พืชทำเงิน
มะม่วง เป็นไม้ผลที่อยู่กับคนไทยมาอย่างยาวนาน เรียกได้ว่าทุกบ้านที่ปลูกไม้ผลเพื่อเป็นร่มเงาคงจะขาดต้นมะม่วงเสียไม่ได้ นอกจากจะให้ร่มเงาบดบังแสงตะวันยามบ่ายแล้ว พอช่วงถึงฤดูผลิดอกออกผลยังได้ผลไม้ที่มีรสชาติดีไว้ประจำบ้านไว้กิน และแจกญาติสนิทมิตรสหายที่มาเยี่ยมเยือน มะม่วงที่กินบางต้นอร่อย บางต้นไม่อร่อย เกิดจากการนำเมล็ดของต้นแม่มาปลูกจึงจะมีกลายพันธุ์ออกไป สมมุติต้นแม่อร่อยแต่ต้นลูกที่ปลูกด้วยเมล็ดกลับให้ผลที่รสชาติไม่อร่อย ส่วนต้นที่มีรสชาติดีเป็นเพราะต้นนั้นเป็นต้นที่ได้จากการตอนกิ่ง ทาบกิ่ง ดังนั้น ลักษณะจึงไม่มีอะไรผิดเพี้ยนไปจากต้นแม่ ยังคงเลิศรสเหมือนถอดแบบกันมาโดยตรง เพราะฉะนั้นใครที่กำลังมองหาต้นมะม่วงปลูกไว้ที่บ้าน คงรู้แล้วใช่ไหมครับควรเลือกต้นพันธุ์แบบไหนดี คุณสุทิน หะสิตะ เป็นเกษตรกรที่ทำสวนมะม่วงเพื่อขยายกิ่งพันธุ์ โดยปลูกแบบคล้ายสวนป่าที่ไม่ยึดกฎเกณฑ์ตายตัว ภายในสวนมีไม้ยืนต้นและไม้ผลหลายชนิด เช่น สัก ตะเคียน ประตู ยางนา ขนุน และมะม่วง ฯลฯ ปลูกแบบให้ธรรมชาติดูแลกันเอง การทำเกษตรกรรม เป็นสิ่งที่ชอบและถนัด คุณสุทิน เล่าให้ฟังว่า เมื่อจบการศึกษาทางด้านการเกษตร จึงเริ่มป
ศูนย์เรียนรู้เกษตรผสมผสานและนวัตกรรมเกษตร บ้านราษฎร์พัฒนา หมู่ที่ 12 ตำบลบ้านส้อง อำเภอเวียงสระ จังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งมี นายวีระศักดิ์ ศรีสวัสดิ์ ปราชญ์เกษตรของแผ่นดินระดับจังหวัด ประจำปี 2568 สาขาปราชญ์เกษตรดีเด่น จังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นประธานและผู้ก่อตั้ง มีเป้าหมายสำคัญในการถ่ายทอดองค์ความรู้ในการทำการเกษตรผสมผสาน การใช้นวัตกรรมทางการเกษตร โดยน้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาประยุกต์ใช้ในภาวะที่ภาคเกษตรต้องเผชิญกับปัจจัยเสี่ยง และความท้าทายหลายด้าน เกษตรผสมผสานจึงเป็นอีกทางเลือกที่ช่วยให้เกษตรกรมีรายได้ตลอดทั้งปี สามารถพึ่งพาตัวเองได้ ลดรายจ่ายภายในครัวเรือนและการพึ่งพาปัจจัยการผลิตจากภายนอก นายวีระศักดิ์ ศรีสวัสดิ์ บอกเล่าว่า ศูนย์เรียนรู้เกษตรผสมผสานและนวัตกรรมเกษตร ได้พัฒนาจากสวนยางพารา บนพื้นที่ 12 ไร่ โดยปรับเปลี่ยนรูปแบบเป็นเกษตรผสมผสานเพื่อลดความเสี่ยงและเพิ่มรายได้ แบ่งเป็น 1. แปลงเรียนรู้การทำสวนยางพาราอย่างยั่งยืน พื้นที่ 6 ไร่ ประกอบด้วย จุดเรียนรู้การปลูกพืชร่วมยาง ได้แก่ ผักเหลียง สละอินโด กาแฟอาราบิก้า โกโก้ ไผ่ข้าวหลามกาบแดงไม้เศรษฐกิจ และพืชสมุนไพร เช่น ดาหลา พริกไทย
เริ่มจาก 1 ไร่ก่อนตอนนั้นผลผลิตเป็นที่น่าพอใจได้เงินประมาณใกล้ ๆ แสน ไร่เดียว ลงทุนหมื่นกว่าบาท 6 เดือนจากนั้นก็ทำต่อเนื่องมาปีนึง 2 รุ่นถ้าในพื้นที่เดียวกัน ช่วงแพง “ตรุษจีน” เกือบทุกปีช่วงถูกก็เมษา-พฤษภาแต่ว่าโดยเฉลี่ยก็ 25-30บ. ตลอดเส้นทางที่เรามุ่งหน้าไปยัง อ.เลาขวัญ จ.กาญจนบุรี ตามนัดหมายกันไว้ว่าจะไปดู “เผือกหอมเงินแสน” ของเกษตรกรคนเก่งแถมหัวไวใจสู้อย่าง พี่มานะ รอดมาดี สิ่งหนึ่งที่ได้เห็นคือว่าเต็มไปด้วยป่าอ้อยซึ่งเป็นพืชเศรษฐกิจหลักของเขตนี้และอีกนัยหนึ่ง “เลาขวัญ” นั้นยังได้ชื่อว่าเป็นดินแดนอีสานของเมืองกาญจน์ เพราะว่าเป็นพื้นที่แห้งแล้งน้ำกว่าใครอื่นเขาหากเทียบกับหลายอำเภอแล้วจึงไม่แปลกหากพืชหลักของที่นี่จะเป็นอ้อยโรงงานตามที่ได้เห็นสองข้างทาง แต่มันก็แปลกที่อยู่ ๆ มีการปลูกเผือกหอมในเขตนี้และยังได้ผลดีมาก ๆ อีกด้วยนะ! “อำเภอเลาขวัญเป็นอำเภอที่เรียกว่า “แล้ง” ที่สุดของจังหวัดกาญจน์ ซึ่งไม่มีใครปลูกเผือกไม่มีใครอยากปลูกเผือกพอดีผมกลับจากทำงานมาอยู่บ้านได้สักระยะหนึ่ง ก็ลองจับพืชไร่ทำดูซึ่งปรากฏว่าแต่ละตัวมันไม่ตอบโจทย์พอดีมารู้จักกับเผือกมีพี่คนหนึ่งเขาแนะนำให้ทำ ผมเปิดใจลองทำ
เมื่อพูดถึง “สมุนไพร” หลายคนอาจนึกถึงพืชที่ปลูกไว้ใช้ในครัวเรือน หรือสมุนไพรพื้นบ้านที่อยู่คู่กับวิถีชีวิตคนไทยมานาน แต่ในวันนี้ สมุนไพรไม่ได้มีบทบาทเพียงในครัวหรือในตำรับยาเท่านั้น หากยังกลายเป็นหนึ่งในวัตถุดิบสำคัญของอุตสาหกรรมอาหาร เครื่องดื่ม ผลิตภัณฑ์สุขภาพ เครื่องสำอาง และยา ขณะเดียวกัน ความต้องการใช้สมุนไพรที่เพิ่มขึ้น ทำให้เกิดตลาดรับซื้อที่หลากหลาย ตั้งแต่การรับซื้อผลผลิตสดจากเกษตรกร ไปจนถึงการรับซื้อสมุนไพรที่ผ่านกระบวนการล้าง หั่น ตาก หรืออบแห้ง เพื่อส่งต่อให้กับผู้แปรรูปและผู้ประกอบการ ดังนั้น สำหรับเกษตรกรที่กำลังมองหาพืชทางเลือก สิ่งสำคัญจึงไม่ใช่เพียงคำถามว่า “สมุนไพรอะไรปลูกง่าย” แต่ต้องถามต่อว่า “ปลูกแล้วขายใคร และตลาดต้องการวัตถุดิบแบบไหน” ตลาดสมุนไพรปี 2569 เมื่อ “คุณภาพ” เป็นตัวกำหนดราคา ในปี 2569 ตลาดสมุนไพรยังมีความเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่อง โดยภาครัฐเองมีการปรับปรุงราคากลางยาจากสมุนไพร และประกาศฉบับใหม่ลงราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 26 มกราคม 2569 ครอบคลุมรายการยาจากสมุนไพร 130 รายการ อย่างไรก็ตาม ต้องทำความเข้าใจให้ชัดว่า “ราคากลางยาจากสมุนไพร” ไม่ได้หมายความว่าเป็น
ช่วงเทศกาลวันหยุดยาวๆ หากใครอยากเปลี่ยนไปเที่ยวชมธรรมชาติที่สวยงาม พร้อมช้อป ชิมผลไม้รสอร่อย แนะนำให้แวะไปที่ “ไร่องุ่น คุณนนท์ @ เขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์” ที่รวบรวมความหลากหลายทางการเกษตร ในแบบ ONE STOP FARM แหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรแบบครบวงจรที่มีอัตลักษณ์ สนุกได้ความรู้ มาเรียนรู้คู่ปฏิบัติทางการเกษตรกับแนวคิด ทฤษฎีใหม่ แหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร คุณอาทิตย์ ชัยโฉม เจ้าของ ไร่องุ่นคุณนนท์@เขาค้อ เขาเกิดและเติบโตในครอบครัวเกษตรกร เดิมทีครอบครัวทำฟาร์มปศุสัตว์ หลังจากคุณอาทิตย์เข้ามาสืบทอดกิจการจากคุณพ่อ ก็พัฒนาหันมาทำธุรกิจเกษตรไร้สารพิษหรือเกษตรอินทรีย์ บนเนื้อที่กว่า 10 ไร่ คุณอาทิตย์ตั้งใจพัฒนาไร่แห่งนี้ตามศาสตร์พระราชา ปรัชญาพ่อ เปลี่ยนวิธีคิด ติดอาวุธให้กับคนรุ่นใหม่หันมาใส่ใจกับการท่องเที่ยวเชิงเกษตรตามรอยพ่อ ที่นี่ปลูกผักออร์แกนิกและไม้ผลเมืองหนาวตามฤดูกาล เช่น แบล็คเบอร์รี่ ราสป์เบอร์รี่ สตรอเบอรี่ เสาวรส องุ่น ส้มสายน้ำผึ้ง อะโวกาโด และปลูกต้นกัญชา ฯลฯ นักท่องเที่ยวสามารถเดินลัดเลาะไปยังโรงเรือนปลูกองุ่น ไม้ผล พืชผักต่างๆ ได้แบบตามสบาย ที่นี่ตัดผลไม้สดใหม่จากต้น สู่เมนูเครื่องดื่
ด้วยกระแสรักสุขภาพยังคงมาแรงอย่างต่อเนื่อง เทคโนโลยีชาวบ้านจึงไม่พลาดโอกาสที่จะหยิบยกเรื่องราวการทำเกษตรดีๆ มาฝากกันอีกแล้ว โดยฉบับนี้ขอนำเสนอไอเดียการปลูกผักสร้างรายได้ของเกษตรกรสาวอำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ ที่พลิกวิกฤตจากความล้มเหลว สู่ความสำเร็จ ด้วยไอเดีย “ปลูกผักขายยกถุง” สร้างรายได้ให้เธอหลายหมื่นบาทต่อเดือน คุณเอรี ถนอมวรากุล หรือ คุณแอน เกษตรกรเจ้าของฟาร์มผักสดจากสวน ที่อยู่บ้านแม่สาน้อย ตำบลโป่งแยง อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ จากแม่ค้าขายของตลาด ไนท์บาซาร์เชียงใหม่ สู่เกษตรกรสาวผู้ปิ๊งไอเดียปลูกผักขายยกถุง ฟันรายได้ 30,000-40,000 บาทต่อเดือน พร้อมต่อยอดทำธุรกิจโฮมสเตย์เล็กๆ สำหรับรองรับนักท่องเที่ยว ควบคู่กันไป มีความสุขล้นเหลือ คุณแอน เล่าให้ฟังว่า ก่อนที่จะมาเป็นเกษตรกร ตนเองประกอบอาชีพเป็นแม่ค้าขายของอยู่ที่ตลาด ไนท์บาซาร์เชียงใหม่ แต่ต้องเลิกราอาชีพแม่ค้าไป จากสถานการณ์แพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ทำให้ตัดสินใจกลับมาอยู่บ้าน เริ่มต้นประกอบอาชีพเกษตร ด้วยคนในพื้นที่ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรเป็นหลัก ในช่วงแรกก็ปลูกพืชผักแบบชาวบ้านทั่วไป คือเน้นการปลูกลงดินบนพื้นที่เยอะๆ ซึ่ง
ผลไม้ไทย นอกจากมีรสชาติความอร่อยแล้ว ผลไม้หลายชนิดยังมีสรรพคุณทางยาที่โดดเด่นอีกด้วย ในช่วงนี้อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย ทั้งสภาพอากาศร้อนจัด สลับกับฝนตกเป็นระยะ อยากชวนทุกคนมาดูแลสุขภาพด้วย 7 ผลไม้ป่าที่มีวิตามินซีสูง เพื่อเพิ่มภูมิคุ้มกันให้ร่างการต้านทานหวัดด้วยกัน 1. มะขามป้อม สมุนไพรรสเปรี้ยว ชุ่มคอ เป็นยาระบาย มะขามป้อมเป็นสมุนไพรยอดนิยมไปทั่วโลก ชาวอินเดียเรียกผลไม้ชนิดนี้ว่า Amalaka แปลได้ว่า “พยาบาล” มะขามป้อมมีรสเปรี้ยว ฝาด ขม (แบบชุ่มๆ) และมีความมันด้วย มีสรรพคุณ บำรุงร่างกาย บำรุงปอด บำรุงเนื้อหนัง บำรุงหัวใจ แก้ไอ ขับเสมหะ ทำให้ชุ่มคอ แก้พิษ แก้หวัดเป็นไข้ตัวร้อน แก้เลือดออกตามไรฟัน กัดเสมหะ บำรุงเสียง แก้ท้องผูก การศึกษาทางเภสัชวิทยาพบว่า มะขามป้อมมีฤทธิ์ต้านไวรัส (ไข้หวัดใหญ่, ยับยั้งเอนไซม์ HIV-1 reverse transcriptase) แก้ไอ ต้านการอักเสบ ลดความดันโลหิต ยับยั้งการก่อกลายพันธุ์ ต้านอนุมูลอิสระ ต้านการอักเสบ ต้านการเกิดแผลในกระเพาะอาหาร ลดคอเลสเตอรอล ปกป้องตับ หัวใจ และหลอดเลือด ที่สำคัญ มะขามป้อมมีสารต้านอนุมูลอิสระสูงมาก มะขามป้อมลูกเล็กๆ มีวิตามินซีสูงกว่าส้ม 1-2 ลูกเล
นายรพีทัศน์ อุ่นจิตตพันธ์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า จากการลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ผลไม้เศรษฐกิจที่สำคัญในเขตพื้นที่ภาคใต้ พบข้อมูลที่น่าสนใจของมังคุดทิพย์พังงา สวนบ้านแม่ หมู่ที่ 1 ตำบลบางม่วง อำเภอตะกั่วป่า จังหวัดพังงา ซึ่งเป็นสินค้าตราสัญลักษณ์สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) ของจังหวัดพังงา โดยเจ้าของสวนนายธนวัฒน์ มโนวชิรสรรค์ ได้ต่อยอดสวนมังคุด 20 ไร่ อายุต้น 50 ปี ของครอบครัว โดยนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมทางการเกษตรมาประยุกต์มาใช้ ไม่ว่าจะเป็นการจัดการศัตรูพืชแบบชีววิธี ติดตั้งระบบน้ำาอัจฉริยะที่สามารถวัดอุณหภูมิและความชื้นในดิน มีการให้น้ำผ่านมือถือ การนำรถตัดหญ้านั่งขับ เครื่องพ่นสาร มาใช้เพื่อลดการใช้แรงงาน นอกจากนี้ในส่วนของผลผลิตมีการแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ เช่น น้ำมังคุดสกัดเย็น สมูทตี้มังคุด มังคุดกวน แยมมังคุด เป็นต้น โดยร่วมกับหน่วยงานหน่วยงานภาครัฐเพื่อวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์นำไปสู่การยกระดับการแปรรูปผลผลิตมังคุดจนได้รับรองมาตรฐาน อย. สามารถเป็นต้นแบบให้คนในชุมชนนำไปปฏิบัติตามได้ “นอกเหนือจากการพัฒนาผลผลิตให้มีคุณภาพและแปรรูปผลิตภัณฑ์ให้ได้มาตรฐานแล้ว มังคุดท
บางท่าข้าม อำเภอพุนพิน จังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นที่ราบลุ่มที่แม่นํ้าตาปีและแม่นํ้าพุมดวงไหลมาบรรจบกันก่อนออกสู่ทะเล มีสภาพเป็นป่าชายเลน เป็นพื้นที่ราบลุ่มนํ้าท่วมขังเป็นเวลานาน ชาวบ้านในชุมชนแห่งนี้ ถูกเรียกว่า คนเมืองใน เพราะอพยพย้ายถิ่นฐานมาจากทางภาคกลางตอนใต้ ได้แก่ จังหวัดเพชรบุรี ราชบุรี และนครปฐม เข้ามาตั้งถิ่นฐานในบริเวณนี้เมื่อปี พ.ศ. 2505 เนื่องจากพื้นที่ที่จับจองอยู่ในทําเลที่ขาดความอุดมสมบูรณ์ มีศักยภาพในการทํามาหากินตํ่า ตลอดระยะเวลากว่า 60 ปีจึงประสบกับปัญหาในการประกอบอาชีพ จากภัยธรรมชาติ ต้นทุนการผลิตสูง ราคาผลผลิตตกตํ่า เจ้าหน้าที่ของสํานักงานเกษตรอําเภอพุนพิน และสำนักงานเกษตรจังหวัดสุราษฎร์ธานี จึงเข้ามาส่งเสริมให้ชาวบ้านผลิตพืชผักปลอดภัยเพื่อการบริโภคและจำหน่ายสร้างรายได้ ทำให้มีคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น เป็นต้นแบบชุมชนที่เข้มแข็งให้กับเกษตรกรในพื้นที่ใกล้เคียง รวมกลุ่ม วิสาหกิจชุมชนกลุ่มเกษตรกรทำสวนผสมผสานแบบยั่งยืนบางท่าข้าม ได้จดทะเบียนวิสาหกิจชุมชน ในปี 2558 โดยมี นายสิทธิพล โตประศรี เป็นประธานวิสาหกิจชุมชน ต่อจากนั้นในปี 2560 ได้จัดตั้งเป็นแปลงใหญ่ผักบา
เกษตรกรในพื้นที่บ้านห้วยตอง ตำบลแม่วิน อำเภอแม่วาง จังหวัดเชียงใหม่ ยึดอาชีพปลูกผักสลัดส่งขายโครงการหลวง ภายใต้ชื่อ “กลุ่มวิสาหกิจผักปลอดภัยบ้านห้วยตอง” มานานหลายปีแล้ว แต่การปลูกผักสลัดซ้ำๆ ในพื้นที่เดิมเสี่ยงปัญหาโรคแมลงรบกวน พวกเขาจึงตัดสินใจปลูกพริกเม็กซิกันเป็นพืชทางเลือกสลับกับการปลูกผักสลัดเพื่อลดปัญหาโรคและแมลงรบกวน รู้จัก “พริกเม็กซิกัน” พริกเม็กซิกัน หรือที่รู้จักในชื่อ ต้นพริกจาลาปิโน (Jalapeno Chili ) มีถิ่นกำเนิดในประเทศเม็กซิโก ลักษณะลำต้นเหมือนกับพริกโดยทั่วไป ลักษณะผล ผิวมีสีเขียวเข้มเป็นมันวาว เนื้อแน่นหนา มีความกรอบ เนื้อมีรสหวานปนเผ็ด ส่วนที่ติดเมล็ดมีรสเผ็ดมาก พริกชนิดนี้มีกลิ่นเฉพาะตัว เต็มเปี่ยมไปด้วยรสชาติ ความกรอบ และความเผ็ดร้อนระดับ 3,500-3,600 SHU เป็นวัตถุดิบหลักในการปรุงอาหาร สไตล์เม็กซิกัน นิยมนำไปแปรรูปเป็นพริกดอง ซอสพริกทาบาสโก ซอสซัลซ่า ทานสดคู่กับผักสลัดหรือ ทำเมนูยัดไส้ชีสทอด ฯลฯ “พริกเม็กซิกัน” พืชทำเงินตัวใหม่ ของเกษตรกรอำเภอแม่วาง คุณพิสมัย พฤกษาฉิมพลี สมาชิกกลุ่มวิสาหกิจผักปลอดภัยบ้านห้วยตอง ตำบลแม่วิน อำเภอแม่วาง จังหวัด
