัดยาเสพติด สถาบันบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแห่งชาติบรมราชชนนี (โรงพยาบาลธัญญารักษ์) จ.ปทุมธานี ผศ.สพ.ญ.รุ้งสวรรค์ วรรณสุทธิ์ คณบดีคณะเทคโนโลยีการเกษตรมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี เปิดเผยว่า โครงการนี้เป็นความร่วมมือระหว่างคณะเทคโนโลยีการเกษตร มทร.ธัญบุรี และ รพ.ธัญญารักษ์ ที่ต้องการพัฒนาพื้นที่โรงพยาบาลในส่วนของพื้นที่เดิม จัดภูมิทัศน์ใหม่ด้วยแนวทางเกษตรผสมผสานตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ซึ่งได้นำนักศึกษาสาขาวิชาเทคโนโลยีการผลิตพืชและภูมิทัศน์ เข้าฝึกปฏิบัติในพื้นที่จริง เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านการเกษตร ถ่ายทอดความรู้ให้กับเจ้าหน้าที่ภายในโรงพยาบาลและผู้ป่วยที่อยู่ระหว่างการบำบัด อันจะเป็นแนวทางในการประกอบอาชีพต่อไปได้ “เกษตรพอเพียงต้นแบบที่กำลังเกิดขึ้นนี้ จะช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย สร้างโ
ยังคงเป็นความพยายามอย่างต่อเนื่องกับการที่ทางภาครัฐต้องการให้เกษตรกรหันมาทำเกษตรกรรมแบบผสมผสานแทนการปลูกพืชเชิงเดี่ยว เพื่อเป็นการลดความเสี่ยงทางด้านความผันผวนของราคา ขณะที่ชาวบ้านเองก็ขานรับนโยบายดังกล่าว ด้วยการเริ่มทำจริงจังแล้วประสบความสำเร็จหลายพื้นที่ทั่วประเทศ “ยางพารา” เป็นพืชเศรษฐกิจทางจังหวัดภาคใต้ที่ประสบปัญหาราคาผันผวนมาตลอด สร้างความเดือดร้อนต่อรายได้ของพี่น้องชาวใต้อย่างมาก ด้วยเหตุนี้จึงทำให้หลายพื้นที่จัดการโค่นต้นยางบางส่วนและปรับพื้นที่มาทำเกษตรผสมผสาน ซึ่งพบว่าประสบความสำเร็จ มีรายได้ดีกว่ายางพาราหลายเท่า อย่าง คุณนิวัฒน์ เนตรทองคำ บ้านเลขที่ 89/2 หมู่ที่ 7 ตำบลทุ่งตำเสา อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ก็มีแนวคิดแบบนี้เช่นกัน แล้วไม่รอช้าที่จะเร่งปรับเปลี่ยนอาชีพเกษตรกรรมของครอบครัวล่วงหน้าก่อนปัญหาราคายางจะลุกลาม หลายปีก่อนหน้านี้ คุณนิวัฒน์ มองว่าอนาคตราคายางพาราคงจะแย่ เพราะมีขึ้น-ลง ตลอดเวลา จึงตัดสินใจโค่นไปเกือบหมด แล้วเปลี่ยนมาปลูกพืชผัก ไม้ผล แบบผสมผสาน ไม่ว่าจะเป็น ผักกูด มะระ บวบ มะเขือ พริก ฯลฯ เป็นต้น โดยเน้นแนวทางอินทรีย์เป็นหลัก แล้วนำไปขายที่ตลาดสุขภาพในจังห
ในน้ำมีปลา ในนามีข้าว คำพูดที่เรามักจะได้ยินจากคนยุคสมัยรุ่นปู่ ย่า ตา ยาย บ่งบอกถึงความอุดมสมบูรณ์ในยุคก่อน ซึ่งในปัจจุบันความอุดมสมบูรณ์เหล่านี้หาได้ยากเต็มที อย่างที่เขาพูดกันว่า ยิ่งมีความเจริญเท่าไร ความเป็นธรรมชาติก็จะลดลง ผู้คนรักสบายมากขึ้น บวกกับความเจริญก้าวหน้าของเทคโนโลยี เช่น ด้านเกษตรกรรม เกษตรกรก็หันพึ่งสารเคมีในการปลูกพืชผลกันมากขึ้น และสิ่งต่างๆ เหล่านี้ถือเป็นอีกปัจจัยที่ทำให้ความอุดมสมบูรณ์หายไป แต่ก็ยังมีเกษตรกรอีกหลายคนที่ยังเล็งเห็นถึงความสำคัญของการรักษาธรรมชาติ ดังเช่น คุณพีระพงษ์ สุดประเสริฐ หันทำเกษตรแบบอินทรีย์ งดใช้สารเคมี ยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียง ปลูกพืชผักไว้กินเอง ได้สุขภาพ มีเงินเหลือเก็บ มีแบ่งปัน คุณพีระพงษ์ สุดประเสริฐ อาจารย์พิเศษ ภาควิชาสังคมวิทยา คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา อดีตข้าราชการ หันยึดหลักเกษตรพอเพียง อยู่ได้แบบไม่เดือดร้อน คุณพีระพงษ์ เล่าว่า ตนก็ใช้ชีวิตเหมือนกับคนทั่วไปสมัยเด็กตื่นเช้าหิ้วกระเป๋าไปเรียนตั้งแต่อนุบาลจนถึงจบปริญญาตรี ที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก วิทยาเขตบางพระ สาขาพืชศาสตร์ จบมาเข้าทำงานที่กรมส่ง
ประเด็นราคายางพาราตกต่ำ จากที่เป็นกระแสความเดือดร้อนของชาวสวนยางพารา ถึงเวลานี้ กลายเป็นเรื่องปกติสำหรับราคายางพาราที่ไม่มีแนวโน้มว่าจะขยับขึ้นไปแล้ว ส่งผลให้เกษตรกรที่รอความช่วยเหลือจากภาครัฐในระยะแรก ต้องปรับการดำรงชีวิตให้อยู่ได้ด้วยการมองตนเอง แล้วนำศักยภาพของสวนยางพาราเท่าที่มีมาประยุกต์ให้เกิดราคาทดแทนรายได้ในส่วนที่หายไป ปลายฝนที่ผ่านมา คุณธีธัช สุขสะอาด ผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) ถือโอกาสในช่วงฝนชุก เข้าติดตามการดำเนินงานพัฒนายางพารา โดยมุ่งไปที่จังหวัดในภาคเหนือ เพราะตั้งใจยกเขตพื้นที่ภาคเหนือเป็นต้นแบบในการพัฒนายางอย่างครบวงจร เนื่องจากพื้นที่ภาคเหนือมีพื้นที่ปลูกยางกว่า 20,000 ไร่ การพัฒนายางอย่างครบวงจรคือ การตั้งจุดรวบรวมยางก้อนถ้วย เปิดให้เอกชนมาประมูลยาง และสหกรณ์กองทุนสวนยางแต่ละแห่ง รับซื้อน้ำยางเพื่อแปรรูป ซึ่งการประมูลซื้อขายจะผ่านระบบออนไลน์ในตลาดท้องถิ่น หรือตลาด 108 ซึ่งเป็นตลาดเปิดในแหล่งปลูกยางทั่วประเทศ โดย กยท. ทำหน้าที่สนับสนุนการพัฒนาระบบ และเงินทุนช่วยเหลือ พร้อมเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ ผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย ให้ข้อมูลว่า ราคายางก้อนถ้วย ปัจจุบัน 2
“ทุกขั้นตอนการผลิตสามารถทำให้เกิดประโยชน์ได้ ไม่มีการสูญเปล่า ถ้าขายไม่หมดก็นำมาแปรรูป หรือนำไปใช้ประโยชน์หมุนเวียนในครัวเรือนหรือภายในสวน” หิ้ว…ผลิตสินค้าเพียงพอกับผู้ซื้อ เริ่มทำงานน้อยไปหามาก ผลิตแล้วต้องขายได้ ขายหมด หาบ…เมื่อขายได้ ขายหมดในชุมชนแล้วค่อยขยายตลาดไปยังแหล่งใกล้เคียงอื่นๆ หาม…เมื่อมีลูกค้าที่มีอยู่ในมือมากขึ้น จึงขยายการผลิตและการตลาดเพิ่มขึ้น คณิตฟาร์ม เป็นฟาร์มของ คุณคณิต กันทะตั๋น เกษตรกรสาววัย 48 ปี บ้านเลขที่ 1/3 หมู่ที่ 1 ตำบลทุ่งฝาย อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง ผู้มุ่งมั่นปฏิบัติงานตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ผ่านการอบรมการส่งเสริมการเลี้ยงสัตว์แบบแปลงใหญ่ไก่พื้นเมือง จากสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดลำปาง กรมปศุสัตว์ ได้รับการคัดเลือกให้เป็นเกษตรกรดีเด่น สาขาไร่นาสวนผสม สำนักงานเกษตรจังหวัดลำปาง กรมส่งเสริมการเกษตร มีความคิดริเริ่มและความพยายามในการนำเทคโนโลยีที่เหมาะสมกับพื้นที่ ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม เช่น ลดต้นทุนการผลิต ประกอบอาชีพเชิงผสมผสาน นำเอาตู้เย็นเก่ามาทำเป็นตู้ฟักไข่ นำหญ้าสดมาอัดเป็นหญ้าอัดฟ่อน นำฟางข้าวมาอัดฟ่อนเพื่อลดการเผา ฯลฯ เป็นเกษตรกรผู้
การต์รวี บัวบุญ หรือ น้องอ้น อายุ 31 ปี อยู่บ้านเลขที่ 37 หมู่ที่ 7 ตำบลหนองทุ่ม อำเภอวาปีปทุม จังหวัดมหาสารคาม เดิมมีอาชีพรับราชการเป็นพยาบาล โดยจบการศึกษาจากวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนีสระบุรี พยาบาลวิชาชีพ (4 ปี) จากนั้นรับราชการอยู่หลายแห่งเป็นเวลารวม 8 ปี (ศูนย์มะเร็งลพบุรี 2 ปี, โรงพยาบาลวาปีปทุม 3 ปี, โรงพยาบาลมหาสารคามอินเตอร์ 1 ปี, คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม 2 ปี…จบปริญญาโท รัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม และกำลังศึกษาระดับปริญญาเอกสาขาเดียวกันและที่เดียวกัน เขาลาออกจากพยาบาลมาทำเกษตรอย่างจริงจัง การต์รวี มีพื้นที่ 22 ไร่ ทำนา 10 ไร่ สระน้ำ 4 ไร่ ที่เหลือเป็นที่ดอน โดยได้ทำการเกษตรหลายอย่าง ดังนี้ 1. เลี้ยงเป็ดไข่ (พันธุ์กากีแคมป์เบล, ซีพีซุปเปอร์) 500 ตัว ให้ไข่แล้ว 200 ตัว ซื้อวัตถุดิบมาผสมอาหารเอง เช่น กากปาล์มน้ำมัน กากถั่วเหลือง รำ มีการเพาะพันธุ์เป็ดเองโดยใช้เครื่องฟักไข่ช่วย 2. ไก่ไข่ 50 ตัว แต่เลี้ยงแบบไก่พื้นเมือง ให้อาหาร ได้แก่ รำ หญ้าเนเปียร์ น้ำหมักปลา ทำให้เปอร์เซ็นต์การไข่ดีถึง 95 เปอร์เซ็นต์ ได้รับความสนใจจากลูกค้าดีมากโดยเฉพาะผู้ห่วงใยสุข
สวนสมรม หรือเกษตรผสมผสาน ตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่สอดคล้องกับการมีภูมิคุ้มกันที่ดี ในการประกอบอาชีพตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งคนนครศรีธรรมราชได้นำมาใช้ในการประกอบอาชีพจนประสบผลสำเร็จในหลากหลายพื้นที่ ทั้งบนภูเขาสูง พื้นที่ราบ พื้นที่ลุ่ม และพรุ มีตัวแบบที่ดี มีตัวอย่างที่ดี สำนักงานเกษตรจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้หยิบยกมาจัดทำโครงการ เสวนา “สวนสมรม” ทางเลือกทางรอด และการสร้างความมั่นคงด้านอาหารของคนนครศรีธรรมราช โดยผนึกกำลังกับเกษตรกรเจ้าของภูมิปัญญา องค์การบริหารส่วนจังหวัดนครศรีธรรมราช ผู้แทนมหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช กองทุน สสส. นักวิชาการอิสระ ในการระดมสมอง จัดเวทีถอดองค์ความรู้ โดยกำหนดจัด 3 เวที เพื่อหาองค์ความรู้ที่เหมาะสมกับแต่ละโซนพื้นที่ไปขยายผลต่อไป คุณชลินทร์ ประพฤติตรง เกษตรจังหวัดนครศรีธรรมราช ในฐานะที่ปรึกษาโครงการ กล่าวว่า ตามที่กลุ่มส่งเสริมและพัฒนาเกษตรกร สำนักงานเกษตรจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้เสนอโครงการเพื่อจัดทำโครงการเสวนา “สวนสมรม” ทางเลือกทางรอด และการสร้างความมั่นคงด้านอาหารของคนนครศรีธรรมราช เพื่อระดมความคิดและประสบ
สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 3 ชูเกษตรกรผู้ทำเกษตรผสมผสาน จนประสบผลสำเร็จ ‘นายทีฆโชติ ผิวสว่าง’ เกษตรกรบ้านกุดนาคำ จังหวัดอุดรธานี อีกหนึ่งตัวอย่างเกษตรกรที่มีความมุ่งมั่น หันมาทำเกษตรผสมผสาน โดยไม่ใช้สารเคมี จนมีรายได้มากกว่า 3 แสนบาทต่อปี พร้อมมุ่งมั่น ถ่ายทอดความรู้และเทคนิคสู่เพื่อนเกษตรกรที่สนใจ นายคมสัน จำรูญพงษ์ รองเลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยถึงตัวอย่างเกษตรกรที่ทำเกษตรผสมผสาน ซึ่งเป็นเกษตรทางเลือกที่จะสร้างรายได้และลดความเสี่ยงทั้งด้านการผลิต การตลาดและราคา โดยสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 3 จังหวัดอุดรธานี (สศท.3) ได้ลงพื้นที่ในเขตพื้นที่อำเภอน้ำโสมและอำเภอนายูง จังหวัดอุดรธานี นับเป็นพื้นที่ลุ่มและมีพื้นที่สูงบ้างสลับกัน สามารถทำประมง เลี้ยงสัตว์ ทำนาปลูกข้าว ทำสวนผัก ปลูกพืชไร่ ปลูกไม้ผล ไม้ยืนต้น ได้หลากหลายชนิด และมีเกษตรกรหลายรายที่ประสบผลสำเร็จจากการปลูกไม้ผล และการทำเกษตรผสมผสาน จากการได้สัมภาษณ์เกษตรกรตัวอย่าง “นายทีฆโชติ ผิวสว่าง” เกษตรกร หมู่ 11 บ้านกุดนาคำ ตำบลน้ำโสม อำเภอน้ำโสม จังหวัดอุดรธานี พบว่า แต่เดิมเคยนำมะนาว
การปลูกพืชเชิงเดี่ยวหรือทำกิจกรรมเดียวทั้งพื้นที่มักมีความเสี่ยงสูงเมื่อต้องพบกับโรคแมลงศัตรูพืชระบาด กระทบแล้ง/น้ำท่วมทำให้เสียหาย หรือขายได้ราคาต่ำกว่าต้นทุนการผลิต ผลกระทบก็คือความไม่มั่นคงต่อการยังชีพ วิถีเกษตรผสมผสานแบบประณีต เป็นการจัดการใช้ที่ดิน ทุน แรงงานหรือปัจจัยการผลิตที่เหมาะสม ทำการปลูกพืช เลี้ยงสัตว์หรือทำประมงในพื้นที่เดียวกัน เป็นวิธีที่มีความเสี่ยงน้อยสุดเมื่อจัดการใช้ปัจจัยการผลิตผสมผสาน ควบคุมโรคแมลงศัตรูพืชโดยชีวะวิธี มีผลผลิตให้เก็บเกี่ยวต่อเนื่อง หรือชะลอการขายได้เมื่อราคาตกต่ำ เป็นหนึ่งวิถีที่ใครก็ทำได้ วันนี้จึงนำเรื่อง เกษตรผสมผสานแบบประณีต…วิถีที่ยั่งยืนมั่นคง มาบอกเล่าสู่กัน คุณวิวิช พวงสวัสดิ์ เกษตรกรผู้ทำเกษตรผสมผสานแบบประณีต เล่าให้ฟังว่า ได้เคยทำงานภาครัฐมาก่อน แต่ปัจจุบันได้ลาออกมาทำงานภาคการเกษตรกับครอบครัว ในระยะแรกพื้นที่เกษตรที่นี่ได้ปลูกพืชชนิดเดียวมักทำให้ได้รับมีความเสี่ยงกับความแห้งแล้งหรือน้ำท่วมอยู่เนืองๆ แถมยังมีโรคแมลงศัตรูพืชระบาดอยู่บ่อยครั้ง ผลผลิตที่ได้รับมากบ้างน้อยบ้างไม่แน่นอน ฐานะความเป็นอยู่จึงพออยู่พอกินที่ยังไม่มีความมั่นคงน
ทีมงานจากสำนักงานเกษตรจังหวัดอุบลราชธานี และสำนักงานเกษตรอำเภอน้ำยืน พาแวะไปชมแปลงปลูกพืชของเกษตรกรในอำเภอน้ำยืนหลายแปลงด้วยกัน ที่ขาดไม่ได้คือ คุณหนูจร พุดผา อยู่บ้านเลขที่ 26 หมู่ที่ 7 ตำบลบุเปือย อำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี โทรศัพท์ (091) 019-7163 คุณหนูจร เป็นอดีตกำนันดีเด่นแหนบทองคำ ปี 2552 คุณหนูจร บอกว่า เกษียณจากกำนันไม่นานนัก ทุกวันนี้เป็นเกษตรกรเต็มตัว ไม่ต้องห่วงหน้าพะวงหลัง หรือหวาดระแวงว่าคดีต่างๆ จะเข้าถึงตัว เพราะขณะที่ทำงานรับใช้ประชาชน ตนเองมีความตั้งใจจริง มีความซื่อสัตย์ พื้นฐานเดิมของอดีตกำนันแหนบทองคำเป็นเกษตรกร มีที่ดินเป็นมรดกตกทอดอยู่บ้าง ก่อนเกษียณ 10 ปี ได้เตรียมตัวอย่างเป็นระบบ โดยเสาะหาที่ดินเพิ่ม ซึ่งซื้อหาในราคาไม่แพง แต่ที่สำคัญมากนั้น เขาได้ปลูกไม้ยืนต้น โดยทะยอยปลูก จากน้อยไปหามาก จึงไม่ได้ลงทุนสูง ขณะเดียวกัน ก็มีรายได้ตั้งแต่ปีแรกๆ เพราะปลูกพืชอายุสั้น ส่วนพืชที่ให้ผลช้า รอไม่นานก็มีผลผลิตให้เก็บ “ทำสวน 11 ไร่ มีที่นาอีกจำนวนหนึ่ง…ช่วงที่เตรียมตัวก็นำไผ่มาปลูกไว้” คุณหนูจร บอก ผสมผสานหลายอย่าง พืชนำร่องของคุณหนูจรคือ…กล้วย กล้วยท
