แปรรูปสินค้าเกษตร
ประเทศไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่มี ความหลากหลายทางภูมิประเทศและภูมิอากาศ จึงเอื้อต่อการปลูกกาแฟหลากหลายสายพันธุ์ ตั้งแต่ภาคเหนือที่เย็นสบาย เหมาะกับกาแฟอาราบิก้า ไปจนถึงภาคใต้ที่ชื้นร้อน เหมาะกับโรบัสต้าและลิเบอริก้า กาแฟแต่ละสายพันธุ์ไม่เพียงแค่ต่างกันที่รสชาติและกลิ่น แต่ยังสะท้อนวิถีชีวิต วัฒนธรรม และภูมิปัญญาการเกษตรในแต่ละถิ่นอย่างลึกซึ้ง ตลอดหลายปีที่ผ่านมา กาแฟไทย ก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในพืชเศรษฐกิจที่เติบโตอย่างรวดเร็ว โดยมีสายพันธุ์หลักที่นิยมปลูกคือ อาราบีก้า และ โรบัสต้า จุดเด่นของต้นกาแฟคือสามารถทนแล้ง ทนฝน ดูแลง่าย และไม่ต้องรดน้ำบ่อย จึงเข้ากับภูมิประเทศและภูมิอากาศของไทยเป็นอย่างดี พื้นที่เพาะปลูกกาแฟสำคัญอยู่ใน ภาคเหนือและภาคใต้ ซึ่งต่างมีเงื่อนไขทางธรรมชาติที่เหมาะกับสายพันธุ์ต่างกัน ทำให้กาแฟที่ได้มีรสชาติและเอกลักษณ์เฉพาะถิ่นที่โดดเด่นไม่แพ้ประเทศใดในโลก สำหรับ ภาคเหนือ โดยเฉพาะจังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย และน่าน ถือเป็นแหล่งปลูก กาแฟอาราบีก้า ชั้นดี ด้วยอากาศเย็นตลอดปีและพื้นที่สูงจากระดับน้ำทะเล ต้นกาแฟจึงเจริญเติบโตได้อย่างสมบูรณ์ ให้เมล็ดคุณภาพสูง เป็นที่ต้องการทั้งในและ
ในวันที่เส้นทางชีวิตหลังเรียนจบไม่ได้เป็นอย่างที่หวัง หลายคนอาจเลือกเดินต่อไปข้างหน้าเพื่อหาคำตอบใหม่ แต่สำหรับ คุณแม็ก-กิตติวัฒก์ วัฒกกิตติวงศ์ การหยุดทบทวนและกลับบ้านคือคำตอบที่ใช่ที่สุด เพราะการทำงานในหลายบริษัทไม่อาจเติมเต็มความรู้สึกภายในได้ จึงเลือกกลับมายังบ้านเกิดและเริ่มต้นชีวิตอีกครั้งกับ “งานเกษตร” ที่คุ้นเคยมาตั้งแต่วัยเด็ก เส้นทางที่ไม่เคยอยู่ในแผน แต่กลับเป็นหนทางที่พาไปพบความหมายของงานที่รักอย่างแท้จริง เมื่อชีวิตไม่ใช่อย่างที่คิด กลับบ้านสร้างคุณค่ากาแฟ หลังจากเรียนจบจากมหาวิทยาลัยแม่โจ้ คุณแม็ก เล่าให้ฟัง เคยออกไปลองสมัครงานและทำงานกับหลายบริษัท ด้วยความหวังว่าจะเจอเส้นทางที่ใช่ แต่เมื่อได้ลองทำกลับรู้สึกว่ายังไม่ตอบโจทย์ชีวิต จึงตัดสินใจกลับบ้านและตั้งใจเริ่มต้นชีวิตใหม่ด้วยการทำเกษตร ครอบครัวของคุณแม็กปลูกกาแฟไว้บริเวณพื้นที่ว่างใกล้บ้าน ซึ่งเดิมทีปลูกเพื่อขายส่งให้พ่อค้าเท่านั้น แต่นั่นกลับกลายเป็นจุดเริ่มต้นของความคิดสำคัญที่ทำให้เส้นทางชีวิตเปลี่ยนไปความคิดที่ว่าถ้านำกาแฟมาคั่วเอง จะเพิ่มมูลค่าได้หรือไม่ “จากความสงสัยเล็กๆ ผมขอเมล็ดกาแฟจากตาเพื่อนำมาลอ
“ หอมแดง ” เป็นพืชเศรษฐกิจของจังหวัดศรีสะเกษ สร้างรายได้ไม่ต่ำกว่าปีละ 200-300 ล้านบาท ซึ่งอำเภอยางชุมน้อย มีพื้นที่ปลูกหอมแดงมากที่สุดในประเทศไทย เกษตรกรนิยมปลูกหอมแดงหลังฤดูทำนา ประมาณช่วงเดือนกันยายน และเก็บเกี่ยวผลผลิตช่วงเดือนมกราคม-มีนาคม ของทุกปี หอมแดงยางชุมน้อย มีจุดเด่นสำคัญคือ ผิวมัน หัวแห้ง สีแดงสด คอเล็กเรียว กลิ่นฉุนแรง จังหวัดศรีสะเกษจัดเทศกาล “หอมแดง กระเทียมดีที่ยางชุมน้อย” ระหว่างเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์เป็นประจำทุกปีเพื่อประชาสัมพันธ์ส่งเสริมการตลาดหอมแดง ให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายมากยิ่งขึ้น เกษตรกรในพื้นที่อำเภอยางชุมน้อยนับเป็นเกษตรกรหัวก้าวหน้า พยายามยกระดับคุณภาพสินค้าอย่างต่อเนื่องภายใต้ “หอมแดงโมเดล” มีการตั้ง “โรงเรียนหอมแดง” ประจำหมู่บ้าน เพื่อให้เกษตรกรดูแล ตรวจสอบคุณภาพซึ่งกันและกัน มีการขึ้นทะเบียนผู้ปลูกหอมแดง กับสำนักงานเกษตรอำเภอ เพื่อควบคุมพื้นที่ปลูกหอมแดงคุณภาพ GAP และลดการใช้สารเคมี ที่มีอายุการปลูกจนเก็บเกี่ยว 70-75 วัน ตากแขวนหอมแดงผึ่งลม 14 วัน เพื่อให้หอมแดงคุณภาพดี หัวใหญ่ แห้งแดง คอเล็ก สามารถขายผลผลิตได้ราคาดี เพราะเป็นสินค้าเก
ท่ามกลางกระแสการใช้พืชสมุนไพรทางการแพทย์ที่เติบโตอย่างรวดเร็ว หนึ่งในสารสำคัญที่ได้รับความสนใจในระดับสากล คือ “แคนนาบิไดออล” หรือ CBD สารสกัดจากช่อดอกของกัญชง ซึ่งไม่มีฤทธิ์เสพติดและไม่ออกฤทธิ์ต่อจิตประสาท แตกต่างจากสาร THC ในกัญชาอย่างชัดเจน ล่าสุด CBD กำลังก้าวเข้าสู่บทบาทใหม่ในแวดวงทันตกรรมไทย ผ่านงานวิจัยของคณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดลที่มุ่งพัฒนายาทาเฉพาะที่ เพื่อบรรเทาอาการปวดในช่องปากและข้อต่อขากรรไกรอย่างเป็นระบบ ศาสตราจารย์ ดร.ทันตแพทย์หญิงวรานันท์ บัวจีบ อาจารย์ประจำสาขาเวชศาสตร์ช่องปาก คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล เผยว่า CBD เป็นสารที่มีคุณสมบัติเด่นด้านการลดการอักเสบและบรรเทาอาการปวด โดยสามารถยับยั้งสารตั้งต้นของการอักเสบ และขัดขวางการส่งสัญญาณความเจ็บปวดของระบบประสาท แม้ปัจจุบัน CBD จะถูกนำมาใช้ในทางการแพทย์อย่างแพร่หลาย แต่ในมิติของทันตกรรม งานวิจัยเชิงคลินิกยังมีค่อนข้างจำกัด และผลลัพธ์ยังไม่ชัดเจนมากนัก นั่นจึงเป็นจุดเริ่มต้นของแนวคิดในการนำ CBD มาพัฒนาเป็นนวัตกรรมสำหรับการรักษาทางทันตกรรมโดยเฉพาะ “โครงการวิจัยดังกล่าวได้รับทุนสนับสนุนจากสำนักงานพัฒนาการวิจั
กระเจี๊ยบแดง จากสิ่งที่เคยถูกจำกัดความว่าเป็น “วัชพืช” วันนี้ได้พิสูจน์ตัวเองในฐานะพืชเปี่ยมไปด้วยคุณประโยชน์มากมาย จากการลงมือลงแรงร่วมกันระหว่างเกษตรกรรุ่นใหม่และพี่ป้าน้าอาในชุมชน ที่ได้เปลี่ยนมุมมองต่อกระเจี๊ยบแดงจากวัชพืชไร้ราคา ให้กลายเป็นอีกหนึ่งพืชมูลค่าสูงที่มีอนาคตสดใส กลุ่มเกษตรกรในอำเภอจอมบึง จังหวัดราชบุรี ได้ยกระดับ “กระเจี๊ยบแดงพันธุ์พื้นเมือง” พืชพื้นถิ่นที่เคยถูกมองข้ามให้กลายเป็นพืชมูลค่าสูงและวัตถุดิบหลักในการรังสรรค์เมนูอาหารคาว-หวานสุดสร้างสรรค์ ภายใต้การนำของชุมชนไร่สุขพ่วง พอต-อภิวรรษ สุขพ่วง ผู้ขับเคลื่อนชุมชนไร่สุขพ่วง เล่าถึงที่มาของการปลูกและแปรรูปกระเจี๊ยบแดงว่า กระเจี๊ยบแดงที่ชุมชนปลูกเป็นกระเจี๊ยบแดงพันธุ์พื้นเมืองที่ชาวจอมบึงปลูกและสืบทอดกันมา มีจุดเด่นที่รสชาติเปรี้ยวเป็นเอกลักษณ์ เหมาะสำหรับใช้ทดแทนมะนาวในการปรุงอาหารและทำเครื่องดื่ม นอกจากรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์แล้วในแง่ของการเพาะปลูก กระเจี๊ยบแดงเป็นพืชที่ปลูกง่าย สามารถปลูกแซมพืชอื่นได้เป็นอย่างดี ทนทานต่อสภาวะแห้งแล้ง ออกดอกปีละครั้งในช่วงปลายฝนต้นหนาว มีอายุสั้น สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้เร็วใช้เวลา
“ดอกโสน เป็นพืชผักในกลุ่มผักท้องถิ่น มีดอกสีเหลืองทอง มักขึ้นบริเวณริมคลอง คนส่วนใหญ่นิยมรับประทานในส่วนของดอกและยอดอ่อน ตัวอย่างเมนูที่ขึ้นชื่อ ได้แก่ ขนมดอกโสน แกงส้มดอกโสน ไข่เจียวดอกโสน หรืออาจนำมาผัดน้ำมันหรือลวกสำหรับรับประทานคู่กับน้ำพริกนานาชนิด ซึ่งรสชาติของดอกโสนจะให้รสหวานมันและมีกลิ่นหอมเฉพาะตัว โสนเป็นพืชทางเลือกที่น่าสนใจลงทุน เพราะปลูกดูแลง่าย เก็บดอกขายได้ทั้งปี เมื่อต้นโสนเริ่มแก่ก็สามารถตัดต้นออกเพียงครึ่งต้นเพื่อปล่อยให้แตกยอดใหม่และสามารถเก็บดอกขายได้ทั้งปีเช่นเดิม ดอกโสนนอกจากนำมาทำอาหารคาวหวานได้หลากหลายเมนูแล้ว ยังมีคุณค่าทางโภชนาการสูง อุดมไปด้วยแคลเซียมและฟอสฟอรัสมีสรรพคุณบำรุงกระดูกและสมอง มีธาตุเหล็กบำรุงโลหิต มีวิตามินที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ดอกโสนยังมีสารฟลาโวนอยด์ และสารเควอเซทินมีฤทธิ์ช่วยหยุดยั้งการแบ่งตัวของเซลล์มะเร็ง ช่วยระงับการอักเสบ และช่วยป้องกันอันตรายของเซลล์ปกติต่อความเครียดจากกระบวนการต้านอนุมูลอิสระ “คุกกี้เนยสดดอกโสน” เป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการสร้างมูลค่าเพิ่มดอกโสน เกิดจากแนวคิดของ นายวัชรศักดิ์ จักกิจ ระหว่างที่กำลังศึกษาในสาขาอาหารและโภชนา
ทุกวันนี้ จากสถานการณ์เศรษฐกิจตกต่ำ การลงทุนน้อยลง การผลิตลดลง และที่สำคัญคือ อัตราการว่างงานสูงขึ้นส่งผลกระทบด้านลบต่อจิตใจค่อนข้างมาก หลายคนสุขภาพจิตแย่ เกิดความเครียด วิตกกังวลและอาการซึมเศร้าอยู่มากมาย ถ้าไม่รีบแก้ไข อาจเป็นบาดแผลในระยะยาวและนำไปสู่ความรุนแรงได้ ปัจจุบันการใช้ “ศิลปะ” ถูกนำเข้ามาใช้บำบัดจิตใจ เรียกว่า “ศิลปะบำบัด” ได้แก่ การวาด การระบายสี การปั้น การแกะสลัก การถักทอ การประดิษฐ์ โดยที่การฝึกฝนและผ่อนคลายด้วยการสร้างผลงานศิลปะ สามารถช่วยคลายความเครียดและเยียวยาสุขภาพจิตใจได้จริง การทำ “เรซิ่นดอกไม้” เป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการทำงานศิลปะ ที่ต้องใช้สมาธิในระหว่างการทำ ซึ่งเป็นอีกกิจกรรมหนึ่งที่ช่วยบรรเทาอาการซึมเศร้าลงได้ เนื่องจากการจดจ่ออยู่กับงานจะทำให้เรารู้สึกสงบ และค่อยๆ ปรับแนวคิดของเราเมื่อทำชิ้นงานออกมาเสร็จเรียบร้อย เหมือนการสะท้อนให้เราเห็นว่า “ถ้าเราทำชิ้นงานนี้ออกมาได้ ไม่ว่าอะไรเราก็จะทำได้เสมอ” เพราะทุกๆ ชิ้นงานที่เราผลิต เราจะภาคภูมิใจกับมันเมื่อมันสำเร็จลุล่วง และที่สำคัญ การที่เราได้อยู่กับดอกไม้ก็ถือเป็นการรักษาจิตใจอย่างห
ผักตบชวา วัชพืชลอยน้ำที่คนไทยคุ้นเคย หลายคนโตมากับอาชีพแม่ค้าจำลองที่เคยใช้ผักตบชวาเป็นก๋วยเตี๋ยวปลอมๆ บางคนอาจเคยนำผักตบชวามาหั่นมาสับเป็นอาหารหมู บางคนอาจเคยสัมผัสผักตบชวาผ่านสายตาที่มองไปที่แม่น้ำลำคลอง เรียกได้ว่าผักตบชวาอยู่รอบตัวเรา แต่ทุกคนรู้จักผักตบชวาในฐานะวัชพืช ในแต่ละปีประเทศไทยใช้งบประมาณมหาศาลในการกำจัดผักตบชวา เพราะผักตบชวาเป็นวัชพืชที่เจริญเติบโตอย่างรวดเร็วและมีความทนทานต่อสภาพแวดล้อมที่แปรปรวน ทำให้ควบคุมและกำจัดยาก หากผักตบชวาเจริญเติบโตมากเกินไปจะไปแย่งทรัพยากรจากพืชอื่นๆ ให้ไม่ได้รับน้ำ แสง หรือสารอาหารเพียงพอ นอกจากนี้ ผักตบชวาที่ถูกทิ้งไว้โดยไม่ควบคุมอาจทำให้เกิดการแพร่ระบาดของโรคหรือโรคจากสัตว์ การควบคุมและกำจัดผักตบชวาจึงเป็นสิ่งสำคัญเพื่อรักษาความสมดุลในสิ่งแวดล้อม ครูเต้ย ดาธิณี “ที่คลองระพีพัฒน์ก็เคยมีปัญหาจากผักตบชวาเหมือนกันค่ะ” ครูเต้ย ดาธิณี ตามเพิ่ม ครู ศกร.ตำบลหนองน้ำใส อำเภอภาชี จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เห็นปัญหาของผักตบชวาในท้องถิ่น จึงพลิกเกมให้วัชพืชที่เป็นปัญหากลายเป็นประโยชน์ให้คนในชุมชน “เดิมทีชาวบ้านบ้านหนองเครือบุญที่นี่มีอาชีพทอผ้าค่
ผลกระทบจากภาวะโลกรวน ทำให้อุณหภูมิโลกสูงขึ้น ลมฟ้าอากาศและฤดูกาลเปลี่ยนแปลงไป ทำให้ปีนี้ผลไม้หลายชนิด เช่น ลิ้นจี่ มะม่วง ลำไย มะละกอ เงาะ มังคุดฯลฯ ออกมาพร้อมกันทำให้ผู้บริโภคมีทางเลือกในการรับประทานผลไม้อื่นๆ ประกอบกับปีนี้ มะม่วงออกลูกดกมากจนล้นตลาด ส่งผลให้ มะม่วงน้ำดอกไม้ ที่เคยขายได้ในราคาสูง ก็ปรับราคาลดลง บางแผงในตลาดไท ตั้งราคาขายถูกมาก เฉลี่ย กก.ละ 1-2 บาทเท่านั้น ทำให้เกษตรกรต่างขาดทุนกันทั่วหน้า เพิ่มมูลค่าด้วยนวัตกรรม “ เจลลี่มะม่วงมหาชนก ” ท่ามกลางวิกฤตผลไม้ล้นตลาด ราคาตกต่ำ มะม่วงส่วนใหญ่แทบขายไม่ได้ราคา แต่ มะม่วงมหาชนกกลับรอดได้เพราะมีนวัตกรรม“ เจลลี่มะม่วงมหาชนก ” หรือกัมมี่มะม่วง เป็นตัวช่วยยกระดับราคา “ ย้อนกลับไปเมื่อ 4-5ปีก่อน มะม่วงมหาชนกเป็นมะม่วงที่ไม่มีใครสนใจเลย ราคาต่ำมากแค่กก.ละ5-10 บาท แต่ราคาหน้าโรงงานในปีนี้ อยู่ที่ กก ละ 50 บาท เพราะมีนวัตกรรมสร้างมูลค่าเพิ่มมะม่วงในรูปแบบ “ เจลลี่มะม่วงมหาชนก ” เราถ่ายทอดนวัตกรรมให้บริษัทคันนา จำกัด นำไปผลิตและจำหน่าย ปรากฎว่า สินค้าขายดีทั้งในไทยและต่างประเทศ จนต้องเพิ่มกำลังการผลิตอย่างต
ดอกไม้ที่มีสีสันสวยงาม ไม่ได้มีไว้แค่ชื่นชมเท่านั้น แต่ยังกินได้อีก ทุกวันนี้ มีดอกไม้หลากหลายชนิดที่ปลอดภัยต่อการบริโภค สามารถเพิ่มรสชาติและประดับตกแต่งจานอาหารของคุณได้อีก ในที่นี้ ขอแบ่งประเภทดอกไม้ที่เราสามารถกินได้ ออกเป็น 5 ประเภท ดังนี้ 1.ดอกของพืชผัก เช่น กะหล่ำดอก บร็อคโคลี่ ดอกกุยช่าย ดอกเก๊กฮวย ดอกผักกวางตุ้ง ดอกต้นหอม ดอกข่า ดอกกระเทียม ดอกฟักทอง ดอกกระถิน ฯลฯ 2.ดอกของไม้ดอกไม้ประดับ เช่น ดอกกุกลาบ ดอกเข็ม พวงชมพู ลั่นทม ดาวเรือง ดาวกระจาย ชบา เฟื่องฟ้า ซ่อนกลิ่น ฯลฯ 3.ดอกของไม้ผล เช่น ดอกทุเรียน ดอกชมพู่ หัวปลี (ดอกกล้วย) ดอกมะละกอ ฯลฯ 4.ดอกของต้นไม้ป่าและไม้ยืนต้นบางชนิด เช่น ดอกพะยอม ดอกงิ้ว ดอกแคบ้าน ดอกแคป่า ดอกแคฝรั่ง ช่อสะเดา ช่อมะกอก ดอกขี้เหล็ก ดอกกระโดน ดอกลำพู ดอกนุ่น ดอกมะรุม ฯลฯ 5.ดอกของวัชพืช เช่น ดอกกะลา ดอกดาหลา ดอกบัวสาย ดอกสลิดหรือดอกขจร ดอกผักปลัง ดอกผักตบชวา ดอกกระเจียว ดอกโสน ฯลฯ ดอกไม้สวย รสชาติเป็นฉันใด ส่วนใครที่สงสัยว่า ดอกไม้หลายชนิดที่เอ่ยชื่อมานั้น ฟังดูคุ้นหูอยู่ก็จริง แต่รสชาติเป็นฉันใดกันแน่ “ คุณยุคคล จิตสำรวย” นักจัดสวนมือทองได้ส
