เทคโนโลยีชาวบ้าน
รู้หรือไม่ว่าการกินข้าวมีเคล็ดลับอยู่ที่ “การกินตามช่วงอายุ” ที่ควรกินให้เหมาะสม และถูกประเภทตามช่วงอายุจะทำให้เราได้รับสารอาหารที่ครบถ้วน! เคล็ดลับที่ 1 การกินข้าวช่วงวัยเด็กอายุ 6 เดือน-3 ปี ในช่วงที่เด็กเริ่มโตเข้าสู่ช่วงวัยที่เริ่มหย่านมแม่ และสามารถกินอาหารอ่อนๆ ได้ ถือว่าเป็นช่วงวัยที่ต้องการสารอาหารเข้าสู่ร่างกาย ในช่วงนี้เองที่เราอยากแนะนำให้เด็กเล็กเริ่มกินข้าวแบบบดละเอียด สายพันธุ์ข้าวแนะนำที่เหมาะกับเด็กเล็ก : ข้าวหอมมะลิ, ข้าวกล้อง แนะนำเพิ่มเติม : – ข้าวที่นำมาบดให้เด็กเล็กกินต้องเป็นข้าวที่บดละเอียด – ควรหุงข้าวให้ไม่แข็ง โดยเฉพาะข้าวกล้องหากคุณแม่อยากให้ลูกน้อยกิน แนะนำว่าให้นำข้าวไปแช่น้ำไว้ก่อนหุง เพราะข้าวจะได้นุ่มไม่แข็ง – เมื่อเด็กอายุได้ 7 เดือนขึ้นไปให้ปรับเป็นข้าวบดหยาบเพื่อฝึกการเคี้ยว และสามารถให้เด็กกินเพิ่มขึ้นได้ เคล็ดลับที่ 2 การกินข้าวในช่วงวัย 4-15 ปี เป็นช่วงวัยที่สามารถกินข้าวสวยได้แล้ว โดยไม่ต้องนำข้าวมาบดเหมือนในช่วงแรก แต่ว่ายังต้องกินข้าวที่มีความนุ่มเคี้ยวง่าย และไม่ควรแข็งเกินไป สายพันธุ์ข้าวแนะนำที่เหมาะกับเด็ก : ข้าวหอมมะล
แค่ชื่อก็แปลกแล้ว “ป่าช้าเหงา” ไม่ใช่ป่าแต่เป็นสมุนไพร ที่หลายๆ คนรู้จักในชื่อ “หนานเฉาเหว่ย” เป็นสมุนไพรที่มีถิ่นกำเนิดจากจีน พืชตระกูลเดียวกับฟ้าทลายโจร แต่ในไทยจะพบมากในโซนภาคเหนือ สรรพคุณกำลังเป็นที่เลื่องลือจะเริ่มออกดอกช่วงมิถุนายน และติดผลในเดือนเมษายน สามารถพบได้ในป่าเบญจพรรณ ป่าดงดิบ ที่มีความสูงไม่เกิน 600 เมตร ในตำรับยาพื้นบ้าน มีการนำลำต้นของต้นป่าช้าเหงามาใช้ต้มอาบสำหรับผู้หญิงที่กำลังอยู่ไฟ เชื่อว่าเป็นสมุนไพรที่เป็นยาอายุวัฒนะ สมุนไพรชนิดนี้อุดมไปด้วยสารฟลาโวนอยด์ เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยลดการอักเสบ ชะลอการเสื่อมสภาพของเซลล์ในร่างกาย หมอพื้นบ้านแนะนำ ไม่ควรกินใบสดหนานเฉาเหว่ย หรือป่าช้าเหงา เกินวันละ 3 ใบ ขึ้นอยู่กับขนาดของใบด้วย หากใบใหญ่เท่าฝ่ามือ ก็ควรบริโภคเพียงใบเดียว เนื่องจากมีฤทธิ์แรง และผู้ที่มีน้ำตาลในเลือดไม่สูงมากต้องระวัง หากกินแล้วมีโอกาสเสี่ยงที่จะทำให้น้ำตาลในเลือดต่ำ จนเกิดอาการหน้ามืด ใจสั่น ถ้าเป็นมากอาจช็อกได้ ✨สรรพคุณของต้นป่าช้าเหงา ส่วนใหญ่มาจาก 3 ส่วนสำคัญจาก ราก เปลือกไม้ และเนื้อไม้ ในแต่ละส่วนมีสรรพคุณเด่นดังนี้ 👉🏻ราก
มด ตัวน้อยตัวนิด มด มีฤทธิน่าดู ขึ้นชื่อว่า “มด” เป็นสัตว์ตัวจิ๋วที่อยู่ได้ทุกๆ ที่ และทุกส่วนในบ้าน ยิ่งในห้องครัวหรือตรงไหนที่เผลอวางของหวานไว้ละก็ กลับมาน่าจะถูกมดยึดครองกันแน่ๆ และกำจัดยากกว่าจะหายไป เรียกได้ว่ามดเป็นสัตว์ตัวจิ๋วที่สร้างปัญหาให้ทุกบ้าน รู้แบบนี้ต้องหาวิธีไล่มดกันแล้ว วันนี้เทคโนโลยีชาวบ้าน รวมเทคนิคกำจัดมดแบบตามธรรมชาติ ไร้สารเคมี ไม่เป็นอันตรายต่อคนในบ้านด้วย ไปดูว่ามีวิธีไหนกันบ้าง 🥚เปลือกไข่ เปลือกไข่จัดว่าเป็นอีกหนึ่งวิธีไล่มดจากสิ่งของเหลือใช้ที่ได้ผลดี เจ้ามดจึงไม่ชอบเปลือกไข่ นั่นก็เป็นเพราะเปลือกไข่มีส่วนประกอบของ แคลเซียมคาร์บอเนต แมกนีเซียมคาร์บอเนต แคลเซียม ฟอสเฟต สารอินทรีย์อื่นๆ รวมทั้งยังมีกรดกำมะถันอีกด้วย นอกจากนี้ กรดกำมะถันในเปลือกไข่เมื่อโดนความร้อนก็จะทำให้มีกำมะถันระเหยออกมาจึงสามารถไล่เพลี้ยไฟได้อีกด้วย 💡วิธีแรก เพียงแค่นำเปลือกไข่ไปเผาไฟจนแห้งเกรียม และนำมาตำให้ละเอียด จากนั้นจึงเติมน้ำเปล่าลงไป ทิ้งไว้ 20-30 นาที และนำไปเทราดลงในบริเวณที่มีมดหรือรังของมดโดยตรง กลิ่นของเปลือกไข่ที่เผาไฟจนเกรียม เป็นกลิ่นชั้นดีที่ทำให้เจ้ามดต่างถอยทัพห่างไกลไม
บทความนี้เป็นส่วนหนึ่งของการเรียนรู้และการฝึกประสบการณ์ในรายวิชาเครือข่ายและการจัดชุมชน สาขาเกษตรกรปราดเปรื่อง มหาวิทยาลัยมหิดล โครงการจัดตั้งวิทยาเขตนครสวรรค์ เป็นวิชาที่อยู่ภายใต้การดูแลของ อาจารย์ ดร.ธนากร เที่ยงน้อย ที่เปิดโอกาสให้นักศึกษาได้ลงไปสัมผัสกับชุมชน สร้างประสบการณ์การเรียนรู้จากประสบการณ์ของผู้คนในชุมชน ในบทความนี้ผู้เขียนจึงมุ่งหน้ากลับบ้านที่จังหวัดนราธิวาสเพื่อพูดคุยกับผู้มากประสบการณ์ในพื้นที่แล้วนำมาเขียนเสนอเป็นเรื่องราวให้ผู้อ่านทุกท่านสัมผัสผ่านบทความนี้ จากเด็กยากจนต่อสู้ จนวันนี้เป็นพ่อค้าปลาทูขายส่งต่างประเทศ ผู้เขียนรู้สึกเป็นเกียรติอย่างมากที่ได้สัมภาษณ์พูดคุยกับเกษตรกรชาวประมงและพ่อค้าปลาทูที่จังหวัดนราธิวาส คือ คุณรอนิง ปาเนาะ หรือ แบนิง ขวัญใจแก้ว ซึ่งเป็นชื่อที่คนทั่วไปรู้จักกัน คุณแบนิงเป็นพ่อค้าคนกลางรับ-ส่งปลาทูทั้งในประเทศและต่างประเทศ คุณแบนิงได้เล่าว่า “ผมในช่วงอายุวัยรุ่นฐานะยากจนมาก ยากจนมากขนาดที่ไม่มีที่นอน ต้องอาศัยใต้ถุนเพื่อนบ้านนอน และด้วยการที่ผมเป็นพี่ชายคนโตมีน้องทั้งหมด 8 คน หนึ่งในนั้นมีน้องชายซึ่งเป็นผู้พิการ ผมจึงเป็นเสาหลักของครอบคร
คุณคณานนท์ ทิมจะโปะ หรือ คุณป๊อก วัย 27 ปี ข้าราชการทหารและเจ้าของฟาร์มกระต่ายสวยงาม ป๊อกกี้ ฟาร์มกระต่ายโคราช นครราชสีมา เพาะพันธุ์จำหน่ายลูกกระต่าย ราคา ปลีก-ส่ง ในพื้นที่ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา ที่หันมาใช้เวลาว่างจากอาชีพหลักให้เกิดประโยชน์ ด้วยการเพาะพันธุ์กระต่ายสวยงามพันธุ์ฮอลแลนด์ลอป สายพันธุ์เนเธอร์แลนด์ดวอร์ฟ สายพันธุ์นิวซีแลนด์ไวท์ และสายพันธุ์ไทยพื้นเมือง ขายผ่านทางหน้าร้านและเพจเฟซบุ๊ก ซึ่งสามารถสร้างรายได้ไม่ธรรมดาจนมาถึงปัจจุบัน คุณป๊อก เล่าว่า เดิมทีตนเองนั้นเป็นคนที่รักสัตว์เป็นทุนเดิม และมีความสนใจที่จะเลี้ยงและเพาะพันธุ์กระต่ายสวยงามอยู่แล้ว จึงศึกษาหาข้อมูลเพื่อเรียนรู้และลงมือด้วยตนเอง ลองผิดลองถูกมาหลายครั้งกว่า 4 ปี กว่าจะเดินทางมาถึงทุกวันนี้ เรียกได้ว่าไม่ง่ายและไม่ยาก ซึ่งต้องอาศัยความพยายามเป็นอย่างสูง “จุดเริ่มต้นในการเลี้ยง ปกติส่วนตัวเป็นคนชอบเลี้ยงสัตว์อยู่แล้ว เริ่มจากการซื้อแล้วมาขายต่อแล้วไม่เพียงพอต่อความต้องการตลาด เลยคิดที่จะเพาะพันธุ์กระต่ายเอง ลองผิดลองถูกศึกษาวิธีการเลี้ยงโดยใช้ระยะเวลาเลี้ยงมาประมาณ 4 ปีแล้วครับ” เมื่อสอบถามกระต่
คุณณัฐยากร กันนิกากลาง หรือ คุณใบเตย สาวสวยเจ้าของฟาร์มสุนัขโกลเด้น Golden Future ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ที่นำความชอบเกี่ยวกับการเลี้ยงสุนัขสายพันธุ์โกลเด้นรีทรีฟเวอร์มาสร้างอาชีพ ด้วยเพาะพันธุ์และทำเป็นฟาร์มสุนัขโกลเด้นรีทรีฟเวอร์แบบครบวงจร จนมีชื่อเสียงในแวดวงของผู้ที่เพาะเลี้ยงสุนัขพันธุ์โกลเด้นรีทรีฟเวอร์ด้วยกันเอง แถมการันตีรางวัลชนะเลิศในการประกวดสุนัขพันธุ์โกลเด้นรีทรีฟเวอร์อีกด้วย จุดเริ่มต้นของการเลี้ยงเริ่มจากการได้สุนัขสายพันธุ์โกลเด้นรีทรีฟเวอร์เป็นของขวัญ จากนั้นเมื่อเลี้ยงแล้วเกิดความหลงรักในสุนัขสายพันธุ์นี้ จึงเปิดใจที่จะทำฟาร์มเพาะพันธุ์อย่างจริงจัง ด้วยการศึกษาหาข้อมูลและรายละเอียดต่างๆ เกี่ยวกับสุนัขสายพันธุ์โกลเด้นรีทรีฟเวอร์ เป็นระยะเวลากว่า 7 ปี จนธุรกิจเดินหน้ามาถึงปัจจุบัน “มีพี่คนหนึ่งค่ะ เขาให้น้องมาเป็นของขวัญวันเกิด ก็เลยเริ่มศึกษารายละเอียดเกี่ยวกับสายพันธุ์ของน้อง จากนั้นเริ่มมีการประกวดค่ะ ก็เลยเริ่มเพาะพันธุ์น้องหมาขายค่ะ โดยมีพี่ที่เป็นพาร์ตเนอร์ที่คอยดูแลฟาร์มกันมาจะ 10 ปีแล้ว ซึ่งเป็นคนที่มีความเชี่ยวชาญและให้คำปรึกษาค่ะ” ด้านวิธีการเพาะพันธุ์ภายในฟาร
ขึ้นชื่อว่าต้นไม้ ให้ทั้งความร่มรื่นและร่มเงา ทุกๆ บ้านต้องมีต้นไม้ปลูกกันแน่ๆ แต่สำหรับมือใหม่ที่กำลังมองหาต้นไม้มาปลูกในบ้าน ต้องศึกษาข้อมูลจำเพาะ ลักษณะลำต้น ระบบรากก่อนว่าต้นไม้ชนิดนั้นๆ เหมาะจะปลูกในบริเวณบ้านหรือไม่ เนื่องจากต้นไม้บางต้น มีรากที่แข็งแรง โดยเฉพาะบ้านที่มีพื้นที่รอบบ้านน้อยๆ 2-4 เมตร ที่มักจะมีปัญหารากไม้ที่ปลูกใกล้บ้านชอนไชทำให้บ้านร้าวเสียหาย วันนี้เทคโนโลยีชาวบ้านจะมาแนะนำต้นไม้ที่ให้ร่มเงา รากไม่ชอนไช แต่ก่อนอื่นควรเลือกต้นไม้ที่มีขนาดเหมาะสมกับตัวบ้าน ไม่เล็กและไม่ใหญ่จนเกินไป เป็นคุณสมบัติที่ดี และน่าเลือกมาปลูกนั่นเอง 🌿ต้นล่ำซำ ต้นล่ำซำ เป็นต้นไม้มงคลอีกชนิดหนึ่งที่หลายบ้านนิยมปลูก ทางฮวงจุ้ยถือว่าการปลูกต้นล่ำซำจะช่วยนำพาความเจริญรุ่งเรืองและความสำเร็จในหน้าที่การงานหรือธุรกิจต่างๆ มาให้แก่ผู้ปลูกและคนในบ้านด้วย ยังเป็นต้นไม้จัดสวนฟอร์มสวยที่นิยมปลูกในบริเวณบ้านเพื่อให้ร่มเงา อีกทั้งยังเป็นไม้ยืนต้นที่ใบไม่ค่อยร่วง ไม่ต้องคอยทำความสะอาดพื้นบ่อยๆ และลักษณะเป็นไม้เนื้อแข็ง ยืนต้นขนาดไม่ใหญ่มาก สูงได้ถึง 25 เมตรเลยทีเดียว ควรปลูกห่างจากบ้านประมาณ 5-6 เมตร ป้อง
“ทุเรียน” ราชาผลไม้ของไทย มีหลากหลายสายพันธุ์ บางชื่อบางสายพันธุ์อาจจะไม่คุ้นหู แต่ทุเรียนไทยก็อร่อยไม่แพ้ของที่อื่น ยิ่งใกล้ฤดูของทุเรียนเมื่อไหร่ คอทุเรียนต้องรีบไปจับจ่ายกันแน่นอน ซึ่งต้องยอมรับว่าเป็นผลไม้ที่ราคาค่อนข้างสูง แต่ก็มีหลายคนที่ยอมจ่ายเพื่อความอร่อย เอกลักษณ์เฉพาะที่หลายคนหลงใหล รู้ก่อน เตรียมก่อน กำเงินให้พร้อม คอทุเรียนห้ามพลาด วันนี้เทคโนโลยีชาวบ้านจะพาไปส่อง 5 อันดับพันธุ์ทุเรียนแพงที่สุดในไทย จะมีสายพันธุ์ไหนกันบ้างต้องไปดู ราคาอาจจะแพง แต่ละลูกจะมีที่มาและมีเอกลักษณ์เด่น ที่ใครได้ลิ้มลองต้องบอกอร่อย สมกับราคาที่ยอมจ่าย อร่อยแค่ไหนก็ทุ่มสุดตัว อันดับที่ 5 ทุเรียนสายพันธุ์หนามดำ (สวนบ้านไร่ธนิสร) ทุเรียนสายพันธุ์หนามดำ หรือ โอวฉี่ มีการนำต้นพันธุ์มาทดลองปลูกควบคู่กับการปลูกลำไย และพบว่าให้ผลผลิตสมบูรณ์ ลูกกลม ตกไซซ์น้อย ดูแลง่าย ทนต่อโรคระบาดและราคาสูง ใช้เวลาปลูก 3-4 ปีก็ให้ผลผลิตแล้ว ทุเรียนหนามดำ หรือ โอวฉี่ มีถิ่นฐานมาจากมาเลเซีย จุดเด่นรสชาติจะหวานมัน หวานแหลม มีกลิ่นหอมเฉพาะตัว เนื้อเยอะ เนื้อนุ่ม เนียน เหมือนทานเค้ก คล้ายกับการทานทุเรียนก้านยาวและพวงมณีผสมกั
สะละพันธุ์สุมาลี มีลักษณะลำต้นคล้ายระกำ ทางใบยาวมีสีเขียวอมเหลือง ใบใหญ่กว้างและมีปลายใบสั้นกว่าพันธุ์เนินวง หนามของยอดอ่อนที่ยังไม่คลี่มีสีส้มอ่อน คานดอกยาว ช่อใหญ่ ติดผลง่าย มีรูปร่างป้อมสั้น สีเนื้อคล้ายสะละเนินวง มีเนื้อหนากว่าระกำ แต่บางกว่าพันธุ์เนินวง มีรสหวาน มีกลิ่นเฉพาะ เจริญเติบโตเร็ว และทนต่อสภาพแสงแดดจัดได้ดีกว่าพันธุ์เนินวง สะละเป็นพืชที่โตเร็วปลูก 3 ปี ก็ได้เก็บผลผลิตขาย และออกผลตลอดทั้งปี ที่สำคัญสะละสามารถปลูกร่วมกับพืชอื่นๆ ได้ อย่างเช่น หมาก ยางพารา ทุเรียน ก็สามารถปลูกได้เช่นกัน เพราะสะละต้องการแค่แสง 50 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น สะละเป็นพืชที่ไม่มีรากแก้ว เมื่อลมพัดแรงๆ จะทำให้เอนล้มได้จึงจำเป็นต้องทำเสาให้ และเสายังให้ประโยชน์อีกอย่างหนึ่งคือ โยงคานลูก ถ้าไม่โยงเมื่อคานหักก็จะทำให้เสียหายได้ และยังสามารถใส่รหัสของต้นนั้นๆ ได้อีกด้วย ง่ายและสะดวกต่อการดูแล สะละที่ขายผลสดจะอร่อย หอม หวาน และสะละที่เก็บผลผลิตได้นั้น สามารถนำมาแปรรูปได้ ทั้งสะละลอยแก้ว น้ำสะละ สะละกวน เป็นการเพิ่มมูลค่าให้กับผลผลิตได้อีกด้วย คุณจตุพงศ์ สุมา หรือ คุณกิ๊ก อยู่บ้านเลขที่ 154 หมู่บ้านป่าสงวน ตำ
สมัยก่อน “กระจับเขาควาย” เป็นวัชพืชเท่านั้น แต่ปัจจุบันกลับกลายเป็นพืชที่สามารถสร้างรายได้ให้ไม่น้อย ใช้ระยะเวลาเก็บเกี่ยวเพียงแค่ 4 เดือนก็ได้ผลผลิตจำหน่าย สามารถเก็บขายได้ 2-3 รอบเลยทีเดียว กระจับเป็นพืชน้ำล้มลุกอายุหลายฤดู มีอยู่ทั่วไป ลักษณะเป็นกอลอยน้ำ ชอบน้ำนิ่ง มีรากหยั่งยึดดินและมีไหล ใบเดี่ยวมี 2 แบบ ใบที่ลอยน้ำมีก้านยาว อวบน้ำและพองเป็นกระเปาะตรงกลาง ทำให้ลอยน้ำได้ดี แผ่นใบมีรูปร่างคล้ายสี่เหลี่ยมขนมเปียกปูนหรือรูปพัด ใบจะเรียงรอบลำต้นเวียนเป็นเกลียวถี่ๆ ทำให้ดูเหมือนใบแผ่เป็นวงรอบต้น ใบอีกแบบหนึ่งอยู่ในน้ำ เป็นเส้นฝอยๆ คล้ายราก ดอกเป็นดอกเดี่ยวสีขาว ออกที่โคนก้านใบ มีกลีบดอก 4 กลีบ บานอยู่เหนือน้ำ เมื่อติดผลแล้วก้านดอกจะงอกลับลงน้ำและผลจะเจริญอยู่ใต้น้ำ ผลอ่อนสีม่วงอมแดงจะเปลี่ยนเป็นสีดำเมื่อแก่ ส่วนที่เป็นเขาโค้ง 2 ข้าง เจริญมาจากกลีบเลี้ยง ผลหรือฝักกระจับมีสีดำขนาดใหญ่ เปลือกหนาแข็งงอโค้งคล้ายเขาควาย เมื่อกะเทาะเปลือกนอกที่แข็งออก จะได้เนื้อในสีขาว มีแป้งมาก สำหรับประโยชน์ของกระจับมีมากมาย ซึ่งส่วนมากและการใช้ประโยชน์จากกระจับจะนิยมนำฝักกระจับ มากิน เนื้อของฝักกระจับสามาร
