เทคนิคเกษตร
วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีนครศรีธรรมราช (วษท.นศ. หรือ NSCAT) ได้น้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร มาสู่กระบวนการเรียนรู้ของวิทยาลัย โดยจัดการศึกษาเรียนรู้แบบบูรณาการเรียนรู้ ควบคู่กับการฝึกปฏิบัติจริง เพื่อให้ผู้เรียนมีทักษะอาชีพพื้นฐาน อาทิ หลักสูตรการเลี้ยงด้วงสาคู เพื่อสร้างรายได้ตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง ด้วงสาคู เป็นแมลงกินได้ที่มีราคาค่อนข้างแพง เป็นที่นิยมบริโภคของคนไทยและต่างประเทศ เพราะมีคุณค่าทางโปรตีนสูง เกษตรกรภาคใต้นิยมเพาะเลี้ยงด้วงสาคู ใน 2 รูปแบบ คือ 1. การเลี้ยงโดยใช้ท่อนสาคูหรือท่อนต้นลานก็ได้ ตัดต้นสาคูเป็นท่อน ยาว 50-60 เซนติเมตร ใช้พ่อแม่พันธุ์ที่แข็งแรง 35 คู่ ปิดทับท่อนสาคูด้วยแผ่นไม้ หรือแผ่นปูน รดน้ำ ที่ท่อนพันธุ์ให้หมาดๆ และ 2. การเลี้ยงด้วงสาคู ในกะละมัง ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 40-50 เซนติเมตร ลึก 20 เซนติเมตร มีฝาหรือตาข่ายปิดกะละมังป้องกันพ่อแม่พันธุ์ด้วงหนี อาหารที่ใช้คือ นำสาคูบดผสมอาหารสัตว์เล็กน้อย วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีนครศรีธรรมราช ส่งเสริมการเลี้ยงด้วงสาคูในกะละมัง อย่าง
กลุ่มยุวเกษตรกร ไม่ได้ถูกตั้งขึ้นในโรงเรียนทุกแห่ง แต่ได้รับการก่อตั้งขึ้น ตามความเห็นของโรงเรียนในการส่งเสริมกิจกรรมนอกเวลาเรียนให้เด็กนักเรียนมีความรู้ มีพื้นฐานอาชีพ รู้จักการดำรงชีวิตอย่างแท้จริง โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 37 อำเภอเขาพนม จังหวัดกระบี่ เป็นอีกแห่งที่มีการก่อตั้งกลุ่มยุวเกษตรกรขึ้น เพื่อส่งเสริมสนับสนุนให้เด็กในโรงเรียนได้เรียนรู้ด้านอาชีพ นำประสบการณ์ไปปรับใช้ในการดำรงชีวิตในสังคมอย่างเข้มแข็ง ซึ่งปี 2552 ที่ผ่านมา โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 37 ได้รับคัดเลือกให้ได้รับรางวัลสถาบันเกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ ในฐานะกลุ่มยุวเกษตรกร นักเรียนทั้งหมดของโรงเรียนมีประมาณ 800 คน จัดการเรียนการสอนตั้งแต่ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ถึงระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 การเรียนการสอน เน้นอาชีพและส่งเสริมวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ ซึ่งเด็กนักเรียนที่มีความสามารถโรงเรียนจะส่งเสริมสนับสนุนให้ได้เรียนต่อไปถึงระดับปริญญาตรี กลุ่มยุวเกษตรกรโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 37 มีวัตถุประสงค์เพื่อให้เยาวชนเกษตรกร ได้เรียนรู้หลักวิชาการการเกษตร ได้รู้จักวางแผนในการทำงานอย่างเป็นระบบและทำงานร่วมกับผู้อื่น การนำประสบ
ไหนใครเคยกิน “รากถั่วพูต้ม” ยกมือขึ้น เรียกได้ว่าเป็นเมนูหากินยาก หลายคนอาจจะไม่ค่อยรู้จัก แต่เป็นของดีจังหวัดราชบุรี 1 ปีมีแค่ครั้งเดียวเท่านั้น! มีจำนวนจำกัด บางคนถึงขั้นสั่งจองข้ามปี ของดีของอร่อยใครจะห้ามใจไหว ฤดูกาลเก็บเกี่ยวรากถั่วพูคือประมาณปลายเดือนมกราคม-มีนาคมของทุกปี ทำการตัดแต่งรากถั่วพูก่อนนำไปล้างทำความสะอาด รากถั่วพูที่คัดเกรดและตัดแต่งรากแขนงออกเป็นที่เรียบร้อย พร้อมนำไปล้างน้ำทำความสะอาด การปลูกถั่วพูกินราก จัดเป็นถั่วพูพันธุ์หนัก ซึ่งเป็นเฉพาะที่สามารถบริโภครากได้ แต่ไม่ใช่ถั่วพูที่ปลูกกินฝักทั่วไป โดยเกษตรกรจะเก็บเมล็ดพันธุ์ไว้ใช้เอง โดยเตรียมแปลงก่อนปลูกโดยหว่านเมล็ดปอเทืองเพื่อบำรุงดินให้ร่วนซุย ระบายน้ำได้ดี เป็นการเพิ่มธาตุอาหารในดินในรูปแบบปุ๋ยพืชสด เกษตรบางท่านนิยมปลูกถั่วพูกินรากผสมผสานกับข้าวโพด โดยหยอดเมล็ดข้าวโพดไปพร้อมกันกับถั่วพู ทั้งนี้ เพื่อให้ต้นถั่วพูได้เลื้อยเกาะต้นข้าวโพด ช่วยลดต้นทุนและทดแทนการใช้ไม้ไผ่ในการทำค้าง เมื่อข้าวโพดเจริญเติบโตจนให้ผลผลิตก็สามารถเก็บฝักไปขาย และตัดส่วนยอดไปเลี้ยงโคได้อีกด้วย วิธีการปลูกถั่วพูกินราก จะเริ่มในเดือนกรกฎาคม-ส
ประเทศไทยได้รับฉายาว่า “ราชาแห่งทุเรียน” เนื่องจากเป็นผู้ส่งออกทุเรียนรายใหญ่ของโลก โดยแต่ละปีมีการส่งออกไม่ต่ำกว่า 800,000 ตัน แหล่งผลิตหลักอยู่ใน ภาคตะวันออก ประมาณ 300,000 ตัน และ ภาคใต้ ราว 500,000 ตัน สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจไม่ต่ำกว่า 150,000 ล้านบาท โดยตลาดส่งออกหลักของไทยยังคงเป็นประเทศจีนที่มีการนำเข้าปีละไม่ต่ำกว่า 700,000 ตัน และถึงแม้ทุเรียนเป็นผลไม้เศรษฐกิจที่สำคัญของไทย แต่การคัดแยกระดับความอ่อน-แก่และการตรวจสอบปัญหาหนอนเจาะเมล็ดทุเรียนยังคงเป็นความท้าทายสำหรับเกษตรกรและผู้ประกอบการไทย ซึ่งหากไทยไม่สามารถแก้ปัญหานี้ได้ นั่นไม่เพียงแต่จะเสียแชมป์ส่งออกทุเรียนเบอร์ 1 ของโลก แต่ยังเป็นการสูญรายได้เข้าประเทศจำนวนมหาศาล ดร.วิชาญ อิงศรีสว่าง ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร กล่าวว่า ทุเรียนเป็นผลไม้ที่สร้างรายได้ให้กับประเทศไทยอย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะตลาดจีนที่มีความต้องการสูง แต่ปัญหาใหญ่ที่พบบ่อยและกระทบต่อการตลาดส่งออกทุเรียน คือ ปัญหาหนอนในผลทุเรียนและการเก็บทุเรียนอ่อนมาจำหน่าย อีกทั้งยังพบการลักลอบส่งออกทุเรียนอ่อนไปตลาดต่างประเทศ ซึ่งล้วนแต่เป็นปัญหาที่ก่
ขอแสดงความยินดีกับ ผลงาน “ปุ๋ยขี้วัวอัดแท่ง” ของวิทยาลัยการอาชีพรัตนประสิทธิ์วิทย์ ที่ได้รับรางวัลระดับชาติ 2 รางวัล ได้แก่ รางวัล I-NEW GEN AWART Popular Vote 2024 และ เหรียญเงิน ระดับอาชีวศึกษา จากเวทีประกวดสิ่งประดิษฐ์ในงาน “วันนักประดิษฐ์” กลุ่มการเกษตร ของสำนักงานวิจัยแห่งชาติ ประจำปี 2567 ปุ๋ยขี้วัวอัดแห่ง (Cow Manure Fertilizer Pellets) เป็นผลงานของกลุ่มนักศึกษาชั้นประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) วิทยาลัยการอาชีพรัตนประสิทธิ์วิทย์ ได้แก่ นางสาวรัชนีวรรณ พามา นางสาวนัฐชยา จรูญรัตนกาญจนา นายกีรติ วรรณชัย และอาจารย์ที่ปรึกษา นายภาคภูมิ ประทุมวัน ที่มาของแนวคิด เกิดจาก อำเภอฟากท่า จังหวัดอุตรดิตถ์ เป็นพื้นที่ที่ได้รับการสนับสนุนให้เลี้ยงโคเนื้อตามนโยบายของรัฐบาล เพื่อสร้างรายได้ เกษตรกรส่วนใหญ่มักจะทิ้งมูลวัวตามท้องนา จึงเกิดปัญหาการจัดเก็บมูลวัวที่ไม่ถูกสุขลักษณะ และไม่สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้ คณะผู้วิจัยจึงเกิดแนวคิดที่จะพัฒนามูลโคเนื้อมาใช้ประโยชน์ให้มากขึ้น เพราะปุ๋ยเคมีมีราคาสูงขึ้นทุกปี ทำให้เกษตรกรมีต้นทุนการผลิตสูงตามไปด้วย ทีมนักวิจัยจึงต้องการส่งเสริมให้เกษตรกรในพื้นที่หันกลับ
เมล็ดขนุน (Jackfruit Seed) นอกจากอร่อยไม่แพ้เนื้อขนุนแล้ว ยังมีคุณค่าทางโภชนาการสูง ดีต่อสุขภาพ เพราะเมล็ดขนุนอุดมด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ โดยเฉพาะสารฟลาโวนอยด์ สารซาโปนิน และฟีนอลิก ต่อต้านการอักเสบ ปรับระบบภูมิคุ้มกันในร่างกาย ซ่อมแซมส่วนที่เสียหายของดีเอ็นเอได้ ผลการวิจัยพบว่า สารสกัดจากเมล็ดขนุนช่วยลดการก่อมะเร็งในเส้นเลือดได้ถึง 61% (เฉพาะการศึกษาในหลอดทดลองและสัตว์) นอกจากนี้ เมล็ดขนุนมีไฟเบอร์สูง ช่วยปรับสมดุลระบบย่อยอาหาร บรรเทาอาการท้องผูก บรรเทาอาการริดสีดวง และป้องกันโรคลำไส้อักเสบ ยิ่งไปกว่านี้ ไฟเบอร์ยังถือว่าเป็นพรีไบโอติก (Prebiotics) ซึ่งมีคุณสมบัติในการช่วยสนับสนุนการเจริญเติบโตของแบคทีเรียที่มีประโยชน์ในลำไส้ เมล็ดขนุนสามารถนำมาทำอาหารได้ทั้งเมนูคาว-หวาน เช่น แกงไตปลาเมล็ดขนุน แกงเขียวหวานเมล็ดขนุน แกงบวดเมล็ดขนุนมะพร้าวอ่อน เมล็ดขนุนต้ม ฯลฯ เทคนิคย้อมสีธรรมชาติด้วยเมล็ดขนุน ศูนย์บ่มเพาะฯวิทยาลัยสารพัดช่างอุดรธานี เล็งเห็นคุณค่าของเมล็ดขนุน จึงได้ทดลองนำเมล็ดขนุนมาสกัดเพื่อให้ได้สีแล้วนำเทคนิคการห่มเข้ามาใช้ในการย้อมสีผ้าที่มีสีสันสวยงามสะดุดตาและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว แตก
ในยุคที่ปัญหามลพิษทางอากาศเกิดขึ้นอย่างหนัก การเผาไร่อ้อยและการเผาข้าวโพดหรือข้าวในไร่หลังการเก็บเกี่ยว ถือเป็นสาเหตุหลักหนึ่งที่ทำให้เกิดฝุ่น PM 2.5 ซึ่งส่งผลกระทบต่อสุขภาพของคนในชุมชนและสิ่งแวดล้อม ดังนั้น ชาวนายุคใหม่ที่ตระหนักถึงปัญหาดังกล่าว จึงได้เริ่มหันมาใช้วิธีการจัดการหลังการเก็บเกี่ยวที่ไม่ทำให้เกิดมลพิษและสามารถนำไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนได้ ประเทศไทยมีพื้นที่เพาะปลูกพืชเศรษฐกิจอยู่ทั่วทุกภูมิภาค เกษตรกรบางส่วนเน้นเพิ่มผลผลิตให้ได้หลายรอบต่อปี แต่ขาดการจัดการที่เหมาะสม จึงเลือกเผาเศษวัสดุทางการเกษตรเพราะสะดวก รวดเร็ว และต้นทุนต่ำ วิธีนี้พบมากในการเผาใบอ้อย ตอซังข้าว ฟางข้าว และตอซังข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ การเผาในพื้นที่เกษตรเป็นสาเหตุสำคัญของฝุ่นควัน โดยเฉพาะช่วงหลังเก็บเกี่ยวและเตรียมแปลงเพาะปลูก มักเห็นไฟลุกลามในทุ่งนา ส่งผลให้ฝุ่นและเขม่าควันกระจายทั่วบริเวณ กรมควบคุมมลพิษ ระบุว่าการเผาในภาคเกษตรทำให้เกิดฝุ่น PM 2.5 คิดเป็นร้อยละ 5 ของปริมาณทั้งหมด นอกจากนี้ แหล่งกำเนิดหลักอื่นๆ ได้แก่ ยานพาหนะและการจราจร (72.5%) โรงงานอุตสาหกรรม (17%) และแหล่งอื่นๆ อีกเล็กน้อย ทำไมเกษตรกรถึงเ
มะม่วงหาวมะนาวโห่ เป็นพืชสมุนไพรไทยชื่อแปลกที่มีประโยชน์และสรรพคุณที่หลากหลาย มะม่วงหาวมะนาวโห่ จัดเป็นผลไม้ประเภทรับประทานผลสุก มีรสชาติเปรี้ยวเฉพาะตัว ผลสุกสีแดงขนาดเล็ก เป็นแหล่งสำคัญของธาตุเหล็ก วิตามินซี และยังมีปริมาณเพคติน ซึ่งเป็นใยอาหารที่ละลายน้ำได้ในปริมาณสูง (Pal et al, 19751) พบว่าผลของพืชสกุล Carissa caradas มีสารกลุ่มฟินอลิกปริมาณมาก โดยสารประกอบฟินอลิกได้รับความสนใจอย่างมากในปัจจุบัน เนื่องจากเป็นสารแอนติออกซิแดนต์ สารฆ่าเชื้อ มะม่วงหาวมะนาวโห่จะอุดมไปด้วยสารแอนโทไซยานิน เป็นสารสีม่วงแดงซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระได้สูงกว่าวิตามินซีหลายพันเท่า ซึ่งมีประโยชน์ช่วยลดน้ำตาลในเลือด ช่วยเสริมให้ร่างกายต้านเชื้อโรค สมานแผล ส่งเสริมการทำงานของเม็ดเลือดแดง มะม่วงหาวมะนาวโห่สามารถนำมาประกอบอาหารเป็นเมนูอาหารได้หลากหลาย เช่น น้ำพริก ยำ แช่อิ่ม น้ำปั่น เป็นต้น แต่ไม่ควรรับประทานปริมาณมากและติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน เนื่องจากมะม่วงหาวมะนาวโห่มีแร่ธาตุโพแทสเซียมสูง อาจมีผลทำให้หัวใจเต้นผิดจังหวะ คำแนะนำ ควรจำกัดปริมาณการรับประทานในผู้ป่วยที่เป็นโรคหัวใจ ไม่ควรรับประทานมะม่วงหาวมะนาวโห
ปัจจุบันมลพิษทางอากาศโดยเฉพาะฝุ่น PM 2.5 เป็นภัยคุกคามสุขภาพมนุษย์และสิ่งมีชีวิตต่างๆ ในธรรมชาติ ประชาชนต้องเผชิญปัญหามลพิษทางอากาศ หรือฝุ่น PM 2.5 เกือบทุกๆ วัน ส่งผลกระทบต่อสุขภาพร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นระบบทางเดินหายใจ ทำให้หายใจไม่สะดวก เจ็บคอ เจ็บหน้าอกหรือไม่สบายตัว ซึ่งอาการเหล่านี้มีสาเหตุมาจาก ฝุ่น PM 2.5 ทั้งสิ้น วิทยาลัยเทคนิค กฟผ.แม่เมาะ จึงเกิดแนวคิดประดิษฐ์นวัตกรรม “ระบบจัดการฝุ่น PM 2.5” ขึ้นมาเพื่อช่วยลดค่าฝุ่น PM 2.5 ไม่ให้เข้าสู่ร่างกาย นวัตกรรม “ระบบจัดการฝุ่น PM 2.5” มีส่วนประกอบสำคัญได้แก่ – Laser Dust Sensor PM 2.5 PMS5003 G5 – NodeMCU V3 Lua WIFI Module ESP8266 – Liquid Crystal Display ชุดสร้างละอองน้ำ และเขียนโปรแกรมควบคุม นวัตกรรมนี้ เป็นระบบที่ใช้ในการตรวจสอบค่าฝุ่น PM 2.5 ถ้าค่าฝุ่นเกินมาตรฐานที่กำหนดไว้ระบบจะสั่งการให้ชุดสร้างละอองน้ำทำงานเพื่อจัดการค่าฝุ่น PM 2.5 โดยระบบจะหยุดทำงานอัตโนมัติเมื่อค่าฝุ่นอยู่ในค่าที่ปกติ ช่วยลดค่าฝุ่น PM 2.5 สร้างอากาศบริสุทธิ์ที่ดีต่อสุขภาพคนไทย วิธีใช้งาน 1. ต่อปั๊มน้ำสำหรับสร้างหมอกละอองน้ำเข้ากับระบบจัดการฝุ่
ในยุคที่ปัญหาฝุ่นละอองและมลพิษทางอากาศกลายเป็นวิกฤตระดับโลก การมองหาวัสดุธรรมชาติเพื่อช่วยลดปัญหานี้จึงเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างยิ่ง ในงานวันนักประดิษฐ์ 2568 โรงเรียนเฉลิมพระเกียรติ ๖๐ พรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถได้นำผลงาน “แผ่นกรองอากาศจากเส้นใยผักตบชวา” ซึ่งไม่เพียงแต่เป็นนวัตกรรมที่ช่วยลดฝุ่นพิษ แต่ยังช่วยกำจัดวัชพืชที่เป็นปัญหาในแหล่งน้ำของประเทศไทยอีกด้วย ที่มาและแนวคิดการประดิษฐ์ ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลกำลังเผชิญกับปัญหามลพิษทางอากาศจากฝุ่นละออง PM2.5 ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อสุขภาพและการดำรงชีวิตของประชาชน โรงเรียนเฉลิมพระเกียรติ ๖o พรรษา ตั้งอยู่ติดถนนและล้อมรอบด้วยชุมชนในอำเภอบางใหญ่ จังหวัดนนทบุรี ทำให้ได้รับผลกระทบจากฝุ่นละออง PM2.5 ที่เกินค่ามาตรฐานอย่างชัดเจน จากสภาพปัญหาดังกล่าว ผู้จัดทำโครงงานได้ตระหนักถึงความสำคัญของการแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ จึงได้พัฒนาเครื่องกรองอากาศและแผ่นกรองอากาศจากเส้นใยผักตบชวา เพื่อช่วยลดปริมาณฝุ่นละออง PM2.5 โดยการนำวัสดุจากธรรมชาติที่หาได้ง่ายในท้องถิ่นมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด นับเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในกา
