News เกษตรอัจฉริยะ

“ไข่ไก่” ไม่ใช่แค่อาหาร แต่ช่วยผลิตยา ป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า ปลอดภัย ต้นทุนต่ำ เพิ่มโอกาสรอดชีวิต

โรคพิษสุนัขบ้ายังคงเป็นปัญหาสาธารณสุขสำคัญของประเทศไทยและหลายประเทศในภูมิภาคเอเชีย แม้จะมีวัคซีนป้องกันที่มีประสิทธิภาพ แต่ในกรณีที่ประชาชนสัมผัสเชื้อในระดับความเสี่ยงสูง การรักษาจำเป็นต้องใช้อิมมูโนโกลบูลิน หรือที่เรียกกันทั่วไปว่า “เซรุ่มแก้พิษสุนัขบ้า” ร่วมกับการฉีดวัคซีน ซึ่งหัวใจสำคัญของระบบนี้คือความสามารถในการผลิตเซรุ่มให้เพียงพอ มีคุณภาพ และต่อเนื่อง 

อย่างไรก็ตาม ระบบการผลิตแบบดั้งเดิมที่พึ่งพาม้าเป็นแหล่งสร้างภูมิคุ้มกัน กำลังเผชิญความท้าทายด้านความเสี่ยง ต้นทุน และสวัสดิภาพสัตว์ จนนำไปสู่การค้นหาทางเลือกใหม่ของนักวิจัยไทย

เมื่อม้าขาดแคลน ไทยจะผลิตเซรุ่มอย่างไร?

คำตอบเริ่มจากไก่ไข่


อาจารย์ ดร.ชรินทร์ ถาวรคุโณ ภาควิชาชีวโมเลกุลและพันธุศาสตร์โรคเขตร้อน คณะเวชศาสตร์เขตร้อน มหาวิทยาลัยมหิดล เผยว่า กระบวนการผลิตเซรุ่มแบบดั้งเดิมจะใช้ม้าเป็นสัตว์ต้นทาง โดยเริ่มจากการฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าให้ม้าอย่างต่อเนื่อง เพื่อกระตุ้นให้ร่างกายสัตว์สร้างแอนติบอดี เมื่อระดับภูมิคุ้มกันสูงเพียงพอจึงทำการเจาะเลือดออกจากม้าในปริมาณมาก จากนั้นนำส่วนของน้ำเหลืองที่มีแอนติบอดีไปผ่านกระบวนการสกัด ตกตะกอน ทำให้บริสุทธิ์และทำให้แห้ง ก่อนนำมาใช้เป็นเซรุ่มสำหรับผู้ป่วยที่สัมผัสเชื้อ กระบวนการนี้แม้จะใช้มานานและมีประสิทธิภาพ แต่ก็มีข้อจำกัดทั้งด้านต้นทุน ความต่อเนื่องของแหล่งผลิต และผลกระทบต่อสัตว์

อาจารย์ ดร.ชรินทร์ ถาวรคุโณ ภาควิชาชีวโมเลกุลและพันธุศาสตร์โรคเขตร้อน คณะเวชศาสตร์เขตร้อน มหาวิทยาลัยมหิดล

“จุดเปลี่ยนสำคัญของงานวิจัยนี้เกิดขึ้นในปี พ.ศ. 2563 ช่วงที่ประเทศไทยเผชิญการระบาดของโรค African Horse Sickness ซึ่งเป็นโรคไวรัสรุนแรงในม้า และทำให้สัตว์ที่ติดเชื้อเสียชีวิตเกือบทั้งหมด เหตุการณ์ดังกล่าวสร้างความกังวลอย่างมาก ทั้งต่อความมั่นคงทางสุขภาพของประเทศ เนื่องจากม้าเป็นสัตว์หลักที่ใช้ผลิตอิมมูโนโกลบูลินหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็นเซรุ่มต้านพิษงูหรือเซรุ่มต้านพิษสุนัขบ้า หากเกิดการขาดแคลนม้า ย่อมส่งผลกระทบโดยตรงต่อความสามารถในการรักษาผู้ป่วย ทีมวิจัยจึงร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และได้รับทุนสนับสนุนจาก ARDA (สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร ) เริ่มตั้งคำถามว่า ประเทศไทยจะสามารถใช้สัตว์ชนิดอื่นทดแทนม้าในการผลิตเซรุ่มได้หรือไม่ ก็ได้คำตอบว่าสามารถทำในไก่ไข่ได้” อาจารย์ ดร.ชรินทร์ กล่าว 

เซรุ่มพิษสุนัขบ้าจากไข่ไก่ ปลอดเชื้อ 

ประสิทธิภาพดี ต้นทุนการผลิตถูกลง

อาจารย์ ดร.ชรินทร์ กล่าวต่อไปว่า ทางทีมวิจัยจึงหันมามุ่งศึกษาการใช้ “ไก่ไข่” เป็นแหล่งผลิตภูมิคุ้มกันแทน เนื่องจากเป็นสัตว์ที่เลี้ยงง่าย ควบคุมสภาพแวดล้อมได้ดี มีอัตราการขยายพันธุ์และการให้ผลผลิตสูง และที่สำคัญคือประเทศไทยมีโครงสร้างอุตสาหกรรมรองรับ ซึ่งกระบวนการผลิตเซรุ่มจากไข่ไก่นั้น จะมีความแตกต่างจากการใช้ม้าอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะในด้านสวัสดิภาพสัตว์ แทนที่จะต้องเจาะเลือด ไก่จะได้รับการฉีดวัคซีนกระตุ้นภูมิคุ้มกัน เมื่อร่างกายไก่สร้างแอนติบอดีขึ้นมาแล้ว สารภูมิคุ้มกันเหล่านี้จะถูกถ่ายทอดไปยังไข่แดงตามธรรมชาติ นักวิจัยสามารถสกัดแอนติบอดีจากไข่แดงได้โดยตรง โดยไม่ก่อให้เกิดความเจ็บปวดแก่สัตว์ กระบวนการทั้งหมดสามารถดำเนินการภายใต้ระบบปิดที่ควบคุมคุณภาพและความปลอดภัยได้อย่างเข้มงวด

“ไก่ที่ใช้ในโครงการนี้นะครับ จะเป็นไก่สายพันธุ์พิเศษที่เรียกว่า SPF หรือ Specific Pathogen Free ซึ่งปลอดเชื้อโรคมากกว่า 30 ชนิด ทั้งเชื้อที่ติดต่อในไก่เอง และเชื้อที่อาจติดต่อสู่คน ไก่สายพันธุ์ดังกล่าวนำเข้าจากสหรัฐอเมริกา และมีบริษัทเอกชนไทยเป็นผู้เพาะเลี้ยงในระบบปิด เพื่อผลิตไข่ปลอดเชื้อสำหรับใช้ในอุตสาหกรรมวัคซีนของประเทศ เช่น การสนับสนุนหน่วยงานภาครัฐอย่างองค์การเภสัชกรรมและกระทรวงสาธารณสุข ก่อนนำมาใช้ ไก่ทุกตัวจะผ่านการตรวจสอบ และรับรองว่าไม่มีเชื้อโรคปนเปื้อน และยังมีการตรวจเลือดซ้ำเป็นระยะตลอดกระบวนการผลิต” อาจารย์ ดร.ชรินทร์ กล่าว 

จากการวิจัยผลการทดสอบประสิทธิภาพโดยกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ยืนยันว่า เซรุ่มที่ผลิตจากไข่ไก่สามารถยับยั้งไวรัสโรคพิษสุนัขบ้าได้เทียบเท่ากับเซรุ่มที่ผลิตจากม้า โดยมีการปรับมาตรฐานให้ระดับความเข้มข้นของแอนติบอดีและคุณสมบัติทางชีวภาพเท่ากันทุกประการ ขณะเดียวกันต้นทุนการผลิตกลับต่ำกว่ามาก เซรุ่มจากม้ามีต้นทุนเฉลี่ยราว 700-800 บาทต่อขวด ในขณะที่เซรุ่มจากไข่ไก่มีต้นทุนเพียงประมาณ 300-350 บาทต่อขวด ลดค่าใช้จ่ายได้กว่าครึ่งต่อครึ่ง

เซรุ่มพิษสุนัขบ้าจากไข่ไก่ 

นวัตกรรมไทย เพิ่มโอกาสรอดชีวิต

นอกจากนี้ ในเชิงกำลังการผลิตที่เพิ่มปริมาณนั้น อาจารย์ ดร.ชรินทร์ เล่าว่า ไก่ยังมีศักยภาพเหนือกว่าอย่างชัดเจน เมื่อเปรียบเทียบในระดับปี ไก่เพียง 10 ตัวสามารถให้ปริมาณแอนติบอดีเทียบเท่ากับม้า 1 ตัว และสามารถเพิ่มจำนวนการผลิตได้อย่างรวดเร็ว ปัจจุบันโรงเรือนต้นแบบของโครงการสามารถผลิตเซรุ่มได้ประมาณ 1,000-1,500 ขวดต่อปี แม้ยังน้อยเมื่อเทียบกับความต้องการใช้ในประเทศที่อยู่ราว 100,000-120,000 ขวดต่อปี แต่โรงเรือนแห่งนี้ถูกออกแบบมาเพื่อเป็นต้นแบบในการเก็บข้อมูล และเตรียมขยายสู่ระดับกึ่งอุตสาหกรรมในอนาคต

“ในระดับตลาดโลก ตลาดเซรุ่มป้องกันโรคพิษสุนัขบ้ามีมูลค่ารวมประมาณ 500 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี การที่ประเทศไทยสามารถพัฒนาแพลตฟอร์มการผลิตเซรุ่มจากไข่ไก่ได้เอง ไม่เพียงช่วยลดต้นทุนและงบประมาณภาครัฐ แต่ยังเปิดโอกาสในการส่งออกไปยังประเทศเพื่อนบ้าน เช่น เมียนมา ลาว เวียดนาม และฟิลิปปินส์ ซึ่งหลายประเทศยังไม่มีศักยภาพในการผลิตเซรุ่มด้วยตนเอง การเพิ่มความสามารถในการเข้าถึงเซรุ่มในราคาที่ถูกลง ย่อมหมายถึงโอกาสในการช่วยชีวิตผู้ป่วยได้มากขึ้น” อาจารย์ ดร.ชรินทร์ กล่าว 

ท้ายที่สุด อาจารย์ ดร.ชรินทร์ มองว่างานวิจัยนี้ถือเป็นก้าวสำคัญของวงการแพทย์และอุตสาหกรรมชีวเภสัชกรรมไทย เพราะช่วยสร้างความมั่นคงทางยา พร้อมทั้งลดการพึ่งพาการนำเข้า และเป็นแนวทางใหม่ที่ไม่เบียดเบียนสัตว์ พร้อมทั้งสามารถต่อยอดไปสู่การผลิตเซรุ่มหรือวัคซีนชนิดอื่นในอนาคต การพัฒนาแพลตฟอร์มผลิตเซรุ่มจากไข่ไก่ จึงไม่ใช่เพียงนวัตกรรมด้านเทคโนโลยีชีวภาพ แต่เป็นคำตอบของระบบสุขภาพที่ต้องการความ “ปลอดภัย ประหยัด และยั่งยืน” ในระยะยาว

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรก 23 ธันวาคม 2025

Related Posts