“ ละมุดเกาะยอ และ ละมุดบางกล่ำ” เป็นพืชอัตลักษณ์สำคัญของจังหวัดสงขลาจัดอยู่ในกลุ่มสินค้าขายดี เป็นที่รู้จักของผู้คนทั่วไป เช่นเดียวกับ จำปาดะสะบ้าย้อย กาแฟสะบ้าย้อย ทุเรียนพื้นบ้านนาหม่อม ส้มโอหอมหาดใหญ่ ส้มจุกจะนะ มะม่วงเบาสิงหนคร ฯลฯ
ละมุดเกาะยอ ละมุดบางกล่ำ
ไม้ผลรสอร่อยของเมืองสงขลา
จังหวัดสงขลา ได้ขึ้นชื่อว่า มีละมุดอร่อยที่สุดของประเทศ โดยมีแหล่งผลิตละมุดที่มีชื่อเสียงอยู่ 2 แห่งคือ ละมุดเกาะยอ และละมุดบางกล่ำ
ชาวสงขลาเรียกละมุดในภาษาถิ่นว่า “ สวา ” โดยนิยมปลูกต้นละมุดผสมผสานร่วมกับไม้ผลและไม้ยืนต้นชนิดต่างๆ ละมุดที่นิยมปลูกแพร่หลาย คือ พันธุ์ไข่ห่าน ที่มีลักษณะเด่นคือ ให้ลูกดก ผลมีขนาดใหญ่ รสชาติหวาน เก็บขายได้ทั้งปี

ต้นละมุดพันธุ์ไข่ห่าน มีลักษณะลำต้นสูง 5-15 เมตร ลำต้นมีกิ่งและใบ มาก จนแลดูเป็นทรงหนาทึบ การออกดอกแต่ละช่วงจะใช้ระยะเวลาประมาณ 30-35 วัน หลังจากดอกบานจนกระทั่งผลแก่เริ่มเก็บเกี่ยวได้ ใช้เวลาประมาณ 7-8 เดือน ขณะผลอ่อน มีสีเหลืองอมขาว และมียางสีขาว ผลสุกมีสีน้ำตาลปนแดง หากยังไม่สุกมากจะมีความกรอบ หวาน เมื่อผลสุกมากเนื้อจะนุ่ม และให้รสหวานจัดและมีกลิ่นหอมคล้ายกลิ่นดอกมะลิ
เกาะยอปลูกละมุดมาตั้งแต่สมัย ร.4
ชาวเกาะยอปลูกละมุดกันมาตั้งแต่รัชกาลที่ 4 ( ปี พ.ศ. 2394 – พ.ศ. 2411 ) ละมุดบางต้นมีอายุเป็นร้อยปี ทุกวันนี้ เกาะยอมีเนื้อที่ปลูกละมุดราว 375 ไร่ ส่วนใหญ่เป็นละมุดสายพันธุ์ไข่ห่าน ผลใหญ่ซึ่งเป็นสายพันธุ์ดั้งเดิม ละมุดเกาะยอมีจุดเด่นเรื่อง รสชาติหวาน อร่อย เพราะได้ไอน้ำเค็มจากทะเลทำให้ละมุดเกาะยอขายได้ราคาดี ประมาณกิโลกรัมละ 50 บาท น้ำหนักโดยเฉลี่ยประมาณ 9 ลูกต่อกิโลกรัม ละมุดเกาะยอ จะมีผลผลิตออกมากที่สุดในช่วงเดือนมกราคม – มีนาคม

ละมุดบางกล่ำ
ส่วนละมุดบางกล่ำสันนิษฐานว่า เริ่มปลูกในสมัยปลายรัชกาลที่ 5 (ประมาณ พ.ศ. 2451-2452) ซึ่งมีการสร้างทางรถไฟสายหาดใหญ่-สงขลาเกิดขึ้นโดยแรงงานมาจากกุลีชาวจีน ต่อมาชาวจีนกลุ่มนี้ได้ยึดอาชีพปลูกพลู และละมุด (สวา) พันธุ์ไข่ห่าน ซึ่งเป็นละมุดลูกใหญ่ หอม หวาน เนื้อละเอียด โดยนำละมุดสายพันธุ์ไข่ห่านมาจากรัฐกะลันตัน ประเทศมาเลเซีย เข้ามาปลูกในพื้นที่บางกล่ำนับถึงปัจจุบัน รวมระยะเวลาประมาณ 116-117 ปีแล้ว
ละมุดพันธุ์ไข่ห่านที่นำมาปลูกในพื้นที่บางกล่ำที่มีลักษณะดินสามน้ำ ทำให้ละมุดบางกล่ำมีรสชาติอร่อย เป็นที่รู้จักกันทั่วไป จนกลายเป็นส่วนหนึ่งของคำขวัญประจำอำเภอบางกล่ำ ว่า “สวาลือนาม” มาจนถึงทุกวันนี้

ปัจจุบันสวนละมุดเนื้อที่ 3 ไร่ ของป้าจำเนียรและลุงจูอ่อง เจริญแสงป้า ที่หมู่ 3 อ.บางกล่ำ จ.สงขลา ซึ่งปลูกละมุดกว่า 30 ต้น ต่อกันมาหลายรุ่นได้ชื่อว่า เป็นสวนสวา 100 ปี เพราะละมุดแต่ละต้นมีอายุกว่าร้อยปี มีผลผลิตให้เก็บเกี่ยวทุกต้น
ละมุดบางกล่ำจะให้ผลผลิตออกมากที่สุด ประมาณช่วงเดือนมพฤศจิกายน-ธันวาคม ละมุดบางกล่ำ จะให้ผลผลิตต่อต้น ประมาณ 100 กว่ากิโลกรัม เนื่องจากละมุดบางกล่ำเป็นผลไม้รสชาติอร่อย ที่มีชื่อเสียงของท้องถิ่น ทำให้ทุกวันนี้ เกษตรกรไม่ต้องลำบากในการหาตลาดเพราะมีแม่ค้ามารับซื้อผลผลิตถึงที่บ้าน
ละมุดบางกล่ำ มีลักษณะเด่นกว่าที่อื่น เพราะปลูกดูแลแบบเกษตรอินทรีย์ เกษตรกรจะใส่ปุ๋ยคอกปุ๋ยชีวภาพ ปุ๋ยหมักเป็นหลัก เพราะหากใช้ปุ๋ยเคมี จะทำให้ดินแข็ง เกษตรกรจะเก็บเกี่ยวผลผลิตออกขายเมื่อผลสุกแล้วก่อนจะนำผลที่เก็บได้มาบ่มแก๊สเพื่อให้ละมุดสุกทั่วกันทั้งลูก
ต้นละมุดทนทานต่อสภาพอากาศ
โดยธรรมชาติ ต้นละมุดเป็นพืชที่ดูแลง่าย แม้เจอน้ำท่วม ภัยแล้ง ต้นละมุดก็ไม่ตาย แค่ชะลอการเจริญเติบโตไปบ้างเท่านั้น แต่เมื่อกลับสู่สภาพปกติ ละมุดก็เจริญเติบโตดี ซึ่งนอกจากปลูกในแหล่งดินดีแล้ว สายพันธุ์ที่นำมาปลูก ก็เป็นสายพันธุ์ที่ดีอีกด้วย
การให้น้ำ
ละมุดเป็นพืชที่มีเปลือกหนา และเก็บน้ำไว้ที่เปลือก ซึ่งเป็นธรรมชาติของต้นละมุดเองหากสภาพอากาศปกติ ไม่จำเป็นต้องให้น้ำ หากเป็นช่วงหน้าร้อนจะรดน้ำเช้าเย็น ตัดแต่งกิ่งอยู่เสมอ ไม่ใช้สารเคมีใช้เพียงปุ๋ยชีวภาพและปุ๋ยคอกเท่านั้น

การให้ปุ๋ย
เกษตรกรนิยมใช้ปุ๋ยคอกปุ๋ยชีวภาพ ปุ๋ยหมัก โดยหว่านปุ๋ย รอบโคนต้น ประมาณ 2-3 เดือนต่อครั้ง
โรคและแมลงมีน้อย
ต้นละมุดเป็นพืชที่เจริญเติบโตได้ดีตามธรรมชาติอยู่แล้ว ปัญหาโรคและแมลงศัตรูพืช มีน้อย อาจเจอด้วงกัดยอด กัดกินผล และฝังตัวเข้าไปในลำต้น สามารถแก้ไขได้ แค่ใส่ยาเส้นเข้าไปในรูที่ด้วงฝังตัวอยู่ อัดให้แน่น จะทำลายด้วงหรือแมลงที่เข้ามาทำลายละมุดได้อย่างดี.

การเก็บเกี่ยวผลผลิต
หลังปลูกประมาณ 5 ปี ต้นละมุดจะเริ่มให้ผลผลิต บางปีสามารถเก็บผลผลิตขายได้ 2 รอบ ช่วงแรกคือ เดือนกันยายน-พฤศจิกายน ช่วงที่สองคือ เดือนมกราคมถึงเดือนมีนาคม ต้นละมุดจะให้ผลผลิตมากที่สุดในช่วงเดือนตุลาคมหรือพฤศจิกายน หลังจากนั้นเก็บผลขายได้เรื่อยๆ เพียงแต่ไม่มากเหมือนในฤดู ต้นละมุดจะให้ผลผลิตในแต่ละฤดูกาลเฉลี่ยต้นละ 150-200 กิโลกรัมเลยทีเดียว
