News พืชทำเงิน

เปิดเทคนิคระเบิดหัวมันสำปะหลัง ได้ผลผลิตกว่า 7 ตันต่อไร่ มันหัวดก ใหญ่เท่าแขน!

มันสำปะหลัง นับเป็นหนึ่งในพืชเศรษฐกิจสำคัญของประเทศไทย และยังเป็นพืชไร่ที่ได้รับความนิยมในการปลูก โดยเฉพาะในพื้นที่ที่ดินมีความอุดมสมบูรณ์ต่ำหรืออยู่ห่างไกลจากแหล่งน้ำ เนื่องจากเป็นพืชที่ขึ้นชื่อเรื่องความทนแล้ง ปลูกได้ในดินแทบทุกชนิด เจริญเติบโตได้ในสภาพภูมิอากาศหลากหลาย อีกทั้งยังต้องการการดูแลไม่มากนัก จึงเหมาะอย่างยิ่งสำหรับเกษตรกรที่ต้องการผลผลิตคุ้มค่ากับต้นทุนและแรงงานที่ใช้

วันนี้จะพาทุกท่านไปรู้จักกับ คุณชอม เผือดสูงเนิน เป็นเกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลังในจังหวัดนครราชสีมา มีประสบการณ์ปลูกมันยาวนานกว่า 20 ปี สืบทอดองค์ความรู้จากพ่อแม่ซึ่งทำอาชีพนี้มาตั้งแต่ตนเองยังเด็ก แต่ไม่ได้หยุดเพียงแค่ทำตามวิธีเดิม หากยังมุ่งมั่นพัฒนากระบวนการปลูกอย่างต่อเนื่อง จนสามารถยกระดับผลผลิตจากเดิมเพียง 4 ตันต่อไร่ เพิ่มขึ้นเป็น 7 ตันต่อไร่ได้อย่างน่าภาคภูมิใจ ปัจจุบันดูแลแปลงมันสำปะหลังกว่า 80 ไร่ โดยในปีนี้ได้ปลูกไว้ 30 ไร่ อีกส่วนหนึ่งแบ่งพื้นที่ปลูกพืชชนิดอื่น ได้แก่ ข้าวโพดและอ้อย มาติดตามกันว่า เคล็ดลับความสำเร็จนี้มีอะไรบ้าง 

การปลูกมันของคุณชอมจะอาศัยน้ำฝนเป็นหลัก จึงต้องวางแผนการปลูกให้ตรงกับช่วงที่มีฝน โดยเลือกปลูกในช่วงเดือนมีนาคม-เมษายน ซึ่งเป็นช่วงต้นฤดูฝน เพื่อให้พืชได้รับน้ำเพียงพอต่อการเจริญเติบโต และให้ผลผลิตได้ดีที่สุด

ในแปลงปัจจุบันได้เลือกปลูกมันสำปะหลัง 3 สายพันธุ์ ได้แก่ ระยอง 4 แขกดำ และ พวงเพชร 81 ซึ่งมีลักษณะเด่นต่างกัน เช่น ระยอง 4 ให้หัวดก เปอร์เซ็นต์แป้งดี แตกกิ่งเร็ว และสามารถคลุมดินได้ดี ส่วน พวงเพชร 81 เจริญเติบโตได้เร็ว แม้ว่าการคลุมวัชพืชจะไม่ดีเท่าระยอง 4 แต่ก็ให้ผลผลิตดีเช่นกัน ขณะที่สายพันธุ์ แขกดำ มีหัวขนาดใหญ่ เปอร์เซ็นต์แป้งสูง และสะดวกต่อการตัดต้นพันธุ์


ในอดีตที่รุ่นพ่อแม่ปลูกมันสำปะหลังจะเน้นใช้แรงงานคนเป็นหลัก ส่วนการบำรุงจะใช้เพียงปุ๋ยคอก ไม่มีการใช้ปุ๋ยเคมี ทำให้ธาตุอาหารไม่ครบถ้วนเหมือนปัจจุบัน กระทั่งคุณชอมเริ่มเข้ามาดูแลเอง จึงได้นำเครื่องจักรมาใช้ควบคู่กับการใช้ปุ๋ยเคมีแบบเต็มสูตร เพื่อให้การปลูกง่ายขึ้นและช่วยเพิ่มผลผลิตอย่างต่อเนื่อง

เตรียมดินอย่างไร? ให้มันสำปะหลังโตทันใจ

หนึ่งในปัญหาสำคัญของการปลูกมันสำปะหลังคือ “ดินเสื่อมสภาพ” โดยเฉพาะแปลงปลูกของครอบครัวคุณชอมซึ่งเป็นดินทราย ธาตุอาหารต่ำ และถูกชะล้างได้ง่าย หากปลูกมันซ้ำที่เดิมโดยไม่บำรุง ดินจะเสื่อมโทรมเรื่อยๆ และผลผลิตจะลดลงตามลำดับ ดังนั้นคุณชอมจึงเลือกใช้วิธีปลูกพืชสลับชนิด ไม่ปลูกมันสำปะหลังซ้ำที่เดิม เพื่อรักษาสภาพดิน นอกจากนี้ ยังเลือกใช้ ปุ๋ยซอยล์เมต สูตร 16-8-8 ซึ่งถูกออกแบบมาให้เหมาะกับสภาพดินทรายโดยเฉพาะ ช่วยให้ต้นมันสำปะหลังเจริญเติบโตดีขึ้น

การปรับปรุงดินก่อนปลูกถือเป็นหัวใจของการเพิ่มผลผลิต คุณชอมให้ความสำคัญกับการเตรียมดินตั้งแต่ต้น โดยใส่ขี้ไก่ผสมแกลบเพื่อช่วยปรับโครงสร้างดิน เพิ่มอินทรียวัตถุ ทำให้รากมันสำปะหลังเจริญเติบโตดี หัวขยายตัวเร็ว จากนั้นตากดินทิ้งไว้ประมาณ 10 วันเพื่อช่วยฆ่าเชื้อโรคในดิน เมื่อรู้ว่าดินมีผลต่อผลผลิตโดยตรง จึงหันมาใส่ใจเรื่องการบำรุงดินอย่างจริงจัง เน้นให้ธาตุอาหารถูกช่วง ถูกเวลา เพื่อลดต้นทุน ไม่ต้องใส่ปุ๋ยหลายรอบ แต่พืชได้รับสารอาหารเต็มที่ ส่งผลให้หัวมันใหญ่ น้ำหนักดี

การเตรียมแปลง คุณชอมจะเริ่มจากการไถทั้งหมด 3 ครั้ง ได้แก่ ไถหมักเศษวัชพืช ซากต้นข้าวโพด เพื่อให้ย่อยสลายเป็นปุ๋ยอินทรีย์ จากนั้นไถครั้งที่สองด้วยผาน 6 เพื่อสับวัชพืชให้ละเอียด และไถปรับหน้าดินเป็นครั้งสุดท้ายด้วยผาน 3 หลังจากเตรียมดินเรียบร้อยจึงใช้เครื่องจักรยกร่องพร้อมปักท่อนพันธุ์มันสำปะหลัง โดยกำหนดระยะห่างระหว่างร่อง 100 เซนติเมตร และระยะห่างระหว่างต้น 80 เซนติเมตร เพื่อให้แต่ละต้นมีพื้นที่เพียงพอต่อการเจริญเติบโต

ก่อนปักท่อนพันธุ์ จะมีการ รองพื้นด้วยปุ๋ยซอยล์เมต สูตร 16-8-8 ในอัตรา 25 กิโลกรัมต่อไร่ ซึ่งเป็นสูตรที่เหมาะกับดินร่วนปนทราย ช่วยบำรุงให้ต้นมันสำปะหลังตั้งตัวได้เร็ว แตกกอสมบูรณ์ และพร้อมเข้าสู่ระยะลงหัวอย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้หัวมีขนาดใหญ่ เนื้อแน่น และน้ำหนักดี

เผยเคล็ดลับ! มันสำปะหลังหัวใหญ่ น้ำหนักดี บำรุงแบบไหนถึงได้ 7 ตันต่อไร่

ในช่วงอายุ 2–3 เดือน มันสำปะหลังกำลังอยู่ในระยะเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะส่วนของลำต้นและใบ ช่วงนี้จึงต้อง ควบคุมวัชพืชอย่างเข้มงวด เพื่อไม่ให้หญ้าขึ้นมาแย่งอาหารและน้ำ พี่ชอมจะหมั่นกำจัดวัชพืชและทำรุ่นให้เรียบร้อย เพื่อเปิดพื้นที่ให้ต้นมันสำปะหลังได้รับแสงเต็มที่และเจริญเติบโตได้เต็มศักยภาพ

เมื่อเข้าสู่ช่วง อายุ 4-6 เดือน ซึ่งเป็น ระยะลงหัวหรือช่วงระเบิดหัว ถือเป็นช่วงสำคัญที่สุด เพราะมันสำปะหลังจะเริ่มสะสมแป้งลงหัวเต็มที่ พี่ชอมจึงเลือกบำรุงด้วย ปุ๋ยซอยล์เมต สูตร 14-7-35 ในอัตรา 50 กิโลกรัมต่อไร่ เพื่อเสริมให้หัวมีขนาดใหญ่ น้ำหนักดี และเปอร์เซ็นต์แป้งสูง

ผลลัพธ์ชัดเจน จากเดิมที่เคยได้เพียง 4-5 ตันต่อไร่ หลังใช้ปุ๋ยซอยล์เมตกลับเพิ่มขึ้นเป็น 6-7 ตันต่อไร่ ความแตกต่างไม่ใช่แค่ตัวเลข แต่ยังเห็นได้จากสภาพต้นและใบ เดิมทีใบไม่เขียวเข้มและไม่หนา แต่หลังใช้ปุ๋ย ลำต้นอวบ แข็งแรง ใบหนาและเขียวสด ทรงพุ่มสวย หัวดกและขยายขนาดเต็มที่ จนบางหัวใหญ่กว่าข้อมือหรือแม้แต่แขน พอขุดขึ้นมาเห็นหัวขาวเนียนและแน่นเต็มมือ ก็มีคนถามกันใหญ่ ว่าใช้วิธีบำรุงอย่างไร

พี่ชอมบอกตรงๆ ว่า “ปุ๋ยซอยล์เมตนี่แหละ” เพราะนอกจากใช้แล้วเห็นผลจริง ยังหาซื้อง่าย ราคาไม่แพง และเป็นสูตรที่ออกแบบมาสำหรับมันสำปะหลังโดยเฉพาะ ยิ่งซื้อเยอะก็มีบริการส่งถึงบ้าน ปีนี้ผลผลิตพุ่งทะลุ 7 ตันต่อไร่ ทำให้พี่ชอมภูมิใจและหายเหนื่อยในทันทีที่เห็นหัวมันเต็มรถ

ถือเป็นสูตรสำเร็จของคุณชอม เผือดสูงเนิน ทายาทเกษตรกรผู้ไม่หยุดพัฒนาวิถีการผลิต โดยมุ่งเน้นในการบำรุงมันสำปะหลังเป็นไปอย่างเหมาะสมในแต่ละช่วงการเจริญเติบโต ด้วยปุ๋ยคุณภาพดี ส่งผลให้ได้หัวมันสำปะหลังขนาดใหญ่ มีเปอร์เซ็นต์แป้งสูง และเพิ่มผลผลิตได้ถึง 7 ตันต่อไร่ สร้างผลตอบแทนที่คุ้มค่า ช่วยให้การทำงานหนักตลอดฤดูกาลเก็บเกี่ยวกลับมาคุ้มเหนื่อยอย่างแท้จริง

สนใจปุ๋ยซอยล์เมตทักหาได้เลย💥

💦 Facebook : ปุ๋ยซอยล์เมต Soil Mate – ปุ๋ยอินทรีย์ ปุ๋ยเคมี หรือ https://m.me/SoilmateTH

💚 Line : https://lin.ee/LGiZ8Bi หรือ @Soilmate

📞 : 097-320-5970

🌐 : www.soilmate.co.th

#ปุ๋ยซอยล์เมต #SoilMate #เป๊ะทุกถุง #แรงทุกเม็ด #ปุ๋ยที่มืออาชีพการันตี #ปลูกมันสำปะหลัง #มันสำปะหลัง

Related Posts