เกษตรยั่งยืน
หลายคนอยากทำ เกษตรยั่งยืน เพราะเชื่อในแนวคิด “ปลูกแบบปลอดภัย ทั้งต่อคนปลูกและคนกิน” แต่พอลงมือทำจริงกลับพบว่า…ไม่ง่ายอย่างที่คิด มีทั้งเรื่องต้นทุนสูง ปัญหาการผลิต การตลาดไม่แน่นอน และเครือข่ายสนับสนุนไม่พอ ทำให้หลายรายต้องถอย หยุดปลูก หรือกลับไปใช้วิธีเดิม บทความนี้สรุป 4 เหตุผลใหญ่ที่ทำให้หลายคนไปไม่รอด พร้อมยกตัวอย่างให้เห็นภาพชัด และเสนอแนวทางพัฒนาสู่โมเดล Social Enterprise (SE) ที่สามารถแก้ปัญหาได้อย่างยั่งยืน เกษตรกรรมยั่งยืน คือ ระบบเกษตรที่ครอบคลุมวิถีชีวิตเกษตรกร กระบวนการผลิต และการจัดการทุกรูปแบบเพื่อให้เกิดความสมดุลทางเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และระบบนิเวศ ซึ่งนำไปสู่การพึ่งตนเองและการพัฒนาคุณภาพชีวิตของเกษตรกรและผู้บริโภค ซึ่งการเปลี่ยนจากการทำการเกษตรเชิงเดี่ยวแบบเดิม ให้มีความหลากหลายมากขึ้น หรือการลดใช้สารเคมี จะช่วยลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพในการทำการเกษตรได้ 1. ปลูกแล้วเจอปัญหาจนท้อ เพราะขาดความรู้–ขาดประสบการณ์–ขาดพี่เลี้ยง นี่คือสาเหตุแรกที่เกษตรกรจำนวนมากเจอ เช่น ตัวอย่างที่พบบ่อยคือ เกษตรกรเริ่มทำเกษตรอินทรีย์ปีแรก ใช้ปุ๋ยหมักไม่พอ คุณภาพดินยังไม่ฟื้น กลายเป็นผล
สาหร่าย ตรงกับภาษาอังกฤษว่า algae และภาษากรีกว่า phykos หมายถึง สิ่งมีชีวิตชั้นต่ำ เป็นพืชชั้นต่ำที่มีขนาดตั้งแต่เล็กมากมองไม่เห็นได้ด้วยตาเปล่าต้องมองด้วยกล้องจุลทรรศน์ จนถึงขนาดใหญ่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า (ยุวดี, 2549) ส่วนใหญ่จะมีคลอโรฟิลล์ช่วยในการสังเคราะห์แสง เป็นสิ่งมีชีวิตที่เกิดขึ้นมาประมาณ 4,500 ล้านปีมาแล้ว ดำรงชีวิตด้วยการสร้างอาหารเช่นเดียวกับพืชชั้นสูงทั่วไป สาหร่าย เป็นกลุ่มของสิ่งมีชีวิตที่มีความหลากหลายกลุ่ม พบแพร่กระจายทั่วไปตามธรรมชาติ สามารถมีชีวิตได้ทั้งในแหล่งน้ำจืด ซึ่งอาศัยอยู่ได้ทั้งในแหล่งน้ำนิ่ง และแหล่งน้ำไหล น้ำกร่อย และน้ำเค็ม ซึ่งเป็นสาหร่ายที่สามารถเจริญเติบโตได้ในทะเลและมหาสมุทร นอกจากนี้ ยังสามารถพบสาหร่ายได้ทุกหนทุกแห่งที่มีความชื้น เช่น ในดิน หิมะ หรือในน้ำพุร้อน สำหรับ สาหร่ายทะเล (seaweeds, marine algae) เป็นพืชชั้นต่ำชนิดหนึ่งที่อาศัยอยู่ในทะเล (grass of the sea) สามารถขึ้นได้ในแหล่งน้ำกร่อย หรือแหล่งน้ำธรรมชาติ เป็นส่วนหนึ่งของระบบนิเวศวิทยา (ecosystem) เป็นองค์ประกอบที่สำคัญในฐานะผู้ผลิตหรือผู้สร้างอาหาร เป็นหน่วยแรกของห่วงโซ่อาหาร จัดเป็นทร
ในฉบับนี้ผู้เขียนจะขอมาเล่าถึงหญิงเก่งชาวอุดรธานีท่านหนึ่ง ที่ต้องพลัดถิ่นไปเริ่มต้นใช้ชีวิตต่างแดนกับสามีชาวต่างชาติที่ประเทศนอร์เวย์ และกว่าที่พี่สาวคนนี้จะประสบความสำเร็จอย่างทุกวันนี้ได้ไม่ใช่เรื่องง่าย ถือว่าต้องใช้ความอดทนและความพยายามขั้นสูง สำหรับหญิงไทยที่ต้องมาใช้ชีวิตกับคนต่างชาติ ต่างภาษา แต่เธอคนนี้ก็สู้มาจนสามารถสร้างอาณาจักรฟาร์มไก่ไข่กว่า 7,800 ตัว รวมถึงงานด้านปศุสัตว์ เลี้ยงแกะ เลี้ยงม้า ได้อย่างไม่มีขาดตกบกพร่อง โดยพี่สาวคนเก่งท่านนี้ มีชื่อเล่นว่า “ใหม่” ภูมิลำเนาเดิมอยู่ที่จังหวัดอุดรธานี ได้แต่งงานมาเริ่มต้นสร้างครอบครัวใช้ชีวิตกับสามีชาวนอร์เวย์ ในปี 2006 อาศัยอยู่ที่เมือง Stavanger (สตาแวนเกอร์) ส่วนจุดเริ่มต้นการเป็นเกษตรกรที่นอร์เวย์ พี่ใหม่ เล่าให้ฟังว่า เกิดขึ้นจากก่อนที่สามีจะมาแต่งงานกับตนเอง สามีได้ซื้อฟาร์มเก่าต่อจากพ่อกับแม่ ในเดือนมกราคม ปี 2006 แล้วจึงค่อยมาแต่งงานกับตนเองในเดือนกุมภาพันธ์ในปีเดียวกัน ซึ่งหลังจากการแต่งงานก็ได้ย้ายมาอยู่กับสามีที่ประเทศนอร์เวย์ เริ่มต้นทำงานที่โรงงานเหล็ก แล้วต่อยอดเงินจากที่ตนเองและสามีทำงานประจำ มาทำคอกม้าให้คนเช่าก
ในยุคที่เกษตรสมัยใหม่ให้ความสำคัญกับ “ดินมีชีวิต” มากกว่าการใช้ปุ๋ยเคมีเพียงอย่างเดียว ไบโอชาร์และน้ำส้มควันไม้เริ่มกลายเป็นนวัตกรรมเด่นที่เกษตรกรทั่วโลกจับตามอง เพราะไม่ใช่แค่การจัดการเศษชีวมวลให้เกิดประโยชน์ แต่คือการสร้างระบบฟื้นฟูดินแบบยั่งยืนด้วยวิทยาศาสตร์ของคาร์บอนและจุลินทรีย์ธรรมชาติ ไบโอชาร์ที่ผลิตจากการเผาแบบควบคุมอุณหภูมิในระบบไพโรไลซิส ไม่เพียงเป็นถ่านรูพรุนที่เก็บน้ำและดูดซับธาตุอาหารได้ดี แต่ยังเป็น “บ้านชั้นดี” ให้จุลินทรีย์ดินนับหมื่นล้านเซลล์ต่อกำมือได้อยู่อาศัยและทำงานเต็มประสิทธิภาพ ในขณะเดียวกัน น้ำส้มควันไม้ซึ่งเกิดจากกระบวนการเผาถ่านแบบไร้ควัน ก็เป็นผลพลอยได้ที่มีคุณค่าทางเกษตรอย่างยิ่ง ทั้งด้านการควบคุมศัตรูพืช กระตุ้นการเจริญเติบโต การทำไบโอชาร์คุณภาพสูงและน้ำส้มควันไม้บริสุทธิ์ จึงไม่ใช่เพียงเทคนิคการเผาถ่านธรรมดา แต่เป็นองค์ความรู้ที่เชื่อมโยงตั้งแต่การเลือกเตา กระบวนการผลิต ไปจนถึงความเข้าใจเรื่องวัฏจักรของสสารและจุลินทรีย์ในดิน เพื่อให้ผู้ใช้ได้ผลผลิตที่ทรงพลังต่อสิ่งแวดล้อม ดิน และพืชในระยะยาวอย่างแท้จริง พลังคาร์บอน คืนชีวิตให้ดินและฟื้นเกษตรธรรมชาติ ถ่าน
คุณสมบูรณ์ ศรีสุบัติ หรือ ลุงนิล เป็นเกษตรกรต้นแบบ อยู่ที่ตำบลช่องไม้แก้ว อำเภอทุ่งตะโก จังหวัดชุมพร ซึ่งพืชผลทางการเกษตรที่ปลูกส่วนใหญ่จะเป็นทุเรียน มีมากกว่า 700 ต้น อยู่ในสวนลุงนิล เป็นที่รู้จักของคนในจังหวัดชุมพรค่อนข้างมาก ลุงนิล เป็นที่รู้จักในนามของเกษตรกรผู้คิดค้น “เกษตรคอนโดฯ 9 ชั้น” ซึ่งจุดเด่นของลุงนิลคือ การได้รับความสนใจจากผู้ไปศึกษาเรียนรู้เกี่ยวกับเรื่องเกษตรผสมผสานและเกษตรทฤษฎีใหม่ ที่เน้นใช้พื้นที่ของตนเองที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยการปลูกพืชผักสวนครัวต่างๆ และพืชแซม พร้อมกับการเลี้ยงสัตว์เศรษฐกิจไปในตัว และนอกจากจุดเด่นของลุงนิลจะอยู่ที่การทำสวนแล้ว ลุงนิลยังเป็นหนึ่งในผู้ที่ดูแลโครงการธนาคารต้นไม้ของจังหวัดชุมพรอีกด้วย เศรษฐกิจพอเพียง กู้วิกฤตชีวิตลุงนิล ลุงนิล เผยถึงแนวคิดการทำเกษตรแบบผสมผสาน 9 ชั้น ว่า ในอดีตลุงนิลเคยทำอาชีพค้าขายมาเป็นเวลานาน แล้วก็ประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี แต่ด้วยความที่ลุงนิลในตอนนั้น ต้องการที่จะมีรายได้ให้มากกว่าที่เป็นอยู่ ด้วยความอยากรวย จึงมีความคิดที่สร้างรายได้เพิ่มด้วยการปลูกทุเรียน เนื่องจากคิดว่าทุเรียนน่าจะเป็นพืชที่ปลูกแล้วสร
ชั่วโมงนี้ถ้าพูดถึงพิลาฟาร์ม ไม่มีใครไม่รู้จัก เพราะ “คุณนิพนธ์ พิลา” นับว่าเป็นดีไซน์เนอร์ที่มีผลงานอยู่ในวงการแฟชั่น จนสามารถเปิดห้องเสื้อของตนเองย่านสุขุมวิท แต่เมื่อวิกฤตการแพร่ระบาดโควิด-19 ทำให้คุณนิพนธ์สามารถพลิกวิกฤตเป็นโอกาสได้อย่างงดงาม ด้วยการเดินทางกลับบ้านที่จังหวัดเพชรบูรณ์ และนำความรู้ด้านออกแบบแฟชั่น เข้าไปใส่ในสินค้าเกษตรกรรมของท้องถิ่นไทยได้อย่างลงตัว จนได้รับรางวัลการันตีความสามารถในระยะของการเดินบนเส้นทางเกษตรกรด้วยระยะเวลา 2 ปีกว่าเท่านั้น ใช้ความรู้ดีไซน์เนอร์ ปั้นสินค้าเกษตรสู่ตลาดโลก คุณนิพนธ์ เจ้าของพิลาฟาร์มสตูดิโอ (PILA Farm Studio) วัยเพียง 39 ปี จบการศึกษาปริญญาตรี คณะนิเทศศาสตร์ ด้านโฆษณาประชาสัมพันธ์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ด้วยทุนจุฬาชนบท และเข้าทำงานในธนาคารพาณิชย์แห่งหนึ่ง และในบริษัทออร์แกนไนซ์เซอร์แห่งหนึ่งที่มีชื่อเสียงระดับแถวหน้าของเมืองไทย โดยระหว่างที่คุณนิพนธ์กำลังทำงานประจำอยู่นั้น ได้หาโอกาสไปเรียนต่อทางด้านการตลาด ที่มหาวิทยาลัยมหิดล และเรียนด้านออกแบบแฟชั่นที่สถาบันออกแบบนานาชาติชนาพัฒน์ ซึ่งก่อตั้งโดย สมเด็จพระญาณวชิ โรดม (พระอาจารย์หลวงพ่
ในปี 2569 เทรนด์กลุ่มอาหารอนาคต เป็นอีกปีแห่งการเปลี่ยนผ่านสำคัญของอุตสาหกรรมอาหารทั่วโลก และประเทศไทยเองก็กำลังอยู่ในช่วงขับเคลื่อนเข้าสู่ยุค “อาหารแห่งอนาคต” (Future Food) อย่างเต็มตัว โดยคาดการณ์ว่า กลุ่มอาหารอนาคตยังเติบโตเฉลี่ยราว 5-8% ในปี 2569 ในส่วนของเทรนด์อาหาร แบ่งเป็น 8 ข้อใหญ่ ดังนี้ 1. Health & Wellness อาหารเพื่อสุขภาพ (Functional Food) ยังคงเติบโตต่อเนื่อง โดยเฉพาะอาหารที่ช่วยดูแลระบบลำไส้ (Gut Health) และภูมิคุ้มกัน (Immunity) เช่น โยเกิร์ตที่มีโพรไบโอติก น้ำหมักผลไม้ หรือเครื่องดื่มเสริมไฟเบอร์สูง แนวโน้มของอาหารพลังงานต่ำ โปรตีนสูง และไขมันต่ำ นอกจากนี้ โปรตีนจากพืช (Plant-Based Protein) ผู้ผลิตพัฒนาเนื้อจากพืชหลากหลายมากยิ่งขึ้น เช่น โปรตีนจากถั่วเหลือง ข้าว หรือเห็ดสายพันธุ์ไทยเป็นวัตถุดิบ เพื่อสร้างรสสัมผัสใกล้เคียงเนื้อจริงและตอบโจทย์กลุ่มผู้บริโภค 2. Flavor & Experience – กินเพื่อประสบการณ์ เทรนด์ Fusion และรสชาติแบบ Umami กลายเป็นแรงบันดาลใจในวงการอาหาร เช่น คาเฟ่ไทยที่สร้างสรรค์เมนู ข้าวกะเพราเต้าหู้ญี่ปุ่นหรือลาเต้สมุนไพรไทย ที่นำสมุนไพรพื้นบ้านมาผสมผ
ศูนย์กสิกรรมธรรมชาติมาบเอื้อง อำเภอบ้านบึง จังหวัดชลบุรี ก่อตั้งขึ้นด้วยความตั้งใจที่จะพิสูจน์ให้เห็นว่าศาสตร์พระราชา ทั้งหลักการกสิกรรมธรรมชาติ และหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (รัชกาลที่9) สามารถนำมาใช้สร้างความยั่งยืนได้จริง ทุกวันนี้ ศูนย์กสิกรรมธรรมชาติมาบเอื้อง เป็นแหล่งเรียนรู้สำคัญด้านกสิกรรมธรรมชาติและการออกแบบพื้นที่ตามแนวคิดโคก หนอง นา โมเดล มีการจัดกิจกรรมอบรมหลักสูตรระยะสั้นและระยะยาวสำหรับผู้ที่สนใจ ศูนย์กสิกรรมธรรมชาติมาบเอื้องเชื่อว่า สุขภาพที่ดีเริ่มต้นตั้งแต่วัตถุดิบในดิน ส่งผ่านเป็นอาหารที่เป็นยา คือ กุญแจสำคัญของการมีอายุยืนยาวอย่างมีคุณภาพ สุขภาพที่ดีเริ่มต้นจากการฟังร่างกายของตนเอง และเลือกวิถีการดูแลที่สอดคล้องกับธรรมชาติ พร้อมเปิดบริการ “คลินิกเพื่อชุมชน” นับเป็นก้าวสำคัญของการพึ่งพาตนเองด้านสุขภาพในแบบฉบับมาบเอื้อง นอกจากนี้ ยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาสมุนไพรจากฐานเกษตรธรรมชาติ ใช้สมุนไพรสดในท้องถิ่นมาพัฒนาต่อยอด เป็นผลิตภัณฑ์ “มาบเอื้อง” หลากหลายรูปแบบ อาทิ แชมพู สบู่เหลว สเปรย์น้ำแร่ว่านหางจระเข้
ช่วงเทศกาลปีใหม่ที่มีวันหยุดยาว อยากชวนทุกคนไปเติมพลังใจรับปีม้าไฟ ให้รางวัลตัวเองด้วยวิวภูเขาสวย สูดอากาศบริสุทธิ์ให้เต็มปอด ดูวิวดอกไม้แบบเต็มตากันที่ศูนย์เรียนรู้ฯฟลอร่า พาร์ค สวนดอกไม้กลางขุนเขาวังน้ำเขียว ที่เปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวได้มาพักกายใจปีละครั้งในช่วงฤดูหนาว ศูนย์เรียนรู้ฯฟลอร่า พาร์ค เป็นตำนานการจัดสวนที่สวยที่สุดในอีสาน และ Flower Maze วงกตดอกไม้ที่เดียวในประเทศไทย เทศกาลดอกไม้กลางขุนเขากลับมาให้คุณหลงรักอีกครั้ง โดยปีนี้ จัดในธีม Botanical Forest and Orchid Gardenบรรยากาศสวนป่าเขียวขจี ธารนํ้า อุโมงค์และวงกตดอกไม้ที่มีทั้งเฟิร์น มอส และพรรณไม้เขตร้อนที่หลากหลาย มาใช้เวลาดีๆ กับครอบครัวที่ floraparkวังน้ำเขียว บอกได้เลย ปีนี้ดอกไม้สวยฉ่ำมากจัดเต็มทั้งดอกไม้นานาพันธุ์หลากสีสัน กุหลาบ อุโมงค์กล้วยไม้หลายสายพันธุ์ กว่า 33 ประเภท ทั้งแวนด้า คัทลียา หวาย รองเท้านารี และสกุลหายากบานแน่นตลอดทาง และโซนอื่นๆอีกมากมาย ถ่ายรูปมุมไหนก็สวย เดินมุมไหนก็เพลิน มีคาเฟ่ให้นั่งพักชิลๆ เมนูพิเศษจากกุหลาบ หอมละมุน พาเด็กมาก็สนุก Kid Friendly บรรยากาศธรรมชาติดีต่อเด
จังหวัดน่านถือเป็นหนึ่งในพื้นที่ต้นน้ำที่สำคัญของประเทศ มีบทบาทอย่างยิ่งต่อความมั่นคงด้านทรัพยากรธรรมชาติและระบบนิเวศของไทย อย่างไรก็ตาม ในช่วงเวลาหนึ่งน่านเจอปัญหาการบุกรุกป่าและสภาพ “เขาหัวโลน” อย่างรุนแรง ปัจจัยสำคัญมาจากข้อจำกัดด้านภูมิประเทศที่เป็นภูเขาสูง พื้นที่ราบมีอยู่อย่างจำกัด ทำให้ชาวบ้านในอดีตสามารถทำกินได้เพียงบริเวณเชิงเขา ส่งผลให้ป่าเสื่อมโทรมดินขาดความอุดมสมบูรณ์ และเกิดปัญหาสิ่งแวดล้อมตามมาอย่างต่อเนื่อง จุดเปลี่ยนที่สำคัญเกิดขึ้นในปี พ.ศ. 2558 เมื่อมีการเข้าไปดูแลและฟื้นฟูพื้นที่เขาหัวโลนอย่างจริงจัง แนวคิดในการทำงานไม่ได้หยุดอยู่เพียงการปลูกต้นไม้ทดแทนเท่านั้น แต่เป็นการมองปัญหาเชิงโครงสร้างที่ลึกกว่า ทั้งเรื่องโอกาสทางอาชีพสร้างรายได้ และคุณภาพชีวิตของชุมชน การฟื้นฟูป่าจึงถูกออกแบบให้เดินควบคู่ไปกับการสร้างทางเลือกในการดำรงชีวิต จนค่อยๆพัฒนาไปสู่การการเชื่อมโยงมิติสังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อมเข้าด้วยกันอย่างสมดุล หนึ่งในตัวอย่างของการปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตที่สะท้อนความสำเร็จของแนวคิดดังกล่าว คือเรื่องราวของ พ่อเล่าตือ ทวีล่ำทรัพย์ ชาวบ้านในพื้นที่จังหวัดน่าน ตัดสินใ
