ประมง

สงขลาสร้าง “ บ้านปลามีชีวิต ซ่อมแซมตัวเองได้ ” ช่วยเพิ่มปริมาณทรัพยากรสัตว์น้ำ ต่อยอดสู่การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์.สร้างรายได้ให้ชาวประมงพื้นบ้าน

“ซั้ง” หรือ “บ้านปลา” คือการเลียนแบบที่อยู่อาศัยของปลาและสัตว์น้ำเกิดจากภูมิปัญญาของชาวประมงพื้นบ้าน โดยทั่วไป การทำซั้งในทะเลสาบสงขลา แบ่งได้เป็น 2 รูปแบบคือ 1. แบบซั้งเชือกคือการใช้เชือกผูกเป็นสายฝอยๆ คล้ายหญ้าทะเล ถ่วงน้ำหนักด้วยทุ่นหรือไม้ไผ่ เพื่อเป็นแหล่งที่อยู่อาศัย หลบภัย และฟักตัวของสัตว์น้ำวัยอ่อน ซั้งเชือกมักพบในบริเวณแหล่งน้ำลึกที่มีกระแสน้ำแรงบริเวณชายฝั่งของทะเลนอก

2. แบบซั้งกอ พบบริเวณชายฝั่งทะเลสาบสงขลา รูปแบบซั้งกอในทะเลสาบสงขลามีลักษณะเป็นคอกที่ทำด้วย ไม้ไผ่ และด้านในใส่กิ่งไม้เพื่อเป็นที่อยู่อาศัยของปลาและสัตว์น้ำ สำหรับใช้เป็นที่เกาะของสาหร่ายและสิ่งมีชีวิตขนาดเล็ก รวมถึงแพลงก์ตอนที่เป็นอาหารของลูกปลาขนาดเล็ก ทำให้บ้านปลากลายเป็นแหล่งอาหารและที่หลบซ่อนตัวจากศัตรูตามธรรมชาติ ช่วยปริมาณสัตว์น้ำเพิ่มขึ้นได้ในระยะยาว จากวิถีการทำประมงพื้นบ้านได้มีการนำมาประยุกต์ใช้ในงานด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรสัตว์น้ำในทะเลสาบสงขลามีมานานกว่า 10 ปีแล้ว โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยและแหล่งอนุบาลของสัตว์น้ำเพื่อการอนุรักษ์และพื้นฟูระบบนิเวศแหล่งน้ำ 

พัฒนาสู่ “ บ้านปลามีชีวิต ที่ซ่อมแซมตัวเองได้”

 “   กิ่งไม้ที่นำมาทำทำซั้งกอ  เช่น ทางปาล์ม ทางมะพร้าว กิ่งเสม็ด กิ่งลำพู เป็นวัสดุธรรมชาติที่สามารถย่อยสลายได้  จำเป็นต้องมีการซ่อมบำรุงคอกและเปลี่ยนกิ่งไม้ทุก 6 เดือน เสียทั้งเงิน ทั้งเวลา และแรงงานคน ในการดูแลซ่อมแซมรักษา จึงเปลี่ยนวิธีทำจากเดิมที่ใช้กิ่งไม้เป็นการปลูกต้นไม้ที่มีชีวิตและเติบโตได้ ทำให้ได้บ้านปลาที่แข็งแรงและใช้ประโยชน์ได้นานกว่าเดิม เป็นการปิดจุดอ่อนของบ้านปลาที่ต้องการการดูแลอย่างสม่ำเสมอให้กลายเป็นบ้านปลามีชีวิต ยิ่งนานยิ่งจะแข็งแรงมากขึ้นในอนาคต  ”  อุไรพรรณ หมอชื่น หรือ “ล๊ะ”  นวัตกรชุมชนในพื้นที่บ้านใหม่ อำเภอสิงหนคร จังหวัดสงขลา ได้บอกเล่าที่มาของแนวคิด


กิจกรรมสร้างบ้านปลามีชีวิต ได้เปลี่ยนจากการใช้กิ่งไม้มาเป็นการวางท่อซีเมนต์หรือถังพลาสติกที่บรรจุดินเลนไว้ภายในลงไปคอก และนำต้นโกงกางที่เพาะไว้มาปลูกบนท่อหรือถังเหล่านั้นแทนการปักด้วยกิ่งไม้ เมื่อต้นโกงกางเติบโตขึ้นมีรากน้อยใหญ่คอยค้ำจุน ปักลงบนพื้นดินเลนที่อยู่โดยรอบท่อ ทำหน้าที่ช่วยพยุงต้นโกงกางให้เติบโตได้อย่างมั่นคงแล้ว ยังสร้างระบบนิเวศของปลาตัวอ่อน ที่ให้ทั้งอาหารและแหล่งหลบซ่อน จนมีขนาดโตพอจะออกไปหากินและแพร่พันธุ์ต่อไป

“  ชาวบ้านร่วมทำบ้านปลาแบบชั้งกอโดยนำลำไม้ไผ่ มากั้นเป็นคอกสี่เหลี่ยมขนาดประมาณ 4×4 เมตรปลูกต้นโกงกางไว้ตรงกลางบ้านปลาและนำกิ่งต้นเสม็ดขาว ทางมะพร้าว และทางปาล์ม หรือกิ่งไม้อื่นๆ ที่มีในพื้นที่ มาปักล้อมรอบต้นโกงกาง เพื่อเป็นที่อยู่อาศัยของปลาแล้ว  ยังเป็นตัวช่วยป้องกันคลื่นลมที่แรงให้ต้นโกงกางให้สามารถเจริญเติบโตได้ ส่วนใบของต้นโกงกางที่ร่วงหล่นยังเป็นอาหารของปลาได้ด้วย ”  

ต่อยอดเป็นแหล่งเรียนรู้เพื่อการท่องเที่ยว

ทุกวันนี้ นวัตกรรมบ้านปลามีชีวิต ช่วยเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ให้ทรัพยากรสัตว์น้ำ เนื่องจากมีปริมาณสัตว์น้ำเข้ามาอยู่อาศัยเพิ่มมากขึ้น ทำให้ชาวประมงมีรายได้จากการจับสัตว์น้ำมากขึ้น  ทำให้ชีวิตของคนในชุมชนดีขึ้น ทั้งอาชีพประมง การมีรายได้จากการท่องเที่ยว และการปลุกจิตสำนึกด้านการอนุรักษ์ให้กับคนในชุมชนและเด็กเยาวชน   ที่นี่ยังกลายเป็นแหล่งศึกษาดูงานของ หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ทั้งระดับท้องถิ่น ระดับจังหวัด  

“ล๊ะ” ทำหน้าที่เป็นวิทยากรให้ความรู้กับเด็กนักเรียน เรื่องสัตว์น้ำในทะเลสาบสงขลา รวมถึงการเป็นส่วนสนับสนุนในกิจกรรม CSR ของหน่วยงานต่าง ๆ โดยกิจกรรมเหล่านี้ทำให้หลายคนในชุมชนมีรายได้ ทั้งเตรียมอุปกรณ์ทำชั้งบ้านปลา รับจ้างขับเรือ และการทำอาหาร รวมถึงรายได้จากนักท่องเที่ยวที่เข้ามาในชุมชนด้วย

ปัจจุบันชุมชนชายฝั่งบ้านใหม่ (ท่าเสา) หมู่ 1 ต.สทิงหม้อ อ.สิงหนคร จ.สงขลา นับเป็นต้นแบบชุมชนประมงที่มีความเข้มแข็ง มีการจัดตั้งกลุ่มอนุรักษ์ชายฝั่งและฟาร์มทะเลชุมชนชายฝั่งบ้านใหม่ (ท่าเสา) พื้นที่ประมาณ 384 ไร่ ห่างจากฝั่ง 400 เมตร  ได้ดำเนินกิจกรรมพื้นฟูทรัพยากร มีการจัดปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ ปลูกป่าชายเลน จัดตั้งธนาคารสัตว์น้ำของชุมชน

กลุ่มอนุรักษ์ชายฝั่ง กลุ่มฟาร์มทะเล กลุ่มชาวประมง กลุ่มชาวบ้านในพื้นที่ และตัวแทนนักศึกษาในพื้นที่กว่า 300 คน ได้รวมตัวกันสร้างบ้านปลา หรือตั้งบ้านปลาขึ้นในทะเลสาบสงขลา เป็นสัญลักษณ์หมายเลข 9 เพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดี และเพื่อระลึกถึงในพระมหากรุณาธิคุณพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชบรมนาถบพิตรที่ทรงห่วงใยในการประกอบอาชีพของชาวประมงทั่วประเทศ นอกจากนี้ ยังเป็นการอนุรักษ์พันธุ์สัตว์น้ำทุกชนิดในทะเลสาบสงขลา ให้อาศัยอยู่ในสถานที่ที่จัดทำขึ้นเพื่อเป็นที่วางไข่ และอนุบาลสัตว์น้ำชายฝั่ง ในปัจจุบันซั้งบ้านปลาหมายเลข 9 กลายเป็นสัญลักษณ์ของกลุ่มประมงแห่งนี้ไปโดยปริยาย

“บ้านปลามีชีวิต” เกิดจากภูมิปัญญาท้องถิ่นของชุมชนบ้านใหม่ ต.สทิงหม้อ อ.สิงหนคร จ.สงขลา ผนวกกับการปลูกต้นโกงกาง เป็นนวัตกรรมที่เลียนแบบป่าชายเลนซึ่งเป็นแหล่งอนุบาลสัตว์น้ำ เป็นแหล่งที่อยู่อาศัย และเป็นแหล่งอาหาร และที่อยู่อาศัยตามธรรมชาติ เป็นส่วนหนึ่งในความสำเร็จของโครงการจัดการเครือข่ายเชิงพื้นที่ด้วยการสร้างนวัตกรรมการเรียนรู้บนฐานภูมิปัญญาท้องถิ่นเพื่อสร้างต้นแบบการพัฒนาชุมชนปลาสามน้ำในพื้นที่ลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา ของ มหาวิทยาลัยทักษิณ  โดยการสนับสนุนของหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.) เป้าหมายสำคัญของโครงการวิจัยนี้ คือการพัฒนาชุมชนปลาสามน้ำด้วยการสร้างนวัตกรรมการเรียนรู้บนฐานภูมิปัญญาท้องถิ่นด้วยการจัดการเครือข่ายเชิงพื้นที่และนวัตกรรมหรือเทคโนโลยี

โดยก่อนหน้านี้ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.เตือนตา ร่าหมาน คณะวิทยาศาสตร์และนวัตกรรมดิจิทัล มหาวิทยาลัยทักษิณ ซึ่งเป็นหัวหน้าทีมนักวิจัยชุดนี้ ได้เคยเปรียบเทียบผลก่อนและหลังทำบ้านปลาพบว่า  ปลานอกเขตบ้านปลามีน้ำหนักเฉลี่ยเพียง 0.6 กิโลกรัม  แต่ปลาที่อยู่โดยรอบบ้านปลาจะมีน้ำหนักเฉลี่ย 2.5 กิโลกรัม หลังการทำบ้านปลาในทะเลสาบสงขลา มีปริมาณปลาที่เพิ่มขึ้น 140 เปอร์เซ็นต์ เดิมชาวประมงมีรายได้จากการทำประมงเฉลี่ย 16,000-24,000 บาทต่อเดือน หลังทำบ้านปลา ก็มีรายได้เพิ่มขึ้นเป็นเดือนละ 40,000-52,000 บาท

งานวิจัยนี้ไม่เพียงทำให้บ้านปลามีชีวิต คืนชีวิตให้ชุมชน และคืนความสมบูรณ์หลากหลายให้ทะเลสาบสงขลาเท่านั้น ทีมนักวิจัยยังได้ร่วมมือกับชุมชน พัฒนาสินค้าประมงในท้องถิ่น สู่ผลิตภัณฑ์ชุมชน ชนิดพร้อมบริโภค (Ready to eat) และพร้อมปรุง (Ready to cook) จากปลาสามน้ำ ช่วยสร้างอาชีพและรายได้ให้ชาวประมงที่เข้าร่วมโครงการได้อย่างยั่งยืน ด้วยความโดดเด่นของนวัตกรรมทำให้ “บ้านปลามีชีวิต” ได้รับรางวัลจากเวทีประกวดนวัตกรรมในประเทศและระดับนานาชาติ ที่ประเทศไต้หวันอีกด้วย

Related Posts