เกษตรรอบด้าน
เกษตรกรที่อำเภอแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี นิยมปลูกกล้วยน้ำว้ากันมาก โดยรูปแบบการปลูกมีทั้งปลูกเดี่ยวๆ และปลูกผสมผสานกับพืชอื่น ทั้งนี้ เพราะกล้วยน้ำว้าดูแลรักษาไม่ยาก ไม่จุกจิกกวนใจ ขณะเดียวกันก็สร้างรายได้ให้กับผู้ปลูกเป็นอย่างดี คุณนิพนธ์ บุตรเมือง เกษตรอำเภอหนองหญ้าปล้อง เคยรักษาการตำแหน่งเกษตรอำเภอแก่งกระจาน พูดถึงกล้วยน้ำว้าที่แก่งกระจานว่า “ปกติกล้วยน้ำว้าเป็นพืชหลักของที่นี่ เป็นพืชที่ไม่ต้องใช้สารเคมี โรคแมลงไม่ค่อยมี เป็นโรคใบไหม้บางช่วง บางช่วงเป็นโรคตายพรายแต่ก็เป็นบางแห่ง ถือว่าเป็นพืชที่ใช้การลงทุนต่ำ มีรายได้ต่อเนื่อง เป็นพืชที่ชาวบ้านนำไปใช้ประกอบอาชีพได้ตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง “จริงๆ นอกจากจะช่วยสร้างรายได้ การปลูกกล้วยยังช่วยให้ระบบนิเวศโดยรอบสมบูรณ์ เป็นการบำรุงดินในตัว ทำให้เกษตรกรรายย่อยมีรายได้หมุนเวียน เรื่องการส่งเสริมการปลูก ทางราชการส่งเสริมอยู่แล้ว กล้วยสามารถปลูกควบคู่กับพืชอื่นที่ให้ร่มเงาได้ด้วย” คุณนิพนธ์กล่าว เปลี่ยนจากมะม่วง มาปลูกกล้วยน้ำว้าล้วนๆ 50 ไร่ คุณนาค เส็งสว่าง เป็นเกษตรกรที่ปลูกกล้วยน้ำว้า 50 ไร่ อยู่ตำบลวังจันทร์ อำเภอแก่งกระจาน จังหวัดเ
กรมประมงขอเชิญชวนเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงกุ้งทะเลสมัครเข้าร่วม “โครงการลดต้นทุนการผลิตกุ้งทะเลเพื่อการบริโภคภายในประเทศด้วยการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ปี 2569” มุ่งเน้นการลดภาระค่าใช้จ่ายด้านพลังงานให้กับเกษตรกร ด้วยการส่งเสริมการใช้ระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์และมอเตอร์ประสิทธิภาพสูง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ตั้งเป้าคัดเลือกเกษตรกร 1,000 ราย สมัครได้ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ย. – 16 ต.ค. 69 นายมานพ หนูสอน รองอธิบดีกรมประมง เปิดเผยว่า อุตสาหกรรมกุ้งทะเลนับเป็นภาคการผลิตที่มีความสำคัญต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ โดยเฉพาะกุ้งขาวแวนนาไม ซึ่งเป็นชนิดพันธุ์ที่เกษตรกรส่วนใหญ่นิยมเลี้ยงและตลาดยังมีความต้องการอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ การเลี้ยงกุ้งทะเลในระบบการเลี้ยงแบบพัฒนา (Intensive/Semi-intensive culture system) จำเป็นต้องใช้เครื่องเติมอากาศและระบบจัดการน้ำอย่างต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มการไหลเวียนของน้ำ ลดการสะสมของสารอินทรีย์ในบ่อ และลดความเสี่ยงจากการเกิดโรค ส่งผลให้เกษตรกรมีต้นทุนด้านพลังงานไฟฟ้าค่อนข้างสูง ขณะเดียวกันกระบวนการผลิตยังมีส่วนเกี่ยวข้อง
การพัฒนาประเทศไม่ได้เกิดขึ้นจากการสร้างสิ่งใหม่เพียงอย่างเดียว แต่อาจเริ่มจากการมองเห็นคุณค่าของสิ่งที่มีอยู่แล้วในชุมชน ไม่ว่าจะเป็นผืนดิน น้ำ ป่า ผลผลิต ภูมิปัญญา หรือแม้แต่คนรุ่นใหม่ที่กำลังมองหาโอกาสในการกลับบ้านเกิด เมื่อสิ่งเหล่านี้ถูกนำมาเชื่อมโยงกันอย่างเหมาะสม ก็สามารถกลายเป็นทั้งอาชีพ รายได้ และคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นได้ นี่คืออีกมุมหนึ่งของการทำงานของสำนักงาน กปร. ตลอด 45 ปีที่ผ่านมา คุณสุพร ตรีนรินทร์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (กปร.) ผู้ที่จะพาไปทำความเข้าใจว่า จากจุดเริ่มต้นของการเป็นหน่วยงานกลาง ในการประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ วันนี้สำนักงาน กปร. กำลังมองไกลไปถึงการสร้างความเข้มแข็งให้ชุมชนสามารถเดินหน้าต่อได้ด้วยตัวเองอย่างยั่งยืน พัฒนาชุมชนต้องเข้าใจพื้นที่ ต้องสมดุล “สร้างโอกาส-รักษาทรัพยากร” คุณสุพร กล่าวว่า สำนักงาน กปร. ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 9 กันยายน 2524 เพื่อเข้ามาทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางในการประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จากเดิมที่แต่ละหน่วยงานอาจเข้าไปดำเนินงานตามภารกิจของตัวเอง จึงมีความจ
LATEST NEWS
“ศึกษาธิการ–เกษตรฯ” ผนึกกำลังแก้หนี้ครู เดินหน้าหามาตรการช่วยเหลือสมาชิกสหกรณ์ออมทรัพย์ครู ทั้งการลดภาระหนี้ ป้องกันการก่อหนี้ซ้ำ และจัดหาแหล่งเงินทุนดอกเบี้ยต่ำ โดยตั้งคณะทำงานร่วม 2 กระทรวง และเตรียมสรุปแนวทางภายใน 30 วัน นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมด้วย นางสาวปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และผู้บริหารของทั้ง 2 กระทรวง ร่วมประชุมหารือแนวทางแก้ไขปัญหาหนี้สินครูและบุคลากรทางการศึกษา ณ กรมส่งเสริมสหกรณ์ เทเวศร์ กรุงเทพมหานคร โดยมีผู้บริหารกรมส่งเสริมสหกรณ์และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม นายประเสริฐ กล่าวว่า ปัญหาหนี้สินครูเป็นหนึ่งในนโยบายสำคัญที่ต้องเร่งแก้ไข เนื่องจากส่งผลโดยตรงต่อคุณภาพชีวิตของครูและบุคลากรทางการศึกษา จึงต้องการให้กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันออกมาตรการที่สามารถนำไปปฏิบัติได้จริง ปัจจุบันมีสหกรณ์ออมทรัพย์ครู 116 แห่ง สมาชิกกว่า 862,539 ราย และมีทุนดำเนินงานกว่า 1.23 ล้านล้านบาท ที่ผ่านมา กรมส่งเสริมสหกรณ์ได้ขอความร่วมมือสหกรณ์ออมทรัพย์ครูช่วยลดภาระหนี้ของสมาชิก
ข้าวเป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญที่มีบทบาทต่อทั้งความมั่นคงทางอาหารและเศรษฐกิจของประเทศไทย โดยในปี 2566/2567 ประเทศไทยเป็นผู้ผลิตข้าวอันดับ 6 ของโลก คิดเป็นสัดส่วน 3.8% ของผลผลิตข้าวทั่วโลก และเป็นผู้ส่งออกข้าวอันดับ 3 ของโลก มีส่วนแบ่งตลาด 11.8%* อย่างไรก็ตาม เบื้องหลังการผลิตข้าวในแต่ละฤดูกาล เกษตรกรยังคงต้องเผชิญกับหนึ่งในความท้าทายสำคัญที่อยู่ในทุกแปลงนาและส่งผลโดยตรงต่อศักยภาพการผลิต นั่นคือ “วัชพืช” วัชพืชอาจดูเหมือนเป็นเพียงพืชที่ขึ้นแทรกอยู่ในแปลงนา แต่แท้จริงแล้วคือ “คู่แข่งของต้นข้าว” ที่แย่งน้ำ ธาตุอาหาร และแสงแดด โดยเฉพาะในช่วงเริ่มต้นของการเจริญเติบโต ซึ่งเป็นช่วงสำคัญต่อการสร้างศักยภาพผลผลิต หากไม่ได้รับการจัดการอย่างเหมาะสม วัชพืชสามารถแข่งขันกับต้นข้าว ส่งผลให้ต้นข้าวเติบโตได้ไม่เต็มศักยภาพ และกระทบต่อปริมาณและคุณภาพของผลผลิตในท้ายที่สุด วัชพืชไม่ได้กินแค่ “ธาตุอาหารของข้าว” แต่กินต้นทุนของชาวนา ปัญหาวัชพืชจึงไม่ได้จบอยู่เพียงในแปลงนา เพราะการควบคุมวัชพืชต้องอาศัยทั้งแรงงาน เวลา และปัจจัยการผลิต ขณะที่เกษตรกรในปัจจุบันยังต้องรับมือกับต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น การขาดแคลนแรงงาน และ
เกษตรกรที่อำเภอแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี นิยมปลูกกล้วยน้ำว้ากันมาก โดยรูปแบบการปลูกมีทั้งปลูกเดี่ยวๆ และปลูกผสมผสานกับพืชอื่น ทั้งนี้ เพราะกล้วยน้ำว้าดูแลรักษาไม่ยาก ไม่จุกจิกกวนใจ ขณะเดียวกันก็สร้างรายได้ให้กับผู้ปลูกเป็นอย่างดี คุณนิพนธ์ บุตรเมือง เกษตรอำเภอหนองหญ้าปล้อง เคยรักษาการตำแหน่งเกษตรอำเภอแก่งกระจาน พูดถึงกล้วยน้ำว้าที่แก่งกระจานว่า “ปกติกล้วยน้ำว้าเป็นพืชหลักของที่นี่ เป็นพืชที่ไม่ต้องใช้สารเคมี โรคแมลงไม่ค่อยมี เป็นโรคใบไหม้บางช่วง บางช่วงเป็นโรคตายพรายแต่ก็เป็นบางแห่ง ถือว่าเป็นพืชที่ใช้การลงทุนต่ำ มีรายได้ต่อเนื่อง เป็นพืชที่ชาวบ้านนำไปใช้ประกอบอาชีพได้ตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง “จริงๆ นอกจากจะช่วยสร้างรายได้ การปลูกกล้วยยังช่วยให้ระบบนิเวศโดยรอบสมบูรณ์ เป็นการบำรุงดินในตัว ทำให้เกษตรกรรายย่อยมีรายได้หมุนเวียน เรื่องการส่งเสริมการปลูก ทางราชการส่งเสริมอยู่แล้ว กล้วยสามารถปลูกควบคู่กับพืชอื่นที่ให้ร่มเงาได้ด้วย” คุณนิพนธ์กล่าว เปลี่ยนจากมะม่วง มาปลูกกล้วยน้ำว้าล้วนๆ 50 ไร่ คุณนาค เส็งสว่าง เป็นเกษตรกรที่ปลูกกล้วยน้ำว้า 50 ไร่ อยู่ตำบลวังจันทร์ อำเภอแก่งกระจาน จังหวัดเ
กรมประมงขอเชิญชวนเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงกุ้งทะเลสมัครเข้าร่วม “โครงการลดต้นทุนการผลิตกุ้งทะเลเพื่อการบริโภคภายในประเทศด้วยการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ปี 2569” มุ่งเน้นการลดภาระค่าใช้จ่ายด้านพลังงานให้กับเกษตรกร ด้วยการส่งเสริมการใช้ระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์และมอเตอร์ประสิทธิภาพสูง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ตั้งเป้าคัดเลือกเกษตรกร 1,000 ราย สมัครได้ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ย. – 16 ต.ค. 69 นายมานพ หนูสอน รองอธิบดีกรมประมง เปิดเผยว่า อุตสาหกรรมกุ้งทะเลนับเป็นภาคการผลิตที่มีความสำคัญต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ โดยเฉพาะกุ้งขาวแวนนาไม ซึ่งเป็นชนิดพันธุ์ที่เกษตรกรส่วนใหญ่นิยมเลี้ยงและตลาดยังมีความต้องการอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ การเลี้ยงกุ้งทะเลในระบบการเลี้ยงแบบพัฒนา (Intensive/Semi-intensive culture system) จำเป็นต้องใช้เครื่องเติมอากาศและระบบจัดการน้ำอย่างต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มการไหลเวียนของน้ำ ลดการสะสมของสารอินทรีย์ในบ่อ และลดความเสี่ยงจากการเกิดโรค ส่งผลให้เกษตรกรมีต้นทุนด้านพลังงานไฟฟ้าค่อนข้างสูง ขณะเดียวกันกระบวนการผลิตยังมีส่วนเกี่ยวข้อง
สูตรลับจากฟาร์ม
การปลูกมะนาวนอกฤดูในวงบ่อซีเมนต์ เป็นเทคนิคการผลิตมะนาวนอกฤดูแบบไม่ใช้สารควบคุมการเจริญเติบโตของพืช สามารถบังคับมะนาวออกดอกติดผลนอกฤดูได้เกือบ 100% ปลูกได้เกือบทุกพื้นที่ ซึ่งเป็นที่โล่งแจ้ง ให้ผลตอบแทนสูงและคืนทุนได้เร็ว หากใครสนใจปลูกมะนาวด้วยวิธีนี้ ภาควิชาพืชสวน คณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ แนะนำ 12 ขั้นตอนการผลิตมะนาวนอกฤดูในวงบ่อซีเมนต์ ดังนี้ 1. การคัดเลือกพันธุ์ : มะนาวที่ปลูกในวงบ่อซีเมนต์ใช้ได้ทุกพันธุ์ สำคัญต้องเป็นพันธุ์ที่ตลาดต้องการ ติดผลง่าย ให้ผลดก ผลมีขนาดใหญ่เปลือกบาง มีน้ำมาก มีกลิ่นหอมและทนทานต่อโรคและแมลง พันธุ์ที่ตลาดนิยม ได้แก่ พันธุ์แป้นรำไพ แป้นจริยา พันธุ์พิจิตร เป็นต้น 2. การเตรียมวงบ่อซีเมนต์ : ควรใช้บ่อซีเมนต์ที่มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 80-100 เซนติเมตร สูง 40-60 เซนติเมตร ก้นบ่อควรมีฝาซีเมนต์วงกลมรองรับอยู่ด้านล่าง เพื่อป้องกันไม่ให้รากมะนาวหยั่งลงดินนอกก้นบ่อ บังคับออกผลนอกฤดูได้ยาก 3. การวางบ่อซีเมนต์ : เพื่อความสะดวกในการปฏิบัติงานควรวางวงบ่อเป็นแถวเป็นแนว ถ้ามีพื้นที่จำกัดควรวางแถวเดี่ยวระยะระหว่างต้น 2 เมตร แต่ถ้ามีพื้นที่มาก ควรวางวงท่อแบบแถ
“มะละกอ” เป็นไม้ผลที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจชนิดหนึ่งของไทยในปัจจุบัน นิยมบริโภคกันเป็นจำนวนมากทั้งในรูปของผลไม้ดิบเพื่อปรุงเป็นอาหารคาวหวาน และบริโภคในรูปของผลไม้สุก โดยมะละกอจะเริ่มให้ผลเมื่ออายุได้ประมาณ 8 เดือนขึ้นไป จากนั้นจะทยอยออกผลมาตลอดทั้งปี และจะมีผลผลิตสูงในระยะปีที่ 2 – 3 พอเข้าปีที่ 4 ต้นจะเริ่มทรุดโทรม ให้ผลผลิตลดลง ผลมีขนาดเล็กลง ดังนั้น การปลูกมะละกอเป็นการค้า มักจะเก็บผลเพียงปีที่ 2 – 3 เท่านั้น หลังจากนั้นจะตัดทิ้งและปลูกใหม่ ปกติแล้วมะละกอจะให้ผลผลิตไปได้เรื่อยๆ แม้จะมีอายุมากขึ้น แต่ผลมะละกอที่ได้ในระยะหลังจะเล็กลงเรื่อยๆ ขายไม่ได้ราคา แต่หากใครไม่ได้ปลูกเพื่อการค้า ไม่ได้จริงจังกับเรื่องผลผลิตมากนัก ลอง “ทำสาว” ให้มะละกอดูก่อน สำหรับการทำสาวมะละกอที่ว่านี้ แนะนำให้ทำหลังจากที่เราได้เก็บผลผลิต มะละกอ รุ่นแรกไปแล้ว คือการตัดต้นมะละกอให้เหลือไว้สัก 2-3 ใบก็พอ แล้วบำรุงต้นเพื่อเลี้ยงยอดใหม่ ประมาณสองเดือน หลังจากนี้ ยอดมะละกอที่แตกใหม่ก็จะเริ่มออกดอกและติดผลตรงตามสายพันธุ์เดิมที่เราปลูก และจะสามารถเก็บผลผลิตได้ในราวๆ เดือนที่ 4 หลังจ
ชื่อสามัญ : Tomato, Love apple, หมากเขือ ชื่อวิทยาศาสตร์ : Lycopersicon esculentum วงศ์ : Solanaceae เมื่อดูจากวงศ์แล้วจะเห็นว่า มะเขือเทศนั้น เป็นพี่น้องคลานตามกันมากับ ยาสูบ แต่มะเขือเทศนิสัยดีกว่าเยอะ อุดมด้วยสารอาหารที่เป็นประโยชน์กับร่างกาย เป็นแหล่งรวมแร่ธาตุและวิตามิน ไม่ทำร้ายสุขภาพร่างกายเหมือนเจ้ายาสูบ มะเขือเทศมีแหล่งกำเนิดจากเปรู กับเอกวาดอร์ จัดเป็นไม้ประเภทล้มลุกฤดูกาลเดียว หรือฝรั่งเรียกว่าพวก annual plants เนื่องจากมีวงจรอายุสั้นๆ ไม่ยืนยาว ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ : เป็นพืชใบเลี้ยงคู่ ชนิดล้มลุกกึ่งเลื้อยกึ่งต้น ลำต้นอ่อนอวบน้ำ มีขนอ่อนๆ คลุม ใบเดี่ยวเรียงสลับขอบใบเป็นจักๆ เว้าลึก ดอกมีขนาดเล็กๆ สีเหลืองสด ออกตามซอกใบ ผลทรงกลม หรือรีๆ เมื่ออ่อนจะมีสีเขียว พอแก่ก็จะเปลี่ยนเป็นสีเหลืองส้ม แดง ผลอวบน้ำภายในมีเมล็ดเล็กๆ มากมาย สรรพคุณทางอาหารและยา : ในมะเขือเทศ 1 ลูก จะประกอบไปด้วย สารอาหารที่เป็นประโยชน์มากมาย มีเบต้าแคโรทีน วิตามินเอ วิตามินบี วิตามินซี มีกรดมาลิกทำให้มีรสเปรี้ยว มีกลูตามิกแอซิด (Glutamic acid) ซึ่งเป็นตัวเดียวกับที่มีในผงชูรส จึงเป็นแนวคิดที่อาจทำให้นำมาปรุง
NEWS
“ศึกษาธิการ–เกษตรฯ” ผนึกกำลังแก้หนี้ครู เดินหน้าหามาตรการช่วยเหลือสมาชิกสหกรณ์ออมทรัพย์ครู ทั้งการลดภาระหนี้ ป้องกันการก่อหนี้ซ้ำ และจัดหาแหล่งเงินทุนดอกเบี้ยต่ำ โดยตั้งคณะทำงานร่วม 2 กระทรวง และเตรียมสรุปแนวทางภายใน 30 วัน นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมด้วย นางสาวปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และผู้บริหารของทั้ง 2 กระทรวง ร่วมประชุมหารือแนวทางแก้ไขปัญหาหนี้สินครูและบุคลากรทางการศึกษา ณ กรมส่งเสริมสหกรณ์ เทเวศร์ กรุงเทพมหานคร โดยมีผู้บริหารกรมส่งเสริมสหกรณ์และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม นายประเสริฐ กล่าวว่า ปัญหาหนี้สินครูเป็นหนึ่งในนโยบายสำคัญที่ต้องเร่งแก้ไข เนื่องจากส่งผลโดยตรงต่อคุณภาพชีวิตของครูและบุคลากรทางการศึกษา จึงต้องการให้กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันออกมาตรการที่สามารถนำไปปฏิบัติได้จริง ปัจจุบันมีสหกรณ์ออมทรัพย์ครู 116 แห่ง สมาชิกกว่า 862,539 ราย และมีทุนดำเนินงานกว่า 1.23 ล้านล้านบาท ที่ผ่านมา กรมส่งเสริมสหกรณ์ได้ขอความร่วมมือสหกรณ์ออมทรัพย์ครูช่วยลดภาระหนี้ของสมาชิก
ข้าวเป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญที่มีบทบาทต่อทั้งความมั่นคงทางอาหารและเศรษฐกิจของประเทศไทย โดยในปี 2566/2567 ประเทศไทยเป็นผู้ผลิตข้าวอันดับ 6 ของโลก คิดเป็นสัดส่วน 3.8% ของผลผลิตข้าวทั่วโลก และเป็นผู้ส่งออกข้าวอันดับ 3 ของโลก มีส่วนแบ่งตลาด 11.8%* อย่างไรก็ตาม เบื้องหลังการผลิตข้าวในแต่ละฤดูกาล เกษตรกรยังคงต้องเผชิญกับหนึ่งในความท้าทายสำคัญที่อยู่ในทุกแปลงนาและส่งผลโดยตรงต่อศักยภาพการผลิต นั่นคือ “วัชพืช” วัชพืชอาจดูเหมือนเป็นเพียงพืชที่ขึ้นแทรกอยู่ในแปลงนา แต่แท้จริงแล้วคือ “คู่แข่งของต้นข้าว” ที่แย่งน้ำ ธาตุอาหาร และแสงแดด โดยเฉพาะในช่วงเริ่มต้นของการเจริญเติบโต ซึ่งเป็นช่วงสำคัญต่อการสร้างศักยภาพผลผลิต หากไม่ได้รับการจัดการอย่างเหมาะสม วัชพืชสามารถแข่งขันกับต้นข้าว ส่งผลให้ต้นข้าวเติบโตได้ไม่เต็มศักยภาพ และกระทบต่อปริมาณและคุณภาพของผลผลิตในท้ายที่สุด วัชพืชไม่ได้กินแค่ “ธาตุอาหารของข้าว” แต่กินต้นทุนของชาวนา ปัญหาวัชพืชจึงไม่ได้จบอยู่เพียงในแปลงนา เพราะการควบคุมวัชพืชต้องอาศัยทั้งแรงงาน เวลา และปัจจัยการผลิต ขณะที่เกษตรกรในปัจจุบันยังต้องรับมือกับต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น การขาดแคลนแรงงาน และ
ผลผลิตสัตว์น้ำโตไม่หยุด ปลานิลครองแชมป์ โตปีละ 3.18% ผลพวงจากการปรับปรุงพันธุ์ เลี้ยงในระบบปิด ควบคุมคุณภาพ แต่รอบนี้ปลากะพงขาวมาแรง ทะลุ 60,000 ตันต่อปี หลังใช้เทคโนโลยีเพาะลูกปลาให้แข็งแรง อยู่รอดในทุกแหล่งน้ำ หากมองย้อนกลับไปในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา (พ.ศ. 2567-2569) จนถึงปัจจุบัน ภาพรวมของภาคการผลิตสัตว์น้ำของไทยมีการเติบโตที่น่าจับตามองอย่างมาก โดยเฉพาะในกลุ่มการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืดและน้ำกร่อยสายพันธุ์เศรษฐกิจ ที่มีตัวเลขผลผลิตเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องท่ามกลางความท้าทายรอบด้าน ในรอบ 3 ปีที่ผ่านมา สัตว์น้ำเศรษฐกิจหลักของไทยมีอัตราการเติบโต ดังนี้ ปลานิล: แชมป์อันดับ 1 สัตว์น้ำจืดไทย ผลผลิตแตะ 2.7 แสนตัน ยังครองตำแหน่งสัตว์น้ำจืดที่มีการเพาะเลี้ยงมากที่สุดในประเทศ โดยผลผลิตไต่ระดับเพิ่มขึ้นเฉลี่ยร้อยละ 3.18 ต่อปี ปัจจุบัน (พ.ศ. 2569) ประเทศไทยมีฟาร์มผู้เพาะเลี้ยงปลานิลกว่า 330,000 ฟาร์ม และสร้างผลผลิตรวมพุ่งสูงถึงประมาณ 270,000 ตันต่อปี คิดเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจในระบบสูงกว่า 13,600 ล้านบาท โดยผลผลิตส่วนใหญ่กว่าร้อยละ 98 ถูกส่งไปตอบสนองการบริโภคที่แข็งแกร่งภายในประเทศ ปัจจัยหลักที่ทำให้ผลผล
ฟาร์มล้ำ
ชันโรงตัวเล็กๆ อาจดูเป็นเพียงแมลงที่บินวนอยู่ตามสวน แต่สำหรับคนที่คลุกคลีกับมันมานาน ชันโรงกลับมีรายละเอียดมากกว่าที่คิด ตั้งแต่การเลี้ยง การขยายรัง การเก็บน้ำผึ้ง ไปจนถึงบทบาทสำคัญในการช่วยผสมเกสรให้พืชในสวน และเมื่อปัญหาเล็กๆ อย่าง “เก็บน้ำผึ้งอย่างไรไม่ให้รังเสียหาย” กลายเป็นโจทย์ที่เกิดขึ้นซ้ำๆ การทดลองจึงเริ่มต้นขึ้น ก่อนจะค่อยๆ พัฒนาไปสู่ “รังชันโรงแบบแบ่งห้อง” ที่ช่วยให้การจัดการง่ายขึ้น และลดการรบกวนชันโรงภายในรัง เบื้องหลังการพัฒนานี้มาจาก อาจารย์มีน – ผศ.ดร.นุกูล ชิ้นฟัก คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยหาดใหญ่ ผู้ทำงานส่งเสริมและพัฒนาการเลี้ยงชันโรงร่วมกับชุมชนและเกษตรกรมานานกว่า 10 ปี จากการเห็นปัญหาจากการเลี้ยงจริง จึงค่อยๆ ทดลอง ปรับรูปแบบ และเรียนรู้จากการใช้งานจริง จนเกิดแนวคิด “รังชันโรงแบบแบ่งห้อง” ที่ต้องการแก้ปัญหาตั้งแต่ต้นทาง จากรังแบบเดิม สู่ “รังแบ่งห้อง” ลดปัญหาเก็บน้ำผึ้ง อาจารย์มีน เล่าให้ฟังว่า ย้อนกลับไปกว่า 10 ปี รังชันโรงที่เกษตรกรนิยมใช้ยังเป็นกล่องที่มีลักษณะยาวและสูง เมื่อถึงเวลาเก็บน้ำผึ้ง คนเลี้ยงต้องเปิดรังและใช้มือตัดหรือแยกส่วนที่เป็นน้ำผึ้งออกมา วิธีการนี
ท่ามกลางความผันผวนของภาคการเกษตรไทย “สับปะรดปัตตาเวีย” พืชเศรษฐกิจสำคัญที่เคยสร้างรายได้มหาศาลให้กับเกษตรกรและอุตสาหกรรมแปรรูป กำลังเผชิญแรงกดดันรอบด้าน ทั้งต้นทุนการผลิตที่พุ่งสูง สภาพอากาศที่แปรปรวน ปัญหาขาดแคลนน้ำ และคุณภาพผลผลิตที่ไม่สม่ำเสมอ โดยเฉพาะปัญหา “ไนเตรตตกค้าง” ที่กลายเป็นเงื่อนไขสำคัญในการรับซื้อของโรงงานแปรรูป จนส่งผลกระทบต่อรายได้ของเกษตรกรโดยตรง หลายพื้นที่เริ่มเห็นภาพสวนสับปะรดที่ให้ผลผลิตลดลง ขณะที่บางแปลงแม้ผลมีขนาดใหญ่ แต่กลับไม่ผ่านเกณฑ์มาตรฐานด้านคุณภาพ อำเภอบ้านคา จังหวัดราชบุรี หนึ่งในพื้นที่ปลูกสับปะรดสำคัญของประเทศก็กำลังเผชิญปัญหาเดียวกัน เกษตรกรจำนวนไม่น้อยยังคงพึ่งพาประสบการณ์ดั้งเดิมในการจัดการน้ำและปุ๋ย ส่งผลให้เกิดการใช้ปัจจัยการผลิตเกินความจำเป็น เมื่อสภาพแวดล้อมไม่เอื้ออำนวย ต้นทุนจึงสูงขึ้น แต่ผลผลิตกลับไม่ได้คุณภาพ ปัญหาเหล่านี้กลายเป็นจุดเริ่มต้นของงานวิจัย “การพัฒนาเทคโนโลยีการจัดการน้ำและไนเตรตที่เหมาะสมเพื่อเพิ่มคุณภาพการผลิตสับปะรดของจังหวัดราชบุรี” ที่มุ่งแก้ปัญหาเชิงพื้นที่อย่างจริงจัง ผ่านแนวคิดเกษตรแม่นยำและการจัดการทรัพยากรอย่างเหมาะสม ผศ
ปัจจุบัน ขนาดของพื้นที่ไม่ได้เป็นปัจจัยชี้ขาดรายได้ทางการเกษตรอีกต่อไป เกษตรกรที่มีพื้นที่ขนาดเล็กแต่มีการบริหารจัดการพื้นที่อย่างมีประสิทธิภาพ สามารถสร้างรายได้ที่ต่อเนื่องและยั่งยืนได้เช่นกัน ซึ่งอาจประยุกต์ใช้การปลูกพืชมูลค่าสูงเป็นตัวช่วยเสริมรายได้ ทั้งนี้ ความมั่นคงทางการเกษตรที่แท้จริงย่อมเกิดจากการวางแผนและการจัดการพื้นที่อย่างเป็นระบบ พี่โบ้-ดำรงค์ อินทศร เจ้าของ สวนปลูกสุข ต.คลองตาล อ.ศรีสำโรง จ.สุโขทัย อดีตพนักงานประจำที่ผันตัวมาเป็นเกษตรกรบนพื้นที่ขนาดเล็ก กับแนวคิดการทำเกษตรที่ชัดเจนว่า “มีที่น้อย ไม่จำเป็นต้องปลูกพืชชนิดเดียว” หลักคิดของพี่โบ้เริ่มจากการสำรวจพื้นที่และตลาดรอบตัว ปลูกเฉพาะสิ่งที่คนในพื้นที่ต้องการ เพราะ “ปลูกได้ แต่หาคนซื้อไม่ได้ ก็เหนื่อยเปล่า” สวนแห่งนี้จึงถูกจัดสรรให้มีพืชพรรณหลากหลายที่ทยอยให้ผลผลิตต่างช่วงเวลา ตั้งแต่รายวัน รายสัปดาห์ ไปจนถึงรายเดือน เพื่อกระจายความเสี่ยงและสร้างรายได้เข้ามาหมุนเวียนไม่ขาดสาย โดยไม่ต้องรอคอยรายได้ก้อนใหญ่จากพืชเชิงเดี่ยวเพียงอย่างเดียว ก่อนที่จะผันตัวมาเป็นเกษตรกร พี่โบ้เคยเป็นพนักงานประจำอยู่ที่บริษัทโรงกลั่นน้ำมันใน
TRENDY
Latest post from Technology Chaoban
อื่นๆ
บริษัท ซีพีแรม จำกัด (CPRAM) ผู้นำอุตสาหกรรมอาหารพร้อมรับประทาน เดินหน้าเสริมพอร์ตธุรกิจด้วยการรุกตลาดอาหารจีนและติ่มซำแบบครบทุกเซกเมนต์ ผ่านแบรนด์ในตำนานอย่าง “มังกรหยก” กับแนวคิด “กตัญญู” พร้อมชูกลยุทธ์ “อร่อยต้นตำรับ รสชาติที่คุ้นเคย…ได้ทุกวัน” เพื่อขยายฐานผู้บริโภคให้ครอบคลุมทุกเจเนอเรชัน และครบทุกเซกเมนต์ พร้อมถอดรหัส DNA ของแบรนด์จากรากวัฒนธรรมอาหารจีนสู่แนวคิด “รสชาติที่คุ้นเคย” ส่งต่อคุณค่าแห่งความกตัญญูผ่านมื้ออาหารคุณภาพ ความอร่อย ความปลอดภัย ความคุ้มค่า และคุณค่าทางโภชนาการ เข้าถึงได้ง่ายสะดวกพร้อมรับประทานในทุกมื้อ ทุกวัน และทุกเวลา ด้วยออกแบบบรรจุภัณฑ์อันเป็นเอกลักษณ์ ตอบโจทย์พฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญกับประสบการณ์ และคุณค่า ประเดิม 5 เมนูไฮไลต์ยอดฮิตลงตลาดทั่วไทยแล้ววันนี้ ผ่านช่องทางโลตัส, โลตัส ช้อปออนไลน์, LINE Official Account: @fudidiworld เจาะอินไซต์ผู้บริโภคยุคใหม่ และกลยุทธ์การสร้างความต่าง ปัจจุบันโลกอาหารก้าวข้ามพรมแดนตามการเดินทางของผู้คน ทำให้ตลาดอาหารจีนในไทยเติบโตต่อเนื่อง ผู้บริโภคยุคใหม่เปิดรับอาหารต่างชาติมากขึ้น ทั้งติ่มซำท
บริษัท ไทยยูเนี่ยน ฟีดมิลล์ จำกัด (มหาชน) หรือ TFM ผู้นำการผลิตและจำหน่ายอาหารสัตว์น้ำและสัตว์เศรษฐกิจชั้นนำของไทย นำโดย คุณพีระศักดิ์ บุญมีโชติ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (แถวหน้าที่ 6 จากขวา) และ คุณปิยนุช มริตตนะพร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการเงิน (แถวหน้าที่ 5 จากขวา) เปิดบ้านต้อนรับ คุณบุญชู จูระมงคล กรรมการ สมาคมนักลงทุนประเทศไทย (แถวหน้าที่ 4 จากขวา) พร้อมคณะนักลงทุน ในกิจกรรม Company Visit ร่วมเจาะลึกผลการดำเนินงาน กลยุทธ์ และทิศทางการขยายตลาด พร้อมเยี่ยมชมโรงงานและกระบวนการผลิต ณ โรงงานไทยยูเนี่ยน ฟีดมิลล์ มหาชัย ในปี 2569 TFM เดินหน้าสร้างการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยมีธุรกิจอาหารกุ้งและอาหารปลาเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ ควบคู่กับการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและบริหารต้นทุนวัตถุดิบ เพื่อรักษาความสามารถในการทำกำไร ล่าสุด บริษัทได้รับ Halal Certification ซึ่งช่วยเปิดโอกาสเข้าถึงลูกค้าและตลาดใหม่ในต่างประเทศ พร้อมมุ่งสู่เป้าหมายยอดขาย 10,000 ล้านบาทภายในปี 2573 โดยรักษาความแข็งแกร่งในประเทศไทย เร่งเพิ่มส่วนแบ่งในอินโดนีเซีย และต่อยอดโอกาสในประเทศศักยภาพ โดยเฉพาะเอกวาดอร์ หนึ่งในตลาดเพาะเล
บริษัท ซีพีแรม จำกัด (CPRAM) ผู้นำอุตสาหกรรมอาหารพร้อมรับประทาน เดินหน้ารุกตลาดอาหารจีนและติ่มซำครบทุกเซกเมนต์ เปิดตัวแบรนด์ในตำนาน “มังกรหยก” กับแนวคิด“กตัญญู” พร้อมชูกลยุทธ์ “อร่อยต้นตำรับ รสชาติที่คุ้นเคย..ได้ทุกวัน” ส่งต่อคุณค่าแห่งความกตัญญูผ่านมื้ออาหารคุณภาพ ที่อร่อยปลอดภัย คุ้มค่า และให้คุณค่าทางโภชนาการ เข้าถึงได้ง่ายสะดวกพร้อมรับประทานในทุกมื้อทุกวันและทุกเวลา ด้วยออกแบบบรรจุภัณฑ์อันเป็นเอกลักษณ์ ประเดิม 5 เมนูไฮไลต์รับเทศกาลสารทจีน อาทิ ซาลาเปาไส้หมูสับ ซาลาเปาไส้หมูแดง ซาลาเปาไส้ครีม ขนมจีบกุ้ง และขนมจีบหมู พร้อมวางจำหน่ายทั่วไทยเดือนสิงหาคมนี้ ผ่านช่องทางโลตัส, โลตัส ช้อปออนไลน์, LINE Official Account: @fudidiworld “#มังกรหยก” อร่อยต้นตำรับ “รสชาติที่คุ้นเคย…ได้ทุกวัน” ได้ถูกออกแบบมาเพื่อต่อยอดและถ่ายทอดเสน่ห์ต้นตำรับวัฒนธรรม #อาหารจีน #รสชาติคุ้นเคย ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคสินค้าคุณภาพ ในราคาประหยัด และเข้าถึงง่าย อีกทั้งกลยุทธ์การพัฒนาสินค้าใหม่ต่อเนื่อง สะท้อน “ความคุ้มค่าที่มาพร้อมกับภาพลักษณ์ที่ดี” แบรนด์มังกรหยกตอบโจทย์นี้ได้ครบถ้
ปุ๋ย ซี.พี.หมอดิน (CPP) เดินหน้าสานต่อโครงการ “ยุวเกษตรสู่ความยั่งยืน” ปีที่ 8 มุ่งสร้างพื้นฐานความรู้ด้านการเกษตรให้แก่เยาวชน ผ่านการเรียนรู้เรื่อง “ดิน ธาตุอาหารพืช และการใช้ปุ๋ยอย่างเหมาะสม” เพื่อให้เด็กและเยาวชนเข้าใจพื้นฐานของการปลูกพืชอย่างถูกต้อง และสามารถนำองค์ความรู้ไปประยุกต์ใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน พร้อมวางรากฐานสู่การทำเกษตรที่ปลอดภัยและยั่งยืนในอนาคต กิจกรรมจัดขึ้น ณ โรงงานนครหลวง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยมีนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาตอนต้นจาก 4 โรงเรียนในจังหวัดพระนครศรีอยุธยาเข้าร่วม ได้แก่ โรงเรียนวัดสามเรือน (จนฺทสโรอนุสสรณ์), โรงเรียนวัดสำมะกัน (เปี่ยมวิทยาราษฎร์บำรุง), โรงเรียนวัดทอง (สามัคคยานุสรณ์) และโรงเรียนวัดละมุด (ร.ส.พ.ราษฎร์บำรุง) ภายใต้แนวคิด “เรียนรู้จากการลงมือทำ” (Action Learning) หลักสูตรได้รับการออกแบบโดยทีมนักวิชาการด้านดินและปุ๋ย โดยนำองค์ความรู้ทางวิชาการมาถ่ายทอดผ่านกิจกรรมที่เข้าใจง่ายและเหมาะสมกับช่วงวัย ให้นักเรียนได้เรียนรู้ ทดลอง สังเกต และค้นหาคำตอบด้วยตนเอง ผ่าน 4 ฐานการเรียนรู้ ได้แก่ “นักสืบดินตัวจิ๋ว” เรียนรู้คุณสมบัติและความแตกต่างของด
เนื่องในโอกาสวันแม่แห่งชาติปีนี้ เจียไต๋ฟาร์ม โดยกลุ่มบริษัทเจียไต๋ ผู้นำธุรกิจนวัตกรรมการเกษตรของไทย ชวนลูก ๆ ส่งต่อความรักและความห่วงใยให้คุณแม่ผ่านของขวัญที่ใส่ใจในสุขภาพ พร้อมชวนทุกคนในครอบครัวมาใช้เวลาดี ๆ ร่วมกันตลอดเดือนสิงหาคมนี้ สำหรับผู้ที่กำลังมองหาของขวัญแทนใจ เจียไต๋ฟาร์มมีกระเช้าผลไม้คุณภาพให้เลือก 3 ชุด ได้แก่ “ฟาร์มรัก” แทนความรัก ราคา 499 บาท ประกอบด้วยฟักทองมินิบอล 2 ผล ฟักทองบัตเตอร์นัท 1 ผล และมะเขือเทศเจียไต๋ 1 กล่อง “ฟาร์มใส่ใจ” แทนความห่วงใย ราคา 799 บาท ประกอบด้วยเมล่อนมรกต 1 ผล ฟักทองมินิบอล 2 ผล และฟักทองบัตเตอร์นัท 2 ผล และ “ฟาร์มสุขภาพดี” แทนคำอวยพรให้คนสำคัญมีสุขภาพแข็งแรง ราคา 1,599 บาท ประกอบด้วยเมล่อนมรกต 3 ผล ฟักทองมินิบอล 2 ผล ฟักทองบัตเตอร์นัท 1 ผล และมะเขือเทศเจียไต๋ 1 กล่อง กระเช้าทั้ง 3 ชุด นอกจากเหมาะสำหรับมอบให้คุณพ่อคุณแม่แล้ว ยังสามารถส่งต่อความใส่ใจให้ผู้ใหญ่ที่เคารพ เยี่ยมผู้ป่วย หรือมอบเป็นของขวัญในโอกาสพิเศษต่าง ๆ สำหรับผู้ที่สนใจ เจียไต๋ฟาร์มเปิดรับพรีออเดอร์แล้ววันนี้ พร้อมคัดสรรผลไม้สดใหม่และจัดเตรียมกระเช้าก่อนส่งมอบถึงมือผู้รับ นอกจากข
บริษัท ซีพีแรม จำกัด (CPRAM) ผู้นำอุตสาหกรรมอาหารพร้อมรับประทาน สานต่อโครงการ “CPRAM Junior Chef” ต่อเนื่องปีที่ 18 เปิดพื้นที่เรียนรู้นอกห้องเรียนให้เยาวชนได้ลงมือทำอาหารด้วยตนเอง ผ่านเวิร์กช็อปที่ผสานความรู้ด้านโภชนาการ ความปลอดภัยของอาหาร และสุนทรียภาพในการบริโภค เข้ากับความสนุกสนานที่เหมาะสมตามช่วงวัย พร้อมปลูกฝังพื้นฐานแนวคิดการบริโภคอย่างสร้างสรรค์และยั่งยืนตั้งแต่วัยเด็ก พร้อมสร้างความตระหนักเรื่องการลดขยะอาหาร (Food Waste) ให้เยาวชนรู้คุณค่าของอาหารทุกจาน กินอย่างพอดี ไม่เหลือทิ้ง อันเป็นรากฐานสำคัญของทั้งสุขภาวะที่ดีของเด็กไทยและโลกที่ยั่งยืนไปพร้อมกัน กิจกรรมในครั้งนี้มาในรูปแบบเวิร์กช็อปการทำอาหารที่เปิดโอกาสให้น้องๆ ได้สนุกกับการทำแซนวิชและข้าวปั้นญี่ปุ่น เรียนรู้หลักโภชนาการควบคู่กับการฝึกปฏิบัติด้านสุขอนามัยในการประกอบอาหาร โดยมีผู้ปกครอง พนักงานซีพีแรม ร่วมเป็นกำลังใจและเข้าร่วมกิจกรรมอย่างอบอุ่น ทั้งนี้ สาขาที่ดำเนินการไปแล้ว ได้แก่ บริษัท ซีพีแรม จำกัด (ลำพูน) ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ซีพีแรมเชื่อมั่นว่า ความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องด้านโภชนาการตั้งแต่วัยเยาว์ คือจุดเริ่มต้นข
เมื่อวันเสาร์ที่ 18 กรกฎาคมที่ผ่านมา เวลา 11.00 น. ณ คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น เครือบริษัทแสงทอง–อัครา ได้ส่งมอบการปรับปรุงอาคารเรียนรวมสัตว์ปีกและสุกร สาขาวิชาสัตวศาสตร์ ภายหลังการปรับปรุงแล้วเสร็จเพื่อใช้เป็นสถานที่จัดการเรียนการสอนและสนับสนุนการศึกษาของนักศึกษาในปัจจุบัน ภายในงานบรรยากาศเป็นไปอย่างอบอุ่นและคึกคัก โดยมีนักศึกษาคณาจารย์บุคลากรผู้แทนสมาคมศิษย์เก่า ผู้บริหารเครือบริษัทแสงทอง–อัครา และผู้มีเกียรติจากหลายภาคส่วนเข้าร่วมงานอย่างพร้อมเพรียง ก่อนเข้าสู่พิธีส่งมอบอาคาร คณะผู้ร่วมงานได้ร่วมเดินทางด้วยรถมินิบัสเพื่อเยี่ยมชมภูมิทัศน์และต้นไม้สำคัญภายในมหาวิทยาลัยขอนแก่น พร้อมรับฟังการบรรยายเกี่ยวกับประวัติความเป็นมา และพัฒนาการของมหาวิทยาลัย ก่อนเข้าสู่พิธีการส่งมอบปรับปรุงอาคารอย่างเป็นทางการในลำดับถัดไป นายอรรณพ อัครนิธิยานนท์ ประธานกรรมการบริหาร เครือบริษัทแสงทอง–อัครา กล่าวว่า การปรับปรุงอาคารเรียน รวมสัตว์ปีกและสุกร สาขาวิชาสัตวศาสตร์ คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ในครั้งนี้เกิดจากความตั้งใจของเครือบริษัทที่ต้องการสนับสนุนการพัฒนาการศึกษา เนื่องจากธุรกิจของบริษั
ริษัท ซีพีแรม จำกัด ผู้นำอุตสาหกรรมอาหารพร้อมรับประทาน เดินหน้าจัดการประกวดคลิปวิดีโอ TikTok ปีที่ 3 ชวนชาวคอนเทนต์ครีเอเตอร์มาปล่อยของ!! ในหัวข้อ “ภารกิจพิชิต Food Waste ในชีวิตจริง” ร่วมด้วยช่วยกันขับเคลื่อนสังคม กระตุ้นคนไทยให้หันมาลดขยะอาหารในชีวิตประจำวัน ชิงเงินรางวัลรวมกว่า 70,000 บาท พร้อมใบประกาศเกียรติคุณและรางวัลพิเศษอีกมากมาย เปิดรับรับสมัครผลงานตั้งแต่วันนี้ถึง 1 ตุลาคม 2569 ผู้ที่สนใจร่วมท้าทายภารกิจรักษ์โลกในครั้งนี้ สามารถสร้างสรรค์คลิปแนวตั้ง (9:16) ความยาวไม่เกิน 1 นาที จะลุยเดี่ยวหรือรวมทีมก็ได้ (1 ผลงานต่อ 1 บัญชีผู้ใช้งาน) จากนั้นโพสต์คลิปลงช่อง TikTok ของตนเอง ตั้งค่าเป็นสาธารณะ พร้อมติดแฮชแท็ก #ภารกิจพิชิตfoodwasteในชีวิตจริง แล้วนำลิงก์ผลงานไปแนบในแบบฟอร์มรับสมัครที่ https://forms.gle/VXsnpLebJ83tP1Bk7 งานนี้เปิดกว้างการสร้างสรรค์ผลงานอย่างไร้ข้อจำกัด จะเล่าผ่าน Vlog ชีวิตประจำวัน หนังสั้นสุดดราม่า หรือคลิปสายฮาขำกลิ้ง ก็จัดเต็มได้ตามสไตล์ ขอแค่มีครบ 3 องค์ประกอบหลัก คือการลงมือทำจริง ผลลัพธ์หรือการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น และข้อความชวนให้คนดูทำตาม สิ่งเหล่านี้คือ
