กรมส่งเสริมการเกษตร
นายเข้มแข็ง ยุติธรรมดำรง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า ข้าวโพดเป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญของไทย โดยขณะนี้เป็นช่วงฤดูฝน แต่ในช่วงเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ปริมาณและการกระจายของฝนลดลงในหลายพื้นที่ของประเทศไทย ทำให้เกิดฝนทิ้งช่วง หรือไม่มีฝนตกเลย เป็นสภาพอากาศที่เหมาะสมต่อการแพร่กระจายของหนอนกระทู้ข้าวโพดลายจุด ประกอบกับฤดูกาลนี้เป็นช่วงเริ่มปลูกข้าวโพด กรมส่งเสริมการเกษตร จึงขอเตือนเกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดหวานและข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ทุกภาคของประเทศไทย โดยเฉพาะจังหวัดจันทบุรี ยะลา และพัทลุง ควรหมั่นสำรวจแปลงเพาะปลูกอย่างสม่ำเสมอ อย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง เพื่อป้องกันกำจัดศัตรูพืชได้ทันต่อสถานการณ์และไม่ให้เกิดความเสียหายตามมา โดยเฉพาะหนอนกระทู้ข้าวโพดลายจุดซึ่งนอกจากจะทำลายข้าวโพดแล้ว ยังเป็นศัตรูของพืชอีกมากกว่า 80 ชนิด เช่น ข้าว ข้าวฟ่าง อ้อย ฝ้าย ทานตะวัน ถั่วเหลือง หญ้า และพืชผักอีกด้วย โดยหนอนจะกัดกินผิวใบ ยอด ทำให้ใบข้าวโพดขาดเป็นรู เว้าแหว่ง ยอดกุด ในระยะก่อนที่ดอกตัวผู้จะโผล่หนอนจะกัดกินเกสรตัวผู้ หลังจากดอกตัวผู้โผล่พ้นใบที่หุ้มอยู่ หนอนจะย้ายไปที่ฝัก กัดกินไหม และเจาะเปลือกหุ้มฝักเข้าไปกัดกิ
นายเข้มแข็ง ยุติธรรมดำรง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า ตามที่กรมส่งเสริมการเกษตร ได้ดำเนินการเว็บไซต์ “ตลาดเกษตรกรออนไลน์.com” มาตั้งแต่ปี 2563 เพื่อเป็นช่องทางช่วยให้เกษตรกรที่เป็นสมาชิกของเว็บไซต์สามารถจำหน่ายสินค้าผลผลิตทางด้านการเกษตรทั้งรูปแบบผลผลิตสดและแปรรูปโดยตรงให้กับประชาชนผู้สนใจมาอย่างต่อเนื่อง โดยผลการดำเนินงานปัจจุบัน มีเกษตรกรสมัครเป็นสมาชิก จำนวน 1,796 ราย สินค้าที่จำหน่าย จำนวน 2,547 รายการ มีมูลค่าการจำหน่ายสะสมรวม เป็นเงิน 805,229,119 บาท ซึ่งนับเป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจของกรมส่งเสริมการเกษตรในการส่งเสริมด้านการตลาดให้กับเกษตรกร และในโอกาสพิเศษเดือนสิงหาคม ซึ่งเป็นเดือนของวันแม่ กรมส่งเสริมการเกษตรขอเชิญชวนประชาชนร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนเกษตรกรไทย ปรับเปลี่ยนการซื้อสินค้าอื่นเป็นสั่งสินค้าเกษตรเป็นของขวัญให้แม่ เช่น พืชผัก ปลอดภัย ผลไม้เมืองร้อน กล้วยไม้ ไม้ดอกไม้ประดับ และสินค้าเกษตรแปรรูปต่างๆ ส่งตรงจากมือเกษตรกรถึงคุณแม่ที่บ้าน ซึ่งกรมส่งเสริมการเกษตรยังได้อำนวยความสะดวกให้กับเกษตรกรสมาชิกของเว็บไซต์ด้วย โดยได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจากบริษัทไปรษณีย์ไ
กรมส่งเสริมการเกษตร นำคณะสื่อมวลชนทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาค ล่องใต้จังหวัดสุราษฎร์ธานี ดูงานไม้ผล ชมกระบวนการแปรรูปสินค้าเกษตรเพิ่มมูลค่า ศึกษาบทบาทศูนย์จัดการศัตรูพืชชุมชน และร่วมสัมผัสกิจกรรมท่องเที่ยวเชิงเกษตร คุณรพีทัศน์ อุ่นจิตตพันธ์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า กรมส่งเสริมการเกษตรได้จัดกิจกรรมสื่อมวลชนสัญจรขึ้นระหว่างวันที่ 5-6 กรกฎาคม 2566 โดยนำคณะสื่อมวลชนจากทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาค ศึกษาดูงานในจังหวัดสุราษฎร์ธานี ทั้งงานส่งเสริมไม้ผลภาคใต้ พร้อมงานภารกิจสนับสนุนในพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นการส่งเสริมไม้ผลอัตลักษณ์สู่สินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) การบริหารจัดการเกษตรแบบแปลงใหญ่ การผลิตและแปรรูปผลิตภัณฑ์การเกษตรต่างๆ เพื่อเพิ่มมูลค่า การนำเทคโนโลยีไปใช้ในกระบวนการผลิต ตลอดจนบทบาทหน้าที่ของศูนย์จัดการศัตรูพืชชุมชน (ศจช.) ในการอารักขาพืชและกำจัดศัตรูพืชให้เกษตรกร และเยี่ยมชมท่องเที่ยวเชิงเกษตร ขณะนี้ได้มีการบริหารจัดการไม้ผลภาคใต้ 4 ชนิด ปี 2566 ภายใต้แผนการบริหารจัดการ เมื่อเดือนมิถุนายน 2565 สรุปได้ดังนี้ ทุเรียน ผลผลิตรวม 667,338 ตัน เป็นผลผลิตในฤดูกาล 582,925 ตัน คิ
กรมส่งเสริมการเกษตรยกสวนลุงสงค์ จังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นต้นแบบการแปรรูปมะพร้าวอินทรีย์เป็นผลิตภัณฑ์เด่น น้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น สำหรับคนรักสุขภาพ พร้อมเปิดสวนเป็นแหล่งเรียนรู้และท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ สามารถดึงนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเข้าพื้นที่ได้จำนวนมาก นายรพีทัศน์ อุ่นจิตตพันธ์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า “สวนลุงสงค์” ของนายสมประสงค์ ศรีเทพ เจ้าของสวนมะพร้าวอินทรีย์ ตำบลบางใบไม้ อำเภอเมืองสุราษฎร์ธานี เป็นสวนต้นแบบในการนำผลผลิตมะพร้าวจากชุมชนมาแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่า เป็นแหล่งเรียนรู้ด้านการเกษตร และแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ปัจจุบันมีนายศุภชาติ ศรีเทพ บุตรชายของลุงสงค์ Smart Farmer และเกษตรกรดีเด่น สาขาอาชีพทำสวนระดับจังหวัด เป็นผู้บริหารสวน โดยนำมะพร้าวอินทรีย์ มาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ เพื่อเพิ่มมูลค่า เช่น น้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น ซึ่งมีทั้งแบบเป็นน้ำมัน และแคปซูล เป็นไขมันดี หรือ HDL หากบริโภคเป็นประจำจะทำให้ร่างกายแข็งแรง มีไขมันดีเพิ่มขึ้น โดยตั้งราคาขายอยู่ที่ขวดละ 100-600 บาท ส่วนน้ำมันปรุงอาหาร ขายขวดละ 130-250 บาท นอกจากนี้ยังมีการต่อยอดเป็นผลิ
กรมส่งเสริมการเกษตร ชูแปลงใหญ่ปาล์มน้ำมันตำบลควนโดน จังหวัดสตูล เป็นต้นแบบด้านการตลาด และผลผลิตมีคุณภาพ หลังเซ็น MOU กับผู้ประกอบการรับซื้อปาล์มจนต่อรองราคาได้สูงกว่าราคาตลาด พร้อมเน้นให้รักษามาตรฐานคุณภาพการผลิต การลดต้นทุน และเพิ่มผลผลิตได้ร้อยละ 20 ปาล์มน้ำมัน เป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญของภาคใต้ และจังหวัดสตูล ที่ผ่านมามีราคาผันผวน กระทบกับเกษตรกรผู้ปลูกปาล์มน้ำมันเป็นวงกว้าง การรวมตัวของเกษตรกรเป็นแปลงใหญ่ปาล์มน้ำมันตำบลควนโดน อำเภอควนโดน จังหวัดสตูล ภายใต้การสนับสนุนของกรมส่งเสริมการเกษตร จึงเป็นหนึ่งทางออกเพื่อแก้ปัญหาด้านราคา แหล่งรับซื้อ และคุณภาพของปาล์มน้ำมัน ซึ่งกรมส่งเสริมการเกษตร โดยสำนักงานเกษตรจังหวัดสตูล และสำนักงานเกษตรอำเภอควนโดน ได้ตั้งเป้าหมาย 5 ด้าน เพื่อให้แปลงใหญ่ปาล์มน้ำมันเกิดการลดต้นทุนการผลิต 20% เพิ่มผลผลิต 20% พัฒนาคุณภาพได้มาตรฐาน บริหารจัดการที่ดี และ การตลาดที่แน่นอน ปัจจุบันแปลงใหญ่ปาล์มน้ำมันตำบลควน มีสมาชิก 183 ราย พื้นที่ปลูกรวม 1,111 ไร่ มีนายศุภเรศน์ แซะอามา เป็นประธานฯ ได้รับองค์ความรู้ด้านการดูแลสวน การจัดการสวน ตลอดจนการตลาด กระทั่งสามารถผลิตปาล์มน้
กรมส่งเสริมการเกษตร น้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงเป็นแนวทางพัฒนาเกษตรกรโครงการเกษตรวิชญา จังหวัดเชียงใหม่ เน้นถ่ายทอดความรู้เทคโนโลยีด้านการเกษตร ใช้ชีวภัณฑ์เพื่อลดการใช้สารเคมี และพัฒนาแปลงสาธิต เป็นสถานที่ศึกษาเรียนรู้การผลิตพืชบนพื้นที่สูง นายเข้มแข็ง ยุติธรรมดำรง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า “เกษตรวิชญา” เป็นศูนย์เรียนรู้ด้านการเกษตร ตั้งอยู่ที่บ้านกองแหะ หมู่ที่ 4 ตำบลโป่งแยง อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ ตามพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เมื่อครั้งทรงดำรงพระราชอิสริยยศสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช ฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงพระราชทานที่ดินส่วนพระองค์ในพื้นที่สวนบ้านกองแหะ หมู่ที่ 4 ตำบลโป่งแยง อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ จำนวน 1,350 ไร่ ให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ดำเนินงานในลักษณะเป็นคลินิกเกษตร เพื่อเผยแพร่ผลงานวิจัยและเทคโนโลยีการเกษตรจากศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ เป็นศูนย์ฝึกอบรม และวิจัยพัฒนาการเกษตรให้เหมาะสมกับพื้นที่ รวมทั้งเพื่อการฟื้นฟูและอนุรักษ์สภาพแวดล้อมให้เกิดเป็นระบบนิเวศที่สมบูรณ์เป็นแหล่งผลิตอาหารธรรมชาติ และมีการใช้ประโยชน์จากท
นางอัญชลี สุวจิตตานนท์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า ทะเบียนเกษตรกร คือ ข้อมูลของครัวเรือนผู้ประกอบการเกษตรที่แสดงถึงสถานภาพและการประกอบอาชีพการเกษตรของครัวเรือน วัตถุประสงค์ในการขึ้นทะเบียนเกษตรกรเพื่อจัดทำข้อมูลการเกษตรให้ถูกต้องตรงตามความเป็นจริง และเป็นข้อมูลเอกภาพให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องใช้ประโยชน์ร่วมกันได้ ในการนำไปใช้วางแผนพัฒนาการเกษตร กำหนดนโยบาย การจัดการด้านการผลิตการตลาด การส่งเสริม สนับสนุน และให้ความช่วยเหลือแก่เกษตรกรได้อย่างมีประสิทธิภาพตรงเป้าหมาย โดยผู้ที่ได้ขึ้นทะเบียนเกษตรกรไว้แล้ว จะได้รับความสะดวกในการใช้สิทธิ์ขอรับการสนับสนุน ช่วยเหลือ หรือรับบริการต่างๆ จากภาครัฐ โดยในปี 2566 กรมส่งเสริมการเกษตรได้ดำเนินการเพิ่มช่องทางการขึ้นทะเบียนและปรับปรุงทะเบียนเกษตรกรผ่านระบบออนไลน์ด้วยเครื่องมือ e-Form เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกให้แก่เกษตรกร และตอบโจทย์ในการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อสนับสนุนในการปฏิบัติงาน ทำให้ในปัจจุบันเกษตรกรทุกรายที่เพาะปลูกหรือประกอบกิจกรรมทางการเกษตร เช่น ปลูกข้าว ปลูกผัก ปลูกผลไม้ ปลูกพืชแบบสวนผสม ทำนาเกลือสมุทร และเพาะเลี้ยงแมลงเศรษฐกิจ สาม
นายรพีทัศน์ อุ่นจิตตพันธ์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า เครือข่ายวิสาหกิจชุมชนเกษตรอินทรีย์จังหวัดอำนาจเจริญ เป็นกลุ่มที่มีความเข้มแข็งเป็นตัวอย่างให้กับชาวนาผู้ปลูกข้าวรายอื่นๆ ได้เป็นอย่างดี จากผลการดำเนินงานในปัจจุบันซึ่งมีการพัฒนาการผลิตข้าวอินทรีย์อย่างต่อเนื่องได้คุณภาพมาตรฐานสากล เป็นที่ต้องการของตลาดต่างประเทศ กรมส่งเสริมการเกษตร โดยสำนักงานเกษตรจังหวัดอำนาจเจริญ จึงได้เข้ามาส่งเสริมการขยายพื้นที่สร้างเครือข่ายเกษตรอินทรีย์ สร้างกลุ่มต้นแบบในการผลิต “ข้าวอินทรีย์ วิถีเมืองธรรมเกษตร” ที่สอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์จังหวัดอำนาจเจริญที่ว่า “เมืองธรรมเกษตร การเกษตรสร้างมูลค่า ท่องเที่ยวเสริมสร้างสุขภาพ เชื่อมโยงเส้นทางการค้า” เพื่อสร้างโอกาสให้เกษตรกรชาวนาจังหวัดอำนาจเจริญได้มีอาชีพที่มั่นคง และเป็นการขับเคลื่อนวิสัยทัศน์ของจังหวัด ทำให้มีจำนวนสมาชิกและพื้นที่เกษตรอินทรีย์เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในทุกๆ ปี “เครือข่ายวิสาหกิจชุมชนเกษตรอินทรีย์จังหวัดอำนาจเจริญ ปัจจุบันมีสมาชิก จำนวน 839 ครัวเรือน พื้นที่เกษตรอินทรีย์ 24,554 ไร่ ครอบคลุมพื้นที่ 5 อำเภอ 21 ตำบล 96 หมู่บ้าน สามารถผล
นายรพีทัศน์ อุ่นจิตตพันธ์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า แปลงใหญ่ทุเรียนบ้านซำตารมย์ หมู่ที่ 7 บ้านซำตารมย์ ตำบลตระกาจ อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ ซึ่งกรมส่งเสริมการเกษตร โดยสำนักงานเกษตรจังหวัดศรีสะเกษ ได้ใช้ระบบส่งเสริมเกษตรแบบแปลงใหญ่เป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนงานภายใต้การบูรณาการของหน่วยงานภาครัฐและเอกชน ซึ่งจัดตั้งเป็นแปลงใหญ่ขึ้นเมื่อปี 2559 ปัจจุบันมีความเข้มแข็ง สมาชิกมีความรู้ตั้งแต่กระบวนการผลิตจนถึงกระบวนการตลาด มีการใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสมกับพื้นที่ มีกระบวนการผลิตที่ปลอดภัยทั้งต่อผู้ผลิตและผู้บริโภค ส่งผลให้ต้นทุนการผลิตลดลง ผลผลิตต่อไร่เพิ่มสูงขึ้น ผลผลิตมีคุณภาพ ได้มาตรฐาน จนเป็นที่ยอมรับของผู้บริโภคในชื่อของ “ทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษ” นำไปสู่การจดสิทธิบัตรเป็นสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) ที่สำคัญของจังหวัด โดยในปี 2565 ที่ผ่านมา สามารถจำหน่ายได้ราคาดีอยู่ที่กิโลกรัมละ 150-180 บาท เพิ่มขึ้นจากเมื่อปี 2563 ที่เคยขายได้กิโลกรัมละ 50-60 บาท นับเป็นการสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรและสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นแก่คนในชุมชน ทำให้ชุมชนมีความเข้มแข็ง พึ่งพาตนเองได้ โดยเก
นายเข้มแข็ง ยุติธรรมดำรง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า จากการคาดการณ์ของกรมอุตุนิยมวิทยาในช่วงประมาณกลางเดือนมิถุนายน – กลางเดือนกรกฎาคม จะเกิดสภาวะฝนทิ้งช่วง อาจส่งผลทำให้เกิดการขาดแคลนน้ำด้านการเกษตรได้ในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะพื้นที่นอกเขตชลประทาน ส่วนในช่วงเดือนสิงหาคม – กันยายน ซึ่งเป็นช่วงที่จะมีฝนตกชุกหนาแน่นที่สุด โดยคาดการณ์ว่าประเทศไทยจะเข้าสู่สภาวะเอลนีโญ ซึ่งส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ และมีแนวโน้มจะเกิดต่อเนื่องยาวไปถึงปี 2567 ส่งผลกระทบต่อปริมาณน้ำสำหรับการเพาะปลูกในพื้นที่เกษตรและส่งผลต่อผลผลิตสินค้าเกษตรโดยตรง โดยเฉพาะเกษตรกรที่พึ่งพาอาศัยน้ำฝนเป็นหลักอาจได้รับความเสียหายสูง เพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นให้มากที่สุด กรมส่งเสริมการเกษตรจึงได้จัดตั้ง “ศูนย์ติดตามและแก้ไขปัญหาภัยพิบัติด้านการเกษตร กรมส่งเสริมการเกษตร”ขึ้น เพื่อเตรียมความพร้อมในการรับมือกับสถานการณ์ในช่วงเกิดภัย และสามารถทำหน้าที่ในการบริหารจัดการเกี่ยวกับภัยพิบัติด้านการเกษตรในภาพรวมทั้งประเทศ ครอบคลุมในทุกช่วงที่เกิดภัยได้อย่างทันท่วงที สำหรับ “ศูนย์ติดตามและแก้ไขปัญหาภั
