พืชทำเงิน
มากกว่า 4 ทศวรรษที่ผ่านมา ชาวบ้านปางบงได้ปรับเปลี่ยนอาชีพจากการทำสวนเมี่ยง มาสู่การปลูกกาแฟอาราบิก้าอย่างเป็นระบบ สร้างรายได้ที่มั่นคงภายใต้การดูแลของสหกรณ์การเกษตรดอยสะเก็ดพัฒนา จำกัด จนกระทั่ง ปี 2019 ได้มีโครงการความร่วมมือไทย-ญี่ปุ่น ระหว่างกรมส่งเสริมสหกรณ์ และองค์การความร่วมมือระหว่างประเทศของญี่ปุ่น (JICA – ไจก้า) เพื่อพัฒนากาแฟอาราบิก้าดอยสะเก็ดให้เป็นกาแฟพรีเมียมคุณภาพสูง โดยผู้เชี่ยวชาญจากญี่ปุ่นเข้ามาถ่ายทอดความรู้ให้เกษตรกร ตั้งแต่กระบวนการผลิต การดูแลต้นกาแฟ การเก็บเกี่ยว การควบคุมคุณภาพ ไปจนถึงการแปรรูปด้วยเทคนิคพิเศษ คุณอานนท์ พวงเสน ถือเป็นเกษตรกรรุ่นใหม่ไฟแรง เจ้าของไร่กาแฟดอยปางบง ตำบลเทพเสด็จ อำเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่ และเจ้าของแบรนด์กาแฟ “ดอยปางบง” ซึ่งสามารถคว้ารางวัลอันดับที่ 2 ประเภทกาแฟอาราบิก้าแบบกึ่งแห้ง (Honey Process) จากการประกวด Thailand Coffee Excellence Award 2022 ได้รับถ้วยรางวัลพระราชทานจากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี สานต่ออาชีพของครอบครัว พัฒนาเป็นอาชีพที่ยั่งยืน คุณอานนท์ เล่าให้ฟังว่า จบการศึ
มะพร้าวน้ำหอม พืชเศรษฐกิจปลูกง่าย ใช้ต้นทุนในการผลิตต่ำ ให้ผลตอบแทนต่อเนื่องนานเป็น 10 ปี ปลูกเชิงการค้ายังน่าสนใจ เพียงแต่วิธีการจัดการดูแลอย่างเป็นระบบ และลดต้นทุนในการผลิตให้ได้มากที่สุด ในขณะที่คุณภาพและมาตรฐานก็ต้องดีด้วย ซึ่งการผลิตแบบอินทรีย์ก็ถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ดีสำหรับคนที่สนใจปลูกมะพร้าวน้ำหอมสร้างรายได้อยู่ไม่น้อย คุณปุญณสา ประชุมศรี หรือ พี่ป้อม เจ้าของสวนมะพร้าวน้ำหอมอินทรีย์ อยู่ที่ตำบลบางโตนด อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี เกษตรกรสาวทำสวนแบบตามใจตัวเอง เน้นทำเกษตรอย่างมีความสุข ไม่กดดันตัวเอง ปลูกมะพร้าวน้ำหอมเป็นพืชสร้างรายได้หลัก ทำสวนเกษตรผสมผสานเป็นรายได้เสริม พี่ป้อม เล่าให้ฟังว่า จุดเริ่มต้นของการทำสวนมะพร้าวน้ำหอมของตนเองเกิดจากความไม่ตั้งใจ เนื่องมาจากครอบครัวมีอาชีพทำอิฐมาตั้งแต่ดั้งเดิม จึงซื้อที่ดินเพื่อขุดดินไปทำอิฐ แต่แทนที่จะขุดเป็นบ่อให้เสียพื้นที่ จึงเลือกขุดเป็นร่องสวน และทำพื้นที่ให้เกิดประโยชน์โดยการเลือกปลูกมะพร้าวน้ำหอม เพราะเป็นพืชที่ไม่ต้องดูแลมาก และมองเห็นอนาคตแล้วว่าอีกไม่กี่ปีมะพร้าวที่ปลูกไว้จะกลับมาทำรายได้ให้ไม่มากก็น้อย โดยการยึดหล
หากเอ่ยชื่อ จินตนา ไพบูลย์ หรือ “ป้านุ้ย” สาวใหญ่วัย 50 ปี แห่งบ้านทอน-อม อำเภอทุ่งตะโก จังหวัดชุมพร ในแวดวงเกษตรกรรมแนวเศรษฐกิจพอเพียงของชุมพรคงไม่มีใครไม่รู้จัก เพราะเธอถือเป็นผู้หญิงแถวหน้า ซึ่งเป็นสมาชิกคนหนึ่งของเครือข่ายจากภูผาสู่มหานที ที่เคยฝากผลงานด้านเกษตรกรรมผสมผสาน รวมทั้งการปกป้องสิ่งแวดล้อมให้ชาวชุมพรและบุคคลทั่วไปได้รู้จักมาแล้วมากมาย ป้านุ้ย เป็นชาวชุมพร ที่เกิดในครอบครัวชาวสวนแห่งหมู่บ้านทอน-อม อำเภอทุ่งตะโก จังหวัดชุมพร เธอจึงเติบโตมากับพืชผัก ผลไม้ แทบทุกชนิดที่พ่อแม่ปลูกไว้กินและขายเป็นรายได้หลักของครอบครัว ปัจจุบันป้านุ้ยมีพื้นที่ทางการเกษตรประมาณ 30 ไร่ ส่วนใหญ่เป็นสวนทุเรียนพันธุ์หมอนทอง ปาล์มน้ำมัน ยางพารา มังคุด และกล้วยเล็บมือนาง ซึ่งป้านุ้ยทำมาได้ประมาณ 25 ปี จนในปี 2549 ป้านุ้ย ได้เดินทางไปเรียนรู้เกี่ยวกับเกษตรกรรมธรรมชาติตามแนวเศรษฐกิจพอเพียงที่ศูนย์กสิกรรมธรรมชาติเพลิน ภายในชุมพร คาบาน่า รีสอร์ท 2 วัน 1 คืน จึงได้รับความรู้มากมาย เช่น การทำน้ำส้มควันไม้ การทำเตาเผาถ่านอิวาเตะ การเลี้ยงกบคอนโดฯ การเลี้ยงหมูหลุม การปลูกพืชผักปลอดสารพิษ ฯลฯ โดยวิทยากรคุณภาพท
หลายคนยังไม่ทราบว่า ไต้หวัน เป็นประเทศที่มีพุทราสายพันธุ์ดีๆ มากมาย มีเกษตรกรไทยนำพันธุ์พุทราจากไต้หวันมาปลูกในบ้านเราจนประสบผลสำเร็จหลายราย เนื่องจากพุทราไต้หวันมีขนาดของผลใหญ่ รสชาติดี และเป็นที่ต้องการของตลาด ทำให้วงการการปลูกพุทราในประเทศไทยได้เปลี่ยนจากการปลูกพันธุ์ดั้งเดิมหันมาปลูกพุทราไต้หวันกันมากขึ้น อย่างที่เรารู้จักมักคุ้นกันดี อย่าง พุทราพันธุ์ “ซุปเปอร์จัมโบ้” และ พันธุ์ “ซื่อมี่” ที่คนไทยมักเรียกกันว่า “พุทรานมสด” ในขณะเดียวกันที่ไต้หวันเองได้มีการพัฒนาสายพันธุ์พุทราอย่างต่อเนื่อง อย่างกรณีของ พุทราพันธุ์ “มิ่งเฉา” ซึ่งเมื่อแปลเป็นภาษาไทย เรียกว่า พันธุ์ “น้ำผึ้ง” เป็นสายพันธุ์ที่มีการปลูกมากในไต้หวันในปัจจุบันนี้ด้วยคุณภาพที่เนื้อหวานและกรอบ มีกลิ่นหอมมาก มีรูปทรงยาวเป็นรูปกระสวย ขนาดของผลใหญ่ มีน้ำหนักผลเฉลี่ย 6-8 ผลต่อ 1 กิโลกรัม (ผลใหญ่สุด หนักมากกว่า 300 กรัม) แตกต่างจากพันธุ์ซุปเปอร์จัมโบ้และพันธุ์นมสดที่มีปลูกอยู่ในบ้านเราในขณะนี้ จากการที่ผู้เขียนได้ทดลองบริโภคพุทราพันธุ์ “มิ่งเฉา” พบว่า มีรสชาติหวาน กรอบ มีกลิ่นหอมเฉพาะตัว และเมล็ดเล็กมาก (เมล็ดเล็กกว่าพันธุ์ซุปเ
“มันฝรั่ง” เป็นพืชเศรษฐกิจที่ให้ผลตอบแทนสูง เมื่อเปรียบเทียบกับพืชหลายชนิด เนื่องจากมันฝรั่งเป็นวัตถุดิบที่อุตสาหกรรมอาหารต้องการเป็นจำนวนมากเพื่อนำมาแปรรูปเป็นขนมขบเคี้ยว ปัจจุบัน PepsiCo เป็นผู้นำระดับโลกในธุรกิจอาหารว่าง แบรนด์อันดับหนึ่งของประเทศไทยอย่าง “เลย์” ได้ส่งเสริมเกษตรกรไทยมากกว่า 5,800 คน ปลูกมันฝรั่งบนพื้นที่กว่า 38,000 ไร่ ใน 10 จังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่ เชียงราย พะเยา ลำพูน ลำปาง แม่ฮ่องสอน ตาก เพชรบูรณ์ สกลนคร และนครพนม โดยธรรมชาติของมันฝรั่ง เป็นพืชที่ชอบอากาศหนาวเย็น เจริญเติบโตได้ดีในแหล่งเพาะปลูกที่มีอุณหภูมิเฉลี่ยตลอดฤดูปลูกระหว่าง 15-18 องศาเซลเซียส ถ้าอุณหภูมิสูงกว่า 21 องศาเซลเซียส จะมีการเจริญทางลำต้นอย่างรวดเร็ว แต่การลงหัวจะน้อยและผลผลิตจะต่ำลงอย่างมาก เมื่ออุณหภูมิสูงถึง 30 องศาเซลเซียส อุณหภูมิต่ำกว่า 18 องศาเซลเซียสจะทำให้มันฝรั่งเติบโตช้า แต่การลงหัวจะเพิ่มมากขึ้น ดังนั้น การปลูกมันฝรั่งจำเป็นต้องปลูกบนพื้นที่สูง ที่มีระดับความสูงจากระดับน้ำทะเลตั้งแต 800 เมตรขึ้นไป เพื่อให้มีอุณหภูมิต่ำพอที่มันฝรั่งจะลงหัว ธรรมชาติของมันฝรั่ง ต้องการน้ำอย่างสม่ำเสมอ ควา
คุณวิไล ประกอบบุญกุล เป็นเกษตรกรผู้ปลูกกล้วยหอมในพื้นที่จังหวัดปทุมธานีมานานกว่า 30 ปี คุณวิไล เริ่มต้นบนเส้นทางกล้วยหอมด้วยการปลูกอย่างเดียว จากนั้นต่อยอดด้วยการตัดขาย พัฒนามาถึงการเป็นผู้จัดส่งเอง แถมท้ายด้วยการมีแผงขายกล้วยอยู่ที่ตลาดไทอีก เรียกว่า เธอทำสวนกล้วยแบบครบวงจร เลิกทำสวนส้ม หันมาปลูกกล้วย คุณวิไล กล่าวว่า พื้นที่จังหวัดปทุมธานี นิยมปลูกกล้วยหอมแบบระบบร่อง เพราะสมัยก่อนเคยเป็นสวนส้มมาก่อน หลังเลิกทำสวนส้ม จึงปรับสวนเดิมมาปลูกกล้วยหอมแทน โดยนำเทคนิคการปลูกหลายวิธีมาใช้ อย่างแรก ใช้หน่อจากต้นกล้วยที่ตัดเครือไปแล้วซึ่งจะได้ผลดีและมีความสมบูรณ์ ทั้งนี้ ในพื้นที่ 1 ไร่ ปลูกกล้วยได้จำนวน 300 หน่อ ใช้ระยะปลูก 1.50 เมตร แต่ละร่องปลูก 3 แถว กล้วยหอม ปลูกได้ทั้งปี กล้วยหอม สามารถปลูกได้ทุกฤดู แต่ควรเลือกพื้นที่ให้มีน้ำอุดมสมบูรณ์ เพราะต้องใช้น้ำรดตลอด ขณะเดียวกัน ควรวางแผนปลูกให้ได้ผลผลิตตรงกับช่วงเทศกาลสำคัญ เช่น ตรุษจีน ควรเริ่มปลูกในเดือนมีนาคม-เมษายน โดยใช้เวลาประมาณ 9 เดือน สามารถเก็บผลขายได้ตรงเวลา กับอีกเทศกาลสำคัญคือ สารทจีน ซึ่งควรลงมือปลูกในราวเดือนตุลาคม-พฤศจิกายน วิธีปลู
“รับเทรนด์ Wellness & Longevity กับ เพ ลา เพลิน จุดหมายปลายทางแห่งการพักผ่อนและเรียนรู้เชิงสุขภาพครบวงจร บนพื้นที่กว่า 400 ไร่ ที่รวมบูติครีสอร์ท อุทยานไม้ดอกเมืองหนาว ศูนย์เรียนรู้เยาวชน และนวัตกรรมสมุนไพรไว้ในที่เดียว” ภายใต้การนำของ ปอนด์-ประณัย สายชมภู ผู้คร่ำหวอดในวงการสุขภาพมากว่า 15 ปี วันนี้ เพ ลา เพลิน ได้พัฒนาสู่การเป็น ศูนย์การเรียนรู้ขนาดใหญ่ที่ตอบโจทย์คนทุกวัย ตั้งแต่ค่ายเยาวชนเชิงสร้างสรรค์ ไปจนถึงการศึกษาดูงานด้านนวัตกรรม โดยล่าสุดได้ขยายเฟสความร่วมมือกับ วิสาหกิจชุมชนเพ ลา เพลิน สนับสนุนทั้งพื้นที่และสิ่งอำนวยความสะดวกในการเพาะปลูกพืชผักและสมุนไพรมาตรฐาน Medical & Food Grade เพื่อป้อนเข้าสู่โรงงานผลิตของตัวเองในพื้นที่ โดยไฮไลต์สำคัญของปีนี้คือการปักธง “วาซาบิ” เป็นพืชเศรษฐกิจตัวใหม่ที่ปลูกในไทย เพื่อวิจัยและพัฒนาสู่สารสกัดในผลิตภัณฑ์เวชสำอางคุณภาพสูง “วาซาบิ”พืชเศรษฐกิจมูลค่าสูงปลูกด้วยนวัตกรรม สร้างผลิตภัณฑ์พรีเมียม คุณปอนด์เผยถึงที่มาของการทดลองปลูก “วาซาบิ” ว่าเริ่มจากการได้รับสายพันธุ์มาจาก ศูนย์บริการการพัฒนาขยายพันธุ์ไม้ดอกไม้ผลบ้านไร่ อันเนื่องมาจากพระรา
กุยช่าย เป็นพืชผักตระกูลเดียวกับหอม กระเทียม นำมาทำอาหารได้หลายชนิด ตลาดนิยมบริโภค “กุยช่ายขาว” กันมาก เพราะผักมีความหวานกรอบ รสชาติอร่อยกว่ากุยช่ายใบสีเขียวธรรมดา กุยช่ายขาว จึงขายได้ราคาดีกว่า กุยช่ายเขียว ประมาณ 3-4 เท่าตัว วิธีการแยกหน่อ กุยช่าย นิยมขยายพันธุ์ด้วยวิธีการแยกหน่อ กุยช่ายกอใหญ่ สามารถขยายหน่อได้ปริมาณมากถึง 100 หน่อ แต่ละหน่อสามารถนำไปปักชำหรือปลูกเป็นกอใหม่ได้ในระยะเวลา 3-4 เดือน หากปลูกแยกหน่อโดยตรงในแปลง ต้องดูแลในระยะย้ายหน่อโดยเปิดให้น้ำปริมาณมาก อาจทำให้เสียค่าใช้จ่ายสูงกว่าการชำหน่อ การชำหน่อ เกษตรกรนิยมชำหน่อต้นกุยช่ายโดยตัดรากเดิมออกเกือบหมดก่อนจึงค่อยนำไปชำให้เจริญเติบโต แตกรากออกมาใหม่ก่อนปลูกในแปลง ทั้งนี้ สามารถชำในถุงหรือในตะกร้าพลาสติกก็ได้ โดยใช้ขี้เถ้าแกลบหรือดินผสมขี้เถ้าแกลบ ในอัตราส่วน 1 ต่อ 3 ส่วน หลังปักชำแล้ว ประมาณ 1 เดือน สามารถนำปลูกลงแปลงได้ การเตรียมดินปลูก กุยช่าย ปลูกครั้งเดียว สามารถเก็บเกี่ยวได้นานถึง 2-3 ปี หากมีการดูแลรักษาที่ดี แปลงปลูกควรจัดเตรียมอย่างดี มีระบบน้ำที่เหมาะสม ปลูกกุยช่ายในแหล่งดินดี โดยเฉพาะดินร่วนปนทรายหรือปนดินเหนี
ในช่วงที่ใกล้จะถึงเทศกาลที่หลายๆ คนรอคอยเป็นเทศกาลที่คนทั่วโลกเติมความหวานส่งความรักให้กัน ไม่ว่าจะเป็นคนที่มีคู่ หรือไม่มีคู่แต่อยากจะเติมความรักให้ตัวเอง เติมความรักให้ครอบครัว หรือเติมความรักให้เพื่อน คนรู้จัก วันนี้เทคโนโลยีชาวบ้านรวบรวม 4 พิกัดยอดฮิตเปิดขายดอกไม้ 24 ชั่วโมง ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ปี สถานที่เหล่านี้ยังเป็นสถานที่ยอดนิยมของคนหมู่มากมาเป็นเวลานาน ที่เอยชื่อเมื่อไหร่ทุกคนต้องรู้จักแน่ๆ ไม่ว่าคุณจะทำงานเลิกดึกแค่ไหน ชอบลืมวันสำคัญ หรืออยู่ๆ ก็คิดอยากซื้อดอกไม้ให้ใครสักคนตอนดึก เรื่องนี้ไม่ใช่ปัญหาเลย เพราะยังมีแหล่งขายดอกไม้ที่เปิดตลอด 24 ชั่วโมง ไม่ว่าจะดึกแค่ไหนก็ยังหาดอกไม้สดๆ ไปมอบความรู้สึกและความทรงจำที่ดีได้ทันเวลาแน่นอน จะมีสถานที่ไหนบ้างไปดูกันเลย 1. ตลาดดอกไม้ปากคลองตลาดใหม่ (ถนนพรานนก-พุทธมณฑลสาย4) ตลาดแห่งนี้เปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง เต็มไปด้วยแผงจำหน่ายดอกไม้นานาชนิดเรียงรายอย่างคึกคัก สีสันละลานตา เหมาะสำหรับคนรักดอกไม้โดยเฉพาะ เพราะนอกจากจะมีโซนดอกไม้สดให้เลือกครบแล้ว ยังมีโซนดอกไม้จากภาคเหนือและดอกไม้นำเข้าไว้บริการในที่เดียว พร้อมสิ่งอำนวยความ
มะม่วงแก้วขมิ้น มีถิ่นกำเนิดจากประเทศกัมพูชา “มะม่วงแก้วขมิ้น” ถูกนำเข้ามาปลูกเพื่อเก็บผลผลิตและขยายพันธุ์โดยการตอนกิ่งจำหน่ายในประเทศไทยมาเป็นระยะเวลานานแล้ว มะม่วงแก้วขมิ้น เป็นที่นิยมอย่างมากในประเทศไทย เนื่องจากเป็นมะม่วงที่ติดผลง่าย ติดผลดกตลอดทั้งปี โดยไม่ต้องใช้วิธีบังคับให้ติดผลนอกฤดูกาลเหมือนมะม่วงสายพันธุ์อื่นบางชนิด ปลูกมะม่วงให้ได้ผลผลิตดีที่สุดควรปลูกในช่วงต้นฤดูฝน มะม่วงที่ปลูกจะมีการเจริญเติบโตที่ดีมากกว่ามะม่วงที่ปลูกในฤดูแล้ง แต่ถ้าหากมีระบบการให้น้ำที่ดี ก็สามารถปลูกมะม่วงได้ทุกฤดูกาล ต้นมะม่วงแก้วขมิ้นใช้ระยะเวลาในการปลูก 3 ปี ก็สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้แล้ว มะม่วงแก้วขมิ้น เป็นไม้ยืนต้นไม่ผลัดใบขนาดกลาง มีอายุประมาณ 10-20 ปี ลำต้นสูงประมาณ 15-20 เมตร ลำต้นแตกกิ่งตั้งแต่ระดับต่ำ เป็นทรงพุ่มกลม มีกิ่งหลัก และกิ่งแขนงมาก เมื่อแลดูจนกระทั่งเป็นทรงพุ่มหนา เปลือกลำต้นก็จะแตกร่องเป็นแผ่นสะเก็ด และมีสีเปลือกลำต้นสีดำอมเทา ใบมะม่วงแก้วขมิ้น ออกเป็นใบเดี่ยว มีก้านใบสีเขียว โคนใบมน ปลายใบแหลม ขอบใบเรียบ แผ่นใบมีสีเขียวเข้มและเป็นมัน มะม่วงแก้วขมิ้น มีรสชาติเป็นเอกลักษณ์ผลดิบหร
