Featured News

เปิดอัตราภาษีที่ดินปี 2569 ที่ดินปล่อยร้างเสียเท่าไหร่ หลังปรับราคาประเมินใหม่

เปิดอัตราภาษีที่ดิน 2569 ทั้ง 4 ประเภท ปล่อยรกร้างต้องจ่ายเท่าไหร่ หลังกระทรวงมหาดไทยประกาศเก็บภาษีเต็มอัตรา 100% ไม่มีลดหย่อน แต่ขยายเวลาไปก่อน 2 เดือน ลดภาระประชาชน ลุ้นปี 2570 ภาษีพุ่งขึ้น หลังกรมธนารักษ์ใช้ราคาประเมินที่ดินใหม่

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง หรือที่เรียกกันย่อๆ ว่า ภาษีที่ดิน เป็นภาษีที่จัดเก็บเป็นรายปี ตามมูลค่าที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง เช่น บ้าน อาคาร ที่ครอบครอง โดยมีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เช่น เทศบาล องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) กรุงเทพมหานคร เมืองพัทยา เป็นหน่วยงานรับผิดชอบการจัดเก็บ เริ่มใช้บังคับตั้งแต่ 13 มีนาคม 2562 และเริ่มเก็บภาษีตั้งแต่ 1 มกราคม 2563 เป็นต้นมา โดยการคำนวณภาษที่ดินมีสูตรคำนวณ คือ

“มูลค่าที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง x อัตราภาษีต่อปี = ภาษีที่ต้องจ่าย”

โดยมี 4 รูปแบบที่ดินแบ่งตามประเภทการใช้งาน ทำให้มีอัตราในการเสียภาษีที่ต่างกัน ได้แก่

ประเภท 1 ที่ดินเพื่อการอยู่อาศัย

ที่ดินเพื่อการอยู่อาศัย คือ ที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างที่ใช้ประโยชน์สำหรับเป็นที่อยู่อาศัย โดยจะต้องมีเอกสารแสดงกรรมสิทธิ์ และทะเบียนบ้าน โดยภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างสำหรับการอยู่อาศัยมีเกณฑ์การเสียภาษีแบ่งออกเป็น 3 กรณี คือ


1. กรณีที่บุคคลธรรมดาผู้เป็นเจ้าของที่ดิน และสิ่งปลูกสร้างหลังเดียว

      มูลค่าที่ดินและสิ่งปลูกสร้างอัตราภาษีต่อปี
      0-50 ล้านบาทได้รับการยกเว้นภาษี
      50-75 ล้านบาท0.03%
      75-100 ล้านบาท0.05%
      100 ล้านบาทขึ้นไป0.1%

      2. กรณีที่บุคคลธรรมดาผู้เป็นเจ้าของเฉพาะสิ่งปลูกสร้างหลังเดียว

      มูลค่าที่ดินและสิ่งปลูกสร้างอัตราภาษีต่อปี
      0-10 ล้านบาทได้รับการยกเว้นภาษี
      10-50 ล้านบาท0.02%
      50-75 ล้านบาท0.03%
      75-100 ล้านบาท0.05%
      100 ล้านบาทขึ้นไป0.1%

      3. กรณีที่บุคคลธรรมดาผู้เป็นเจ้าของที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้าง 2 หลังขึ้นไป

      มูลค่าที่ดินและสิ่งปลูกสร้างอัตราภาษีต่อปี
      0-50 ล้านบาท0.02%
      50-75 ล้านบาท0.03%
      75-100 ล้านบาท0.05%
      100 ล้านบาทขึ้นไป0.1%

      ประเภท 2 ที่ดินเพื่อพาณิชยกรรม

      ที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่ถูกนำมาใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางธุรกิจ และก่อให้เกิดรายได้ตามมา เช่น อาคารสำนักงาน ร้านค้า ภัตตาคาร และสถานที่พักแรม ซึ่งจะต้องชำระภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างในอัตราต่อไปนี้

      มูลค่าที่ดินและสิ่งปลูกสร้างอัตราภาษีต่อปี
      0-50 ล้านบาท0.3%
      50-200 ล้านบาท0.4%
      200-1,000 ล้านบาท0.5%
      1,000-5,000 ล้านบาท0.6%
      5,000 ล้านบาทขึ้นไป 0.7%

      ประเภท 3 ที่ดินเพื่อการเกษตร

      การใช้ประโยชน์ของที่ดินสำหรับเกษตรกรรมในรูปแบบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการทำไร่ ทำสวน ทำนา การเลี้ยงปศุสัตว์ หรือเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ รวมถึงการทำสวนป่า นาเกลือ และการเพาะเลี้ยงแมลงเศรษฐกิจด้วย โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อการบริโภค จำหน่าย หรือใช้งานในฟาร์ม

      สำหรับที่ดินสำหรับการเกษตรนั้น ถ้าหากเป็นบริษัทจะต้องขึ้นทะเบียนการทำเกษตรกรรม และถ้าเป็นส่วนบุคคลธรรมดาจะต้องขึ้นทะเบียนเกษตรกรด้วย โดยทั้งสองแบบจะมีอัตราเสียภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างแตกต่างกัน ดังนี้

      1. กรณีที่บุคคลธรรมดาเป็นเจ้าของที่ดินเพื่อการเกษตร

        มูลค่าที่ดินและสิ่งปลูกสร้างอัตราภาษีต่อปี
        0-50 ล้านบาทได้รับการยกเว้นภาษี
        50-125 ล้านบาท0.01%
        125-150 ล้านบาท0.03%
        150-550 ล้านบาท0.05%
        550-1,050 ล้านบาท0.07%
        1,050 ล้านบาทขึ้นไป0.1%

        2. กรณีที่นิติบุคคลเป็นเจ้าของที่ดินเพื่อการเกษตร

        มูลค่าที่ดินและสิ่งปลูกสร้างอัตราภาษีต่อปี
        0-75 ล้านบาท0.01%
        75-100 ล้านบาท0.03%
        100-500 ล้านบาท0.05%
        500-1,000 ล้านบาท0.07%
        1,000 ล้านบาทขึ้นไป0.1%

        ประเภท 4 ที่ดินรกร้างว่างเปล่า

        สำหรับที่ดินรกร้าง หรือสิ่งปลูกสร้างที่ทิ้งร้าง ไม่ได้ใช้งานให้เกิดประโยชน์ หรือที่ดินที่สามารถใช้ประโยชน์ได้ แต่ปล่อยว่างตลอดทั้งปี จะมีอัตราภาษีที่ค่อนข้างสูง เพื่อกระตุ้นให้เจ้าของที่ดินนำที่ดินมาใช้ประโยชน์มากขึ้น ซึ่งหากปล่อยให้รกร้างต่อเนื่องมากกว่า 3 ปี อัตราภาษีที่ดินจะเพิ่มขึ้น 0.3% ทุกๆ 3 ปี โดยมีเพดานสูงสุดไม่เกิน 3%

        มูลค่าที่ดินและสิ่งปลูกสร้างอัตราภาษีต่อปี
        0-50 ล้านบาท0.3%
        50-200 ล้านบาท0.4%
        200-1,000 ล้านบาท0.5%
        1,000-5,000 ล้านบาท0.6%
        5,000 ล้านบาทขึ้นไป 0.7%

        ประกาศเก็บเต็มอัตรา ไม่มีลดหย่อน

        อย่างไรก็ตาม กระทรวงมหาดไทย ได้ออกหนังสือขยายเวลาการเก็บภาษีที่ดินไปอีก 2 เดือน เพื่อบรรเทาภาระของประชาชน โดยมีรายละเอียด ดังนี้

        1. ขยายกำหนดเวลาจัดทำบัญชีรายการที่ดินและสิ่งปลูกสร้างเพื่อประกาศและจัดส่งข้อมูลที่เกี่ยวข้องให้ผู้เสียภาษีแต่ละรายทราบ จากเดิมเดือนพฤศจิกายน 2568 เป็นเดือนมกราคม 2569

        2. ขยายกำหนดเวลาการประกาศราคาประเมินทุนทรัพย์ของที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง อัตราภาษีที่จัดเก็บ และรายละเอียดอื่นที่จำเป็นในการจัดเก็บภาษี จากเดิมก่อนวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569 เป็นก่อนวันที่ 1 เมษายน 2569

        3. ขยายกำหนดเวลาส่งแบบประเมินภาษีให้แก่ผู้เสียภาษี จากเดิมเดือนกุมภาพันธ์ 2569 เป็นเดือนเมษายน 2569

        4. ขยายกำหนดเวลาการชำระภาษี จากเดิมเดือนเมษายน 2569 เป็นเดือนมิถุนายน 2569

        5. ขยายกำหนดเวลาการผ่อนชำระภาษี  3 งวด

        งวดที่ 1 จากเดิมเดือนเมษายน 2569 เป็นเดือนมิถุนายน 2569
        งวดที่ 2 จากเดิมเดือนพฤษภาคม 2569 เป็นเดือนกรกฎาคม 2569
        งวดที่ 3 จากเดิมเดือนมิถุนายน 2569 เป็นเดือนสิงหาคม 2569
        6. ขยายกำหนดเวลามีหนังสือแจ้งเตือนผู้เสียภาษีที่มีภาษีค้างชำระ จากเดิมเดือนพฤษภาคม 2569 เป็นเดือนกรกฎาคม 2569

        7. ขยายกำหนดเวลาการแจ้งรายการภาษีค้างชำระให้สำนักงานที่ดินหรือสำนักงานที่ดิน จากเดิมเดือนมิถุนายน 2569 เป็นเดือนสิงหาคม 2569

        โดยหากจ่ายภาษีล่าช้า จะมีอัตราค่าปรับ ดังนี้

        • ไม่จ่ายภาษีในเวลาที่กําหนด แต่ชําระก่อนจะได้รับหนังสือแจ้งเตือน คิดเบี้ยปรับ 10% ของจํานวนภาษีค้างชําระ
        • จ่ายภาษีในเวลาที่กําหนดตามหนังสือแจ้งเตือน คิดเบี้ยปรับ 20% ของจํานวนภาษีค้างชําระ
        • จ่ายภาษีหลังพ้นเวลาที่กําหนดในหนังสือแจ้งเตือน คิดเบี้ยปรับ 40% ของจํานวนภาษีค้างชําระ
        • ผู้เสียภาษีที่ไม่ได้ชําระในเวลาที่กําหนด ให้เสียเงินเพิ่มอีก 1% ต่อเดือนของจํานวนภาษีค้างชําระ เริ่มนับเมื่อพ้นกําหนดเวลาชําระภาษีจนถึงวันที่ได้ชําระ แต่ต้องไม่เกินกว่าจํานวนภาษีที่ต้องจ่าย

        ลุ้นภาษีที่ดินปี’70 ปรับตัวเพิ่มหลังราคาประเมินใหม่

        อย่างไรก็ตาม มติชน รายงานว่า สำหรับภาษีที่ดิน 2570 ผู้เสียภาษีอาจจะต้องมีภาระเพิ่มสูงขึ้น เนื่องจากครบรอบที่กรมธนารักษ์ประกาศใช้ราคาประเมินที่ดินรอบปี 2566-2569 แล้ว ดังนั้นยังต้องลุ้นราคาประเมินรอบใหม่ที่จะประกาศใช้หลังจากนี้ จะปรับขึ้นเท่าไหร่ หลังรอบที่ผ่านมาปรับขึ้นทั่วประเทศโดยเฉลี่ย 8%

        โดยกรมธนารักษ์ตั้งเป้าจะให้เป็นราคาที่ใกล้เคียงกับราคาตลาดมากยิ่งขึ้น ซึ่งจะช่วยสร้างมูลค่าให้กับที่ดิน และจะช่วยให้กับการจัดเก็บภาษีที่ดินเพิ่มมากขึ้นตามไปด้วย

        ข้อมูล : กระทรวงมหาดไทย และ Krungsri The COACH

        Related Posts