เกษตรยั่งยืน
ชั่วโมงนี้ถ้าพูดถึงพิลาฟาร์ม ไม่มีใครไม่รู้จัก เพราะ “คุณนิพนธ์ พิลา” นับว่าเป็นดีไซน์เนอร์ที่มีผลงานอยู่ในวงการแฟชั่น จนสามารถเปิดห้องเสื้อของตนเองย่านสุขุมวิท แต่เมื่อวิกฤตการแพร่ระบาดโควิด-19 ทำให้คุณนิพนธ์สามารถพลิกวิกฤตเป็นโอกาสได้อย่างงดงาม ด้วยการเดินทางกลับบ้านที่จังหวัดเพชรบูรณ์ และนำความรู้ด้านออกแบบแฟชั่น เข้าไปใส่ในสินค้าเกษตรกรรมของท้องถิ่นไทยได้อย่างลงตัว จนได้รับรางวัลการันตีความสามารถในระยะของการเดินบนเส้นทางเกษตรกรด้วยระยะเวลา 2 ปีกว่าเท่านั้น ใช้ความรู้ดีไซน์เนอร์ ปั้นสินค้าเกษตรสู่ตลาดโลก คุณนิพนธ์ เจ้าของพิลาฟาร์มสตูดิโอ (PILA Farm Studio) วัยเพียง 39 ปี จบการศึกษาปริญญาตรี คณะนิเทศศาสตร์ ด้านโฆษณาประชาสัมพันธ์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ด้วยทุนจุฬาชนบท และเข้าทำงานในธนาคารพาณิชย์แห่งหนึ่ง และในบริษัทออร์แกนไนซ์เซอร์แห่งหนึ่งที่มีชื่อเสียงระดับแถวหน้าของเมืองไทย โดยระหว่างที่คุณนิพนธ์กำลังทำงานประจำอยู่นั้น ได้หาโอกาสไปเรียนต่อทางด้านการตลาด ที่มหาวิทยาลัยมหิดล และเรียนด้านออกแบบแฟชั่นที่สถาบันออกแบบนานาชาติชนาพัฒน์ ซึ่งก่อตั้งโดย สมเด็จพระญาณวชิ โรดม (พระอาจารย์หลวงพ่
ในปี 2569 เทรนด์กลุ่มอาหารอนาคต เป็นอีกปีแห่งการเปลี่ยนผ่านสำคัญของอุตสาหกรรมอาหารทั่วโลก และประเทศไทยเองก็กำลังอยู่ในช่วงขับเคลื่อนเข้าสู่ยุค “อาหารแห่งอนาคต” (Future Food) อย่างเต็มตัว โดยคาดการณ์ว่า กลุ่มอาหารอนาคตยังเติบโตเฉลี่ยราว 5-8% ในปี 2569 ในส่วนของเทรนด์อาหาร แบ่งเป็น 8 ข้อใหญ่ ดังนี้ 1. Health & Wellness อาหารเพื่อสุขภาพ (Functional Food) ยังคงเติบโตต่อเนื่อง โดยเฉพาะอาหารที่ช่วยดูแลระบบลำไส้ (Gut Health) และภูมิคุ้มกัน (Immunity) เช่น โยเกิร์ตที่มีโพรไบโอติก น้ำหมักผลไม้ หรือเครื่องดื่มเสริมไฟเบอร์สูง แนวโน้มของอาหารพลังงานต่ำ โปรตีนสูง และไขมันต่ำ นอกจากนี้ โปรตีนจากพืช (Plant-Based Protein) ผู้ผลิตพัฒนาเนื้อจากพืชหลากหลายมากยิ่งขึ้น เช่น โปรตีนจากถั่วเหลือง ข้าว หรือเห็ดสายพันธุ์ไทยเป็นวัตถุดิบ เพื่อสร้างรสสัมผัสใกล้เคียงเนื้อจริงและตอบโจทย์กลุ่มผู้บริโภค 2. Flavor & Experience – กินเพื่อประสบการณ์ เทรนด์ Fusion และรสชาติแบบ Umami กลายเป็นแรงบันดาลใจในวงการอาหาร เช่น คาเฟ่ไทยที่สร้างสรรค์เมนู ข้าวกะเพราเต้าหู้ญี่ปุ่นหรือลาเต้สมุนไพรไทย ที่นำสมุนไพรพื้นบ้านมาผสมผ
ศูนย์กสิกรรมธรรมชาติมาบเอื้อง อำเภอบ้านบึง จังหวัดชลบุรี ก่อตั้งขึ้นด้วยความตั้งใจที่จะพิสูจน์ให้เห็นว่าศาสตร์พระราชา ทั้งหลักการกสิกรรมธรรมชาติ และหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (รัชกาลที่9) สามารถนำมาใช้สร้างความยั่งยืนได้จริง ทุกวันนี้ ศูนย์กสิกรรมธรรมชาติมาบเอื้อง เป็นแหล่งเรียนรู้สำคัญด้านกสิกรรมธรรมชาติและการออกแบบพื้นที่ตามแนวคิดโคก หนอง นา โมเดล มีการจัดกิจกรรมอบรมหลักสูตรระยะสั้นและระยะยาวสำหรับผู้ที่สนใจ ศูนย์กสิกรรมธรรมชาติมาบเอื้องเชื่อว่า สุขภาพที่ดีเริ่มต้นตั้งแต่วัตถุดิบในดิน ส่งผ่านเป็นอาหารที่เป็นยา คือ กุญแจสำคัญของการมีอายุยืนยาวอย่างมีคุณภาพ สุขภาพที่ดีเริ่มต้นจากการฟังร่างกายของตนเอง และเลือกวิถีการดูแลที่สอดคล้องกับธรรมชาติ พร้อมเปิดบริการ “คลินิกเพื่อชุมชน” นับเป็นก้าวสำคัญของการพึ่งพาตนเองด้านสุขภาพในแบบฉบับมาบเอื้อง นอกจากนี้ ยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาสมุนไพรจากฐานเกษตรธรรมชาติ ใช้สมุนไพรสดในท้องถิ่นมาพัฒนาต่อยอด เป็นผลิตภัณฑ์ “มาบเอื้อง” หลากหลายรูปแบบ อาทิ แชมพู สบู่เหลว สเปรย์น้ำแร่ว่านหางจระเข้
ช่วงเทศกาลปีใหม่ที่มีวันหยุดยาว อยากชวนทุกคนไปเติมพลังใจรับปีม้าไฟ ให้รางวัลตัวเองด้วยวิวภูเขาสวย สูดอากาศบริสุทธิ์ให้เต็มปอด ดูวิวดอกไม้แบบเต็มตากันที่ศูนย์เรียนรู้ฯฟลอร่า พาร์ค สวนดอกไม้กลางขุนเขาวังน้ำเขียว ที่เปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวได้มาพักกายใจปีละครั้งในช่วงฤดูหนาว ศูนย์เรียนรู้ฯฟลอร่า พาร์ค เป็นตำนานการจัดสวนที่สวยที่สุดในอีสาน และ Flower Maze วงกตดอกไม้ที่เดียวในประเทศไทย เทศกาลดอกไม้กลางขุนเขากลับมาให้คุณหลงรักอีกครั้ง โดยปีนี้ จัดในธีม Botanical Forest and Orchid Gardenบรรยากาศสวนป่าเขียวขจี ธารนํ้า อุโมงค์และวงกตดอกไม้ที่มีทั้งเฟิร์น มอส และพรรณไม้เขตร้อนที่หลากหลาย มาใช้เวลาดีๆ กับครอบครัวที่ floraparkวังน้ำเขียว บอกได้เลย ปีนี้ดอกไม้สวยฉ่ำมากจัดเต็มทั้งดอกไม้นานาพันธุ์หลากสีสัน กุหลาบ อุโมงค์กล้วยไม้หลายสายพันธุ์ กว่า 33 ประเภท ทั้งแวนด้า คัทลียา หวาย รองเท้านารี และสกุลหายากบานแน่นตลอดทาง และโซนอื่นๆอีกมากมาย ถ่ายรูปมุมไหนก็สวย เดินมุมไหนก็เพลิน มีคาเฟ่ให้นั่งพักชิลๆ เมนูพิเศษจากกุหลาบ หอมละมุน พาเด็กมาก็สนุก Kid Friendly บรรยากาศธรรมชาติดีต่อเด
จังหวัดน่านถือเป็นหนึ่งในพื้นที่ต้นน้ำที่สำคัญของประเทศ มีบทบาทอย่างยิ่งต่อความมั่นคงด้านทรัพยากรธรรมชาติและระบบนิเวศของไทย อย่างไรก็ตาม ในช่วงเวลาหนึ่งน่านเจอปัญหาการบุกรุกป่าและสภาพ “เขาหัวโลน” อย่างรุนแรง ปัจจัยสำคัญมาจากข้อจำกัดด้านภูมิประเทศที่เป็นภูเขาสูง พื้นที่ราบมีอยู่อย่างจำกัด ทำให้ชาวบ้านในอดีตสามารถทำกินได้เพียงบริเวณเชิงเขา ส่งผลให้ป่าเสื่อมโทรมดินขาดความอุดมสมบูรณ์ และเกิดปัญหาสิ่งแวดล้อมตามมาอย่างต่อเนื่อง จุดเปลี่ยนที่สำคัญเกิดขึ้นในปี พ.ศ. 2558 เมื่อมีการเข้าไปดูแลและฟื้นฟูพื้นที่เขาหัวโลนอย่างจริงจัง แนวคิดในการทำงานไม่ได้หยุดอยู่เพียงการปลูกต้นไม้ทดแทนเท่านั้น แต่เป็นการมองปัญหาเชิงโครงสร้างที่ลึกกว่า ทั้งเรื่องโอกาสทางอาชีพสร้างรายได้ และคุณภาพชีวิตของชุมชน การฟื้นฟูป่าจึงถูกออกแบบให้เดินควบคู่ไปกับการสร้างทางเลือกในการดำรงชีวิต จนค่อยๆพัฒนาไปสู่การการเชื่อมโยงมิติสังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อมเข้าด้วยกันอย่างสมดุล หนึ่งในตัวอย่างของการปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตที่สะท้อนความสำเร็จของแนวคิดดังกล่าว คือเรื่องราวของ พ่อเล่าตือ ทวีล่ำทรัพย์ ชาวบ้านในพื้นที่จังหวัดน่าน ตัดสินใ
ปลายปีนี้เทศกาลข้าวสุดยิ่งใหญ่ Thailand Rice Fest 2025 กลับมายกระดับวงการข้าวไทยอีกครั้ง พร้อมตอกย้ำบทบาทในการเปิดพื้นที่ให้ภาครัฐ นักวิชาการ เกษตรกร ผู้ประกอบการ และประชาชนทั่วไปได้มาพบกัน เพื่อร่วมขับเคลื่อนอนาคตของข้าวไทยอย่างรอบด้าน ผ่านกิจกรรมสุดพิเศษมากมายโดยปีนี้ได้รับเกียรติจากผู้เชี่ยวชาญตัวจริงในวงการข้าวมากมายมาร่วมให้ความรู้และแลกเปลี่ยนประสบการณ์บนเวทีเสวนา ซึ่งหนึ่งในไฮไลท์สำคัญที่ได้รับความสนใจในงานคือเสวนาหัวข้อ “Carbon Farming ในการผลิตข้าว: โอกาสและแนวทางสำหรับชาวนา” โดย ศ.ดร.พูนพิภพ เกษมทรัพย์ จากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ที่มุ่งสร้างการเปลี่ยนแปลงให้ชาวนาไทยเป็นกำลังสำคัญในการรับมือปัญหาสิ่งแวดล้อมระดับโลก ผ่านการทำนาในรูปแบบใหม่ที่เรียกว่า Carbon Farming และเกษตรฟื้นฟู ข้าว ดิน และเกษตกร พลังสำคัญในการลดโลกเดือด ศ.ดร.พูนพิภพ เปิดเผยว่า “ปัจจุบันทั่วโลกกำลังเผชิญวิกฤตสภาพภูมิอากาศมากมาย เนื่องจากระดับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในช่วงปี 2024 ที่ผ่านมาสูงขึ้นจนทำลายสถิติในหน้าประวัติศาสตร์ แต่ในขณะเดียวกัน ยังมีข่าวดีจากงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์จำนวนมากที่ชี้ตรงกันว่า พืชและ
กรมส่งเสริมการเกษตรวางรากฐานการพัฒนาคนตามแนวคิด IDG (Inner Development Goals) หรือ “การพัฒนาจากภายใน” เพื่อยกระดับบุคลากรและเครือข่ายเกษตรกรทั่วประเทศ เน้นเสริมทักษะด้านการตระหนักรู้ตนเอง การสื่อสารเชิงบวก การคิดเชิงระบบ และการทำงานร่วมกับชุมชนอย่างมีส่วนร่วม โดยเชื่อว่าการพัฒนาที่ยั่งยืนต้องเริ่มจาก “คนที่คิดเป็น ทำเป็น และทำด้วยใจ” แนวคิดเป้าหมายการพัฒนาจากภายใน IDG คือเครื่องมือสำคัญที่ช่วยเสริมความเข้มแข็งให้เจ้าหน้าที่ซึ่งทำงานใกล้ชิดกับองค์กรชุมชน “เมื่อเจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตรฟังอย่างลึก เข้าใจความต้องการของชุมชน และสื่อสารอย่างสร้างสรรค์ การเปลี่ยนแปลงก็เกิดขึ้นจริงในพื้นที่ ไม่ใช่แค่ถ่ายทอดเทคโนโลยี แต่เป็นการเปลี่ยนวิธีคิดของคนทั้งชุมชนไปพร้อมกัน” หนึ่งในพื้นที่ความสำเร็จคือ “บ้านแพมบก” อำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน ที่กรมส่งเสริมการเกษตรเข้าไปหนุนเสริมการทำงานแบบมีส่วนร่วม ภายใต้ “โครงการแม่ฮ่องสอนโมเดล” ผู้นำและสมาชิกวิสาหกิจชุมชนใช้กระบวนการคิดเชิงบวก การฟังอย่างลึก และการเรียนรู้ร่วมกัน จนเกิดการเปลี่ยนแปลงที่จับต้องได้ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม นายบุญอนันต์ เห
ปัจจุบันที่ดินคือสินทรัพย์หายาก และมีมูลค่าสูงขึ้นเรื่อยๆ การครอบครองพื้นที่ขนาดใหญ่เป็นร้อยไร่สำหรับการเกษตรจึงไม่ใช่เรื่องง่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่เขตเมืองและแหล่งท่องเที่ยว ดังนั้น การปรับตัวจึงเป็นสิ่งที่เกษตรกรต้องทำเพื่อเป็นทางรอด และต้องหาโอกาสสร้างมูลค่าจากพื้นที่น้อยๆ ของเราให้ได้ ไร่สุขพ่วง เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของการทำเกษตรผสมผสานที่ประสบความสำเร็จแม้มีพื้นที่จำกัด แต่สามารถบริหารจัดการและสร้างประโยชน์จากพื้นที่ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ เกินกว่า 100 เปอร์เซ็นต์ ก็คงไม่เกินจริง พอต-อภิวรรษ สุขพ่วง ผู้สร้างอาณาจักรไร่สุขพ่วง ที่เนรมิตรพื้นที่ 25 ไร่ ให้มีทุกอย่างครบครันตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง อุดมไปด้วยป่าไม้ แหล่งน้ำ แหล่งอาหาร และที่อยู่อาศัย ไร่สุขพ่วงจึงเป็นข้อพิสูจน์ว่า ความอุดมสมบูรณ์ที่แท้จริง ไม่ได้วัดกันที่ขนาดพื้นที่ แต่ขึ้นอยู่กับการบริหารจัดการอย่างเข้าใจธรรมชาติและพอเพียง คุณพอตเล่าว่า ตลอดระยะเวลา 12 ปีที่ผ่านมา ไร่สุขพ่วงต้องเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ โดยเฉพาะสภาพภูมิอากาศที่ไม่แน่นอน ทั้งปริมาณน้ำฝนที่ลดลง และอุณหภูมิที่ร้อนระอุ ซึ่งเป็นตัวการสำคัญที่ทำใ
จังหวัดน่านเป็นหนึ่งในพื้นที่ต้นน้ำสำคัญของประเทศ แต่ในช่วงเวลาหนึ่งน่านกลับเผชิญปัญหาเขาหัวโลน และความเสื่อมโทรมของทรัพยากรอย่างหนัก ด้วยข้อจำกัดด้านภูมิประเทศที่เป็นภูเขาสูง พื้นที่ราบมีน้อย ชาวบ้านในอดีตสามารถทำกินได้เพียงพื้นที่เชิงเขาเท่านั้น เมื่อที่ดินทำกินจำกัด รายได้ของคนในพื้นที่จึงต่ำ และนำไปสู่การใช้ทรัพยากรอย่างเข้มข้นจนเกินสมดุล จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นในปี 2558 เมื่อเริ่มมีการเข้าไปดูแลและฟื้นฟูพื้นที่เขาหัวโลนอย่างจริงจัง ผ่านการทำงานร่วมกันระหว่างภาคีในพื้นที่และมูลนิธิรักษ์ป่าน่าน แนวคิดหลักไม่ใช่เพียงการปลูกป่า แต่คือการแก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง ทั้งเรื่องที่ดินทำกิน รายได้ และคุณภาพชีวิตของชุมชน จนเกิดเป็นวิสาหกิจชุมชนที่มีการขับเคลื่อนงานออกแบบภายใต้พันธกิจหลักที่เชื่อมโยงมิติสังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อมเข้าด้วยกัน คุณพิไลลักษณ์ พิชัยวัตต์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการด้านความยั่งยืนภาครัฐและกิจการสัมพันธ์ บริษัท เครือเจริญโภคภัณฑ์ จำกัด เผยว่า การฟื้นฟูป่าต้นน้ำถือว่าเป็นหัวใจสำคัญในการสร้างความยั่งยืน เครือเจริญโภคภัณฑ์ได้เข้ามาทำงานครอบคลุมทั้ง 15 อำเภอของจังหวัดน่าน โดยห
คุณบั๊ม-ลักขณา แสนบุ่งค้อ ผู้ก่อตั้ง Banana Land เริ่มต้นเส้นทางด้วยหัวใจจิตอาสาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2548 สภาเด็กและเยาวชนจังหวัดเลย ในนามกลุ่ม “ชวนน้องออมถวายพ่อหลวง” เมื่อปี 2550 ที่มุ่งทำงานด้านเด็กและเยาวชน โดยตั้งคำถามกับเด็กๆ ว่า “ปัญหาของพวกเขาคืออะไร” คำตอบที่ได้กลับมาคือ ครอบครัวไม่อบอุ่น เพราะพ่อแม่ต้องออกไปทำงานหาเงินนอกบ้าน คุณบั๊มจึงเริ่มคิดว่า “จะทำอย่างไรให้พ่อแม่กลับมาทำงานที่บ้าน และใช้เวลาอยู่กับลูกๆ ได้มากขึ้น” เวลาผ่านไปจนถึงปี พ.ศ. 2557 คุณบั๊มได้มีโอกาสเข้าเรียนด้าน Social Enterprise (SE) ด้วยทุนจาก Ford Foundation ซึ่งถือเป็นเรื่องใหม่ในยุคนั้น โดยแนวคิด SE มีรากฐานจากพระราชดำริในหลวงรัชกาลที่ 9 คุณบั๊มจึงเริ่มมองเห็นหนทางว่า “ธุรกิจ” สามารถเป็นกลไกที่ช่วยดูแลทั้งต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ ให้ทุกคนในระบบเติบโตไปพร้อมกันได้ จุดเริ่มต้นคือ Banana Family ในปี พ.ศ. 2557 แต่ก็ยังไม่ตอบโจทย์ชุมชน กระทั่งเกิดเหตุการณ์ “ช้างลงไปในป่ากล้วย” และคุณบั๊มได้มีโอกาสเข้าร่วมแข่งขันรายการ Win Win WAR Thailand สุดยอดธุรกิจแบ่งปัน จึงเกิดไอเดียสร้างพื้นที่รวมตัวกันของคนในชุมชน โดยให้แต่ล
