ปศุสัตว์
ฟาร์มไก่ไข่แห่งนี้ไม่ได้เริ่มต้นจากคำว่า “ธุรกิจ” แต่เริ่มจากการต่อสู้ของครอบครัวเกษตรกรรุ่นเตี่ยรุ่นแม่ที่ย้ายถิ่นฐานมาสร้างครอบครัว และลองทำกินทุกอย่าง ตั้งแต่การเลี้ยงไก่เนื้อ เลี้ยงปลา แต่ไม่ใช่ทุกความพยายามจะประสบความสำเร็จ สุดท้าย “ไก่ไข่” กลายเป็นทางเลือกที่พาครอบครัวไปต่อได้ แม้ไม่ได้ร่ำรวยแต่ก็มีกินมีใช้ในฐานะปานกลางจนสามารถส่งลูกเรียนหนังสือได้ คุณวัฒณ์-ชาณุวัฒณ์ สิวะโมกข์ เจ้าของฟาร์มไข่ไก่ King Eggs (ราชาไข่ไก่) คือทายาทรุ่น 2 ที่เติบโตมากับภาพเหล่านี้ พร้อมความตั้งใจเล็กๆ ว่าสักวันหนึ่งจะกลับมาดูแลกิจการ แต่ชีวิตกลับพาให้ต้องไปทำงานที่กรุงเทพฯ เป็นโปรแกรมเมอร์เต็มตัว ความตั้งใจก็ถูกเลื่อนออกไป จนกระทั่งช่วงหลังปี 2546 เมื่อผ่านวิกฤตไข้หวัดนกระบาด ไก่ที่ถูกทำลายหมดฟาร์มแทบไม่เหลืออะไร เหลือเพียงเตี่ยกับแม่ที่ต้องเผชิญกับความจริงตรงหน้า จากนั้นทุกคนในครอบครัวได้มาช่วยกันเริ่มต้นใหม่และสร้างเป็นฟาร์ม King Eggs จนถึงปัจจุบัน “การเริ่มต้นใหม่ในครั้งนั้น ไม่ใช่เรื่องง่าย เตี่ยกับแม่ตัดสินใจขายที่ รวบรวมทรัพย์สินทั้งหมด แล้วกลับมาเลี้ยงไก่อีกครั้ง แต่คราวนี้ไม่ใช่แบบเดิม จา
โคเนื้อเป็นสัตว์เศรษฐกิจที่สามารถเลี้ยงเป็นทั้งอาชีพหลักและอาชีพเสริมได้อย่างเหมาะสม หลายครอบครัวนิยมเลี้ยงเพื่อสร้างรายได้ประจำปี และสามารถดูแลควบคู่ไปกับงานประจำได้ไม่ยุ่งยาก หากมีการจัดการฟาร์มที่ดี โดยเฉพาะการแบ่งพื้นที่ทำแปลงหญ้าอาหารสัตว์อย่างเป็นระบบ ซึ่งช่วยลดภาระและลดต้นทุนได้มาก การเลือกใช้สายพันธุ์ก็ขึ้นอยู่กับความต้องการของตลาดในแต่ละพื้นที่ จึงไม่มีสูตรตายตัวสำหรับผู้เลี้ยง เพราะแต่ละชุมชนก็มีเอกลักษณ์และรูปแบบการค้าขายที่แตกต่างกันไป คุณมิ้น-กชพรรณ กุกไชย ได้เริ่มเลี้ยงโคเนื้อลูกผสมชาโรเล่ย์เป็นอาชีพเสริม ภายในฟาร์มที่ตั้งอยู่ท่ามกลางหุบเขาในตำบลอวน อำเภอปัว จังหวัดน่าน เดิมทีครอบครัวทำเกษตรเชิงเดี่ยวมาตลอด แต่ราคาผลผลิตในช่วงหลายปีที่ผ่านมาค่อนข้างผันผวน ทำให้รายได้ไม่แน่นอน จึงเริ่มมองหาแนวทางสร้างรายได้เพิ่ม การเลี้ยงโคเนื้อจึงกลายเป็นคำตอบที่เหมาะสม โดยเฉพาะโคลูกผสมชาโรเล่ย์ที่ตลาดในพื้นที่มีความต้องการสูง พ่อค้ามักเข้ามารับซื้อถึงหน้าฟาร์ม ทำให้เป็นสายพันธุ์ที่เธอเลือกพัฒนาต่ออย่างจริงจัง พลิกเกมโคเนื้อด้วยโคลูกผสมชาโรเล่ย์ ลดต้นทุน-เพิ่มกำไรอย่างเห็นผล คุณมิ้น เล่าใ
แมลงดานา ถือเป็นอาหารที่นิยมนำมาประกอบอาหารชนิดหนึ่ง เนื่องจากมีกลิ่นเฉพาะตัวที่หอม เมื่อนำมาใส่อาหารจะช่วยเพิ่มหรือปรับปรุงกลิ่นของอาหารให้น่ากินมากขึ้น อาหารที่นิยมใช้แมลงดานาเป็นส่วนประกอบ ได้แก่ น้ำพริกแมลงดา ซุบหน่อไม้ อาหารประเภทยำ เป็นต้น การนำแมลงดานามาประกอบอาหาร นิยมนำแมลงดานามาเผาไฟให้สุกก่อน เพื่อให้ความร้อนกระตุ้นให้มีกลิ่นมากขึ้น แล้วจึงมาตำผสมกับอาหารหรือบดแล้วคลุกใส่อาหาร นอกจากนั้น ยังสามารถเก็บแมลงดานาให้สามารถเก็บได้นานด้วยวิธีการดองเค็มกับน้ำปลาหรือน้ำเกลือ เนื่องจากแมลงดานาในปัจจุบันเป็นที่หายาก หากเป็นช่วงนอกฤดูกาลแมลงดานาเกิดขึ้นตามธรรมชาติได้น้อย ก็ทำให้ผลผลิตไม่พอต่อความต้องการของผู้บริโภค จึงมีการสังเคราะห์สารเลียนแบบ ซึ่งจะให้กลิ่นเหมือนกลิ่นแมลงดานา มาใช้สำหรับปรุงอาหาร โดยเฉพาะอุตสาหกรรมทำน้ำพริกแมลงดาที่ต้องใช้ในปริมาณมาก แมลงดานามีลักษณะรูปร่างรูปไข่ ลำตัวแบนยาว ประมาณ 2.5-5 เซนติเมตร ลำตัวมีสีน้ำตาล มีขนขนาดเล็กปกคลุม มีขา 6 ขา ขาคู่หน้าใช้สำหรับจับเหยื่อ การคุ้ยหาอาหาร ส่วนขา 2 คู่หลัง ใช้สำหรับการว่ายน้ำและการเดิน อาหารของแมลงดานาคือ ลูกอ๊อด ลูกปลาขนาด
คุณวันดี สอนฮุง ยึดอาชีพทำสวนยางพารามากว่า 10 ปี ต่อมาได้เลี้ยงแพะเป็นอาชีพเสริมควบคู่ไปกับการทำสวนยางพารา โดยในช่วงแรกเน้นเลี้ยงแบบขุนเพื่อส่งขายให้กับพ่อค้า และพัฒนาการเลี้ยงมาเรื่อยๆ เน้นผสมพันธุ์สำหรับขายลูกแพะ จนเกิดเป็นอาชีพเสริมสร้างรายได้ให้กับเขาได้เป็นอย่างดี คุณวันดี เล่าว่า บนเนื้อที่ประมาณ 17 ไร่ เริ่มมีการปรับเปลี่ยนมาปลูกยางพารา คุณวันดีจึงได้แบ่งพื้นที่นาบางส่วนมาปลูกยางพารา ประมาณ 10 ไร่ และพื้นที่ที่เหลือยังทำนาอยู่เช่นเดิม เมื่อต้นยางพาราเจริญเติบโตจนสามารถกรีดให้น้ำยางเป็นผลผลิตได้ จึงยึดเป็นอาชีพหลักเพื่อสร้างรายได้ให้กับครอบครัว และช่วงที่ยางผลัดใบที่ต้องมีการพักการกรีด จึงได้หาแพะมาเลี้ยงเพื่อสร้างรายได้ในเวลาต่อมา “การเลี้ยงแพะเริ่มแรกเลยคือลูกชาย เขาก็มาบอกว่าเห็นที่อื่นเลี้ยงแล้วขายได้ ก็เลยหานำมาเลี้ยง โดยช่วงแรกเน้นเลี้ยงเป็นแบบแพะขุนขายก่อน ก็ประสบผลสำเร็จดี แต่ด้วยปริมาณแพะที่เยอะขึ้นทำให้พื้นที่อีก 7 ไร่ที่เคยทำนาปรับมาปลูกหญ้าเป็นอาหารสำหรับเลี้ยงแพะขุนแทน พอตลาดเริ่มนิ่งสามารถขายได้ดี ก็เลยเกิดแนวความคิดใหม่ เลี้ยงแม่พันธุ์เพื่อผลิตลูกพันธุ์ขาย น่าจะตอ
ปัจจุบันทั่วโลกกำลังให้ความสำคัญกับเทรนด์อุตสาหกรรม “อาหารแห่งอนาคต (Future Food)” คือ เทรนด์อาหารอย่างหนึ่งของอุตสาหกรรมอาหารโลกที่ต่อยอดกระบวนการผลิตอาหารแบบเดิม ให้ตอบโจทย์การลดสภาวะโลกร้อนไปพร้อมกับสร้างระบบอาหารที่เน้นคุณค่าทางโภชนาการสูงและดีต่อความยั่งยืนของโลก เป็นที่มาของความหลากหลายในการต่อยอดที่ไม่จำกัดรูปแบบหน้าตาของอาหารอนาคต ขอเพียงทำแล้วตอบโจทย์แนวทาง “ดีต่อใจ-ดีต่อสุขภาพ-ดีต่อโลก” จิ้งหรีด จัดอยู่ในเทรนด์อุตสาหกรรม Novel Food หรือที่เรียกในภาษาไทยว่า “อาหารใหม่” เป็นซุปเปอร์ฟู้ด (Super Food) ที่ให้สารอาหารสูง โดยจิ้งหรีดถือเป็นอีกแหล่งโปรตีนแห่งอนาคตที่สำคัญ หากประเทศไทยมีการสนับสนุนส่งเสริมการเลี้ยงในระบบที่ทันสมัยมากขึ้น ได้ปริมาณและคุณภาพของผลผลิตที่แม่นยำ ในอนาคตจิ้งหรีดจะกลายเป็นสัตว์เศรษฐกิจที่สร้างรายได้เข้าประเทศได้อย่างมหาศาล ด้วยสภาพอากาศของประเทศไทยที่เหมาะสำหรับการเลี้ยงจิ้งหรีดเป็นที่สุด คุณบัญชร นามธรรม กรรมการผู้จัดการ บริษัท สามสิบสอง อินโนเวท จำกัด (32 BUG FARM) ตั้งอยู่ที่ ตำบลบึงยี่โถ อำเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี ผู้ประกอบธุรกิจฟาร์มจิ้งหรีดแนวตั้ง นว
ปัจจุบัน “ชันโรง” หรือผึ้งจิ๋ว นับเป็นแมลงเศรษฐกิจตัวใหม่ที่น่าจับตามอง เนื่องจากดูแลจัดการง่าย แถมให้ผลตอบแทนสูง ชันโรงเป็นแมลงที่ช่วยผสมเกสรคล้ายผึ้ง ช่วยเพิ่มคุณภาพผลผลิตทางการเกษตรแล้ว ยังมีผลพลอยอีกมากมาย เช่น การขายตัวอ่อนนางพญาผึ้งชันโรง การขายน้ำผึ้งชันโรง ยางไม้ (ชัน) หรือ พรอพโพลิส (Propolis) ที่อุดมด้วยคุณค่าโภชนาการ สามารถนำมาสร้างมูลค่าเพิ่มโดยแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์เสริมความงามได้หลายชนิด อาทิ สบู่ หรือโลชั่น ฯลฯ น้ำผึ้งชันโรงไม่ได้เป็นแค่อาหาร แต่มีสรรพคุณทางยา ถือเป็นยาอายุวัฒนะ เพราะชันโรงมีพฤติกรรมเก็บน้ำหวานจากดอกไม้และละอองเกสรของพืชที่มีคุณสมบัติทางยามาใช้เป็นอาหารเช่นเดียวกับผึ้ง ชันโรงดูดน้ำหวานดอกไม้ 20 เปอร์เซ็นต์ และเก็บเกสรดอกไม้ 80 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่ผึ้งทั่วไปมักดูดน้ำหวานจากดอกไม้ 80 เปอร์เซ็นต์ และเก็บเกสรดอกไม้ 20 เปอร์เซ็นต์ ปัจจุบัน น้ำผึ้งชันโรงขายได้ราคาแพงกว่าน้ำผึ้งทั่วไป เพราะมีคุณค่าทางโภชนาการสูง มีส่วนประกอบของสารฟลาโวนอยด์ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ป้องกันและยับยั้งเซลล์มะเร็ง มีฤทธิ์ต้านการอักเสบ สมานแผล และช่วยบำรุงสมอง อยากรู้เรื่อง “ชันโรง”ต้อง
“ไก่เนื้อโคราช” เป็นอีกหนึ่งทางเลือกของผู้ที่ชื่นชอบการบริโภคเนื้อไก่ เพราะจุดแข็งของเนื้อไก่โคราช คือ เนื้อเหนียวนุ่ม ชุ่มฉ่ำ ติดสปริง เป็นเนื้อไก่เพื่อสุขภาพ เพราะมีปริมาณโปรตีนสูง มีคอลลาเจนสูง แต่มีปริมาณไขมันต่ำ และคอเลสเตอรอลต่ำ คนที่เป็นเกาต์ทานแล้วไม่เจ็บไม่ปวด สรุปแล้วไก่โคราชมีรสชาติอร่อยแบบไก่ไทย แต่เลี้ยงโตไวเหมือนไก่ฝรั่ง “ไก่โคราช” เป็นผลงานวิจัยที่มีจุดเริ่มต้นตั้งแต่ ปี พ.ศ. 2552 โดยความร่วมมือของหลายฝ่าย ได้แก่ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี (มทส.) สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) กรมปศุสัตว์ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน (องค์การมหาชน) บริษัท พีเอส นิวทริชั่น จำกัด และกลุ่มทำนาลาดบัวขาว อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา โดยมีเป้าหมายเพื่อให้ “ไก่โคราช” เป็นเครื่องมือในการพัฒนาความสามารถในการพึ่งพาตนเอง และยกระดับความสามารถของเกษตรกรไปสู่การเป็นผู้ประกอบการ เพื่อแก้ปัญหาที่หยั่งรากลึกของประเทศคือความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจและสังคม ไก่โคราชเป็นไก่ลูกผสมที่เกิดจากพ่อพันธุ์ไก่พื้นเมืองเหลืองหางขาวกับแม่พันธุ์ไก่ มทส. ที
คุณเดย์ หรือ คุณชัยณรงค์ ปราบภัย อาศัยอยู่ในบ้านสไตล์ฟาร์มเฮาส์ย่านบางปู จังหวัดสมุทรปราการ ปัจจุบันประกอบอาชีพเป็นพนักงานบริษัทเอกชน และมีความชื่นชอบในการเลี้ยงสัตว์และเพาะพันธุ์สัตว์ คุณเดย์เคยเลี้ยงสัตว์หลากหลายประเภท โดยเริ่มต้นจากความหลงใหล ต่อมาได้พัฒนาเป็นการเพาะพันธุ์ จึงทำให้เกิด “Daylight ไข่พาสเทล” คุณเดย์ เป็นบุคคลแรกๆ ในประเทศไทยที่สนใจไก่ไข่สี และนำมาขยายพันธุ์จนปัจจุบันเป็นที่รู้จักในนาม “Daylight ไข่พาสเทล” ทำให้หลายๆ คนในบ้านเราเรียกติดปากกันว่า “ไก่ไข่สี พาสเทล” และมีคนนำไปใช้อย่างแพร่หลาย Daylight ไข่พาสเทล ไม่ใช่ฟาร์มใหญ่โต ไม่ได้มุ่งเน้นธุรกิจเป็นจุดประสงค์หลัก จึงมีจุดเด่นด้วยการเลี้ยงและเพาะพันธุ์ไก่จำนวนที่พอดี เพื่อควบคุมคุณภาพ และง่ายต่อการบริหารจัดการให้ถูกสุขลักษณะมากที่สุด การเลี้ยงไก่ไข่ของคุณเดย์ เริ่มต้นจากความต้องการกินไข่ไก่ที่ดีมีคุณภาพ จึงเลือกที่จะเลี้ยงไก่ไข่ เพื่อที่จะควบคุมคุณภาพอาหารและดูแลแม่ไก่ด้วยตนเอง เดิมทีเริ่มเลี้ยงลูกเจี๊ยบพันธุ์ไก่ไข่เพียง 9 ตัว และได้ศึกษาจนได้พบว่ามีสายพันธุ์ไก่ไข่ที่หลากหลาย รวมถึงไก่ไข่สีจากต่างประเทศ จึงนำมาทดลองพั
เริ่มต้นจากเป็นคนรักสัตว์ ชอบสัตว์ จนเป็นที่มาของการทำฟาร์มสุนัขที่ทำมาร่วม 10 กว่าปี ตอนนั้นปี 2540 เป็นยุคฟองสบู่แตก เลยทำให้ต้องหยุดทำฟาร์มสุนัข เนื่องจากไม่ได้พักผ่อน การทำฟาร์มต้องดูแลใส่ใจสัตว์ทุกตัว ซึ่งตอนที่ทำฟาร์มสุนัขก็เรียกคนรับจับผสมสุนัขมาทำการผสมให้ฟาร์มตนเอง ซึ่งยุคนั้นการผสมพันธุ์สุนัขยังไม่มีการผสมเทียม มีเพียงผสมจริงอย่างเดียว คุณหนึ่ง-นิรันดร์ เจริญสุข อาชีพรับจับผสมสุนัขทุกสายพันธุ์ จุดเริ่มต้นของอาชีพนี้ต้องเกริ่นก่อนว่าไม่ใช่สัตวแพทย์ แต่มาจากการอาศัยประสบการณ์ ดูเขามาเรื่อยๆ เป็นระยะเวลากว่า 10 ปี ซึ่งได้มีการศึกษาข้อมูลเพิ่มเติม จนผันตัวเป็น “นักจับผสมพันธุ์สุนัข” มาจนถึงปัจจุบัน ถือว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญมากประสบการณ์จนได้รับฉายาเป็นที่รู้จักในโซเชียล “ฉายากามเทพสุนัข” พี่หนึ่ง เล่าว่า “ที่มาของฉายานี้ได้มาจากหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ ซึ่งตอนได้รับฉายาตอนนั้นก็รู้สึกดี ไม่คิดว่าจะมีคนให้ความสำคัญกับเราขนาดนี้ เหมือนเป็นกามเทพให้น้องสุนัขได้มาพบรักกัน” ทุกคนมักจะเข้าใจว่าสุนัขก็สามารถผสมพันธุ์กันเองได้ แต่ต้องบอกก่อนว่า บางครั้งสุนัขบางสายพันธุ์ ส่วนใหญ่ผสมพันธุ์กันเอ
ปั๊ก สุนัขพันธุ์ตัวเล็กหน้าย่น มีความเชื่อที่ว่า ปั๊ก เป็นสัตว์เลี้ยงมงคล เป็นสุนัขรักเด็ก ร่าเริง กระตือรือร้น มีน้ำหนักไม่เกิน 9 กิโลกรัม สูงไม่เกินฟุต สิ่งที่ผู้เลี้ยงต้องระวังไม่ให้อ้วนจนเกินไป อีกทั้งต้องดูแลเรื่องอากาศเนื่องจากเป็นสุนัขที่มีโพรงจมูกสั้น อาจมีปัญหาเรื่องการหายใจ หากใครสนใจเลี้ยงสุนัขพันธุ์นี้ คุณฉันทลักษณ์ ภู่เกตุ เจ้าของฟาร์มปั๊กบ้านยาย ตั้งอยู่ที่ ตำบลคลองแม่ลาย อำเภอเมือง จังหวัดกำแพงเพชร ได้แนะนำกลเม็ดเคล็ดลับการเลี้ยงสุนัขสายพันธุ์ปั๊ก ดังนี้ เทคนิคการเลือกซื้อสุนัขพันธุ์ปั๊ก สุนัขพันธุ์ปั๊ก มีเสน่ห์ที่หน้าตา หน้าย่นของสุนัขพันธุ์ปั๊กมองดูเหมือนหน้าบึ้ง แต่แท้จริงแล้วแฝงความตลกไว้ มองแล้วรู้สึกอารมณ์ดีขึ้นมา ปั๊กมีนิสัยไฮเปอร์ คือไม่อยู่นิ่ง ชอบสำรวจ รื้อ ค้น ขี้สงสัย สามารถสร้างความสุขให้กับผู้เลี้ยงได้ ทั้งหมดคือเสน่ห์ที่หาได้ยากในสุนัขสายพันธุ์อื่น “ปั๊ก” เป็นสุนัขสายพันธุ์ชั้นสูงของจีน รอยพับย่นบริเวณหน้าผาก คล้ายอักษรจีน หมายถึง “เจ้าชาย” ซึ่งเป็นลักษณะที่ดีมาก “ ปั๊ก” เป็นสัตว์เลี้ยงมงคล เลี้ยงไว้ในบ้านจะนำมาซึ่งความเจริญรุ่งเรือง มีความสุข เงินทองไหลมา
