เทคนิคเกษตร
เคยสงสัยกันไหม🤔 เพิ่งทำความสะอาดไปไม่กี่วันทำไมมีฝุ่นมาเกาะอีกแล้ว ขนาดปิดบ้านมิดชิดแค่ไหน ฝุ่นในบ้านก็ยังคงมีอยู่ นานวันมากขึ้น จะเกิดการสะสมเกาะอยู่ตามพื้นผิวต่างๆ ในบ้าน ทั้งพื้นบ้าน โต๊ะ ตู้ และของใช้ต่างๆ หากไม่ทำความสะอาด หากไม่มีการจัดระเบียบในบ้านที่ดี การกำจัดฝุ่นก็จะเป็นเรื่องที่ยากขึ้น การที่ฝุ่นในบ้านจะลดน้อยลงได้ จึงเป็นเรื่องที่ต้องทำอย่างสม่ำเสมอ สิ่งที่น่ากลัวกว่านั้นคือเหล่าเชื้อโรคและแบคทีเรียที่อาจแฝงตัวเข้ามาด้วย วันนี้เทคโนโลยีชาวบ้าน มีสูตรน้ำยาทำความสะอาดบ้าน ด้วยส่วนผสมใกล้ตัวที่สามารถหาได้จากในบ้าน ทั้งหมด 3 สูตร ที่ช่วยกำจัดฝุ่นในบ้านให้ดูสะอาด ใสวิ้ง ลองไปทำตามกันได้เลย 📌สูตรที่ 1 วิธีกำจัดฝุ่นในบ้านให้มีความเงางาม นำส่วนผสมเทใส่ในขวดสเปรย์ เขย่าให้เข้ากัน แล้วเช็ดพื้นผิวไม้ด้วยผ้าแห้งเพื่อความเงาที่สวยงาม จะทำให้ได้กลิ่นส้มแสนหวานของน้ำยาทำความสะอาด ในสูตรธรรมชาติที่นอกจากจะถนอมพื้นไม้ในบ้านแล้วยังทำหน้าที่กำจัดฝุ่นในบ้านได้ดีอีกด้วย น้ำมันมะกอกจะช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นถนอมผิวหนัง ใช้ทาได้ทั้งพื้นโต๊ะและพื้นในบ้าน เพียงใช้น้ำมันมะกอกเช็ดบรรดาพื้นบริเวณต่างๆ ที
ปลายเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ผมไปทำธุระที่อำเภอศรีเมืองใหม่ จังหวัดอุบลราชธานี ความที่ไม่เคยไปที่นั่นมาก่อน ก็เลยซอกแซกเที่ยวดูนั่นดูนี่หลายอย่าง ที่คิดว่าได้พบของดี น่าเอามาเล่าสู่กันฟัง ก็คือมีผู้พาไปดูการสานข้องและตะกร้าผิวไม้ไผ่ฝีมือดีมาก ที่ตำบลแก้งกอก นอกตัวอำเภอไปทางทิศตะวันตกเล็กน้อย ก่อนไป ผมก็นึกว่าคงไปพบเจอคุณลุงแก่ๆ ผมหงอกหัวขาวนั่งสานข้องอยู่แน่ๆ ที่ไหนได้ คุณอุทิศ สระแสง หรือ คุณตั้ง ช่างสานข้องฝีมือเยี่ยมอายุเพิ่งจะ 46 ปีเท่านั้น สถานที่ทำงานสานข้องของคุณตั้งก็อยู่ใต้ร่มเงาไผ่กลางลานบ้านริมลำห้วยเล็กๆ ที่มองเห็นกอไผ่เรียงรายเป็นระยะๆ นั่นเอง “ผมก็ซื้อไผ่บ้านจากละแวกนี้แหละครับ กอที่เห็นๆ นี่ ไม่พอใช้สานหรอก” คุณตั้งชี้ให้ดูลำไผ่กองใหญ่ข้างตัว “ซื้อเขามาลำละ 20 บาท เราต้องไปเลือกที่กอเองเลยนะครับ ดูลำขนาดอายุ 2 ปีขึ้นไป เนื้อไม้มันนิ่มกว่า ถ้าแก่เกินไปก็แตกง่าย ตรงข้อก็จะสีต่างกัน แล้วโปนขึ้นมาต่างจากตรงลำมากอีก เราเอามาเลื่อยเป็นท่อนยาวๆ ไม่ต้องแช่น้ำหรือรมไฟอะไรนะครับ ผ่าเป็นเส้น แล้วเอาเนื้อไม้ออก เพราะเราใช้แต่ผิวครับ” ผมนั้นนึกว่าคุณตั้งจะมีมีดแบบนั้นแบบนี้ สำหรับทำงาน
กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดย สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) ดำเนินโครงการครัวแบ่งปัน ประสบผลสำเร็จพัฒนา ตู้อบพลังงานแสงอาทิตย์แบบน็อกดาวน์ ต้นทุนการผลิตต่ำ มีประสิทธิภาพอบแห้งผลไม้ สมุนไพร อาหาร ได้สม่ำเสมอ มี 2 ขนาดให้เลือกใช้ 1. แบบชั้นเดียว สำหรับใช้ในครัวเรือน 2. แบบ 4 ชั้น ระดับผู้ประกอบการ พร้อมถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตสู่เชิงพาณิชย์ เพื่อสร้างความเข้มแข็งเศรษฐกิจ ลดการพึ่งพาเครื่องจักรจากต่างประเทศ ดร.ชุติมา เอี่ยมโชติชวลิต ผู้ว่าการ วว. กล่าวว่า วว. ดำเนินโครงการครัวแบ่งปัน เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านมาตรฐานการผลิต แปรรูปอาหาร ด้วยมาตรฐาน GMP ให้แก่ผู้ประกอบการ วิสาหกิจชุมชน กลุ่มเกษตรกร การวิจัยและพัฒนา “ตู้อบพลังงานแสงอาทิตย์แบบน็อกดาวน์” สำหรับอบแห้งผลไม้ สมุนไพร และอาหาร เช่น กล้วยตาก มะม่วงกวน ขิง ขมิ้น ใบเตย หมูแดดเดียว กุ้งแห้ง ปลาเค็ม เป็นต้น เป็นผลงานวิจัยและพัฒนา โดยศูนย์เชี่ยวชาญนวัตกรรมอาหารสุขภาพ วว. ภายใต้การดำเนินโครงการดังกล่าว ผลงานพัฒนามีจุดเด่นคือ มีประสิทธิภาพในการทำงานสูง อัตราการอบแห้งสม่ำเสมอ ต้นทุนต่ำ เล
ปัจจัยที่ใช้กับพิธีกรรมต่างๆ แบบเมื่อก่อน หลายอย่างนับวันจะมีน้อยมาก และหายากเข้าทุกที อีกทั้งพิธีกรรมแบบเมื่อเก่าก่อน ก็ค่อยๆ จางหายไป มีหลงเหลืออยู่ไม่มากนัก ประเพณีรดน้ำดำหัวขอพร สรงน้ำพระ งานมงคล อวมงคลต่างๆ จะมีการตั้งขันน้ำมนต์ คนเป็นพ่อครูจะใช้ส้มป่อยแห้ง ปิ้งไฟให้หอม ใส่ลงขันน้ำ ทำน้ำมนต์ ใบหญ้าคา ผูกมัดพอกำเป็นอุปกรณ์ ชุบสะบัดโปรยปรายกระจายหยาดหยดเม็ดน้ำมนต์สู่ชาวชน และสถานที่ แล้ววันนี้ น้ำส้มป่อยเริ่มห่างหาย มีน้ำอบน้ำหอมวิทยาศาสตร์เข้ามาแทน และหลายคนคงใกล้จะลืมรสยอดส้มป่อยที่เคยเด็ดยอดใบก้านสีแดงเขียว ใส่เติมความเปรี้ยวให้กับต้มส้มปลากด ปลาแค้ ซดน้ำฮวบโฮก จี๊ดจ๊าด แซ่บซ่านตั้งแต่ปลายลิ้นยันปลายไส้สุด หลายคนไม่รู้จัก และอีกหลายๆ คนอยากรู้จัก “ส้มป่อย” นับเป็นพืชรุ่นเก่า มีเล่าขานในนิทาน นิยายปรำปรา คล้ายว่าในเรื่องผีผี ที่มีคนสรรค์แต่งขึ้นมาหลายเรื่อง หลายบทตอน ให้ชาวบ้านติดอกติดใจ เช่น หมอผีทำพิธีไล่ภูติผีปีศาจร้ายออกจากหมู่บ้าน ใช้น้ำมนต์อาบพร้อมเป่าคาถาช่วยคนถูกผีเข้าสิง ซึ่งในโลกความจริงชนบท หมอพื้นบ้านยังใช้ส้มป่อยทำน้ำมนต์สืบชะตา อาบสะเดาะเคราะห์ อาบพรมไล่พิษคนป่วยไข้
การยกระดับจาก “สำนักงาน กศน.” สู่การเป็น “กรมส่งเสริมการเรียนรู้ (กสร.)” ตาม พ.ร.บ.ส่งเสริมการเรียนรู้ พ.ศ. 2566 สำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้จังหวัดปทุมธานี (สกร.จังหวัดปทุมธานี) ภายใต้การนำของ นายณัฐพงษ์ ทองหล่อ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้จังหวัดปทุมธานี มุ่งดำเนินงานสนองนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการและกรมส่งเสริมการเรียนรู้ ให้เป็นรูปธรรม เต็มสรรพกำลังความสามารถ เพื่อให้การส่งเสริมการเรียนรู้ การบริหารงาน และการปฏิบัติงาน เกิดประสิทธิภาพสูงสุด สถานศึกษาในสังกัด สกร.จังหวัดปทุมธานี จำนวน 7 แห่ง ประกอบด้วย ศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้อำเภอเมืองปทุมธานี ศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้อำเภอคลองหลวง ศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้อำเภอธัญบุรี ศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้อำเภอลาดหลุมแก้ว ศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้อำเภอลำลูกกา ศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้อำเภอสามโคก และศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้อำเภอหนองเสือ มุ่งยกระดับคุณภาพการศึกษาโดยจัดการเรียนรู้ 3 รูปแบบ คือ การเรียนรู้ตลอดชีวิต การเรียนรู้เพื่อการพัฒนาตนเองและการเรียนรู้เพื่อคุณวุฒิตามระดับ เพื่อนำไปสู่การเรียนรู้และพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนไทยตลอดทุกช่วงวัย แล
สิงคโปร์กับมาเลเซียนั้นมีความสัมพันธ์แบบตบจูบมาโดยตลอด เริ่มตั้งแต่ทั้งสองประเทศได้รับอิสรภาพจากอังกฤษเมื่อราว 60 ปีก่อน อังกฤษมัดรวมสองประเทศนี้เข้าด้วยกันแล้วโยนให้ไปอยู่ด้วยกัน (เหมือนที่จับพม่ามัดรวม อินเดียกับปากีสถานมัดรวม และอีกหลายประเทศในแอฟริกามัดรวม) ไปหาทางสร้างเป็นประเทศใหม่ขึ้นมากันเอง เรียกว่าสหพันธรัฐมลายา ใช้เวลาสองสามปี ก็แพแตก มาเลเซียไล่ให้สิงคโปร์ไปตั้งประเทศตัวเอง ไม่ยอมให้อยู่ด้วย เพราะสิงคโปร์มีคนจีนเยอะ มาเลเซียไม่ไว้ใจ ไม่อยากให้อยู่ร่วมกับชนชาติมุสลิมของตนเอง และตอนนั้นสิงคโปร์ก็เป็นเกาะเล็กๆ ไม่มีทรัพยากร ไม่มีวี่แววว่าจะเป็นบ้านเมืองที่เจริญเติบโตขึ้นมาได้ มาเลเซียไม่อยากต้องเลี้ยงดูอุ้มชูสิงคโปร์ ไม่อยากมีภาระ วันที่มาเลเซียอัปเปหิสิงคโปร์ออกมาจากประเทศที่กำลังจะก่อร่างสร้างตัวใหม่นั้น ลีกวนยูนักการเมืองสำคัญของสิงคโปร์ ผู้นำการเจรจาก็ต้องแถลงข่าวรันทดนี้ให้คนสิงคโปร์รับรู้ เขาพูดแล้วสะอื้นติดที่ลำคอ แล้วเขาก็ร้องไห้ สิงคโปร์ทั้งประเทศหลั่งน้ำตา พวกเขาไม่มีที่ไป ไม่มีใคร กระทั่งมาเลเซียจะรู้ว่า 40 ปีให้หลัง สิงคโปร์ภายใต้การนำของลีกวนยิว จะกลายเป็นประเทศเจ
“ปลาเม็ง” ภาคกลางเรียกว่า ปลาจีด เป็นปลาน้ำจืดที่ไม่มีเกล็ด ลำตัวมีสีดำ มีความยาวประมาณ 20 เซนติมตร คล้ายกับปลาดุก แต่แตกต่างกันที่ความยาวของฐานครีบหลัง กล่าวคือ ปลาเม็งมีฐานครีบหลังสั้น ส่วนปลาดุกฐานครีบหลังยาวเกือบตลอดลำตัว ปลาเม็งมีถิ่นที่อยู่อาศัยตามแม่น้ำ ลำคลอง หนอง บึง ทั่วไป แพร่กระจายในแถบเอเชีย เช่น ประเทศอินเดีย ศรีลังกา พม่า และประเทศไทย ปลาเม็ง สินค้าขึ้นชื่อ ของจังหวัดสุราษฎร์ธานี ปลาเม็งพบมากในจังหวัดสุราษฎร์ธานี ถือเป็นปลาประจำท้องถิ่นที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจชนิดหนึ่งในพื้นที่อำเภอบ้านนาเดิม บ้านนาสาร พระแสง และเคียนชา ชาวบ้านนิยมเลี้ยงปลาเม็งกันมากบริเวณริมแม่น้ำตาปีและในร่องสวนปาล์มน้ำมัน ปลาเม็งมีรสชาติอร่อย จึงเป็นที่ต้องการของตลาด ร้านอาหาร และโรงแรมต่างๆ ทำให้ปลาเม็งในแหล่งน้ำธรรมชาติลดจำนวนอย่างรวดเร็วและมีแนวโน้มเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ ปลาเม็งมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวคือ เนื้อเหนียวเป็นเส้น ไม่เปื่อยยุ่ย มีรสชาติหอมหวาน จึงเป็นที่ต้องการของผู้บริโภคจำนวนมาก โดยเฉพาะเมนูยำปลาเม็ง และต้มโคล้งปลาเม็ง ซึ่งเป็นเมนูอาหารขึ้นชื่อของจังหวัดสุราษฎธานี ปัจจุบันเนื้อปลาเม็งสด มีร
“ชะคราม” หรือ “ชักคราม” พืชล้มลุกขนาดเล็ก เติบโตจากดินเค็ม พบได้ทั่วไปตามป่าชายเลนชายฝั่งทะเลที่มีน้ำท่วมถึง โดยเฉพาะจังหวัดชายทะเลตะวันออก อย่างกับสมุทรสาคร สมุทรสงคราม บางส่วนของทะเลกรุงเทพฯ ย่านบางขุนเทียน ทะเลบ้านแหลม เพชรบุรี โดยเฉพาะบริเวณนาเกลือและป่าชายเลน ชะครามจัดเป็นวัชพืชที่มีประโยชน์ ด้วยการนำมาประกอบอาหารได้หลายรายการ ทั้งแกงคั่วปูใบชะคราม แกงส้มชะครามชุบไข่ทอด ไข่เจียวใบชะคราม แม้กระทั่งยำใบชะคราม “ชะคราม” ชื่อภาษาอังกฤษ Seablite ชื่อวิทยาศาสตร์ Suae da maritime เป็นพืชล้มลุกพบได้ในดินเค็มตามป่าชายเลนทั่วไป แพร่กระจายอยู่ในพื้นที่จังหวัดต่างๆ โดยเฉพาะชายฝั่งทะเลตะวันออก ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ เป็นไม้ล้มลุก ลำต้นเป็นทรงพุ่ม สูงประมาณ 30 เซนติเมตร ถึง 120 เซนติเมตร โคนต้นแตกกิ่งระดับล่าง ลำต้นมีสีเขียวอ่อนเมื่อต้นแก่จะเป็นสีแดงอมน้ำตาล ต้นอ่อนจะฉ่ำน้ำ ใบชะคราม เป็นใบเลี้ยงเดี่ยวแทงออกตามความยาวของกิ่งใบมีลักษณะทรงกระบอก อวบน้ำ ปลายใบแหลม ใบอ่อนมีสีเขียว เมื่อแก่จะเป็นสีน้ำตาล คนไทยนำใบอ่อนมาเป็นส่วนประกอบในการทำอาหาร โดยเฉพาะแกงส้ม แกงปูใบชะคราม ลวกราดกะทิเป็นผักจิ้มน้ำพริก ย
คอลัมน์ เก็บป่ามาฝากเมือง โดย กุมิสบ๊ะ รงโซะ เขียนถึงต้นผักขมหิน ชื่อวิทยาศาสตร์ Boerhavia Diffusa L. วงศ์ NYCTAGINACEAE ต้นผักขมหิน หรือที่ นางนิปะห์ นิเฮง หมอยาสมุนไพรบ้านอีนอ ตำบลลาโละ อำเภอรือเสาะ จังหวัดนราธิวาส จะรู้จักและเรียกชื่อในภาษามลายูถิ่นคือ ต้นบายังตือเลาะ (Bayang Telak) หมายถึง ต้นผักโขมที่แผ่ปกคลุมดิน หรือมีอีกชื่อที่ใช้เรียกกันคือ ต้นบายังตาเนาะห์ (Bayang tanah) หมายถึง ต้นผักโขมดิน จัดเป็นต้นพืชสมุนไพรที่มีขึ้นทั่วไปตามป่าข้างทาง หรือที่รกร้างต่างๆ ซึ่งปัจจุบันน้อยคนนักที่จะรู้จักต้นพืชชนิดนี้ และอาจมองว่า เป็นหนึ่งในต้นวัชพืชแล้วด้วยซ้ำไป เพราะไม่ค่อยมีคนเก็บเพื่อนำมาใช้ประโยชน์กันอย่างแพร่หลายดังเช่นในสมัยก่อนกัน สำหรับแม่หมอนิปะห์ นิเฮง นั้น ท่านได้เล่าว่า ปัจจุบันต้นผักขมหินนั้นจะค่อนข้างหายากมาก พื้นที่ที่เคยเป็นแหล่งเก็บเกี่ยวนั้น ได้มีสิ่งก่อสร้างต่างๆ เข้ามาแทนที่ แต่ท่านก็จะชอบเก็บต้นผักขมหินทุกครั้งเมื่อมีโอกาสพบเจอ ซึ่งท่านได้นำมาใช้ประโยชน์ทั้งในด้านอาหารและยารักษาโรค เช่น นำมาแกงเลียง แกงกะทิ ลวกต้มจิ้มน้ำพริกบูดู รับประทานเป็นผักกับข้าว เป็นต้น ส่วนการใ
เดือนกรกฎาคม อันเป็นช่วงที่ลูกกำจัด (Zanthoxylum rhetsa (Roxb.) DC) หรือที่บางแห่งเรียกมะข่วงบ้าง พริกพรานบ้าง จะติดผลสีเขียวสีแดงเต็มต้นสูงใหญ่ที่ยังคงมีขึ้นเบียดเสียดเป็นดงไม้ในเขตอำเภอหนองม่วง จังหวัดลพบุรี แล้วนะครับ ลูกกำจัดทั้งสดและแห้งเป็นวัตถุดิบอาหารสำคัญ ที่ทั้งส่งขายข้ามภูมิภาคไปยังเขตภาคเหนือ คือลำพูน ตาก เชียงใหม่ และทั้งเป็นตัวทำรายได้ให้คนเก็บลูกกำจัดขายในตลาดชุมชนย่านฝั่งตะวันออกของลุ่มน้ำลพบุรี-ป่าสัก ซึ่งยังนิยมเข้าเปลือกลูกกำจัดในขั้นตอนการปรุงอาหารคาวแทบทุกชนิด อย่างที่คนนอกวัฒนธรรมจะต้องประหลาดใจแน่นอน ผมเคยเขียนถึงป่ากำจัดเขตอำเภอหนองม่วงไปแล้วเมื่อปีที่ผ่านมา และคงได้เล่าถึงน้ำพริกเผา หมูผัด น้ำพริกกะปิ กระทั่งผัดพริกใบกะเพรา ซึ่งชาวหนองม่วงผู้หลงใหลรสซ่าชาลิ้นของกำจัด ล้วนแต่ผสมเปลือกเม็ดกำจัดคั่วป่น ปนเข้าไปในเครื่องปรุงกับข้าวพื้นๆ เหล่านั้นทั้งสิ้น โดยเฉพาะผัดพริกใบกะเพรานั้น พี่สาวชาวหนองม่วงผู้หนึ่งบอกผมว่า ควรใช้เปลือกเม็ดสดที่ยังไม่แก่ คือยังเป็นสีเขียวอยู่ อาการซ่าชาลิ้นยังไม่รุนแรงมากนัก มาตำผสมกับเครื่องพริกกระเทียม แบบนี้จะได้ผัดพริกใบกะเพราที่ทั้งเผ็
