เทคนิคเกษตร
ในยุคที่ผู้คนหันมาใส่ใจสุขภาพและเลือกใช้สมุนไพรเป็นทางเลือกในการดูแลตนเองมากขึ้น การปลูกพืชสมุนไพรไว้ใช้ในครัวเรือนจึงไม่ใช่แค่เรื่องของวิถีชีวิต แต่ยังสามารถพัฒนาไปสู่ช่องทางสร้างรายได้ที่มั่นคง หากเกษตรกรมีการวางแผนการผลิตอย่างสอดคล้องกับความต้องการของตลาด หนึ่งในพืชสมุนไพรที่นิยมปลูกและมีคุณค่าทางยาสูงคือ “กระชาย” ซึ่งกรมส่งเสริมการเกษตรได้ให้คำแนะนำในการปลูกกระชายอย่างเหมาะสม เริ่มจากการเตรียมพันธุ์ที่ต้องเลือกเหง้ากระชายที่มีตาสมบูรณ์ ปราศจากโรคและแมลง และมีอายุไม่ต่ำกว่า 10 เดือน เหง้าที่ใช้ปลูกควรมีตา 3-5 ตา และมีรากติดลำต้นประมาณ 2 ราก ก่อนปลูกควรแช่หัวพันธุ์ในสารป้องกันเชื้อราและแมลงในดินประมาณ 30 นาที เพื่อป้องกันปัญหาในระยะยาว โดยในพื้นที่ 1 ไร่ จะใช้หัวพันธุ์ประมาณ 400 กิโลกรัม กระชายเป็นพืชที่เจริญเติบโตได้ดีในดินร่วนปนทรายที่มีการระบายน้ำดี การเตรียมดินจึงเป็นขั้นตอนสำคัญ โดยไถพรวนดินให้มีความลึกอย่างน้อย 25-30 เซนติเมตร และตากดินไว้ประมาณ 7 วันเพื่อปรับโครงสร้างดินและลดความเสี่ยงจากเชื้อโรค หลังจากนั้นให้ใส่ปุ๋ยหมักหรือปุ๋ยคอกเพื่อบำรุงดิน และยกร่องแปลงปลูกให้สูงอย่างน้อ
ไส้เดือนดิน คือหนึ่งในผู้ช่วยเกษตรกรที่ไม่พูด ไม่บ่น และไม่หยุดทำงานตลอด 24 ชั่วโมง พวกมันไถพรวนดินให้ฟรีทุกวัน กินเศษใบไม้ เศษพืช ซากอินทรีย์ แล้วขับถ่ายออกมาเป็น “มูลไส้เดือน” ที่อุดมไปด้วยจุลินทรีย์และธาตุอาหารพืช ใครที่เคยใช้มูลไส้เดือนก็จะรู้เลยว่าพืชผักแข็งแรง โตเร็ว และรสชาติดีกว่าที่ใช้ปุ๋ยเคมีด้วยซ้ำ “ดิน” ถือเป็นปัจจัยหลักของการปลูกพืช เนื่องจากเป็นเเหล่งอาหารที่จะหล่อเลี้ยงให้พืชได้เจริญเติบโต และปริมาณของผลผลิต หากในแปลงดินมีไส้เดือนอาศัยอยู่ ในดินนั้นจะมีมูลไส้เดือนที่มีประโยชน์ เนื่องจากมูลไส้เดือนเป็นธรรมชาติ 100% จะส่งผลให้พืชเติบโตสมบูรณ์แข็งแรงตามธรรมชาติ ทำให้พืชต้านทานทั้งโรคพืชและโรคแมลง อีกทั้งยังประหยัดค่ายาฆ่าแมลงและยาฆ่าเชื้อต่างๆ เกษตรกรรุ่นใหม่ที่ทดลองในแปลงจริงพบว่า หากดินปลูกผักมีไส้เดือนเฉลี่ย 10 ตัว/ตารางเมตร จะส่งผลต่อพืชโดยตรงในเรื่องต่อไปนี้ เมื่อไส้เดือนดูดอาหารและผ่านระบบย่อยในลำไส้แล้วออกมา จะมีโมเลกุลสารอาหารที่เล็กมาก และมีความเย็น พืชสามารถดูดซึมอาหารไปใช้ได้ทันที และมีสารอาหารหลากหลาย ครบและเพียงพอสำหรับการเจริญเติบโตของพืชทุกชนิด มีจุลินทรีย์ที
ถั่วพู ไม่ใช่ ถั่วพลู (ถั่ว ก็ ถั่ว พลู ก็ พลู) ชื่อสามัญ : ถั่วพู, winged bean, princess bean ชื่อวิทยาศาสตร์ : Psophocarpus tetragonolobus วงศ์ : Leguminosae ถั่วพู มักถูกเรียกผิดๆ ว่า ถั่วพลู เป็นประจำ ที่จริงต้องเรียกว่า ถั่วพู จึงจะถูกต้อง ผู้เขียนเห็นใครเรียกถั่วพลู จะหงุดหงิดทุกครั้งไป คนตั้งชื่อเขาคิดดีคิดถูกแล้ว ที่เรียกว่า ถั่วพู ก็เพราะลักษณะของฝัก จะเป็น พู มี 4 แฉก ซึ่งตรงกับ คอมมอนเนม ภาษาอังกฤษว่า winged bean หากรักกันจริงทราบแล้วโปรดเรียกให้ถูกกันสักนิดนะครับ ภาษาไทยของเรายอดเยี่ยมอยู่แล้ว ช่วยกันอนุรักษ์ไว้ให้ดีเถอะ ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ : ถั่วพู เป็นไม้เลื้อย อายุหลายปี (Herbaceous perennials plant) เมื่อถึงวัยแก่เต็มที่ ส่วนลำต้นที่เป็นเถาเหนือดินก็จะแห้งเหี่ยวตายไป เหลือไว้เพียงหัวหรือลำต้นใต้ดิน แอบซุ่มรอคอยเวลาเจริญเติบโตได้ในฤดูฝนถัดไป ดอกถั่วพูจะเป็นชนิดดอกสมบูรณ์เพศ กลีบดอกมีสีม่วงอ่อนอมขาว หากมีค้างให้ก็สามารถเลื้อยไปได้ไกลๆ ระบบรากของถั่วพูจะแข็งแรงมาก มีจำนวนปมจุลินทรีย์ (Rhizobium) ที่ช่วยตรึงไนโตรเจนจากอากาศได้มากกว่าถั่วชนิดอื่นด้วยกัน จึงเหมาะสำหรับปลูกบำร
“ส้มควาย” ผลไม้รสเปรี้ยว ตระกูลเดียวกับ “ส้มแขก” นิยมใช้เป็นพืชอาหารและพืชสมุนไพร ส้มควาย พบได้แพร่หลายในพื้นที่ภาคใต้ โดยเฉพาะพื้นที่จังหวัดภูเก็ต เนื่องจากชาวบ้านนิยมปลูกส้มควายเป็นไม้ผลประจำบ้าน ต้นส้มควายภูเก็ต มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว คือขนาดผลใหญ่ เนื้อมาก ชาวบ้านนิยมนำส้มควายมาปรุงอาหารสารพัดเมนู ทั้ง แกงส้ม แกงเลียง ต้มเนื้อ ต้มปลา ภูมิปัญญาชาวบ้านในสมัยโบราณ นิยมนำส้มควายมาตากแห้ง และบดเป็นผงก่อนนำมาผสมกับน้ำร้อน เพื่อแช่เท้า ลดอาการปวดเมื่อย อาการเท้าบวม และช่วยระงับกลิ่นเท้าได้เป็นอย่างดี ในยุคปัจจุบัน ผลวิจัยทางการแพทย์พบว่า “ส้มควาย” เป็นพืชสมุนไพรที่มีสรรพคุณทางยา ช่วยในการระบาย และมีกรดผลไม้ประเภทสาร AHA ช่วยบำรุงผิวพรรณให้กระจ่างใส คุณประโยชน์ที่ดีของส้มควาย ทำให้พืชสมุนไพรชนิดนี้เป็นที่ต้องการของตลาดผู้บริโภค อุตสาหกรรมยาและเครื่องสำอาง เพราะส้มควายเป็นพืชสมุนไพรที่ไม่มีสารตกค้างในร่างกาย คุณณัฐณิชา บุญยวรรณ เล็งเห็นโอกาสทางการตลาดของพืชสมุนไพรชนิดนี้ จึงได้นำภูมิปัญญาท้องถิ่นจาก ผงส้มควาย สำหรับแช่เท้า มาต่อยอดพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ในลักษณะ “สเปรย์ดับกลิ่นเท้าส้มควาย” ที่ม
ในยุคที่เกษตรกรเริ่มหันมาปลูกพืชแบบปลอดสารพิษมากขึ้น สมุนไพรพื้นบ้าน กลายเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยลดการใช้สารเคมี หนึ่งในสมุนไพรที่ได้รับความสนใจอย่างมาก คือ “หนอนตายหยาก” ซึ่งมีสรรพคุณโดดเด่นในการ ป้องกันและกำจัดศัตรูพืช โดยเฉพาะหนอนและแมลงต่างๆ ได้ผลดีแถมปลอดภัยกับคนและสิ่งแวดล้อม รู้จักกับ “หนอนตายหยาก” หนอนตายหยาก (ชื่อวิทยาศาสตร์: Derris elliptica) เป็นไม้เลื้อยที่พบได้ทั่วไปในป่าเบญจพรรณของไทย มีชื่อเรียกในแต่ละท้องถิ่นแตกต่างกัน เช่น “กำลังช้างเผือก”, “เครือเขาหนัง”, หรือ “บงตายหยาก” นิยมใช้รากและเถ้าเป็นส่วนผสมหลักในการทำยากำจัดแมลง จุดเด่นอยู่ที่สาร โรติโนน (Rotenone) ที่มีอยู่ในรากและเปลือกลำต้น ซึ่งเป็นสารธรรมชาติที่ออกฤทธิ์ในการทำลายระบบประสาทของแมลง ทำให้แมลงหยุดกิน หยุดเคลื่อนไหว และตายในที่สุด สรรพคุณในการป้องกันและกำจัดศัตรูพืช โดยไม่ทำอันตรายต่อพืชหรือผู้บริโภค จึงเหมาะกับเกษตรอินทรีย์หรือผู้ที่ต้องการลดการใช้สารเคมีในสวนของตน หนอนตายหยากสามารถใช้ไล่และฆ่าแมลงศัตรูพืชได้หลายชนิด เช่น วิธีการทำน้ำหมักสมุนไพรหนอนตายหยาก ส่วนผสม วิธีทำ วิธีใช้เจือจางน้ำหมัก 1
หลายๆ คนหันมาปลูกผักไว้รับประทานเอง ช่วงนี้กระแสปลูกผักกำลังเป็นที่นิยมกันมาก นอกจากผักที่สามารถปลูกในกระถางได้ ยังมีไม้ผลบางชนิดที่สามารถเติบโตได้ในพื้นที่จำกัด บางบ้านมีพื้นที่น้อยแต่อยากปลูกผลไม้ไว้รับประทานเอง วันนี้เทคโนโลยีชาวบ้านได้รวบรวม 6 ไม้ผล ที่สามารถปลูกในกระถางได้ กระถางที่มีเส้นผ่านศูนย์กลาง 30 เซนติเมตรขึ้นไป หรือจะปลูกในวงบ่อซีเมนต์ เลือกตามความสะดวกและเหมาะสมกับไม้ผลที่ปลูก ไปดูกันเลย มีไม้ผลชนิดไหนกันบ้างนะ 🌿มัลเบอร์รี่ หรือ หม่อน 🔻 จัดเป็นไม้พุ่มยืนต้นขนาดกลางมีอายุยืน สามารถเจริญได้ดีตั้งแต่เขตอบอุ่นถึงเขตร้อน มีลักษณะเป็นผลรวม รูปทรงกระบอก เมื่อออกผลใหม่ๆ จะมีสีเขียว เมื่อสุกจะมีสีม่วงแดงเข้ม เกือบดำ อีกทั้งยังทนทานต่อโรคและแมลงหลายชนิด นิยมปลูกประดับริมรั้ว ถ้าหมั่นตัดแต่งกิ่งอยู่เสมอจะได้ทรงพุ่มสวยงาม ต้นหม่อนสามารถนำไปปลูกในกระถางได้ โดยสามารถนำกิ่งชำมาเพาะลงกระถาง ควรตัดกิ่งแขนงต้นหม่อนอยู่เสมอ เพื่อให้ออกกิ่งใหม่ในทุกปี โดยตัดปีละ 2 ครั้งพร้อมกับรูดเอาใบออกด้วย 🌿เลม่อน 🔻ปลูกในถังขอบซีเมนต์เพื่อควบคุมไม่ให้น้ำท่วมขัง ต้นเลม่อนสูงได้หลายเมตร สามารถปูด้วยเศษหินห
สำนักงานเกษตรจังหวัดนครราชสีมา โดยสำนักงานเกษตรอำเภอเทพารักษ์ได้ยกย่องนายสุรศักดิ์ กระฉอดนอก เป็นเกษตรกรต้นแบบศูนย์เรียนรู้เกษตรผสมผสาน หมู่ที่ 11 บ้านวังกระทะเหนือ ตำบลสำนักตะคร้อ อำเภอเทพารักษ์ จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งการทำเกษตรผสมผสาน สร้างอาชีพและรายได้ที่ยั่งยืนโดยประเด็นที่หลายคนสนใจเข้ามาเรียนรู้ คือ การปลูกกล้วยหอมทอง 1 ไร่ สร้างรายได้ไม่น้อยกว่า 50,000 บาท/ปี การดูแลรักษาต้นกล้วย ในขั้นตอนการเตรียมดิน นายสุรศักดิ์ จะใช้ปุ๋ยอินทรีย์หรือปุ๋ยหมักปรับปรุงดิน คลุกเคล้าด้วยเชื้อราไตรโคเดอร์มา เพื่อป้องโรคตายพราย พร้อมกับจัดการระบบน้ำ แบบน้ำพุ่ง เพื่อให้กล้วยได้น้ำอย่างเพียงพอตลอดทั้งปี ช่วยให้ต้นกล้วยสมบูรณ์และเจริญเติบโตเร็ว จากนั้นบำรุงต้นด้วยปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักตลอดอายุของต้นกล้วย วิธีการปลูกขยายพันธุ์ นายสุรศักดิ์ จะปลูกขยายพันธุ์โดยใช้หน่อกล้วยจากต้นกล้วยที่เก็บผลผลิตแล้ว ซึ่งต้นกล้วย 1 ต้น จะออกหน่อประมาณ 3-5 หน่อ เมื่อเก็บผลผลิตแล้วจะต้องทำการตัดต้นกล้วยนั้นออกทิ้ง เพื่อไม่ให้แย่งอาหาร โดยตัดให้เหลือความสูงประมาณ 100 เซนติเมตร เพื่อให้ต้นแม่เป็นอาหารเลี้ยงหน่อเล็ก และเลือ
จากวันนั้นถึงวันนี้เกือบ 4 ปีแล้วที่ทางเทคโนโลยีชาวบ้านได้เคยสัมภาษณ์เกษตรกรรุ่นใหม่ท่านหนึ่ง ที่เขาได้ตั้งฉายาให้ตัวเองว่า “ไทบ้านฟาร์มเมอร์” โดยมีที่มาจากที่เขาเป็นคนต่างจังหวัด และมีวิถีชีวิตและหลักคิดในการทำเกษตรแบบบ้านๆ การสื่อสารกับผู้คนก็เป็นหลักคิดง่ายๆ เป็นกันเอง ชาวบ้านคนธรรมดาฟังแล้วรู้เรื่อง สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริงๆ มาถึงปัจจุบันบทบาทหน้าที่ของหนุ่มไทบ้านคนนี้มีมากขึ้น คือการได้รับเลือกเป็นประธานสภาเกษตรจังหวัดกาฬสินธุ์ และยังคงไม่ทิ้งงานเกษตรที่เป็นเหมือนลมหายใจของเขา จากจุดเริ่มต้นมีพื้นที่ปลูกผักสลัดลงดินเล็กๆ สู่การพัฒนาพื้นที่กว่า 6 ไร่ เพื่อขยับขยายพื้นที่ทำการเกษตร พร้อมกับการเป็นต้นแบบเกษตรกร สร้างโมเดลทำเกษตรบนพื้นที่น้อยแต่สร้างรายได้มาก ให้สำหรับผู้ที่สนใจเข้ามาศึกษาดูงานเพื่อนำไปประกอบอาชีพในอนาคต คุณวุฒิพงษ์ พลอยวิเลิศ หรือ คุณกระต่าย อยู่บ้านเลขที่ 751 หมู่ที่ 14 ตำบลบัวขาว อำเภอกุฉินารายณ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ เกษตรกรนักพัฒนาโมเดลทำเกษตรพื้นที่น้อย แต่สร้างรายได้สูง มีพื้นที่ 1 งาน ก็สามารถสร้างรายได้หลักหมื่นได้ไม่ยาก จากเมื่อ 4 ปีก่อนที่เริ่มทำเกษตร คุณกระ
เชื่อว่าหลายคนที่เคยซื้อปุ๋ยคงเคยเห็น ตัวเลขบนกระสอบปุ๋ย 3 หลัก หรือคนทั่วๆ ไปที่กำลังจะเลือกซื้อปุ๋ย อาจเกิดข้อสงสัย ไม่เข้าใจว่าทำไม ตัวเลข 3 หลักบนถุงปุ๋ยจึงต่างกัน แล้วควรเลือกซื้อแบบไหนดี วันนี้เทคโนโลยีชาวบ้านได้รวบรวมข้อมูลให้หายสงสัยกันแล้วนะ🌿 ตัวเลขบนกระสอบปุ๋ย 3 หลัก คือ สูตรเคมีของปุ๋ย หรือเกรดปุ๋ย โดยตัวเลขทั้ง 3 หลักนี้เอง จะเป็นตัวเลขที่บ่งบอกให้ทราบถึงปริมาณธาตุอาหารหลักๆ ที่มีอยู่ 3 ชนิดด้วยกันก็คือ N-P-K ✨ไนโตรเจน แทนด้วยสัญลักษณ์ “N” คือตัวเลขที่อยู่ในหลักแรก ✨ฟอสฟอรัส แทนด้วยสัญลักษณ์ “P” คือตัวเลขที่อยู่ในหลักที่สอง ✨โพแทสเซียม แทนด้วยสัญลักษณ์ “K” คือตัวเลขที่อยู่ในหลักสุดท้าย “หลักการใช้ปุ๋ยเคมี” ซึ่งหากจำเป็นต้องใช้ปุ๋ยเคมี ถ้าจะให้ประสิทธิภาพจำเป็นต้องการเลือกใช้ชนิดปุ๋ยให้ถูกต้อง โดยมีหลักคร่าวๆ คือ – ปุ๋ยสูตร ตัวเลขตัวแรกมาก เน้นบำรุงใบ กิ่ง และลำต้น โดยเฉพาะพืชผัก – ปุ๋ยสูตร ตัวเลขตรงกลางมาก เน้นบำรุงราก และการสร้างเซลล์พืช จึงควรมีสูตรปุ๋ยนี้ในทุกชนิดพืชที่ใช้ – ปุ๋ยสูตร ตัวเลขที่สามมาก เน้นบำรุงผลหรือหัว เช่น มันสำปะหลัง มันฝรั่ง “ช่วงเวลาที่ใส่ปุ๋ย” ต้องเห
“ แรงบันดาลใจของเราคือ *การยกระดับแตงโมไทย* ให้กลายเป็นสินค้าหรูหรา (Luxury) ผ่านนวัตกรรมการผลิตและแปรรูปผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายที่ส่งตรงจากไร่สู่โต๊ะอาหาร (Farm to Table)เพื่อนำเสนอผ่าน Catering ระดับ High-End ตอบโจทย์ตลาดที่ต้องการสินค้าคุณภาพสูง และประสบการณ์ที่แตกต่าง ”คุณณิชชา แก้วสุริยา ประธานกรรมการ บริษัท ณิชชา ชามม์ จำกัดกล่าว “ ณิชชา ชามม์ (Nichcha Charm)”หนึ่งเดียวในประเทศไทยที่เป็นทั้งเกษตรกร ผู้ค้าส่ง และค้าปลีก โดยมีเครือข่ายเกษตรกรอยู่ทั่วประเทศไทยและเป็นผู้นำด้านนวัตกรรม Watermelon Smart Farm ด้านการปลูกแตงโม ที่ผ่านดูแลอย่างใส่ใจในทุกขั้นตอนตั้งแต่การคัดเลือกเมล็ดพันธุ์ เพาะปลูก ด้วยนวัตกรรมที่ทำให้ผลผลิตได้คุณภาพ มาตรฐานตลอดฤดูกาล โดยไม่ใช้สารเคมีอันตรายทุกชนิด เก็บเกี่ยวด้วยความตั้งใจ เพื่อให้ได้ “แตงโมพรีเมียม คัดพิเศษ “ที่สด สะอาด ปลอดภัย และมีความหวานฉ่ำมากยิ่งขึ้นส่งตรงจากสวนถึงมือผู้บริโภคโดยตรง รวมทั้งสร้างแบรนด์แตงโมไทยเสริมสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคคนไทยและต่างชาติได้อย่างมั่นคง เสิร์ฟความต่างด้วย แตงโมเกรดพรีเมียม ความสำเร็จของณิชชา ชามม์ ไ
