แปรรูปสินค้าเกษตร
มะพร้าวน้ำหอมของไทย มีคุณภาพดีระดับโลก เพราะมีรสชาติหวานหอมเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวตามพื้นที่ปลูก จนได้ขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) ถึง 4 แหล่งผลิต ไม่ว่าจะเป็น มะพร้าวน้ำหอมบ้านแพ้ว บางคล้า สามพราน และมะพร้าวน้ำหอมราชบุรี ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เกษตรกรผู้ปลูกมะพร้าวน้ำหอมประสบปัญหาราคาผลผลิตตกต่ำ ปัญหาไม่ได้อยู่ที่คุณภาพ แต่เกิดจากกลุ่มทุนต่างชาติที่เข้ามาสวมสิทธิ์ทำธุรกิจล้งมะพร้าว ส่งผลให้กลไกราคาถูกแทรกแซง ทำให้เกษตรกรรายย่อยเสียเปรียบ หลายรายขาดทุนหนัก จนตัดสินใจโค่นต้นมะพร้าวทิ้งและหันไปปลูกพืชชนิดอื่นแทน “กลุ่มนักลงทุนต่างชาติรุกคืบเข้ามากินของเราทั้งระบบ ต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ จากเดิมที่เคยเปิดล้งรับซื้อมะพร้าวผลสดจากชาวสวน ก็หันมาลงทุนตั้งโรงงานเองและเช่าซื้อสวนมะพร้าวเอง เปลี่ยนจากการซื้อผลผลิตมะพร้าวเป็นลูกมาค่าจ่ายเช่าสวนรอบเดียว 10-15 ปีรวด นี่แหละ คือสาเหตุสำคัญที่ทำให้กลไกราคามะพร้าวผันผวน เพราะชาวสวนไม่มีอำนาจต่อรองราคากับพวกเขา ทำให้มาดามโคโค่ตัดสินใจลุกขึ้นมาสร้างแบรนด์ แปรรูปสินค้า สร้างตลาดมะพร้าวให้อยู่ได้ด้วยตัวของพวกเราครับ” คุณเบสท์ – กิรเกียรติ ปรี
แนวโน้มการดูแลสุขภาพด้วยวิธีธรรมชาติกำลังขยายตัวอย่างรวดเร็วทั่วโลก และประเทศไทยเองก็อยู่ท่ามกลางกระแสนี้ด้วยความภาคภูมิใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “สมุนไพรไทย” ที่เคยเป็นเพียงทางเลือกในการรักษาโรคตามภูมิปัญญาพื้นบ้าน ในเวลานี้ได้กลายเป็นทรัพยากรชีวภาพที่มีคุณค่า และได้รับความสนใจในระดับสากลด้วยคุณสมบัติทางยา กลิ่นหอมเฉพาะตัว และสารออกฤทธิ์ทางชีวภาพที่สามารถนำไปต่อยอดได้ทั้งในอุตสาหกรรมอาหารเสริม เครื่องสำอาง ไปจนถึงเวชสำอางและผลิตภัณฑ์สุขภาพ ในหลายพื้นที่ของประเทศ สมุนไพรไทยไม่ได้หยุดอยู่แค่ในครัวเรือน แต่ได้กลายเป็น “พืชเศรษฐกิจทางเลือก” ที่สร้างรายได้ให้กับเกษตรกรและชุมชนอย่างต่อเนื่อง ทั้งการแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์พร้อมใช้ การปลูกเพื่อส่งออก และการพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์นวัตกรรมเพื่อสุขภาพ โดยมีการสนับสนุนจากภาครัฐและเอกชนทั้งด้านองค์ความรู้ การวิจัยและพัฒนา รวมถึงการสร้างแบรนด์เชิงพาณิชย์ ซึ่งทำให้สมุนไพรหลายชนิด เช่น ฟ้าทะลายโจร ขิง ขมิ้นชัน กระชายดำ และตะไคร้ กลายเป็นสินค้ามูลค่าสูงที่มีศักยภาพทั้งตลาดในและต่างประเทศ คุณวราพร อินต๊ะพันธุ์ เจ้าหน้าที่สหกรณ์การเกษตรสมุนไพรตำบลแม่มอก จำกัด ผู้ที่ส
ทุเรียนเป็นไม้ผลขายดี เป็นที่ต้องการของตลาดโลก แต่หลังการบริโภค มีขยะเปลือกทุเรียนในประเทศไทยหลายแสนตันต่อปี เนื่องจากทุเรียน 1 ผลมีขยะเหลือทิ้ง 70-75% ทำให้หลายฝ่ายหันมาส่งเสริมการใช้ประโยชน์ “เปลือกทุเรียน” สู่เศรษฐกิจสีเขียว เช่น แปรรูปเป็นดินหมัก ปุ๋ยอินทรีย์ อาหารสัตว์ พลาสติกชีวภาพ กระถางรักษ์โลก เชื้อเพลิงชีวมวลหรือถ่านอัดแท่ง และนวัตกรรมสิ่งทอ ฯลฯ ปัจจุบัน นวัตกรรมงานวิจัย “สิ่งทอหมุนเวียนจากเศษเหลือทิ้งเปลือกทุเรียน” ของ ดร.อุษา ประชากุล หรือ ดร.แอน อาจารย์ประจำคณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยนครพนม (NPU) นับเป็นต้นแบบในการสร้างสรรค์ขยะเปลือกทุเรียน สู่นวัตกรรมเส้นใย ผสานภูมิปัญญาท้องถิ่น สู่ผลิตภัณฑ์สิ่งทอและแฟชั่นได้สำเร็จเป็นครั้งแรกของประเทศไทย ช่วยแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมจากเศษเหลือทิ้งในภาคการเกษตรได้อย่างยั่งยืนแล้ว ยังสร้างห่วงโซ่คุณค่าใหม่ตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ ตอบโจทย์หลักเศรษฐกิจหมุนเวียน และเศรษฐกิจสีเขียวอย่างเป็นรูปธรรม ขยะเปลือกทุเรียน ดร.แอน เริ่มจากศึกษาข้อมูลและสำรวจขยะเปลือกทุเรียนในจังหวัดจันทบุรีและจังหวัดต่างๆ ก็พบว่า ประเทศไทยเป็นแหล่งผลิตทุเรียนอ
วิกฤติน้ำนมดิบล้นตลาดส่วนเกินนอกสัญญาเอ็มโอยู (MOU) ในขณะนี้เฉลี่ยอยู่ที่ 181-211 ตันต่อวัน กำลังส่งผลกระทบอย่างหนักต่อเกษตรกรและสหกรณ์โคนมไทย ส่วนหนึ่งมาจากสหกรณ์ที่ผลิตแค่ต้นน้ำ ผลิตเฉพาะน้ำนมดิบส่งผู้ประกอบการเพียงอย่างเดียว ไม่ได้มีการแปรรูปเพิ่มมูลค่าเป็นผลิตภัณฑ์ จึงเกิดปัญหาปริมาณน้ำนมดิบเกินโควต้าตามที่ลงนามในสัญญา (MOU) ตกลงกันไว้ ขณะที่สหกรณ์โคนมจำนวนไม่น้อยในขณะนี้ที่ผลผลิตน้ำนมดิบแล้วนำมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์นมต่างๆ พร้อมสร้างแบรนด์เป็นของตัวเองแบบครบวงจร โดยสหกรณ์กลุ่มนี้มีผลกระทบจากปัญหาน้ำนมดิบล้นส่งผลต่อราคาตกต่ำค่อนข้างน้อย นายนิรันดร์ มูลธิดา อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ กล่าวถึง การสร้างแบรนด์นมโคของสหกรณ์โคนม โดยระบุว่าผลิตภัณฑ์จะสื่อถึงเรื่องคุณภาพด้วยการที่มีแบรนด์เป็นของตัวเองจะทำให้ผู้บริโภคมั่นใจมากขึ้น รวมถึงสามารถหาที่มาที่ไปได้ว่า ถ้าเป็นแบรนด์ของสหกรณ์นี้จะผลิตจากนมโคสด 100% แล้วก็สามารถเช็กไปถึงต้นตอได้ว่ามาจากฟาร์มของเกษตรกรรายใดบ้าง รวมถึงเรื่องคุณภาพของผลิตภัณฑ์ที่อยากจะการันตีด้วยแบรนด์ที่สร้างขึ้นมาเป็นที่จดจำให้กับผู้บริโภคในการดื่มนมของสหกรณ์ด้วย ซึ่งจะทำใ
ปัจจุบันความต้องการผลิตภัณฑ์ Freeze-Dried หรือการอบแห้งแบบแช่เยือกแข็งในตลาดโลกเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในกลุ่มอาหาร ขนมขบเคี้ยวเพื่อสุขภาพ และอาหารสัตว์เลี้ยง เนื่องจากผู้บริโภคให้ความสำคัญกับสินค้าที่เก็บรักษาได้นานโดยไม่ต้องพึ่งสารกันบูด สะดวก พร้อมรับประทาน และยังคงรสชาติ กลิ่น รวมถึงคุณค่าทางโภชนาการไว้ได้ใกล้เคียงของเดิม ดังนั้นเทคโนโลยี “ฟรีซดราย” (Freeze Drying) จึงเป็นโอกาสใหม่และทางรอดของสินค้าเกษตรและผู้ประกอบการไทย ในการเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันทั้งในและต่างประเทศ สุทธิพจน์ แก้วบุญเรือง หน่วยวิศวกรรมและโรงงานต้นแบบ (EPP) สถาบันพัฒนาและฝึกอบรมโรงงานต้นแบบ (สรบ.) (Pilot Plant Development and Training Institute: PDTI) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) บางขุนเทียน กล่าวว่า เทคโนโลยีการอบแห้ง (Drying Technology) ถือเป็นนวัตกรรมสำคัญที่ช่วยยกระดับและเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าเกษตรและอาหารแปรรูปของไทยได้อย่างมหาศาล โดย สรบ. มีบทบาททั้งด้านการวิจัย พัฒนา ฝึกอบรม และถ่ายทอดองค์ความรู้ให้ผู้ประกอบการสามารถนำไปต่อยอดสู่ผลิตภัณฑ์เชิงพาณ
ผลไม้ไทยเป็นผลไม้ที่ทั้งคนไทยและชาวต่างชาติยอมรับในเรื่องของรสชาติ คุณประโยชน์ และสรรพคุณ ปัจจุบัน ผลไม้ไทยเป็นที่นิยมของชาวต่างชาติ มีการส่งเสริมการผลิตเพื่อให้ได้ผลผลิตที่เพียงพอกับความต้องการของตลาดทั้งในและนอกประเทศ แต่ข้อเสียของการขยายตลาดของผลไม้ไทยสู่ต่างประเทศก็คือ ทำให้คนไทยได้กินผลไม้ที่มีคุณภาพด้อยลง ทั้งความอร่อย ความสวย ความสด และความสมบูรณ์ของผลไม้ เพราะผลไม้คุณภาพที่ดีนั้นถูกตีตราส่งออกไปหมด ยิ่งถ้าเป็นผลไม้นอกฤดูกาลก็ยิ่งหากินยากและราคาแพงสุดๆ บางชนิดแพงกว่าผลไม้จากต่างประเทศที่มีการส่งเข้ามาในประเทศไทย นอกจากผลไม้ไทยจะถูกส่งออกไปยังต่างประเทศแล้ว ผลไม้ไทยยังถูกส่งไปยังโรงงานแปรรูปอาหารอีกเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะโรงงานอาหารกระป๋อง และผลไม้กระป๋อง ผลไม้ไทยนอกจากนำไปแปรรูปเป็นอาหารกระป๋องแล้ว ยังนำไปแปรรูปเป็นน้ำผลไม้อีกด้วย ซึ่งตลาดน้ำผลไม้ก็ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากเช่นกัน มีทั้งน้ำผลไม้ในรูปขวด กระป๋อง และกล่องดีบุก พร้อมทั้งมีรูปลักษณ์ของบรรจุภัณฑ์ที่น่าสนใจดูสวยงาม แต่การทำน้ำผลไม้นั้น ส่วนมากจะมีการแข่งขันกันในเรื่องของรสชาติและความเข้มข้นของน้ำผลไม้นั้นๆ เพราะน้ำผลไม
ความสำเร็จจากการปลูกพืชผักอินทรีย์ไม่ได้เกิดขึ้นจากเทคนิควิธีการหรือทรัพยากรปุ๋ย ดิน น้ำเท่านั้น แต่เหนือสิ่งอื่นใดคือการทุ่มเทและใส่ใจลงไปทุกกระบวนการขั้นตอน แม้ราคาขายเป็นแรงจูงใจให้เกษตรกรปรับเปลี่ยนแนวทางปลูกแบบทั่วไปมาเป็นอินทรีย์ แต่พบว่าหลายรายไม่สมหวังแล้วต้องม้วนเสื่อกลับไปทำแบบเดิมเพราะไม่สามารถฝ่าด่านการทำเกษตรอินทรีย์ที่มีมาตรฐานมากมายได้ ตลาดสินค้าเกษตรก้าวหน้าเล่มนี้อยากเชิญชวนผู้อ่านไปทำความรู้จักกับชาวบ้านกลุ่มเล็กที่อำเภอชัยบาดาล จังหวัดลพบุรี เพราะพวกเขามีผลงานยิ่งใหญ่สามารถปลูกพืชผักอินทรีย์ได้ตามมาตรฐานทั้งของไทยและต่างประเทศ ส่งผลผลิตกว่า 90% เปอร์เซ็นต์ ไปขายต่างประเทศ สร้างเม็ดเงินจำนวนมาก ช่วยให้ชาวบ้านมีรายได้ดีขึ้น แล้วบางรายยังปลดหนี้ได้ ก่อนหน้าที่จะมาสู่ความสำเร็จเช่นนี้ คุณสันติภาพ จุลิวัลลี ในฐานะประธานแปลงใหญ่ คือผู้ที่อยู่เบื้องหลังนำพาชาวบ้านในชุมชนเปลี่ยนแปลงวิถีการทำเกษตรกรรมจากพืชเชิงเดี่ยวสู่แนวผสมผสาน ยกระดับการปลูกให้เป็นพืชอินทรีย์ ร่วมใจกันสร้างมาตรฐานจนได้รับรองเป็น ORGARNIC THAILAND เป็นที่ยอมรับพร้อมส่งขายต่างประเทศ คุณสันติภาพไม่ได้เติบโตมา
กรมวิชาการเกษตรโชว์นวัตกรรมหอมแดงอบแห้งพร้อมใช้ พร้อมสร้างมูลค่าเพิ่มนำส่วนเหลือทิ้งผลิตเครื่องสำอางและเวชภัณฑ์ นายระพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร เปิดเผยว่า จังหวัดศรีสะเกษ เป็นแหล่งผลิต หอมแดงคุณภาพดี มีชื่อเสียงจนเรียกกันติดปากว่าหอมแดงศรีสะเกษ ซึ่งมีคุณลักษณะพิเศษคือเปลือกมีสีแดงเข้ม ด้านในมีสีม่วง กลิ่นฉุนแรงเก็บรักษาได้ยาวนาน เป็นที่ต้องการของตลาดต่างประเทศที่นิยมอาหารไทย เช่น ยุโรปและญี่ปุ่น โดยหอมแดงคุณภาพที่ส่งออกต้องมีลักษณะเป็นหัวเดียวหรือหัวที่ยังไม่แยกออก ขนาดหัวจัมโบ้ (มีเส้นผ่าศูนย์กลาง 3.5-4.0 เซนติเมตร (เฉลี่ย 3.47 ซม.) ผิวแห้งสนิท ปราศจากโรคแมลง ขนาดหัวสม่ำเสมอ และปลอดภัยจากสารพิษ โดยมีแหล่งปลูกสำคัญที่อำเภอยางชุมน้อย ขุขันธ์ ราษีไศล วังหิน และกันทรารมย์ อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาเกษตรกรผู้ปลูกหอมแดงจังหวัดศรีสะเกษส่วนใหญ่ผลิตและจำหน่ายหัวหอมสดเพียงอย่างเดียว ซึ่งสามารถเก็บรักษาได้เพียง 2-3 เดือน ศูนย์วิจัยพืชสวนศรีสะเกษ กรมวิชาการเกษตรจึงได้ศึกษาวิจัยแปรรูปหอมสดเป็นหอมแดงพร้อมใช้ โดยการนำหอมสดมาหั่นแล้วแช่ในสารละลายแคลเซี่ยมคลอไรด์และกรดซิตริก เพื่อคงลักษณะ
คุณแคต – วิภาดา โควินท์ เกษตรกรรุ่นใหม่ จังหวัดราชบุรี ได้เปลี่ยนกิจการสวนกล้วยของครอบครัวให้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรครบวงจร ใกล้ตัวเมืองจังหวัดราชบุรี เปิดให้ผู้สนใจเข้ามา เรียนรู้ด้านการแปรรูปผลผลิตทางการเกษตรที่ผสมผสานภูมิปัญญาท้องถิ่นเข้ากับเทคโนโลยีอย่างลงตัว ที่นี่ไม่เพียงปลูกพืชปลอดภัย แต่ยังปลูกความยั่งยืนให้ชุมชน โดยจัดตั้งวิสาหกิจชุมชนคนคลองบางป่า รับซื้อผลผลิตจากสมาชิกมาแปรรูป สร้างอาชีพและรายได้สู่ชุมชนในระยะยาว Gen 4 สืบทอดธุรกิจครอบครัว คุณแคต เจ้าของสวนเกษตรผสมผสานชื่อ “สวนโควินท์” ตั้งอยู่หมู่ที่ 2 ตำบลบางป่า อำเภอเมือง จังหวัดราชบุรี เป็นหนึ่งในเกษตรกรรุ่นใหม่ที่มีจิตสำนึกรักบ้านเกิด คุณแคตนำความรู้ที่เล่าเรียนจากภาควิชาพืชสวน จากมหาวิทยาเกษตรศาสตร์ บางเขน มาใช้พัฒนาธุรกิจครอบครัวที่บรรพบุรุษได้สร้างไว้ จนกลายเป็นแหล่งเรียนรู้เกษตรอินทรีย์วิถีพอเพียงที่ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวทั่วประเทศ “ที่นี่เป็นบ้านเกิดของคุณพ่อค่ะ แคตเป็นเจเนอเรชันที่ 4 ของครอบครัว สวนโควินท์ปลูกกล้วยเป็นหลักมีทั้งกล้วยหอม กล้วยไข่ กล้วยน้ำว้าผลสด หลังเรียนจบกลับมาก็ขายกล้วย
สมัยเด็กๆ ผมจำได้ว่า บ้านป้าผมที่หน้าที่ว่าการอำเภอจอมบึง จังหวัดราชบุรี มีต้นผลหมากรากไม้หลายอย่าง หนึ่งในนั้นคือกระท้อนต้นสูงใหญ่ ให้ลูกดกมากในช่วงปลายฤดูร้อน พวกเราเลยได้อาศัยกินกระท้อนพันธุ์บ้านๆ ซึ่งสุกแล้วรสชาติเปรี้ยวอมหวานฝาดชุ่มคอ จิ้มพริกกะเกลือบ้าง กระท้อนลอยแก้วบ้าง ทรงเครื่องบ้าง จนชั้นแต่ใบแก่สีแดงจัดของมันนั้น ป้าบอกว่าบางคนเขายังเอามาคั่วป่นปนกับพริกแห้ง จะเพียงเพื่อเพิ่มสีสันหรือเพิ่มปริมาณก็จำไม่ได้เสียแล้วครับ ความนิยมกระท้อนแต่เดิมน่าจะต้องมีรสเปรี้ยวเจือด้วยบ้าง ดังเช่น ที่สังฆราชปาลเลกัวซ์ ประมุขมิซซังโรมันคาทอลิกสยามสมัยรัชกาลที่ 4 เขียนบันทึกไว้ในเล่าเรื่องกรุงสยาม (Description de Royaum Thai ou Siam) พ.ศ. 2397 ตอนหนึ่งว่า “สะท้อน (sathon) เป็นพรรณไม้ที่ใหญ่ที่สุดในเรือกสวน ผลของมันใหญ่ขนาดเท่าลูกท้อ เนื้อเป็นปุยสีขาว มีรสเปรี้ยวน่ากิน เปลือกของมันเกลี้ยงและหนา เมื่อรู้จักวิธีทำแล้วอาจนำไปใช้กวนแช่อิ่มได้…” ส่วนกระท้อนสวนที่ขึ้นชื่อเมื่อร้อยกว่าปีก่อนในภาคกลาง ถ้าอนุมานตามคำเสภาของพระแก้วคฤหรัตนบดี ที่อ้างไว้ในตำราแม่ครัวหัวป่าก์ (พ.ศ. 2452) ก็คือกระท้อนสวนย่านบ
