พืชทำเงิน
จากพื้นที่นาข้าวที่เคยสร้างรายได้เพียงช่องทางเดียว วันนี้ถูกปรับเปลี่ยนบางส่วนให้กลายเป็นสวนอินทผลัมที่ให้ผลผลิตคุณภาพ ส่งขายถึงมือลูกค้าในราคาที่น่าพอใจ คุณธัญญา กาญจนประดิษฐ์ หญิงแกร่งและเก่งของจังหวัดกาญจนบุรี มองเห็นถึงอนาคตตลาดอินทผลัมว่าผลตอบแทนต่อไร่น่าจะเป็นสินค้าที่มีราคา เธอจึงได้ปรับเปลี่ยนพื้นที่ทำเกษตรบางส่วนที่เคยทำนา แบ่งมาปลูกอินทผลัมเพื่อกระจายความเสี่ยงในเรื่องของการสร้างรายได้ จากการทดลองในครั้งนั้นถือว่าประสบผลสำเร็จดี ที่ได้ปรับเปลี่ยนที่นามาปลูกอินทผลัม “การปลูกอินทผลัมเราแบ่งการปลูกเป็น 2 ช่วงอายุ โดยแบ่งพื้นที่ปลูกรุ่นแรก 8 ไร่ กับรุ่นที่ 2 บนเนื้อที่ 7 ไร่ รวมพื้นที่ปลูกอินทผลัมทั้งหมด ประมาณ 15 ไร่ แบ่งจากพื้นที่นามาปลูก ส่วนที่อื่นก็ยังมีทำนาอยู่ด้วยควบคู่กันไป แทนที่จะปลูกข้าวอย่างเดียว ก็มาปลูกอินทผลัมเสริม เป็นการกระจายรายได้ให้ครบทุกด้าน เพราะไม่อยากทำพืชเชิงเดี่ยวเพียงอย่างเดียว” คุณธัญญา เล่าถึงจุดเริ่มต้นของการปลูกอินทผลัม สำหรับการปลูกและการเลือกซื้อสายพันธุ์อินทผลัมนั้น คุณธัญญา บอกว่า ช่วงแรกได้ศึกษาหาข้อมูลเรียนรู้จากแหล่งต่างๆ ทั้งจากการเดินทางไปศ
ยางพารา นับเป็นหนึ่งในพืชเศรษฐกิจหลักของไทย ทำรายได้อย่างสม่ำเสมอ และเป็นพืชที่กรีดได้เกือบทุกวัน มีต้นทุนการจัดการภายในสวนไม่สูงมาก ใช้เวลาทำงานไม่กี่ชั่วโมงต่อวัน อีกทั้งยังเป็นสินค้าอุตสาหกรรมที่มีตลาดมารองรับอยู่ตลอด แต่เนื่องด้วยในสถานการณ์ปัจจุบันราคายางค่อนข้างมีความผันผวนสูง อาจส่งผลกระทบกับรายได้ในบางช่วงของเกษตรกรหายไป ทำให้เกษตรกรชาวสวนยางต้องปรับตัวหาทางรอดด้วยการหาพืชอย่างอื่นมาปลูกเสริมในสวนยาง เพื่อสร้างรายได้หมุนเวียนมาใช้จ่ายในครอบครัว และอีกส่วนเก็บเป็นเงินออมไว้ คุณถนอมชัย กล่อมปัญญา หรือ พี่หนอม อยู่บ้านเลขที่ 80/3 หมู่ที่ 1 ตำบลไม้ฝาด อำเภอสิเกา จังหวัดตรัง เกษตรกรหัวสมัยใหม่ จากเมื่อก่อนทำสวนยางพาราเพียงอย่างเดียว ปรับตัวตามสถานการณ์มองหาพืชเศรษฐกิจหลากหลายชนิดมาปลูกแซมในสวนยาง บนแนวคิด วันสต็อป เซอร์วิส ครบจบในสวนเดียว ที่มีกระบวนการปลูก-แปรรูป และทำการตลาดเอง ทำให้สามารถจัดสรรรายได้จากพืชได้ทั้งแบบรายวัน รายเดือน และรายปี มีเงินหมุนใช้ในครอบครัวอย่างไม่ขัดสน พี่หนอม เล่าถึงจุดเริ่มต้นปลูกพืชแซมในสวนยางว่า ก่อนหน้านี้ตนเป็นเกษตรกรเลี้ยงกุ้ง ควบคู่ไปกับการขายอาหาร
ปัจจุบันมีผู้นิยมบริโภค “ยอดมะพร้าว” กันมากขึ้น เนื่องจากมีรสชาติดีเมื่อนำไปประกอบอาหารก็จะทำให้รสชาติดีตามไปด้วย โดยการปลูกต้นมะพร้าวเพื่อตัดยอดอ่อนขายนั้นยังถือว่าเป็นอาชีพที่มีอนาคต ในบางช่วงที่มะพร้าวผลสดราคาตก แต่ยอดมะพร้าวนั้นราคาจะอยู่ที่ราวๆ 250-300 บาท ซึ่งถือว่าราคาขยับสูงขึ้นมากในรอบ 5 ปีเลยทีเดียว ข้อควรคำนึงในการปลูกมะพร้าวเพื่อตัดยอด จะต้องมีปริมาณน้ำเพียงพอตลอดปี เนื่องจากต้องให้น้ำต้นมะพร้าวทุกๆ 2 สัปดาห์ ต้องหมั่นกำจัดวัชพืชอยู่เสมอ พร้อมกับมีการให้ปุ๋ยอย่างพอเพียง วิธีการปลูก เริ่มจากการเตรียมดิน โดยการไถดะ ไถแปร แล้วขึ้นร่องเพื่อป้องกันน้ำขังขณะฝนตกหนักหรือหลังการให้น้ำ สันร่องกว้าง 1-1.5 เมตร ปรับผิวร่องให้เรียบ ใช้ระยะปลูก 2×3 เมตร ขุดหลุมปลูกลึก 25-30 เซนติเมตร รองก้นหลุมด้วยปุ๋ยคอกเก่า อัตราครึ่งบุ้งกี๋ต่อหลุม คลุกเคล้ากับดินให้เข้ากัน หลุมปลูกควรปลูกให้ชิดขอบด้านใดด้านหนึ่งเพียงด้านเดียว นำกล้ามะพร้าวอาจใช้พันธุ์มะพร้าวทั่วไปหรือมะพร้าวน้ำหอมก็ได้ สุดแท้แต่ความสะดวกที่จะหาได้ และต้องเป็นต้นกล้าที่แข็งแรงสมบูรณ์ มีใบ 4-6 ใบ วางต้นกล้าลงที่หลุมที่เตรียมไว้ ฝั
คุณน้อย หรือ วิทยา เพชรมาลัยกุล ตัดสินใจกลับบ้านเกิดที่อำเภอหนองหญ้าปล้อง จังหวัดเพชรบุรี เพื่อดูแลกิจการ “ไร่เพชรมาลัยกุล” ของครอบครัว ซึ่งมีรายได้หลักจากการทำเกษตรเชิงเดี่ยว ทำไร่อ้อยและปลูกพืชไร่ มานานกว่า 50 ปี เลิกใช้สารเคมี ก้าวสู่เกษตรอินทรีย์ คุณน้อย เจ้าของไร่เพชรมาลัยกุล เล่าให้ฟังว่า เดิมที่บ้านทำไร่อ้อย ปลูกพืชไร่โดยใช้สารเคมี รวมทั้งปลูกมะลิ เก็บผลผลิตขายได้ทุกวัน แต่มะลิเป็นพืชที่ใช้สารเคมีสูงมาก ก่อนหน้านี้ ผมเคยทำธุรกิจขายส่งสารเคมีการเกษตรให้ร้านค้าทั่วไป ทั้งๆ ที่ไม่ได้สัมผัสสารเคมีโดยตรง แต่กลับมีกลิ่นสารเคมีติดตัวจนคนรอบข้างทักประกอบกับภรรยามีปัญหาด้านสุขภาพ เมื่อประมาณ 10 ปีก่อน จึงตัดสินใจเลิกใช้สารเคมีและหันมาทำเกษตรอินทรีย์แทน คุณน้อยเริ่มต้นจากจัดสรรที่ดินประมาณ 10-20 ไร่ ปลูกพืชแบบผสมผสานตามศาสตร์พระราชา โดยปลูกป่า 5 ระดับ ป่า 3 อย่างประโยชน์ 4 อย่าง ทฤษฎีบันได 9 ขั้น เพื่อความสุข ความยั่งยืนของอาชีพและสร้างรายได้เป็นรายวัน รายเดือน และรายปี “ช่วงแรกของการปรับเปลี่ยน จากที่เคยใช้เคมี มาเป็นเกษตรอินทรีย์ ถือว่ายากพอสมควร เพราะได้ผลผลิตน้อย มีรายได้ลดลง และห่วงก
มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา ได้รับการสนับสนุนทุนวิจัยจาก สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.) ขับเคลื่อน “เสบียงเมืองโมเดล” โครงการแก้จน ในจังหวัดยะลา ด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี นวัตกรรม “สร้างธุรกิจใหม่ Up Skill รายได้เพิ่มขึ้น” ตามนโยบายรัฐบาลและนโยบายกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เพื่อให้เกิดการสร้างอาชีพและรายได้ให้กับกลุ่มเป้าหมาย และขยายไปสู่การผลิตเชิงพาณิชย์อย่างยั่งยืน ความสำเร็จของข้าวโพดหวาน จากฐานทุนธรรมชาติ สู่เสบียงเมืองโมเดล มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลาได้ลงพื้นที่เพื่อแก้ไขปัญหาความยากจนในระดับครัวเรือน โดยมุ่งเน้นการสร้างอาชีพและเพิ่มรายได้ให้แก่ประชาชนในพื้นที่อำเภอบันนังสตา ผ่านการส่งเสริมการผลิตพืชเศรษฐกิจและการแปรรูปสินค้าเกษตร ข้าวโพดหวาน เป็นหนึ่งในพืชเศรษฐกิจที่มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา ส่งเสริมชาวบ้านในพื้นที่บ้านบาโงยแจเกาะ และบ้านตาเนาะปูเต๊ะ เพาะปลูกเพื่อสร้างอาชีพ โดยถ่ายทอดความรู้ตั้งแต่การปรับปรุงดิน การพัฒนาปุ๋ยอินทรีย์เคมีสำหรับปลูกข้าวโพดหวาน เพื่อให้ผลผลิตมีคุณภาพและเพิ่มปร
เกษตรจังหวัดเชียงใหม่ เกษตรอำเภอแม่ริม พร้อมเจ้าหน้าที่ติดตามการผลิตทุเรียนคุณภาพของ อาจารย์เสถียร ภิระเป็ง ที่หมู่ที่ 4 ตำบลแม่แรม อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ ผู้เขียนเห็นว่าน่าสนใจจึงนำมาเผยแพร่ โดย อาจารย์เสถียร ภีระเป็ง ถือเป็นเกษตรกรต้นแบบ อาจารย์เสถียร กล่าวว่า ตนเองเป็นข้าราชการบำนาญ อดีตรับราชการเป็นอาจารย์สอนอยู่ที่วิทยาลัยเทคโนโลยีเกษตรและเทคโนโลยีเชียงใหม่ เมื่อเกษียณอายุราชการ จึงหันมาทำการเกษตรปรับพื้นที่เดิมที่ปลูกดอกเบญจมาศ มาปลูกทุเรียนในระบบปลอดภัยพันธุ์หมอนทอง ระยะห่างระหว่างต้นระหว่างแถว 6×6 เมตร จำนวน 23 ไร่ โดยซื้อต้นพันธุ์มาจากจังหวัดอุตรดิตถ์ พื้นที่เป็นไหล่เขาจึงมีการปลูกแบบขั้นบันได ทำระบบให้น้ำแบบสปริงเกลอร์ ปลูกมาประมาณ 7 ปี ปัจจุบันเริ่มให้ผลผลิตแล้วรสชาติหวาน กลิ่นหอมอ่อนๆ เนื้อหนาละมุน และผลผลิตจะออกท้ายฤดูกาลของที่อื่น เนื่องจากสภาพภูมิอากาศหนาวเย็น และอยู่ในพื้นที่ระดับความสูงกว่า 900 เมตร จากระดับน้ำทะเลโดยจำหน่ายทางระบบออนไลน์ ในกิโลกรัมละ 200 บาท สามารถสร้างรายได้หลังเกษียณอีกช่องทางหนึ่ง ซึ่งได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก ผู้เขียนจึงค้นคว้าข้อมูลทา
น้องโฟกัส สาวน้อยวัย 16 ไม่อายทำกิน สู้แดดขับรถดำนาแบ่งเบาภาระพ่อ เก็บเงินเรียนสัตวแพทย์ เผย ไม่รู้สึกอายเพราะเป็นอาชีพสุจริต ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ ต.เขาชะงุ้ม อ.โพธาราม จ.ราชบุรี หลังทราบเสียงชื่นชมจากชาวบ้านถึงความกตัญญูของ น.ส.สุภัชชา อนุตโร หรือ น้องโฟกัส อายุ 16 ปี นักเรียนชั้น ม.4 โรงเรียนช่องพรานวิทยา เยาวชนสู้ชีวิตที่ใช้เวลาว่างจากการเรียนไปรับจ้างดำนา ลุยโคลนเพื่อหาเงินช่วยแบ่งเบาภาระของครอบครัว เมื่อไปถึงพบน้องโฟกัสพร้อมครอบครัว และเพื่อนเกษตรกรสมาชิกกลุ่มศูนย์ข้าวชุมชนบ้านเขานม ต่างกำลังช่วยกันม้วนต้นกล้าข้าว เตรียมขนย้ายขึ้นรถกระบะไปผืนนาของเกษตรกรที่ว่าจ้างดำนา หลังจากไปถึงไม่รอช้า น้องโฟกัสก็กระโดดขึ้นรถดำนาคู่ใจขับลุยโคลนปักต้นกล้าดำนาด้วยความตั้งใจ ท่ามกลางแสงแดดจ้า โดยมีคุณพ่อที่คอยช่วยบรรจุต้นกล้าใส่เครื่องดำนา เพียงไม่นานก็แล้วเสร็จ ต้นกล้าถูกปักดำอยู่บนแปลงอย่างเป็นระเบียบสวยงาม พร้อมเจริญเติบโตต่อไป น้องโฟกัสเปิดเผยด้วยใบหน้ายิ้มแย้มว่า ตั้งแต่เล็กจนโต พ่อต้องทำงานหนักและเหนื่อยเพื่อครอบครัวมาโดยตลอด จึงพยายามตั้งใจเรียนและช่วยเหลืองานบ้านเท่าที่จะทำได้ ซึ่งก่อนหน้า
นายณฎล สว่างญาติ จากอดีตวิศวกรก้าวเข้าสู่เกษตรกรชาวนาต้นแบบ ของสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรรม (ส.ป.ก.) นายณฎลเป็นทายาทรุ่นที่ 3 ของครอบครัวที่น้อมนำหลักเศรษฐกิจพอเพียงผสมผสานภูมิปัญญาท้องถิ่น เทคโนโลยี และนวัตกรรม มาปรับใช้บนที่ดินพระราชทาน ณ ศูนย์การเรียนรู้เกษตรพอเพียง ตำบลช้างใหญ่ อำเภอบางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา นายณฎล (ชื่อเดิม : นายนพดล) และคุณพ่อ “นายประมาณ สว่างญาติ” เป็นแกนนำหลักในการรวมกลุ่มเกษตรกรเพื่อยกระดับการผลิตข้าวอย่างครบวงจร ในชื่อ กลุ่มศูนย์ข้าวชุมชนตำบลช้างใหญ่ ปลูกข้าวหลากหลายสายพันธุ์ เช่น ข้าวสายพันธุ์ กข 43 พันธุ์ กข 79 ข้าวหอมปทุมธานี และพันธุ์ข้าว RJ22 มุ่งผลิตเมล็ดพันธุ์ใช้กันเองภายในกลุ่มแปลงใหญ่ และจดทะเบียนเป็นวิสาหกิจชุมชนพันธุ์ข้าวไทย ดำเนินธุรกิจการตลาด เปิดโอกาสให้เกษตรกรเป็นผู้กำหนดราคาขายร่วมกับผู้ซื้อ เชื่อมโยงสู่ตลาดระดับต่างๆ มากขึ้น รวมถึงการพัฒนาชุมชนให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเกษตรปลอดภัย สร้างงาน สร้างรายได้ให้กับชุมชนอย่างต่อเนื่อง “ข้าวอาร์เจ22” ข้าวนุ่ม คุณภาพดี ท้าชิงส่วนแบ่งตลาดข้าวนุ่มในอียู นายณฎล กล่าวว่า ข้าวหอมมะลิไทย โดดเด่นใน
“เขาหาว่า ผมบ้า มาปลูกองุ่นกลางท้องนา” คุณธนกฤต ธนศรีตะเวน หนุ่มใหญ่วัยฉกรรจ์ เจ้าของสวนองุ่นธนกฤต บอกเล่าความหลัง เมื่อเขาตัดสินใจพลิกฟื้นผืนนามาทำสวนองุ่นแห่งแรกในอำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว เดิมทีครอบครัวของคุณธนกฤต มีอาชีพทำนา แต่การปลูกข้าวต้องพึ่งพาน้ำฝนเป็นหลัก ปีไหนฝนฟ้าไม่เป็นใจ ก็ได้ผลผลิตไม่เต็มเม็ดเต็มหน่วย บางปีก็ขายข้าวไม่ได้ราคา ระยะหลังเจอปัญหาภัยแล้งทุกปี ก็สู้ไม่ไหว ตัดสินใจเลิกทำนา หันมาทำสวนองุ่นแทน เพราะองุ่นเป็นไม้ผลที่ให้ผลตอบแทนดี สามารถวางแผนการปลูกให้มีผลผลิตเก็บเกี่ยวได้ตลอดทั้งปี ในระยะแรก คุณธนกฤตเรียนรู้เรื่องการปลูกดูแลองุ่นจากตำรา และเยี่ยมชมสวนองุ่นในพื้นที่ต่างๆ นำมาประยุกต์ใช้ในสวนองุ่นของตัวเอง จนได้ผลผลิตคุณภาพดี ที่นี่เน้นปลูกองุ่นไร้เมล็ด เมื่อสวนองุ่นเริ่มเป็นรูปเป็นร่าง เขาเปิดโอกาสให้ผู้สนใจเข้ามาแวะชม-ชิม-ช้อป องุ่นผลสดและน้ำองุ่นในสวน กลายเป็นจุดขาย ทำให้สวนองุ่นแห่งนี้เริ่มเป็นที่รู้จักของชาวบ้าน มีกลุ่มลูกค้าขาประจำแวะเวียนเข้ามาซื้อสินค้าถึงสวนอย่างไม่ขาดสาย กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรชื่อดังของอำเภออรัญประเทศมาจนถึงทุกวันนี้ ปลูกด
ท่ามกลางระบบเศรษฐกิจที่ย่ำแย่มาตลอดหลายปีนี้ บวกกับสถานการณ์โรคโควิดทำให้ชาวบ้านเดือดร้อนไปทั่วทุกครัวเรือน ราคาสินค้าขึ้นกันแทบทุกชนิด ยกเว้นราคาข้าวเปลือกของชาวนา มีราคา 1 กิโลกรัมเท่ากับบะหมี่สำเร็จรูป 1 ซอง แต่ดีที่ภูมิประเทศใกล้เส้นศูนย์สูตรมีดินฟ้าอากาศเป็นใจต่อการทำเกษตรและมีชาวบ้านเป็นเกษตรกรกันมากพอควรจึงสามารถหลุดพ้นความหิวท้อง เพราะอยู่กันในต่างจังหวัดมีพื้นที่ปลูกพืชเลี้ยงสัตว์เป็นอาหารได้ ที่น่าเป็นห่วงกับลูกหลานเกษตรกรที่อุตส่าห์ร่ำเรียนมาเพื่อเป็นลูกจ้างในเมือง พอเศรษฐกิจพังก็ถูกปลดออกกันเป็นแถว จากประสบการณ์ทำงานในโรงงาน ห้างร้าน บริษัท ไม่สามารถนำมาทำเลี้ยงชีพได้ตอนกลับมาอยู่บ้านนอก ต้องปรับตัวเรียนรู้กันยกใหญ่ ประสบความสำเร็จบ้าง ล้มเหลวบ้างตามความสามารถของตนเอง เรื่องราวในวันนี้ไม่ได้เขียนเรื่องการทำเกษตรโดยตรง แต่ถือเป็นแนวคิดและประสบการณ์ที่ล้มลุกคลุกคลานได้มาจากประสบการณ์ของตัวเองของเกษตรกรท่านหนึ่ง ที่ไม่มีความรู้เรื่องเกษตรเลย แต่ฝ่าฟันมาจนยืนหยัดมาได้ เดิม คุณนพอนันต์ เลาหพูนรังสี หรือ ลุงอ้วน เรียนจบบัญชีจากมหาวิทยาลัยรามคำแหง กลับมาเปิดร้านขายของชำอยู่ที่บ้า
