พืชทำเงิน
ลมโชยยามเย็นในหน้าฝน หยาดเม็ดเพิ่งขาดหายจากปลายฟ้า ม่านละอองสีขุ่นจาง ชาวบ้านเริ่มกลับเรือน บ้างยังคงต้องสอดส่ายสายตาหาผักริมนา กลับไปเป็นอาหารเย็นนี้ บ้างได้แล้วก็กลับก่อน บางคนยังไม่ได้อะไรติดมือกลับบ้าน จะทำอะไรกินละ ไม่ใช่ว่าไม่มีอะไรจะกิน แต่เพราะไม่รู้จะกินอะไร ผ่านเห็นพี่คนรู้จักกัน กำลังแทงสุ่มงมจับปลาที่หนองน้ำใกล้ริมหนองมีผักน้ำกำลังงาม เป็นไม้ประดับหนองน้ำ และเนินดินริมนาได้อย่างสวยเด่น ชูก้านดอกใบสง่างาม และรู้ว่า อาหารเย็นนี้ของเรา คือเขานี่แหละนะ “ผักพาย” “ผักพาย” ผักน้ำชายทุ่งริมหนอง หลายคนรู้จัก เป็นผักที่มีก้านดอก และก้านใบอ่อนเป็นก้านสามเหลี่ยมมีครีบ ตั้งตรงยาวกว่า 30 เซนติเมตร ส่งพ้นน้ำขึ้นมาจากดินเลนที่มีเหง้า ใบเป็นใบเดี่ยวมีก้านใบเหลี่ยมยาว และแผ่ใบใหญ่กลมคล้าย “ตาลปัตร” ดอกออกเป็นช่อแบบร่ม ดอกมีกลีบดอกหุ้ม ออกดอกย่อยช่อละ 5-10 ดอก มองเห็นเป็นงานศิลป์ที่สวยงามมาก กลีบดอกสีเหลืองขาว มีกลิ่นหอมเฉพาะตัว ดอกบานแล้วร่วงง่าย ติดฝัก ติดเมล็ดสีน้ำตาลรูปเกือกม้า “ผักพาย” เป็นพืชผักชนิดหนึ่ง อยู่ในวงศ์ LIMNOCHARITACEAE ชื่อวิทยาศาสตร์ Limnocharis fla (L) Buchenau พืชตระกูลน
แต่ละท้องถิ่นของไทย มีพืชแปลกๆ ให้ได้พบเห็น เดิมทีอาจจะซ่อนลึกอยู่ในหลืบ เมื่อเวลาผ่านไป ผู้คนนำมาปัดฝุ่น ประกอบกับการสื่อสารทันสมัย คนจึงรู้จัก พร้อมทั้งพัฒนา จนมีค่า มีราคาดี มะไฟกา ของ คุณโอสถ นราพงค์ เป็นอีกตัวอย่างหนึ่ง ของการเก็บสิ่งที่มีอยู่มารักษาไว้ ต่อมากลายเป็นสิ่งมีคุณค่า ปัจจุบัน คุณโอสถ อยู่บ้านเลขที่ 385 หมู่ที่ 1 ตำบลช้างกลาง อำเภอช้างกลาง จังหวัดนครศรีธรรมราช มะไฟกา…คืออะไร มีญาติใกล้ชิดเป็นมะไฟ มะไฟกา มีชื่ออื่นๆ เช่น มะไฟแดง มะไฟแดงทับทิมสยาม ภาคใต้ แถบจังหวัดระนอง ชุมพร สุราษฎร์ธานี และนครศรีธรรมราช จะเรียกว่า มะไฟป่า ส้มไฟแดง ส้มไฟดิน เป็นไม้ผลพื้นเมืองของภาคใต้ รสชาติจะออกหวานอมเปรี้ยว ถือเป็นผลไม้มงคล ปลูกไว้สำหรับเพื่อกินผลสดและปลูกเป็นไม้ประดับสีสันสวยงาม สามารถนำไปปรุงเป็นซอสรสเปรี้ยว แทนส้มและมะนาว ทำส่วนผสมของไอศกรีมเชอร์เบท เนื่องจากมีผลสีแดง จึงเหมาะสำหรับใช้ไหว้เจ้าและเป็นของขวัญของกำนัล ด้วยเป็นผลไม้สีแดงทับทิม ตามคำภาษาชาวจีนเรียกว่า “อั่ง” เป็นสัญลักษณ์แห่งความโชคดี มีความสุขและความเจริญเติบโตรุ่งเรืองมั่นคง เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ตนเองและครอบคร
“สวนผักฮักร้องขุ้ม” ฟาร์มเกษตรอินทรีย์ ตำบลบ้านแม อำเภอสันป่าตอง จังหวัดเชียงใหม่ ถือเป็นจุดเริ่มต้นการสร้างเกษตรกรลำไยอินทรีย์ในพื้นที่ 5 อำเภอของจังหวัดเชียงใหม่และลำพูน อาจกล่าวได้ว่าเป็น “ลำไยอินทรีย์” แห่งแรกในประเทศไทย โดยมี ศ.ดร.พวงรัตน์ แก้วล้อม อาจารย์ประจำภาควิชาสิ่งแวดล้อม คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และผู้จัดการโครงการบูรณาการภูมิปัญญาท้องถิ่นและวิทยาศาสตร์ เพื่อสร้างต้นแบบนิเวศเกษตรและชุมชนแห่งการเรียนรู้ระบบอาหารที่ยั่งยืน เพื่อส่งเสริมการบริโภคอาหารเพื่อสุขภาพอย่างสมดุล ร่วมกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เป็นผู้เข้ามาปลุกปั้นเกษตรกรจากวิถีเคมีสู่วิถีอินทรีย์ เมื่อ 3 ปีที่แล้ว พลิก 5 อำเภอสู่ “ลำไยอินทรีย์” ศ.ดร.พวงรัตน์เล่าว่า ผู้บุกเบิกการทำเกษตรอินทรีย์ คือ คุณพ่อ ซึ่งเคยเป็น อบต.ในพื้นที่ เป็นผู้นำชุมชน ได้ร่วมทำฟาร์มเกษตรอินทรีย์ “สวนผักฮักร้องขุ้ม” บนพื้นที่ 11 ไร่กับเพื่อนที่เป็น อบต.ในพื้นที่เดียวกัน เพื่อทำให้พื้นที่แห่งนี้เป็นต้นแบบและส่งเสริมเกษตรกรให้ปรับเปลี่ยนมาทำอินทรีย์มากขึ้น สำหรับตัวเอง ซึ่งเรียนจบวิศวกรรมสิ่งแวดล้อม จึงส
ขนุนพันธุ์ “ขาวมุกสยาม” คือ ขนุนพันธุ์โบราณหายาก เนื้อสีขาวนวล มีรสชาติหวาน เนื้อกรอบ มีกลิ่นหอมเฉพาะตัว ค่อนข้างแตกต่างจากขนุนเหลือง มีเมล็ดที่เล็ก เนื้อด้านในไม่เละแม้จะสุกงอม ต้นขนุนขาวสายพันธุ์นี้มีต้นไม่สูงมาก ความสูงเต็มที่ประมาณ 7-8 เมตร มีลักษณะแตกกิ่งก้านสาขาเป็นพุ่มกว้าง ใบ จะเป็นใบเลี้ยงเดี่ยว มีลักษณะเป็นรูปวงรี มีใบที่เล็กกว่าใบขนุนทั่วไป สามารถแยกได้อย่างชัดเจน ใบมีสีเขียวสด ผิวเรียบและมัน ดอก ขนุนสายพันธุ์ “ขาวมุกสยาม” จะออกดอกเป็นกลุ่ม ช่อดอกตัวผู้และตัวเมียอยู่บนต้นเดียวกัน ช่อดอกตัวผู้จะออกที่บริเวณโคนกิ่ง ลำต้น และซอกใบ มีลักษณะเป็นแท่งยาว ประมาณ 2.5 เซนติเมตร ดอกตัวเมีย จะมีขนาดใหญ่กว่าก้านช่อดอกตัวผู้อย่างชัดเจน ดอกตัวผู้จะมีกลิ่นหอมเฉพาะตัว คล้ายกลิ่นส่าหล้า ส่วนดอกตัวเมียนั้นจะไม่มีกลิ่น ผล ขนุนสายพันธุ์ “ขาวมุกสยาม” ผลโตเต็มที่จะมีน้ำหนักเฉลี่ย ประมาณ 12-16 กิโลกรัม ต่อ 1 ผล และจะมีผลย่อยจำนวนมาก เรียกว่า ยวง มีซังน้อย และที่แปลกคือ เนื้อด้านในหรือยวงเป็นสีขาวนวล มีเมล็ดที่เล็กกว่าขนุนทั่วไป และมีเนื้อที่กรอบไม่เละ แม้จะสุกงอม รสชาติของขนุนสายพันธุ์ขาวมุกสยาม มี
“แรกๆ ใครก็หาว่าบ้า มีที่ดินดีๆ เอามาปลูกสวนป่า ปลูกไปเมื่อไรจะโต เชื่อสิยังไงก็ไปไม่รอด” คำพูดเหล่านี้ “คุณธวัลรัตน์ คำกลาง” หญิงแกร่งคนนี้ ไม่เคยลืม แต่ ณ ปัจจุบัน คำพูดสบประมาทเหล่านี้ ได้ถูกพิสูจน์แล้วว่าไม่เป็นความจริง หากคนเรามุ่งมั่นและมีแบบแผน อย่างไรแล้วความสำเร็จก็อยู่ไม่ไกล คุณธวัลรัตน์ คำกลาง เกษตรกรดีเด่น ปี 2561 อาศัยอยู่บ้านเลขที่ 91/1 หมู่ที่ 6 ตำบลวังกะทะ อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา เล่าถึงจุดเริ่มต้นของกิจการสวนป่าแห่งนี้ว่า เดิมที พ่อกับแม่ของเธออพยพมาจากอำเภอสูงเนิน แล้วมาได้งานเฝ้าสวนที่ตำบลวังกะทะ ต่อมาเจ้าของที่ต้องการย้ายบ้านไปอยู่ที่อื่นจึงเอ่ยปากขายที่ให้กับพ่อแม่ของเธอ พ่อแม่ของคุณธวัลรัตน์ตัดสินใจซื้อที่ดินเนื้อที่ 100 ไร่แบบผ่อน โดยนำมาแบ่งสันปันส่วนที่ดินให้คุณธวัลรัตน์และพี่น้องอีก 6 คน ทุกคนช่วยกันผ่อน คุณธวัลรัตน์ได้รับส่วนแบ่งที่ดินมา 24 ไร่ เพื่อนำมาปลูกป่าที่ตนเองรัก คุณธวัลรัตน์เริ่มปลูกสวนป่าเพราะความชอบ ไม่ได้คิดอะไร เพราะเธอเป็นคนชอบป่า ชอบสีเขียว ชอบความสงบของป่าตั้งแต่แรกแล้ว เมื่อมีพื้นที่เป็นของตัวเองจึงไม่ลังเลที่จะปลูกพืชอะไรก็ได้ที่เป็น
นายรพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร เปิดเผยว่า ถั่วฝักยาวเป็นพืชที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจ สามารถปลูกได้ในพื้นที่ทุกภาคของประเทศไทย ราคาเฉลี่ยกิโลกรัมละ 20 บาท และราคาอาจสูงถึง กิโลกรัมละ 70-90 บาทในช่วงฤดูร้อนเนื่องจากสภาพอากาศที่ร้อนและแห้งแล้ง ทำให้ผลผลิตถั่วฝักยาวลดลงอย่างมาก นอกจากนี้ยังมีการผลิตฝักสดเพื่อส่งออกด้วย ซึ่งหน่วยงานภาครัฐและเอกชนได้มีการพัฒนาพันธุ์ถั่วฝักยาวหลากหลายพันธุ์มีทั้งถั่วฝักยาวสีเขียว สีเขียวปนม่วง และถั่วฝักยาวสีม่วง โดยเฉพาะถั่วฝักยาวสีม่วงมีจุดเด่นมีสารแอนโทไซยานินที่ช่วยต้านอนุมูลอิสระ ลดการเสื่อมโทรมของเซลล์ร่างกาย เหมาะสำหรับผู้ที่รักและใส่ใจในสุขภาพ แต่ปัจจุบันกลับพบว่าพันธุ์ถั่วฝักยาวสีม่วงยังไม่เป็นที่นิยมของตลาดและผู้บริโภคเท่าที่ควร เนื่องจากพันธุ์ที่มีส่วนใหญ่ความหนาเนื้อน้อย ออกดอกช้า อายุการเก็บเกี่ยวฝักแรกค่อนข้างใช้ระยะเวลานาน ดังนั้นจึงต้องมีการปรับปรุงพันธุ์ถั่วฝักยาวสีม่วงให้มีคุณภาพดี ผลผลิตสูง มีความหนาเนื้อมากขึ้น อายุเก็บเกี่ยวเร็วขึ้น และช่วยลดต้นทุนการผลิต เพื่อเพิ่มทางเลือกให้กับผู้บริโภคและเกษตรกร และยังเป็นการช่วยเพ
สำหรับเทคนิคของการปลูกผักไว้กินเองหรือขายนั้นมีมากมายหลายวิธี ไม่ว่าจะเป็นการปลูกผักลงดิน ปลูกผักในกระบะสำเร็จรูป หรือปลูกผักไฮโดรโปนิกส์ในระบบน้ำนิ่ง หรือน้ำวน ก็แล้วแต่ความสะดวกของแต่ละบุคคล แต่ในฉบับนี้จะขอยกตัวอย่างการปลูกพืชผักสวนครัว และผักสลัดใน “กะละมัง” ซึ่งการปลูกผักในกะละมังถือเป็นวิธีที่ทำได้ง่าย ต้นทุนต่ำ เหมาะทั้งในรูปแบบของการปลูกไว้กินเองใช้พื้นที่ไม่มาก และในรูปแบบของการปลูกเพื่อสร้างรายได้ก็ดีไม่น้อย คุณจารินี ป้อมน้อย หรือ คุณบู อยู่บ้านเลขที่ 119/4 หมู่ที่ 1 ตำบลวัดประดู่ อำเภอเมืองสุราษฎร์ธานี จังหวัดสุราษฎร์ธานี สาวใต้ใจรักในงานเกษตร ที่ยึดอาชีพการปลูกพืชผักสวนครัว และผักสลัดในกะละมังสร้างรายได้เลี้ยงครอบครัวมานานกว่า 3 ปี โดยมีเคล็ดลับการปลูกผักให้รสชาติหวาน กรอบ ด้วยปุ๋ยหมักสูตรทำเอง และการดูแลรดน้ำอย่างสม่ำเสมอ สร้างรายได้ต่อสัปดาห์ไม่น้อย คุณบู เล่าถึงจุดเริ่มต้นการเป็นเกษตรกรให้ฟังว่า ก่อนหน้านี้ตนเองประกอบอาชีพเป็นแม่ค้าขายขนมหวานตามตลาดนัดมาก่อน แต่เมื่อเกิดสถานการณ์โควิด-19 ทำให้รายได้จากการขายขนมหวานหดหายไป ตนเองจึงหันมาทดลองปลูกพืชผักสวนครัวขายเล็กน้อยเพ
“มะเขือยาว” ถือเป็นพืชผักทำเงินอีกหนึ่งชนิดที่ไม่ควรมองข้าม ด้วยมีวิธีการปลูกและการจัดการดูแลไม่ยุ่งยาก สามารถเจริญเติบโตในดินทุกสภาพ ปลูกได้ตลอดทั้งปี และปลูกได้ทั่วทุกภาค ให้ผลผลิตเร็ว ใช้ระยะเวลาในการปลูกสั้นประมาณ 2-2 เดือนครึ่ง เก็บผลผลิตขายได้ หลังจากนั้นสามารถเก็บผลผลิตขายได้ทุก 3-5 วัน และหากมีการดูแลบำรุงอย่างถูกหลักสามารถเก็บผลผลิตได้นานถึง 1 ปี ถือเป็นอีกหนึ่งพืชทางเลือกสำหรับชาวสวนที่กำลังมองหาพืชแซมในสวนไม้ผล เพื่อสร้างรายได้ประจำวันมาใช้จ่ายในครอบครัวระหว่างที่รอพืชหลักผลิดอกออกผล คุณวรัชญา ทองดอนใหม่ หรือ คุณแหม่ม เกษตรกรเจ้าของสวนชัย กระโจมทอง ตั้งอยู่ที่ 69/4 หมู่ที่ 5 ตำบลหลักสอง อำเภอบ้านแพ้ว จังหวัดสมุทรสาคร เกษตรกรรุ่นใหม่ทำสวนผสมสร้างรายได้ 2 ต่อ ด้วยการปลูกมะเขือยาวแซมในสวนฝรั่งกิมจูที่เป็นพืชสร้างรายได้หลัก ช่วยประหยัดต้นทุนในการดูแล ทั้งต้นทุนน้ำและปุ๋ย สามารถเอื้อประโยชน์ต่อกันได้ดี คุณแหม่ม เล่าให้ฟังว่า ก่อนหน้าที่จะมาทำสวน ตนเองทำงานเป็นพนักงานราชการปศุสัตว์จังหวัดมาก่อน พอหลังจากได้แต่งงานมีครอบครัวจึงได้ลาออกจากงานประจำมาทำสวน เพราะด้วยพื้นฐานที่บ้านของสา
“เมล่อน” พันธุ์ญี่ปุ่น หาชิมได้ที่สวนเมล่อน-บางหว้า ของ คุณศราวุธ จันทะพรหม หรือ คุณโหน่ง เจ้าของ “บางหว้า เมล่อน ฟาร์ม” ซึ่งทำฟาร์มเมล่อนมาตั้งแต่ พ.ศ. 2557 เรียกว่า ใครก็ตามที่เข้าไปที่บางหว้า เมล่อน ฟาร์ม คุณโหน่งพร้อมถ่ายทอดความรู้การปลูกเมล่อนให้กับผู้ที่สนใจ โดยเฉพาะคนเมืองที่สนใจทำ “เกษตรในเมือง” ซึ่งใช้พื้นที่ไม่มาก แต่ต้องอาศัยความชอบและใจรักในการปลูกเมล่อนจริงๆ คุณโหน่งเป็นอดีตวิศวกรโยธา วัย 56 ปี มีดีกรีจบมาจากมหาวิทยาเทคโนโลยีราชมงคลวิทยาเขตอีสาน จังหวัดนครราชสีมา เมื่อจบการศึกษาระดับปริญญาตรีมาใหม่ๆ คุณโหน่งเริ่มงานเป็นพนักงานรับเหมาก่อสร้าง ทำฟาร์มกุ้ง ทำร้านอาหาร และทำสวนเมล่อน จนเป็นกระแสเกษตรคนเมืองจนได้รับการยอมรับจากแวดวงเกษตรกรรม แต่ในช่วงวิกฤตโควิด-19 ราว 2-3 ปีที่ผ่านมา ต้องยอมรับว่า ทุกพื้นที่ทั่วโลกได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ซึ่งในส่วนของสวน “บางหว้า เมล่อน ฟาร์ม” ก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน เพราะรูปแบบของสวน “เมล่อน-บางหว้า” เป็นลักษณะให้ลูกค้ามาชิมและซื้อถึงสวน รวมทั้งยังเป็นเชิงท่องเที่ยวเกษตรกรรม ทำให้ผู้เข้าชมชิมและเรียนรู้การทำเมล่อนลดลงไปด้วย คุณ
เกษตรปลอดสาร เกษตรอินทรีย์ หรือออร์แกนิก ชื่อเรียกเหล่านี้อาจแตกต่างแต่มีความหมายเช่นเดียวกัน ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า ผู้คนในปัจจุบันหันมาให้ความสนใจกับการบริโภคอาหารที่ไม่มีสารเคมีตกค้าง เพราะอาหารถือเป็นปัจจัย 4 ที่มนุษย์ขาดไม่ได้ หากทานอาหารที่ดีมีประโยชน์ ก็สามารถเสริมสร้างร่างกายให้แข็งแรงขึ้น แต่หากเราทานอาหารที่มีประโยชน์และไร้สารเคมีตกค้างย่อมส่งผลดีต่อสุขภาพอย่างมาก กระแสรักสุขภาพในปัจจุบัน ทำให้ผู้คนหันมาให้ความสนใจในเรื่องของการทานอาหารจากธรรมชาติมากขึ้น พืชผักผลไม้ปลอดสารจึงได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง มีผู้คนไม่น้อยที่หันมาปลูกพืชผักสวนครัวทานเอง โดยใช้พื้นที่ว่างข้างบ้าน หรือนอกระเบียง ในพื้นที่ของที่อยู่อาศัยแบบตึก ใช้พื้นที่ว่างเปล่าจำนวนจำกัดตรงนี้ ปลูกพืชผักอินทรีย์ในกระถางไว้บริโภคเองในครัวเรือน เนื่องจากคำนึงถึงความปลอดภัยของอาหาร คุณศราวุฒิ รัตนพันธ์ อายุ 44 ปี (สามี) คุณเนตรอนงค์ รัตนพันธ์ อายุ 45 ปี (ภรรยา) อาศัยอยู่บ้านเลขที่ 118 หมู่ที่ 2 ตำบลบึงนาราง อำเภอบึงนาราง จังหวัดพิจิตร 66130 เจ้าของ N&N Farm คุณเนตรอนงค์ กล่าวว่า ตนเองประกอบอาชีพหลักเป็นพนักงานบ
