กรมส่งเสริมการเกษตร
กรมส่งเสริมการเกษตร น้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงเป็นแนวทางพัฒนาเกษตรกรโครงการเกษตรวิชญา จังหวัดเชียงใหม่ เน้นถ่ายทอดความรู้เทคโนโลยีด้านการเกษตร ใช้ชีวภัณฑ์เพื่อลดการใช้สารเคมี และพัฒนาแปลงสาธิต เป็นสถานที่ศึกษาเรียนรู้การผลิตพืชบนพื้นที่สูง นายเข้มแข็ง ยุติธรรมดำรง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า “เกษตรวิชญา” เป็นศูนย์เรียนรู้ด้านการเกษตร ตั้งอยู่ที่บ้านกองแหะ หมู่ที่ 4 ตำบลโป่งแยง อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ ตามพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เมื่อครั้งทรงดำรงพระราชอิสริยยศสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช ฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงพระราชทานที่ดินส่วนพระองค์ในพื้นที่สวนบ้านกองแหะ หมู่ที่ 4 ตำบลโป่งแยง อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ จำนวน 1,350 ไร่ ให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ดำเนินงานในลักษณะเป็นคลินิกเกษตร เพื่อเผยแพร่ผลงานวิจัยและเทคโนโลยีการเกษตรจากศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ เป็นศูนย์ฝึกอบรม และวิจัยพัฒนาการเกษตรให้เหมาะสมกับพื้นที่ รวมทั้งเพื่อการฟื้นฟูและอนุรักษ์สภาพแวดล้อมให้เกิดเป็นระบบนิเวศที่สมบูรณ์เป็นแหล่งผลิตอาหารธรรมชาติ และมีการใช้ประโยชน์จากท
นางอัญชลี สุวจิตตานนท์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า ทะเบียนเกษตรกร คือ ข้อมูลของครัวเรือนผู้ประกอบการเกษตรที่แสดงถึงสถานภาพและการประกอบอาชีพการเกษตรของครัวเรือน วัตถุประสงค์ในการขึ้นทะเบียนเกษตรกรเพื่อจัดทำข้อมูลการเกษตรให้ถูกต้องตรงตามความเป็นจริง และเป็นข้อมูลเอกภาพให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องใช้ประโยชน์ร่วมกันได้ ในการนำไปใช้วางแผนพัฒนาการเกษตร กำหนดนโยบาย การจัดการด้านการผลิตการตลาด การส่งเสริม สนับสนุน และให้ความช่วยเหลือแก่เกษตรกรได้อย่างมีประสิทธิภาพตรงเป้าหมาย โดยผู้ที่ได้ขึ้นทะเบียนเกษตรกรไว้แล้ว จะได้รับความสะดวกในการใช้สิทธิ์ขอรับการสนับสนุน ช่วยเหลือ หรือรับบริการต่างๆ จากภาครัฐ โดยในปี 2566 กรมส่งเสริมการเกษตรได้ดำเนินการเพิ่มช่องทางการขึ้นทะเบียนและปรับปรุงทะเบียนเกษตรกรผ่านระบบออนไลน์ด้วยเครื่องมือ e-Form เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกให้แก่เกษตรกร และตอบโจทย์ในการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อสนับสนุนในการปฏิบัติงาน ทำให้ในปัจจุบันเกษตรกรทุกรายที่เพาะปลูกหรือประกอบกิจกรรมทางการเกษตร เช่น ปลูกข้าว ปลูกผัก ปลูกผลไม้ ปลูกพืชแบบสวนผสม ทำนาเกลือสมุทร และเพาะเลี้ยงแมลงเศรษฐกิจ สาม
นายรพีทัศน์ อุ่นจิตตพันธ์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า เครือข่ายวิสาหกิจชุมชนเกษตรอินทรีย์จังหวัดอำนาจเจริญ เป็นกลุ่มที่มีความเข้มแข็งเป็นตัวอย่างให้กับชาวนาผู้ปลูกข้าวรายอื่นๆ ได้เป็นอย่างดี จากผลการดำเนินงานในปัจจุบันซึ่งมีการพัฒนาการผลิตข้าวอินทรีย์อย่างต่อเนื่องได้คุณภาพมาตรฐานสากล เป็นที่ต้องการของตลาดต่างประเทศ กรมส่งเสริมการเกษตร โดยสำนักงานเกษตรจังหวัดอำนาจเจริญ จึงได้เข้ามาส่งเสริมการขยายพื้นที่สร้างเครือข่ายเกษตรอินทรีย์ สร้างกลุ่มต้นแบบในการผลิต “ข้าวอินทรีย์ วิถีเมืองธรรมเกษตร” ที่สอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์จังหวัดอำนาจเจริญที่ว่า “เมืองธรรมเกษตร การเกษตรสร้างมูลค่า ท่องเที่ยวเสริมสร้างสุขภาพ เชื่อมโยงเส้นทางการค้า” เพื่อสร้างโอกาสให้เกษตรกรชาวนาจังหวัดอำนาจเจริญได้มีอาชีพที่มั่นคง และเป็นการขับเคลื่อนวิสัยทัศน์ของจังหวัด ทำให้มีจำนวนสมาชิกและพื้นที่เกษตรอินทรีย์เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในทุกๆ ปี “เครือข่ายวิสาหกิจชุมชนเกษตรอินทรีย์จังหวัดอำนาจเจริญ ปัจจุบันมีสมาชิก จำนวน 839 ครัวเรือน พื้นที่เกษตรอินทรีย์ 24,554 ไร่ ครอบคลุมพื้นที่ 5 อำเภอ 21 ตำบล 96 หมู่บ้าน สามารถผล
นายรพีทัศน์ อุ่นจิตตพันธ์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า แปลงใหญ่ทุเรียนบ้านซำตารมย์ หมู่ที่ 7 บ้านซำตารมย์ ตำบลตระกาจ อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ ซึ่งกรมส่งเสริมการเกษตร โดยสำนักงานเกษตรจังหวัดศรีสะเกษ ได้ใช้ระบบส่งเสริมเกษตรแบบแปลงใหญ่เป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนงานภายใต้การบูรณาการของหน่วยงานภาครัฐและเอกชน ซึ่งจัดตั้งเป็นแปลงใหญ่ขึ้นเมื่อปี 2559 ปัจจุบันมีความเข้มแข็ง สมาชิกมีความรู้ตั้งแต่กระบวนการผลิตจนถึงกระบวนการตลาด มีการใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสมกับพื้นที่ มีกระบวนการผลิตที่ปลอดภัยทั้งต่อผู้ผลิตและผู้บริโภค ส่งผลให้ต้นทุนการผลิตลดลง ผลผลิตต่อไร่เพิ่มสูงขึ้น ผลผลิตมีคุณภาพ ได้มาตรฐาน จนเป็นที่ยอมรับของผู้บริโภคในชื่อของ “ทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษ” นำไปสู่การจดสิทธิบัตรเป็นสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) ที่สำคัญของจังหวัด โดยในปี 2565 ที่ผ่านมา สามารถจำหน่ายได้ราคาดีอยู่ที่กิโลกรัมละ 150-180 บาท เพิ่มขึ้นจากเมื่อปี 2563 ที่เคยขายได้กิโลกรัมละ 50-60 บาท นับเป็นการสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรและสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นแก่คนในชุมชน ทำให้ชุมชนมีความเข้มแข็ง พึ่งพาตนเองได้ โดยเก
นายเข้มแข็ง ยุติธรรมดำรง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า จากการคาดการณ์ของกรมอุตุนิยมวิทยาในช่วงประมาณกลางเดือนมิถุนายน – กลางเดือนกรกฎาคม จะเกิดสภาวะฝนทิ้งช่วง อาจส่งผลทำให้เกิดการขาดแคลนน้ำด้านการเกษตรได้ในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะพื้นที่นอกเขตชลประทาน ส่วนในช่วงเดือนสิงหาคม – กันยายน ซึ่งเป็นช่วงที่จะมีฝนตกชุกหนาแน่นที่สุด โดยคาดการณ์ว่าประเทศไทยจะเข้าสู่สภาวะเอลนีโญ ซึ่งส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ และมีแนวโน้มจะเกิดต่อเนื่องยาวไปถึงปี 2567 ส่งผลกระทบต่อปริมาณน้ำสำหรับการเพาะปลูกในพื้นที่เกษตรและส่งผลต่อผลผลิตสินค้าเกษตรโดยตรง โดยเฉพาะเกษตรกรที่พึ่งพาอาศัยน้ำฝนเป็นหลักอาจได้รับความเสียหายสูง เพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นให้มากที่สุด กรมส่งเสริมการเกษตรจึงได้จัดตั้ง “ศูนย์ติดตามและแก้ไขปัญหาภัยพิบัติด้านการเกษตร กรมส่งเสริมการเกษตร”ขึ้น เพื่อเตรียมความพร้อมในการรับมือกับสถานการณ์ในช่วงเกิดภัย และสามารถทำหน้าที่ในการบริหารจัดการเกี่ยวกับภัยพิบัติด้านการเกษตรในภาพรวมทั้งประเทศ ครอบคลุมในทุกช่วงที่เกิดภัยได้อย่างทันท่วงที สำหรับ “ศูนย์ติดตามและแก้ไขปัญหาภั
กรมส่งเสริมการเกษตร ชูชุมชนบางใบไม้ จังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นต้นแบบแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร-อนุรักษ์ พร้อมการันตี สวนลุงสงค์ เป็นผู้นำการแปรรูปมะพร้าวหลากหลายชนิด เพิ่มมูลค่าให้กับสินค้า สามารถกระจายเม็ดเงินสู่ชุมชนอย่างทั่วถึง นายรพีทัศน์ อุ่นจิตตพันธ์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า ชุมชนบางใบไม้ อำเภอเมืองสุราษฎร์ธานี จังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นชุมชนที่โดดเด่นเรื่องการแปรรูปมะพร้าว การท่องเที่ยวเกษตรเชิงอนุรักษ์ โดยมีการจัดตั้งเป็นวิสาหกิจชุมชนกลุ่มท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ตำบลบางใบไม้ ในปี 2559 ประชาชนส่วนใหญ่มีอาชีพทำสวนมะพร้าวและการทำเกษตรสืบทอดจากบรรพบุรุษ วิถีชีวิตผูกพันกับสายน้ำและธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ จึงเป็นเสน่ห์ที่โดดเด่นสำหรับนักท่องเที่ยวที่มาเยือน โดยการท่องเที่ยวกลุ่มชาวบ้านได้ใช้เรือที่มีอยู่เดิมจากการทำประมงและใช้สัญจรทางน้ำ มาปรับเปลี่ยนเพื่อให้เข้ากับรูปแบบการท่องเที่ยวทางเรือ ปัจจุบันในกลุ่มมีเรือไว้บริการนักท่องเที่ยว ประมาณ 10 ลำ มีโฮมสเตย์สำหรับนักท่องเที่ยว 7 หลัง และเรือแต่ละลำจะโดยสารนักท่องเที่ยวไม่เกิน 10 คน พร้อมเสื้อชูชีพ เพื่อให้เกิดความปลอดภัยกับนักท่อ
กรมส่งเสริมการเกษตร หนุนแปลงใหญ่มะพร้าวตำบลบางใบไม้ จังหวัดสุราษฎร์ธานี ทำกำไรจากวัสดุมะพร้าวเป็นการพัฒนาเศรษฐกิจแบบองค์รวม หรือ BCG Model และแปรรูปวัสดุจนหมดหรือ Zero Waste เกิดการสร้างงาน สร้างรายได้ในชุมชนอย่างยั่งยืน นายรพีทัศน์ อุ่นจิตตพันธ์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า กลุ่มแปลงใหญ่มะพร้าวตำบลบางใบไม้อำเภอเมืองฯ จังหวัดสุราษฎร์ธานี เกิดขึ้นจากการส่งเสริมของสำนักงานเกษตรอำเภอเมืองสุราษฎร์ธานี ในปี 2562 เนื่องจากเกษตรกรส่วนใหญ่ในพื้นที่ตำบลบางใบไม้ ประกอบอาชีพเกษตรกรรม มีพืชหลักคือมะพร้าวที่ปลูกมาตั้งแต่บรรพบุรุษ เกษตรกรมีการเก็บเกี่ยวผลผลิตโดยขาดการดูแลบำรุงรักษา ทำให้ผลผลิตไม่มีคุณภาพ ราคาตกต่ำ จึงเกิดการรวมตัวจัดตั้งเป็นแปลงใหญ่มะพร้าวตำบลบางใบไม้ขึ้น โดยการจำหน่ายผลผลิตมะพร้าวของเกษตรกร ส่วนใหญ่นิยมจำหน่ายมะพร้าวทั้งผล และบางส่วนนำไปแปรรูป จนกระทั่งในปี 2564 ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากโครงการยกระดับแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่และเชื่อมโยงตลาด มีการจัดสร้างโรงเรือน และจัดซื้อเครื่องจักร วัสดุ อุปกรณ์สำหรับผลิตขุยและใยมะพร้าว นำไปสู่การใช้นวัตกรรมพัฒนาผลิตสินค้าใหม่ ๆ สร้า
กรมส่งเสริมการเกษตร หนุนศูนย์จัดการศัตรูพืชชุมชนตำบลตะกุกใต้ จังหวัดสุราษฎร์ธานี เดินหน้าเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านอารักขาพืชและจัดการศัตรูพืชครบวงจร การันตีผลงานด้วยรางวัลดีเด่นระดับจังหวัด และระดับเขต นายรพีทัศน์ อุ่นจิตตพันธ์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวถึงบทบาทของศูนย์จัดการศัตรูพืชชุมชน (ศจช.) ตำบลตะกุกใต้ อำเภอวิภาวดี จังหวัดสุราษฎร์ธานี ในการอารักขาพืชและช่วยแก้ไขปัญหาให้เกษตรกรจากศัตรูพืชว่า บทบาทและหน้าที่หลักของศูนย์จัดการศัตรูพืชชุมชน คือเป็นศูนย์กลางในการพัฒนาเกษตรกรและชุมชนให้มีความรู้ความสามารถในการจัดการศัตรูพืชได้ด้วยตนเองอย่างยั่งยืน พร้อมทำหน้าที่สำรวจ ติดตาม และประชาสัมพันธ์เตือนการระบาดของศัตรูพืชให้แก่ชุมชน และให้เกษตรกรสามารถผลิตสารชีวภัณฑ์ และศัตรูธรรมชาติใช้ควบคุมศัตรูพืชได้ด้วยตนเอง ปัจจุบันสมาชิกของศูนย์จัดการศัตรูพืชชุมชนตำบลตะกุกใต้ มีจำนวน 40 ราย โดยมีนายธีระวัฒน์ สงเกื้อ เป็นประธานศูนย์ฯ มีการผลิตสารชีวภัณฑ์ต่าง ๆ หมุนเวียนไปตามฤดูกาล ได้แก่ เชื้อราไตรโคเดอร์มา เชื้อบิวเวอเรีย เชื้อราเมธาไรเซียม และเห็ดเรืองแสงสิรินรัศมี ส่วนแมลงศัตรูธรรมชาติ จะ
สมุนไพรกระวาน และจันทน์เทศ ผลิตภัณฑ์ขึ้นชื่อของอำเภอร่อนพิบูลย์ จังหวัดนครศรีธรรมราช หลังกรมส่งเสริมการเกษตร เข้าไปสนับสนุนให้ลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต พัฒนาผลิตภัณฑ์แปรรูป และกำจัดโรคต่างๆ จนมีผลผลิตคุณภาพออกสู่ท้องตลาด สร้างรายได้เพิ่มขึ้นแก่สมาชิก นางอมรรัตน์ สว่างลาภ หัวหน้ากลุ่มยุทธศาสตร์และสารสนเทศ สำนักงานเกษตรจังหวัดนครศรีธรรมราช เปิดเผยถึงการนำนโยบายของกรมส่งเสริมการเกษตร ไปส่งเสริมและสนับสนุนเกษตรกรในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช เพื่อรวมกลุ่มจัดตั้งเป็นเกษตรแปลงใหญ่ว่า ปัจจุบันในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช มีเกษตรแปลงใหญ่ทั้งหมด 199 แปลง ครอบคลุมพื้นที่กว่า 1.7 แสนไร่ มีแปลงใหญ่ด้านพืชสมุนไพร จำนวน 2 แปลง คือ แปลงใหญ่กระวาน และแปลงใหญ่จันทน์เทศ ซึ่งอยู่ในพื้นที่อำเภอร่อนพิบูลย์ โดยเริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2564 สำหรับกระวาน เป็นพืชสมุนไพรชนิดหนึ่ง นิยมนำมาทำเป็นเครื่องเทศสำหรับเพิ่มรสชาติและกลิ่นหอมให้อาหารและแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ เช่น น้ำพริก ยาหม่อง ยาดม สเปรย์ไล่ยุง เจลล้างมือ และสบู่สมุนไพร พื้นที่ปลูกส่วนใหญ่เป็นที่ราบเชิงเขาภายในชุมชนป่าอนุรักษ์พื้นที่ตำบลหินตก โดยกระวาน
กรมส่งเสริมการเกษตรและกรมการข้าว ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือด้านการเชื่อมโยงข้อมูลสารสนเทศด้านข้าว เพื่อการเชื่อมโยงข้อมูลและใช้ประโยชน์จากฐานข้อมูลที่สำคัญของทั้งสองหน่วยงานเพื่อสร้างความร่วมมือทางวิชาการ การศึกษา ค้นคว้า และวิจัย ประกอบการดำเนินนโยบายตามพันธกิจของหน่วยงาน และสนับสนุนการขับเคลื่อนนโยบายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยบันทึกข้อตกลงความร่วมมือนี้มีผลบังคับใช้เป็นระยะเวลา 5 ปี นับตั้งแต่ วันที่ 21 มิถุนายน 2566 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2570 โดยจัดให้มีพิธีลงนามในบันทึกข้อตกลงดังกล่าว ในวันที่ 21 มิถุนายน 2566 ณ ห้องประชุมจักรพันธุ์ อาคารกรมการข้าว นางอัญชลี สุวจิตตานนท์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า กรมส่งเสริมการเกษตร เป็นหน่วยงานที่มีภารกิจในการส่งเสริมและพัฒนาเกษตรกร และองค์กรเกษตรกรครอบคลุมทุกมิติตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ ขับเคลื่อนงานส่งเสริมการเกษตรด้วยการส่งเสริมการศึกษา วิจัย การถ่ายทอดเทคโนโลยี และการให้บริการทางการเกษตร โดยมุ่งเน้นการทำงานส่งเสริมการเกษตรแบบ Digital DOAE ปรับเปลี่ยนกระบวนการทำงานด้วย Digital Transformation ปัจจุบันกรม
