เกษตรรอบด้าน
“มันหวานญี่ปุ่น” นับเป็นอีกหนึ่งพืชสร้างรายได้ที่น่าสนใจ เพราะนอกจากรสชาติที่อร่อย หวาน มัน แล้วนั้น ในแง่ของคุณประโยชน์ยังอุดมไปด้วยวิตามินซีและวิตามินเอ ที่เป็นสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกาย ช่วยให้ร่างกายได้รับแร่ธาตุต่างๆ และเป็นแหล่งผลิตสารต้านอนุมูลอิสระ ทำให้มีคุณสมบัติการชะลอวัย ที่สำคัญช่วยรักษาระดับน้ำตาลในเลือด มันหวานเป็นคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน เมื่อกินเข้าไปร่างกายจะค่อยๆ ย่อยและเปลี่ยนเป็นพลังงาน ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดไม่ขึ้นสูง เป็นตัวช่วยที่ดีสำหรับการลดน้ำหนัก ทำให้อิ่มได้นานขึ้น เหมาะกับเทรนด์รักสุขภาพที่กำลังมาแรงมากๆ ในยุคนี้ คุณสราวุธ วงศ์กาวิน หรือ คุณโด้ สมาชิกสหกรณ์การเกษตรยั่งยืนแม่ทา จำกัด จังหวัดเชียงใหม่ เล่าว่า ปัจจุบันสมาชิกสหกรณ์แม่ทา มีจำนวนสมาชิกอยู่ประมาณ 120 ครัวเรือน มีพื้นที่ทำการเกษตรรวมกันทั้งหมด 400 ไร่ ทำเกษตรอินทรีย์ทั้งหมด โดยหลักๆ จะเน้นส่งเสริมให้สมาชิกปลูกพืชผักตามฤดูกาล และมีพืชเด่นสร้างรายได้ของกลุ่มคือ “มันหวานญี่ปุ่นอินทรีย์” ซึ่งเป็นสายพันธุ์ที่คัดมาจากญี่ปุ่น แล้วนำมาพัฒนาสายพันธุ์ ให้เหมาะสมกับพื้นที่ปลูกที่แม่ทา เพื่อให้ได้ผลผลิตที่มีคุณ
ผกากรอง เป็นพรรณไม้ทรงพุ่มขนาดเล็ก แตกกิ่งก้านสาขาออกรอบๆ ต้นของผกากรองสูงโดยเฉลี่ย 2-6 ฟุต ใบ เป็นรูปไข่ ปลายใบแหลม พื้นใบมีสีเขียวเข้ม ใบดก ใบมีลักษณะสากระคายมือ โดยใบออกเป็นคู่ๆ สลับเรียงกันตามกิ่งก้าน ทำให้ดูเป็นพุ่มหนาทึบ ดอกของผกากรองมีหลากหลายสีขึ้นอยู่กับชนิด ดอก ออกเป็นกระจุกรวมกันเป็นดอกเดียว ทรงคล้ายๆ กับดอกเข็ม โดยออกดอกตรงบริเวณส่วนยอดของกิ่ง ดอกมีมากมายหลายสี เช่น ดอกสีแดง สีเหลือง สีขาว สีม่วงอ่อน สีชมพู ซึ่งบางทีใน 1 ดอก สามารถเปลี่ยนได้มากกว่า 1 สี สามารถปลูกได้กับดินทุกชนิด แต่จะชอบดินที่เป็นดินร่วนซุย หรือดินปนทรายมากกว่า โดยเฉพาะดินที่มีการระบายน้ำได้ดี คุณวรรณพร ประดู่วงศ์ อยู่บ้านเลขที่ 67/4 ตำบลยางนอน อำเภอเดิมบางนางบวช จังหวัดสุพรรณบุรี เป็นเกษตรกรหญิงแกร่งที่ได้ใช้เวลาว่างหลังจากทำนา มาผลิตต้นผกากรองจำหน่าย เพราะหลายปีที่ผ่านมาปริมาณน้ำมีไม่เพียงพอต่อการทำเกษตร ส่งผลให้การทำนาไม่สามารถทำได้ตลอดทั้งปีเหมือนเช่นเคย จึงได้ยึดการผลิตผกากรองเป็นอาชีพเสริม สร้างรายได้ให้กับเธอมาในระยะไม่กี่ปีที่ผ่านมา คุณวรรณพร เล่าให้ฟังว่า อาชีพหลังของครอบครัวมีในเรื่องของการค้าขาย
หากพูดถึงพืชที่ปลูกครั้งเดียวแต่เก็บเกี่ยวได้ยาวนาน “ไผ่” ต้องติดโผอันดับต้นๆ อย่างแน่นอน ไม่ใช่แค่ให้ร่มเงาสวยงามหรือใช้ลำทำเฟอร์นิเจอร์ แต่ “หน่อไม้” ยังเป็นของกินยอดนิยมที่ขายดีตลอดปี ยิ่งตลาดอาหารสุขภาพกำลังมาแรง หน่อไม้สดๆ ปลอดสารก็ยิ่งเป็นที่ต้องการมากขึ้น หลายคนอาจคิดว่าการปลูกไผ่ต้องใช้พื้นที่เยอะ แต่ความจริงแล้วสามารถปลูกได้ทั้งแบบสวนใหญ่และสวนข้างบ้าน ขอแค่มีการจัดการที่ดี เลือกพันธุ์ให้เหมาะสม แค่นี้ก็สามารถทำเงินหลักหมื่นต่อวันได้ไม่ยาก วันนี้เทคโนโลยีชาวบ้านจะพาไปดูแนวทางการปลูกไผ่แบบมืออาชีพ ตั้งแต่เลือกพันธุ์ การดูแล ไปจนถึงเทคนิคเพิ่มผลผลิต ให้ปลูกครั้งเดียวแต่ขายหน่อได้ไม่มีหมด คุณบารมี วรานนท์วนิช เจ้าของ “สวนไผ่บารมี” ผู้เปลี่ยนสวนส้มเดิมให้กลายเป็นอาณาจักรไผ่เลี้ยงอีสานเขียว เริ่มต้นจากเพียง 30 ไร่ ก่อนขยายพื้นที่เพาะปลูกจนแตะ 212 ไร่ ปัจจุบัน สวนไผ่แห่งนี้กลายเป็นแหล่งสร้างรายได้ต่อเนื่องทุกวัน เฉลี่ยวันละ 20,000 บาท ด้วยผลผลิตที่สามารถเก็บขายได้ตลอดทั้งปี โดยสร้างตลาดจากหน้าบ้านของเขาเอง โดยปกติ หน่อไม้ มักจะพบมากในช่วงฤดูฝน แต่
LATEST NEWS
ปัญหาหมอกควันและฝุ่น PM 2.5 จากการเผาเศษวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตรในภาคเหนือ กำลังถูกยกระดับจากมาตรการรณรงค์ “งดเผา” ไปสู่โมเดลเศรษฐกิจใหม่ที่ทำให้เกษตรกรเห็นผลตอบแทนเป็นรูปธรรม ผ่านการเปลี่ยนฟางข้าว ตอซัง และเศษวัสดุเหลือทิ้งให้กลายเป็นสินค้า พลังงานทดแทน และรายได้ใหม่ของชุมชน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จับมือกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม หรือ อว. เดินหน้าโครงการ “เหนือสานสร้าง เลิกเผา เป๋าตุง” ปักหมุดจังหวัดเชียงรายเป็นพื้นที่ขยายผล พร้อมทำข้อตกลงรับซื้อเศษวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตรจากภาคเอกชนแล้วกว่า 20 ล้านบาท ตั้งเป้าสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจรวมกว่า 3,000 ล้านบาทภายใน 5 ปี ขณะที่ ARDA ใช้งานวิจัยเปลี่ยนฟางข้าวเป็นชีวมวลอัดเม็ด ลดพื้นที่เผากว่า 2,000 ไร่ เพิ่มรายได้สุทธิเกษตรกรสูงสุด 49% และเชื่อมต่อสู่ตลาดอุตสาหกรรมพลังงานสะอาด “ปิยะรัฐชย์” เปิดโครงการเชียงราย เปลี่ยนเศษวัสดุเกษตรเป็นรายได้ นางสาวปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ ณ โรงเรียนภาษาจีนเล่าฟู่ ตำบลป่าตึง อำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย พร้อมด้วยนายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายก
หลายท่านคงเคยตั้งคำถาม และอยากรู้จัก ว่าพืชผักชนิดนี้มีดีอย่างไร? หลายคนยังไม่รู้จัก ก็อยากจะบอกว่า คนไทยเราเขารู้จักกันมานาน ถึงแม้ว่าจะมีคนบอกกล่าวว่าไม่ใช่พืชพื้นถิ่นของไทยก็ตามที แต่คนไทยเราเขาชอบมากๆ เป็นคนไทยนิยมกินอะไรที่เผ็ดร้อนอยู่แล้ว ผักชนิดนี้นิยมนำมาปรุงแต่งกลิ่นรสอาหาร โดยเฉพาะอาหารที่ต้องการดับกลิ่นคาว กลิ่นสาบของเนื้อสัตว์บางชนิด ที่ลำพังข่า ตะไคร้ เอาไม่อยู่ “กะเพราควาย” ชื่อดูดุดัน เรียกกันแถบภาคกลางเป็นส่วนใหญ่ ในถิ่นภาคเหนือ เรียก “จันทน์จ้อ” และชื่ออย่างเป็นทางการคือ “ยี่หร่า” กะเพราควาย มีชื่อสามัญว่า Shrubby Basil ชื่อวิทยาศาสตร์ Ocimmum gratissimum อยู่ในวงศ์กะเพรา LAMIACEAE เป็นพืชล้มลุก ประเภทพุ่ม อายุยืนกว่าปี ชอบขึ้นที่ดินสมบูรณ์ มีอินทรียวัตถุมาก น้ำดีพอสมควร แต่ก็ขึ้นได้ดีกับดินทุกชนิดเหมือนกัน ต้องการแสงแดดมากพอสมควร เนื่องจากเป็นพืชที่มีใบดก ใบใหญ่ แต่กิ่งก้านเล็ก กรอบ หักง่าย จึงไม่ทนทานต่อสภาพลมแรง ขยายพันธุ์ด้วยเมล็ด งอกงาม เจริญเติบโตเร็ว สามารถใช้ใบประกอบอาหาร และทุกส่วนใช้ประโยชน์เป็นยา ได้ตั้งแต่ต้นเล็กๆ อายุเดือนเศษๆ กลิ่นที่ไม่มีใครเหมือน ใช้เป็
“มันหวานญี่ปุ่น” นับเป็นอีกหนึ่งพืชสร้างรายได้ที่น่าสนใจ เพราะนอกจากรสชาติที่อร่อย หวาน มัน แล้วนั้น ในแง่ของคุณประโยชน์ยังอุดมไปด้วยวิตามินซีและวิตามินเอ ที่เป็นสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกาย ช่วยให้ร่างกายได้รับแร่ธาตุต่างๆ และเป็นแหล่งผลิตสารต้านอนุมูลอิสระ ทำให้มีคุณสมบัติการชะลอวัย ที่สำคัญช่วยรักษาระดับน้ำตาลในเลือด มันหวานเป็นคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน เมื่อกินเข้าไปร่างกายจะค่อยๆ ย่อยและเปลี่ยนเป็นพลังงาน ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดไม่ขึ้นสูง เป็นตัวช่วยที่ดีสำหรับการลดน้ำหนัก ทำให้อิ่มได้นานขึ้น เหมาะกับเทรนด์รักสุขภาพที่กำลังมาแรงมากๆ ในยุคนี้ คุณสราวุธ วงศ์กาวิน หรือ คุณโด้ สมาชิกสหกรณ์การเกษตรยั่งยืนแม่ทา จำกัด จังหวัดเชียงใหม่ เล่าว่า ปัจจุบันสมาชิกสหกรณ์แม่ทา มีจำนวนสมาชิกอยู่ประมาณ 120 ครัวเรือน มีพื้นที่ทำการเกษตรรวมกันทั้งหมด 400 ไร่ ทำเกษตรอินทรีย์ทั้งหมด โดยหลักๆ จะเน้นส่งเสริมให้สมาชิกปลูกพืชผักตามฤดูกาล และมีพืชเด่นสร้างรายได้ของกลุ่มคือ “มันหวานญี่ปุ่นอินทรีย์” ซึ่งเป็นสายพันธุ์ที่คัดมาจากญี่ปุ่น แล้วนำมาพัฒนาสายพันธุ์ ให้เหมาะสมกับพื้นที่ปลูกที่แม่ทา เพื่อให้ได้ผลผลิตที่มีคุณ
การช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดเป็นเป้าหมายที่ทุกฝ่ายเห็นพ้องร่วมกัน เพราะเกษตรกรเป็นฐานสำคัญของระบบอาหารและเศรษฐกิจชนบท แต่คำถามสำคัญ คือ ภาระของการช่วยเหลือควรเป็นบทบาทของใคร และควรอยู่ในระดับใดจึงจะเหมาะสม ในปัจจุบัน “ผู้ผลิตอาหารสัตว์” ที่ต้องการนำเข้าวัตถุดิบ จะต้องปฏิบัติตามมาตรการ 3:1 กล่าวคือ ต้องซื้อข้าวโพดไทย 3 ส่วน จึงจะมีสิทธิ์นำเข้าข้าวสาลี 1 ส่วน และต้องซื้อในราคาประกันที่ภาครัฐกำหนดด้วยมาตรการ 3:1 เป็นมาตรการที่ถูกออกแบบมาเพื่อสร้างตลาดรองรับผลผลิตและช่วยพยุงรายได้เกษตรกร โดยใช้เงินของเอกชน แทนงบประมาณรัฐที่ต้องจ่ายดังเช่นกันการประกันสินค้าเกษตรอื่นๆ อย่างข้าว มันสำปะหลัง คำถามคือ มาตรการที่รัฐกำหนดขึ้น ปิดโอกาสทำให้ผู้ผลิตอาหารสัตว์ไม่สามารถเลือกวัตถุดิบตามต้นทุนและสภาวะตลาดได้อย่างเต็มที่ ทั้งที่ผลผลิตข้าวโพดของประเทศไทยมีปริมาณไม่เพียงพอกับความต้องการใช้ คือ ผลิตได้เพียง 4.5 ล้านตันจากความต้องการใช้ 9 ล้านตัน ผู้ผลิตอาหารสัตว์หรือเกษตรกรที่ผสมอาหารสัตว์เอง ไม่สามารถเลือกใช้ “วัตถุดิบอื่น ไม่ว่าจะมันเส้น หรือปลายข้าว”มาผสมในสูตรอาหารแทน “ข้าวโพดหรือข้าวสาลีได้” เพราะ
สูตรลับจากฟาร์ม
หลายท่านคงเคยตั้งคำถาม และอยากรู้จัก ว่าพืชผักชนิดนี้มีดีอย่างไร? หลายคนยังไม่รู้จัก ก็อยากจะบอกว่า คนไทยเราเขารู้จักกันมานาน ถึงแม้ว่าจะมีคนบอกกล่าวว่าไม่ใช่พืชพื้นถิ่นของไทยก็ตามที แต่คนไทยเราเขาชอบมากๆ เป็นคนไทยนิยมกินอะไรที่เผ็ดร้อนอยู่แล้ว ผักชนิดนี้นิยมนำมาปรุงแต่งกลิ่นรสอาหาร โดยเฉพาะอาหารที่ต้องการดับกลิ่นคาว กลิ่นสาบของเนื้อสัตว์บางชนิด ที่ลำพังข่า ตะไคร้ เอาไม่อยู่ “กะเพราควาย” ชื่อดูดุดัน เรียกกันแถบภาคกลางเป็นส่วนใหญ่ ในถิ่นภาคเหนือ เรียก “จันทน์จ้อ” และชื่ออย่างเป็นทางการคือ “ยี่หร่า” กะเพราควาย มีชื่อสามัญว่า Shrubby Basil ชื่อวิทยาศาสตร์ Ocimmum gratissimum อยู่ในวงศ์กะเพรา LAMIACEAE เป็นพืชล้มลุก ประเภทพุ่ม อายุยืนกว่าปี ชอบขึ้นที่ดินสมบูรณ์ มีอินทรียวัตถุมาก น้ำดีพอสมควร แต่ก็ขึ้นได้ดีกับดินทุกชนิดเหมือนกัน ต้องการแสงแดดมากพอสมควร เนื่องจากเป็นพืชที่มีใบดก ใบใหญ่ แต่กิ่งก้านเล็ก กรอบ หักง่าย จึงไม่ทนทานต่อสภาพลมแรง ขยายพันธุ์ด้วยเมล็ด งอกงาม เจริญเติบโตเร็ว สามารถใช้ใบประกอบอาหาร และทุกส่วนใช้ประโยชน์เป็นยา ได้ตั้งแต่ต้นเล็กๆ อายุเดือนเศษๆ กลิ่นที่ไม่มีใครเหมือน ใช้เป็
ภาคใต้เป็นแหล่งเพาะปลูกสินค้าเกษตรหลายชนิดที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจของประเทศ โดยเฉพาะมังคุด เป็นพืชเศรษฐกิจที่มีการส่งออกและสร้างรายได้ให้ประเทศในแต่ละปีเป็นจำนวนมาก ผลผลิตมังคุดของภาคใต้ในฤดูจะออกสู่ตลาดช่วงเดือนมิถุนายน-ตุลาคม คิดเป็นร้อยละ 79 และมังคุดนอกฤดูอีกร้อยละ 21 ทั้งนี้ มังคุดของภาคใต้ พบปลูกมากที่สุดในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช มีเนื้อที่ให้ผล 93,567 ไร่ คิดเป็นร้อยละ 42 ของเนื้อที่ให้ผลมังคุดในพื้นที่ภาคใต้ทั้งหมด สร้างมูลค่าให้จังหวัดปีละ 1,217 ล้านบาท สถานการณ์การผลิตและตลาดมังคุดของภาคใต้ที่ผ่านมาพบว่า เกษตรกรส่วนใหญ่จำหน่ายผลผลิตมังคุดในรูปแบบผลสดแบบคัดเกรด คละขนาด และตกเกรด ซึ่งผลผลิตแบบตกเกรดมาจากปัจจัยหลายด้าน อาทิ ผลผลิตเน่าเสียง่าย สุกเร็ว สภาพอากาศที่แปรปรวน ผลผลิตเสียหายระหว่างเก็บเกี่ยวและขนส่ง ส่งผลให้เกิดของเหลือทิ้งที่เป็นวัสดุเกษตร (Agricultural Waste) จำนวนมากตามไปด้วย ซึ่งผลมังคุดประกอบด้วยเปลือกแข็งประมาณร้อยละ 17 เปลือกอ่อนร้อยละ 48 เนื้อมังคุดร้อยละ 30 ขั้วร้อยละ 4 และส่วนที่เกิดการสูญเสียร้อยละ 1 ในแต่ละปีคาดว่ามีวัสดุเหลือทิ้งจากมังคุด ร้อยละ 65 ของ
การทำเกษตรให้ได้ผลผลิตที่ดีมีคุณภาพนั้น การใส่ใจในเรื่องของดินถือว่ามีความสำคัญมาก เพราะดินเป็นจุดเริ่มต้นที่ช่วยให้รากพืชสามารถดูดสารอาหารได้ดี ซึ่งหลายคนอาจจะไม่รู้ว่าแบคทีเรียในดินเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม และมีประโยชน์มากต่อระบบนิเวศและสิ่งแวดล้อมในบริเวณนั้นๆ โดยแบคทีเรียจะทำหน้าที่สำคัญในการรักษาสมดุลของธรรมชาติในดิน และส่งเสริมการเจริญเติบโตของพืช ประโยชน์หลักๆ มีดังนี้ 1. เพิ่มความอุดมสมบูรณ์ของดิน แบคทีเรียมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ของดิน โดยสามารถทำได้หลายวิธี ตั้งแต่การย่อยสลายสารอินทรีย์ เพราะแบคทีเรียสามารถช่วยย่อยสลายเศษซากพืช ซากสัตว์ และอินทรียวัตถุอื่นๆ ให้กลายเป็นธาตุอาหารที่พืชสามารถดูดซึมไปใช้ประโยชน์ได้ เช่น ไนโตรเจน ฟอสฟอรัส และโพแทสเซียม นอกจากนี้ แบคทีเรียยังช่วยตรึงไนโตรเจน ซึ่งในแบคทีเรียบางชนิด อย่างเช่น Rhizobium สามารถตรึงก๊าซไนโตรเจนจากอากาศ และเปลี่ยนเป็นสารประกอบไนโตรเจนที่พืชนำไปใช้ได้ ช่วยเพิ่มปริมาณไนโตรเจนในดิน โดยปัจจุบันมีการนำปุ๋ยชีวภาพไรโซเบียมมาใช้มากขึ้น ซึ่งประกอบไปด้วยแบคทีเรียตระกูลไรโซเบียม (Rhizobiaceae) ที่สามาร
NEWS
ปัญหาหมอกควันและฝุ่น PM 2.5 จากการเผาเศษวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตรในภาคเหนือ กำลังถูกยกระดับจากมาตรการรณรงค์ “งดเผา” ไปสู่โมเดลเศรษฐกิจใหม่ที่ทำให้เกษตรกรเห็นผลตอบแทนเป็นรูปธรรม ผ่านการเปลี่ยนฟางข้าว ตอซัง และเศษวัสดุเหลือทิ้งให้กลายเป็นสินค้า พลังงานทดแทน และรายได้ใหม่ของชุมชน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จับมือกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม หรือ อว. เดินหน้าโครงการ “เหนือสานสร้าง เลิกเผา เป๋าตุง” ปักหมุดจังหวัดเชียงรายเป็นพื้นที่ขยายผล พร้อมทำข้อตกลงรับซื้อเศษวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตรจากภาคเอกชนแล้วกว่า 20 ล้านบาท ตั้งเป้าสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจรวมกว่า 3,000 ล้านบาทภายใน 5 ปี ขณะที่ ARDA ใช้งานวิจัยเปลี่ยนฟางข้าวเป็นชีวมวลอัดเม็ด ลดพื้นที่เผากว่า 2,000 ไร่ เพิ่มรายได้สุทธิเกษตรกรสูงสุด 49% และเชื่อมต่อสู่ตลาดอุตสาหกรรมพลังงานสะอาด “ปิยะรัฐชย์” เปิดโครงการเชียงราย เปลี่ยนเศษวัสดุเกษตรเป็นรายได้ นางสาวปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ ณ โรงเรียนภาษาจีนเล่าฟู่ ตำบลป่าตึง อำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย พร้อมด้วยนายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายก
การช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดเป็นเป้าหมายที่ทุกฝ่ายเห็นพ้องร่วมกัน เพราะเกษตรกรเป็นฐานสำคัญของระบบอาหารและเศรษฐกิจชนบท แต่คำถามสำคัญ คือ ภาระของการช่วยเหลือควรเป็นบทบาทของใคร และควรอยู่ในระดับใดจึงจะเหมาะสม ในปัจจุบัน “ผู้ผลิตอาหารสัตว์” ที่ต้องการนำเข้าวัตถุดิบ จะต้องปฏิบัติตามมาตรการ 3:1 กล่าวคือ ต้องซื้อข้าวโพดไทย 3 ส่วน จึงจะมีสิทธิ์นำเข้าข้าวสาลี 1 ส่วน และต้องซื้อในราคาประกันที่ภาครัฐกำหนดด้วยมาตรการ 3:1 เป็นมาตรการที่ถูกออกแบบมาเพื่อสร้างตลาดรองรับผลผลิตและช่วยพยุงรายได้เกษตรกร โดยใช้เงินของเอกชน แทนงบประมาณรัฐที่ต้องจ่ายดังเช่นกันการประกันสินค้าเกษตรอื่นๆ อย่างข้าว มันสำปะหลัง คำถามคือ มาตรการที่รัฐกำหนดขึ้น ปิดโอกาสทำให้ผู้ผลิตอาหารสัตว์ไม่สามารถเลือกวัตถุดิบตามต้นทุนและสภาวะตลาดได้อย่างเต็มที่ ทั้งที่ผลผลิตข้าวโพดของประเทศไทยมีปริมาณไม่เพียงพอกับความต้องการใช้ คือ ผลิตได้เพียง 4.5 ล้านตันจากความต้องการใช้ 9 ล้านตัน ผู้ผลิตอาหารสัตว์หรือเกษตรกรที่ผสมอาหารสัตว์เอง ไม่สามารถเลือกใช้ “วัตถุดิบอื่น ไม่ว่าจะมันเส้น หรือปลายข้าว”มาผสมในสูตรอาหารแทน “ข้าวโพดหรือข้าวสาลีได้” เพราะ
การพ่นและการล้างสารเคมีพรางแสงบนหลังคาเรือนกระจกซ้ำไปซ้ำมาเพื่อรับมือกับสภาพแดดที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา กำลังกลายเป็นความท้าทายครั้งใหญ่ในระบบการจัดการของฟาร์มเกษตรเชิงพาณิชย์ แฟรงก์ จิเกลีย (Frank Giglia) เจ้าของบริษัท Signature Supplies ชี้ว่า การบริหารจัดการรังสีดวงอาทิตย์ด้วยการใช้ “ตาข่ายพรางแสง” (Shade Netting) ถือเป็นทางออกที่ให้ผลลัพธ์สม่ำเสมอและยั่งยืนกว่า “การบดบังแดดแล้วเปิดรับแดดสลับไปมา ไม่ใช่แนวทางที่ดีที่สุดในการรักษาความแข็งแรงของพืช” แฟรงก์ กล่าว “สิ่งที่ดีที่สุดคือการให้พืชได้รับความเข้มของแสงแดดอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งเลียนแบบลักษณะการส่องผ่านของแสงตามธรรมชาติ” หลักการดังกล่าวมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อความสัมพันธ์ระหว่างความเข้มแสง การกระจายแสงสู่ทรงพุ่ม และภาวะความเครียดของพืช (Plant Stress) แทนที่จะมองว่าการพรางแสงเป็นเพียงการลดเปอร์เซ็นต์ของรังสีความร้อนที่ตกกระทบ การเลือกใช้ ม่านสะท้อนความร้อน (Reflective Screens) จะช่วยปรับทิศทางและกระจายแสงให้ลงลึกและทั่วถึงทุกส่วนของทรงพุ่มภายในแปลงปลูกได้อย่างมีประสิทธิภาพ แฟรงก์ จิเกลีย ยกตัวอย่างนวัตกรรมอย่าง Aluminet® เพื่อชี้ให้เห็น
ฟาร์มล้ำ
ท่ามกลางความผันผวนของภาคการเกษตรไทย “สับปะรดปัตตาเวีย” พืชเศรษฐกิจสำคัญที่เคยสร้างรายได้มหาศาลให้กับเกษตรกรและอุตสาหกรรมแปรรูป กำลังเผชิญแรงกดดันรอบด้าน ทั้งต้นทุนการผลิตที่พุ่งสูง สภาพอากาศที่แปรปรวน ปัญหาขาดแคลนน้ำ และคุณภาพผลผลิตที่ไม่สม่ำเสมอ โดยเฉพาะปัญหา “ไนเตรตตกค้าง” ที่กลายเป็นเงื่อนไขสำคัญในการรับซื้อของโรงงานแปรรูป จนส่งผลกระทบต่อรายได้ของเกษตรกรโดยตรง หลายพื้นที่เริ่มเห็นภาพสวนสับปะรดที่ให้ผลผลิตลดลง ขณะที่บางแปลงแม้ผลมีขนาดใหญ่ แต่กลับไม่ผ่านเกณฑ์มาตรฐานด้านคุณภาพ อำเภอบ้านคา จังหวัดราชบุรี หนึ่งในพื้นที่ปลูกสับปะรดสำคัญของประเทศก็กำลังเผชิญปัญหาเดียวกัน เกษตรกรจำนวนไม่น้อยยังคงพึ่งพาประสบการณ์ดั้งเดิมในการจัดการน้ำและปุ๋ย ส่งผลให้เกิดการใช้ปัจจัยการผลิตเกินความจำเป็น เมื่อสภาพแวดล้อมไม่เอื้ออำนวย ต้นทุนจึงสูงขึ้น แต่ผลผลิตกลับไม่ได้คุณภาพ ปัญหาเหล่านี้กลายเป็นจุดเริ่มต้นของงานวิจัย “การพัฒนาเทคโนโลยีการจัดการน้ำและไนเตรตที่เหมาะสมเพื่อเพิ่มคุณภาพการผลิตสับปะรดของจังหวัดราชบุรี” ที่มุ่งแก้ปัญหาเชิงพื้นที่อย่างจริงจัง ผ่านแนวคิดเกษตรแม่นยำและการจัดการทรัพยากรอย่างเหมาะสม ผศ
ปัจจุบัน ขนาดของพื้นที่ไม่ได้เป็นปัจจัยชี้ขาดรายได้ทางการเกษตรอีกต่อไป เกษตรกรที่มีพื้นที่ขนาดเล็กแต่มีการบริหารจัดการพื้นที่อย่างมีประสิทธิภาพ สามารถสร้างรายได้ที่ต่อเนื่องและยั่งยืนได้เช่นกัน ซึ่งอาจประยุกต์ใช้การปลูกพืชมูลค่าสูงเป็นตัวช่วยเสริมรายได้ ทั้งนี้ ความมั่นคงทางการเกษตรที่แท้จริงย่อมเกิดจากการวางแผนและการจัดการพื้นที่อย่างเป็นระบบ พี่โบ้-ดำรงค์ อินทศร เจ้าของ สวนปลูกสุข ต.คลองตาล อ.ศรีสำโรง จ.สุโขทัย อดีตพนักงานประจำที่ผันตัวมาเป็นเกษตรกรบนพื้นที่ขนาดเล็ก กับแนวคิดการทำเกษตรที่ชัดเจนว่า “มีที่น้อย ไม่จำเป็นต้องปลูกพืชชนิดเดียว” หลักคิดของพี่โบ้เริ่มจากการสำรวจพื้นที่และตลาดรอบตัว ปลูกเฉพาะสิ่งที่คนในพื้นที่ต้องการ เพราะ “ปลูกได้ แต่หาคนซื้อไม่ได้ ก็เหนื่อยเปล่า” สวนแห่งนี้จึงถูกจัดสรรให้มีพืชพรรณหลากหลายที่ทยอยให้ผลผลิตต่างช่วงเวลา ตั้งแต่รายวัน รายสัปดาห์ ไปจนถึงรายเดือน เพื่อกระจายความเสี่ยงและสร้างรายได้เข้ามาหมุนเวียนไม่ขาดสาย โดยไม่ต้องรอคอยรายได้ก้อนใหญ่จากพืชเชิงเดี่ยวเพียงอย่างเดียว ก่อนที่จะผันตัวมาเป็นเกษตรกร พี่โบ้เคยเป็นพนักงานประจำอยู่ที่บริษัทโรงกลั่นน้ำมันใน
ในวันที่ตลาดเกษตรไม่ได้วัดความสำเร็จกันเพียงว่า “ปลูกได้มากแค่ไหน” กระวานจันทบุรีกำลังสะท้อนให้เห็นอีกมุมของการพัฒนาสินค้าเกษตร เมื่อพืชท้องถิ่นที่เติบโตอยู่กับพื้นที่และระบบนิเวศของเขาสอยดาว กำลังถูกนำกลับมามองใหม่ผ่านงานวิจัย วิทยาศาสตร์ และแนวคิดการสร้างมูลค่าเพิ่ม เพื่อให้จากเดิมที่ขายเป็นวัตถุดิบ กลายเป็นผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ตลาดสุขภาพ ซึ่งเป็นตลาดที่ผู้บริโภคทั่วโลกให้ความสำคัญมากขึ้น อาจารย์กิ๊ก – ผศ.ศิริภา วิทยาพรพิพัฒน์ อาจารย์ประจำสาขาวิชาการจัดการเพื่อผู้ประกอบการ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก พร้อมทีมวิจัย ลงพื้นที่ศึกษากระวานในจังหวัดจันทบุรี และพบว่าพืชชนิดนี้กำลังเผชิญกับโจทย์สำคัญทั้งเรื่องราคา ผลผลิตที่ลดลง สภาพภูมิอากาศ และการส่งต่ออาชีพจากคนรุ่นหนึ่งไปสู่อีกรุ่นหนึ่ง อาจารย์กิ๊ก เล่าให้ฟังว่า กระวานถือเป็นพืชอัตลักษณ์ท้องถิ่นของจังหวัดจันทบุรี โดยเฉพาะกระวานที่ให้ผลเป็นเมล็ด ซึ่งการผลิตค่อยๆ ลดลงตามแรงจูงใจของเกษตรกรที่เปลี่ยนไป หนึ่งในปัจจัยสำคัญคือราคาที่ลดลง จากในอดีตที่เคยอยู่ประมาณ 700-800 บาทต่อกิโลกรัม เหลือเพียง 400-500 บาทต่อกิโลกรัม ทำให้กา
TRENDY
Latest post from Technology Chaoban
อื่นๆ
บริษัท ซีพีแรม จำกัด (CPRAM) ผู้นำอุตสาหกรรมอาหารพร้อมรับประทาน เดินหน้าเสริมพอร์ตธุรกิจด้วยการรุกตลาดอาหารจีนและติ่มซำแบบครบทุกเซกเมนต์ ผ่านแบรนด์ในตำนานอย่าง “มังกรหยก” กับแนวคิด “กตัญญู” พร้อมชูกลยุทธ์ “อร่อยต้นตำรับ รสชาติที่คุ้นเคย…ได้ทุกวัน” เพื่อขยายฐานผู้บริโภคให้ครอบคลุมทุกเจเนอเรชัน และครบทุกเซกเมนต์ พร้อมถอดรหัส DNA ของแบรนด์จากรากวัฒนธรรมอาหารจีนสู่แนวคิด “รสชาติที่คุ้นเคย” ส่งต่อคุณค่าแห่งความกตัญญูผ่านมื้ออาหารคุณภาพ ความอร่อย ความปลอดภัย ความคุ้มค่า และคุณค่าทางโภชนาการ เข้าถึงได้ง่ายสะดวกพร้อมรับประทานในทุกมื้อ ทุกวัน และทุกเวลา ด้วยออกแบบบรรจุภัณฑ์อันเป็นเอกลักษณ์ ตอบโจทย์พฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญกับประสบการณ์ และคุณค่า ประเดิม 5 เมนูไฮไลต์ยอดฮิตลงตลาดทั่วไทยแล้ววันนี้ ผ่านช่องทางโลตัส, โลตัส ช้อปออนไลน์, LINE Official Account: @fudidiworld เจาะอินไซต์ผู้บริโภคยุคใหม่ และกลยุทธ์การสร้างความต่าง ปัจจุบันโลกอาหารก้าวข้ามพรมแดนตามการเดินทางของผู้คน ทำให้ตลาดอาหารจีนในไทยเติบโตต่อเนื่อง ผู้บริโภคยุคใหม่เปิดรับอาหารต่างชาติมากขึ้น ทั้งติ่มซำท
บริษัท ไทยยูเนี่ยน ฟีดมิลล์ จำกัด (มหาชน) หรือ TFM ผู้นำการผลิตและจำหน่ายอาหารสัตว์น้ำและสัตว์เศรษฐกิจชั้นนำของไทย นำโดย คุณพีระศักดิ์ บุญมีโชติ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (แถวหน้าที่ 6 จากขวา) และ คุณปิยนุช มริตตนะพร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการเงิน (แถวหน้าที่ 5 จากขวา) เปิดบ้านต้อนรับ คุณบุญชู จูระมงคล กรรมการ สมาคมนักลงทุนประเทศไทย (แถวหน้าที่ 4 จากขวา) พร้อมคณะนักลงทุน ในกิจกรรม Company Visit ร่วมเจาะลึกผลการดำเนินงาน กลยุทธ์ และทิศทางการขยายตลาด พร้อมเยี่ยมชมโรงงานและกระบวนการผลิต ณ โรงงานไทยยูเนี่ยน ฟีดมิลล์ มหาชัย ในปี 2569 TFM เดินหน้าสร้างการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยมีธุรกิจอาหารกุ้งและอาหารปลาเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ ควบคู่กับการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและบริหารต้นทุนวัตถุดิบ เพื่อรักษาความสามารถในการทำกำไร ล่าสุด บริษัทได้รับ Halal Certification ซึ่งช่วยเปิดโอกาสเข้าถึงลูกค้าและตลาดใหม่ในต่างประเทศ พร้อมมุ่งสู่เป้าหมายยอดขาย 10,000 ล้านบาทภายในปี 2573 โดยรักษาความแข็งแกร่งในประเทศไทย เร่งเพิ่มส่วนแบ่งในอินโดนีเซีย และต่อยอดโอกาสในประเทศศักยภาพ โดยเฉพาะเอกวาดอร์ หนึ่งในตลาดเพาะเล
บริษัท ซีพีแรม จำกัด (CPRAM) ผู้นำอุตสาหกรรมอาหารพร้อมรับประทาน เดินหน้ารุกตลาดอาหารจีนและติ่มซำครบทุกเซกเมนต์ เปิดตัวแบรนด์ในตำนาน “มังกรหยก” กับแนวคิด“กตัญญู” พร้อมชูกลยุทธ์ “อร่อยต้นตำรับ รสชาติที่คุ้นเคย..ได้ทุกวัน” ส่งต่อคุณค่าแห่งความกตัญญูผ่านมื้ออาหารคุณภาพ ที่อร่อยปลอดภัย คุ้มค่า และให้คุณค่าทางโภชนาการ เข้าถึงได้ง่ายสะดวกพร้อมรับประทานในทุกมื้อทุกวันและทุกเวลา ด้วยออกแบบบรรจุภัณฑ์อันเป็นเอกลักษณ์ ประเดิม 5 เมนูไฮไลต์รับเทศกาลสารทจีน อาทิ ซาลาเปาไส้หมูสับ ซาลาเปาไส้หมูแดง ซาลาเปาไส้ครีม ขนมจีบกุ้ง และขนมจีบหมู พร้อมวางจำหน่ายทั่วไทยเดือนสิงหาคมนี้ ผ่านช่องทางโลตัส, โลตัส ช้อปออนไลน์, LINE Official Account: @fudidiworld “#มังกรหยก” อร่อยต้นตำรับ “รสชาติที่คุ้นเคย…ได้ทุกวัน” ได้ถูกออกแบบมาเพื่อต่อยอดและถ่ายทอดเสน่ห์ต้นตำรับวัฒนธรรม #อาหารจีน #รสชาติคุ้นเคย ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคสินค้าคุณภาพ ในราคาประหยัด และเข้าถึงง่าย อีกทั้งกลยุทธ์การพัฒนาสินค้าใหม่ต่อเนื่อง สะท้อน “ความคุ้มค่าที่มาพร้อมกับภาพลักษณ์ที่ดี” แบรนด์มังกรหยกตอบโจทย์นี้ได้ครบถ้
ปุ๋ย ซี.พี.หมอดิน (CPP) เดินหน้าสานต่อโครงการ “ยุวเกษตรสู่ความยั่งยืน” ปีที่ 8 มุ่งสร้างพื้นฐานความรู้ด้านการเกษตรให้แก่เยาวชน ผ่านการเรียนรู้เรื่อง “ดิน ธาตุอาหารพืช และการใช้ปุ๋ยอย่างเหมาะสม” เพื่อให้เด็กและเยาวชนเข้าใจพื้นฐานของการปลูกพืชอย่างถูกต้อง และสามารถนำองค์ความรู้ไปประยุกต์ใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน พร้อมวางรากฐานสู่การทำเกษตรที่ปลอดภัยและยั่งยืนในอนาคต กิจกรรมจัดขึ้น ณ โรงงานนครหลวง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยมีนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาตอนต้นจาก 4 โรงเรียนในจังหวัดพระนครศรีอยุธยาเข้าร่วม ได้แก่ โรงเรียนวัดสามเรือน (จนฺทสโรอนุสสรณ์), โรงเรียนวัดสำมะกัน (เปี่ยมวิทยาราษฎร์บำรุง), โรงเรียนวัดทอง (สามัคคยานุสรณ์) และโรงเรียนวัดละมุด (ร.ส.พ.ราษฎร์บำรุง) ภายใต้แนวคิด “เรียนรู้จากการลงมือทำ” (Action Learning) หลักสูตรได้รับการออกแบบโดยทีมนักวิชาการด้านดินและปุ๋ย โดยนำองค์ความรู้ทางวิชาการมาถ่ายทอดผ่านกิจกรรมที่เข้าใจง่ายและเหมาะสมกับช่วงวัย ให้นักเรียนได้เรียนรู้ ทดลอง สังเกต และค้นหาคำตอบด้วยตนเอง ผ่าน 4 ฐานการเรียนรู้ ได้แก่ “นักสืบดินตัวจิ๋ว” เรียนรู้คุณสมบัติและความแตกต่างของด
เนื่องในโอกาสวันแม่แห่งชาติปีนี้ เจียไต๋ฟาร์ม โดยกลุ่มบริษัทเจียไต๋ ผู้นำธุรกิจนวัตกรรมการเกษตรของไทย ชวนลูก ๆ ส่งต่อความรักและความห่วงใยให้คุณแม่ผ่านของขวัญที่ใส่ใจในสุขภาพ พร้อมชวนทุกคนในครอบครัวมาใช้เวลาดี ๆ ร่วมกันตลอดเดือนสิงหาคมนี้ สำหรับผู้ที่กำลังมองหาของขวัญแทนใจ เจียไต๋ฟาร์มมีกระเช้าผลไม้คุณภาพให้เลือก 3 ชุด ได้แก่ “ฟาร์มรัก” แทนความรัก ราคา 499 บาท ประกอบด้วยฟักทองมินิบอล 2 ผล ฟักทองบัตเตอร์นัท 1 ผล และมะเขือเทศเจียไต๋ 1 กล่อง “ฟาร์มใส่ใจ” แทนความห่วงใย ราคา 799 บาท ประกอบด้วยเมล่อนมรกต 1 ผล ฟักทองมินิบอล 2 ผล และฟักทองบัตเตอร์นัท 2 ผล และ “ฟาร์มสุขภาพดี” แทนคำอวยพรให้คนสำคัญมีสุขภาพแข็งแรง ราคา 1,599 บาท ประกอบด้วยเมล่อนมรกต 3 ผล ฟักทองมินิบอล 2 ผล ฟักทองบัตเตอร์นัท 1 ผล และมะเขือเทศเจียไต๋ 1 กล่อง กระเช้าทั้ง 3 ชุด นอกจากเหมาะสำหรับมอบให้คุณพ่อคุณแม่แล้ว ยังสามารถส่งต่อความใส่ใจให้ผู้ใหญ่ที่เคารพ เยี่ยมผู้ป่วย หรือมอบเป็นของขวัญในโอกาสพิเศษต่าง ๆ สำหรับผู้ที่สนใจ เจียไต๋ฟาร์มเปิดรับพรีออเดอร์แล้ววันนี้ พร้อมคัดสรรผลไม้สดใหม่และจัดเตรียมกระเช้าก่อนส่งมอบถึงมือผู้รับ นอกจากข
บริษัท ซีพีแรม จำกัด (CPRAM) ผู้นำอุตสาหกรรมอาหารพร้อมรับประทาน สานต่อโครงการ “CPRAM Junior Chef” ต่อเนื่องปีที่ 18 เปิดพื้นที่เรียนรู้นอกห้องเรียนให้เยาวชนได้ลงมือทำอาหารด้วยตนเอง ผ่านเวิร์กช็อปที่ผสานความรู้ด้านโภชนาการ ความปลอดภัยของอาหาร และสุนทรียภาพในการบริโภค เข้ากับความสนุกสนานที่เหมาะสมตามช่วงวัย พร้อมปลูกฝังพื้นฐานแนวคิดการบริโภคอย่างสร้างสรรค์และยั่งยืนตั้งแต่วัยเด็ก พร้อมสร้างความตระหนักเรื่องการลดขยะอาหาร (Food Waste) ให้เยาวชนรู้คุณค่าของอาหารทุกจาน กินอย่างพอดี ไม่เหลือทิ้ง อันเป็นรากฐานสำคัญของทั้งสุขภาวะที่ดีของเด็กไทยและโลกที่ยั่งยืนไปพร้อมกัน กิจกรรมในครั้งนี้มาในรูปแบบเวิร์กช็อปการทำอาหารที่เปิดโอกาสให้น้องๆ ได้สนุกกับการทำแซนวิชและข้าวปั้นญี่ปุ่น เรียนรู้หลักโภชนาการควบคู่กับการฝึกปฏิบัติด้านสุขอนามัยในการประกอบอาหาร โดยมีผู้ปกครอง พนักงานซีพีแรม ร่วมเป็นกำลังใจและเข้าร่วมกิจกรรมอย่างอบอุ่น ทั้งนี้ สาขาที่ดำเนินการไปแล้ว ได้แก่ บริษัท ซีพีแรม จำกัด (ลำพูน) ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ซีพีแรมเชื่อมั่นว่า ความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องด้านโภชนาการตั้งแต่วัยเยาว์ คือจุดเริ่มต้นข
เมื่อวันเสาร์ที่ 18 กรกฎาคมที่ผ่านมา เวลา 11.00 น. ณ คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น เครือบริษัทแสงทอง–อัครา ได้ส่งมอบการปรับปรุงอาคารเรียนรวมสัตว์ปีกและสุกร สาขาวิชาสัตวศาสตร์ ภายหลังการปรับปรุงแล้วเสร็จเพื่อใช้เป็นสถานที่จัดการเรียนการสอนและสนับสนุนการศึกษาของนักศึกษาในปัจจุบัน ภายในงานบรรยากาศเป็นไปอย่างอบอุ่นและคึกคัก โดยมีนักศึกษาคณาจารย์บุคลากรผู้แทนสมาคมศิษย์เก่า ผู้บริหารเครือบริษัทแสงทอง–อัครา และผู้มีเกียรติจากหลายภาคส่วนเข้าร่วมงานอย่างพร้อมเพรียง ก่อนเข้าสู่พิธีส่งมอบอาคาร คณะผู้ร่วมงานได้ร่วมเดินทางด้วยรถมินิบัสเพื่อเยี่ยมชมภูมิทัศน์และต้นไม้สำคัญภายในมหาวิทยาลัยขอนแก่น พร้อมรับฟังการบรรยายเกี่ยวกับประวัติความเป็นมา และพัฒนาการของมหาวิทยาลัย ก่อนเข้าสู่พิธีการส่งมอบปรับปรุงอาคารอย่างเป็นทางการในลำดับถัดไป นายอรรณพ อัครนิธิยานนท์ ประธานกรรมการบริหาร เครือบริษัทแสงทอง–อัครา กล่าวว่า การปรับปรุงอาคารเรียน รวมสัตว์ปีกและสุกร สาขาวิชาสัตวศาสตร์ คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ในครั้งนี้เกิดจากความตั้งใจของเครือบริษัทที่ต้องการสนับสนุนการพัฒนาการศึกษา เนื่องจากธุรกิจของบริษั
ริษัท ซีพีแรม จำกัด ผู้นำอุตสาหกรรมอาหารพร้อมรับประทาน เดินหน้าจัดการประกวดคลิปวิดีโอ TikTok ปีที่ 3 ชวนชาวคอนเทนต์ครีเอเตอร์มาปล่อยของ!! ในหัวข้อ “ภารกิจพิชิต Food Waste ในชีวิตจริง” ร่วมด้วยช่วยกันขับเคลื่อนสังคม กระตุ้นคนไทยให้หันมาลดขยะอาหารในชีวิตประจำวัน ชิงเงินรางวัลรวมกว่า 70,000 บาท พร้อมใบประกาศเกียรติคุณและรางวัลพิเศษอีกมากมาย เปิดรับรับสมัครผลงานตั้งแต่วันนี้ถึง 1 ตุลาคม 2569 ผู้ที่สนใจร่วมท้าทายภารกิจรักษ์โลกในครั้งนี้ สามารถสร้างสรรค์คลิปแนวตั้ง (9:16) ความยาวไม่เกิน 1 นาที จะลุยเดี่ยวหรือรวมทีมก็ได้ (1 ผลงานต่อ 1 บัญชีผู้ใช้งาน) จากนั้นโพสต์คลิปลงช่อง TikTok ของตนเอง ตั้งค่าเป็นสาธารณะ พร้อมติดแฮชแท็ก #ภารกิจพิชิตfoodwasteในชีวิตจริง แล้วนำลิงก์ผลงานไปแนบในแบบฟอร์มรับสมัครที่ https://forms.gle/VXsnpLebJ83tP1Bk7 งานนี้เปิดกว้างการสร้างสรรค์ผลงานอย่างไร้ข้อจำกัด จะเล่าผ่าน Vlog ชีวิตประจำวัน หนังสั้นสุดดราม่า หรือคลิปสายฮาขำกลิ้ง ก็จัดเต็มได้ตามสไตล์ ขอแค่มีครบ 3 องค์ประกอบหลัก คือการลงมือทำจริง ผลลัพธ์หรือการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น และข้อความชวนให้คนดูทำตาม สิ่งเหล่านี้คือ
