กรมส่งเสริมการเกษตร
กรมส่งเสริมการเกษตร ชูชุมชนบางใบไม้ จังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นต้นแบบแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร-อนุรักษ์ พร้อมการันตี สวนลุงสงค์ เป็นผู้นำการแปรรูปมะพร้าวหลากหลายชนิด เพิ่มมูลค่าให้กับสินค้า สามารถกระจายเม็ดเงินสู่ชุมชนอย่างทั่วถึง นายรพีทัศน์ อุ่นจิตตพันธ์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า ชุมชนบางใบไม้ อำเภอเมืองสุราษฎร์ธานี จังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นชุมชนที่โดดเด่นเรื่องการแปรรูปมะพร้าว การท่องเที่ยวเกษตรเชิงอนุรักษ์ โดยมีการจัดตั้งเป็นวิสาหกิจชุมชนกลุ่มท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ตำบลบางใบไม้ ในปี 2559 ประชาชนส่วนใหญ่มีอาชีพทำสวนมะพร้าวและการทำเกษตรสืบทอดจากบรรพบุรุษ วิถีชีวิตผูกพันกับสายน้ำและธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ จึงเป็นเสน่ห์ที่โดดเด่นสำหรับนักท่องเที่ยวที่มาเยือน โดยการท่องเที่ยวกลุ่มชาวบ้านได้ใช้เรือที่มีอยู่เดิมจากการทำประมงและใช้สัญจรทางน้ำ มาปรับเปลี่ยนเพื่อให้เข้ากับรูปแบบการท่องเที่ยวทางเรือ ปัจจุบันในกลุ่มมีเรือไว้บริการนักท่องเที่ยว ประมาณ 10 ลำ มีโฮมสเตย์สำหรับนักท่องเที่ยว 7 หลัง และเรือแต่ละลำจะโดยสารนักท่องเที่ยวไม่เกิน 10 คน พร้อมเสื้อชูชีพ เพื่อให้เกิดความปลอดภัยกับนักท่อ
กรมส่งเสริมการเกษตร หนุนแปลงใหญ่มะพร้าวตำบลบางใบไม้ จังหวัดสุราษฎร์ธานี ทำกำไรจากวัสดุมะพร้าวเป็นการพัฒนาเศรษฐกิจแบบองค์รวม หรือ BCG Model และแปรรูปวัสดุจนหมดหรือ Zero Waste เกิดการสร้างงาน สร้างรายได้ในชุมชนอย่างยั่งยืน นายรพีทัศน์ อุ่นจิตตพันธ์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า กลุ่มแปลงใหญ่มะพร้าวตำบลบางใบไม้อำเภอเมืองฯ จังหวัดสุราษฎร์ธานี เกิดขึ้นจากการส่งเสริมของสำนักงานเกษตรอำเภอเมืองสุราษฎร์ธานี ในปี 2562 เนื่องจากเกษตรกรส่วนใหญ่ในพื้นที่ตำบลบางใบไม้ ประกอบอาชีพเกษตรกรรม มีพืชหลักคือมะพร้าวที่ปลูกมาตั้งแต่บรรพบุรุษ เกษตรกรมีการเก็บเกี่ยวผลผลิตโดยขาดการดูแลบำรุงรักษา ทำให้ผลผลิตไม่มีคุณภาพ ราคาตกต่ำ จึงเกิดการรวมตัวจัดตั้งเป็นแปลงใหญ่มะพร้าวตำบลบางใบไม้ขึ้น โดยการจำหน่ายผลผลิตมะพร้าวของเกษตรกร ส่วนใหญ่นิยมจำหน่ายมะพร้าวทั้งผล และบางส่วนนำไปแปรรูป จนกระทั่งในปี 2564 ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากโครงการยกระดับแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่และเชื่อมโยงตลาด มีการจัดสร้างโรงเรือน และจัดซื้อเครื่องจักร วัสดุ อุปกรณ์สำหรับผลิตขุยและใยมะพร้าว นำไปสู่การใช้นวัตกรรมพัฒนาผลิตสินค้าใหม่ ๆ สร้า
กรมส่งเสริมการเกษตร หนุนศูนย์จัดการศัตรูพืชชุมชนตำบลตะกุกใต้ จังหวัดสุราษฎร์ธานี เดินหน้าเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านอารักขาพืชและจัดการศัตรูพืชครบวงจร การันตีผลงานด้วยรางวัลดีเด่นระดับจังหวัด และระดับเขต นายรพีทัศน์ อุ่นจิตตพันธ์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวถึงบทบาทของศูนย์จัดการศัตรูพืชชุมชน (ศจช.) ตำบลตะกุกใต้ อำเภอวิภาวดี จังหวัดสุราษฎร์ธานี ในการอารักขาพืชและช่วยแก้ไขปัญหาให้เกษตรกรจากศัตรูพืชว่า บทบาทและหน้าที่หลักของศูนย์จัดการศัตรูพืชชุมชน คือเป็นศูนย์กลางในการพัฒนาเกษตรกรและชุมชนให้มีความรู้ความสามารถในการจัดการศัตรูพืชได้ด้วยตนเองอย่างยั่งยืน พร้อมทำหน้าที่สำรวจ ติดตาม และประชาสัมพันธ์เตือนการระบาดของศัตรูพืชให้แก่ชุมชน และให้เกษตรกรสามารถผลิตสารชีวภัณฑ์ และศัตรูธรรมชาติใช้ควบคุมศัตรูพืชได้ด้วยตนเอง ปัจจุบันสมาชิกของศูนย์จัดการศัตรูพืชชุมชนตำบลตะกุกใต้ มีจำนวน 40 ราย โดยมีนายธีระวัฒน์ สงเกื้อ เป็นประธานศูนย์ฯ มีการผลิตสารชีวภัณฑ์ต่าง ๆ หมุนเวียนไปตามฤดูกาล ได้แก่ เชื้อราไตรโคเดอร์มา เชื้อบิวเวอเรีย เชื้อราเมธาไรเซียม และเห็ดเรืองแสงสิรินรัศมี ส่วนแมลงศัตรูธรรมชาติ จะ
สมุนไพรกระวาน และจันทน์เทศ ผลิตภัณฑ์ขึ้นชื่อของอำเภอร่อนพิบูลย์ จังหวัดนครศรีธรรมราช หลังกรมส่งเสริมการเกษตร เข้าไปสนับสนุนให้ลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต พัฒนาผลิตภัณฑ์แปรรูป และกำจัดโรคต่างๆ จนมีผลผลิตคุณภาพออกสู่ท้องตลาด สร้างรายได้เพิ่มขึ้นแก่สมาชิก นางอมรรัตน์ สว่างลาภ หัวหน้ากลุ่มยุทธศาสตร์และสารสนเทศ สำนักงานเกษตรจังหวัดนครศรีธรรมราช เปิดเผยถึงการนำนโยบายของกรมส่งเสริมการเกษตร ไปส่งเสริมและสนับสนุนเกษตรกรในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช เพื่อรวมกลุ่มจัดตั้งเป็นเกษตรแปลงใหญ่ว่า ปัจจุบันในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช มีเกษตรแปลงใหญ่ทั้งหมด 199 แปลง ครอบคลุมพื้นที่กว่า 1.7 แสนไร่ มีแปลงใหญ่ด้านพืชสมุนไพร จำนวน 2 แปลง คือ แปลงใหญ่กระวาน และแปลงใหญ่จันทน์เทศ ซึ่งอยู่ในพื้นที่อำเภอร่อนพิบูลย์ โดยเริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2564 สำหรับกระวาน เป็นพืชสมุนไพรชนิดหนึ่ง นิยมนำมาทำเป็นเครื่องเทศสำหรับเพิ่มรสชาติและกลิ่นหอมให้อาหารและแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ เช่น น้ำพริก ยาหม่อง ยาดม สเปรย์ไล่ยุง เจลล้างมือ และสบู่สมุนไพร พื้นที่ปลูกส่วนใหญ่เป็นที่ราบเชิงเขาภายในชุมชนป่าอนุรักษ์พื้นที่ตำบลหินตก โดยกระวาน
กรมส่งเสริมการเกษตรและกรมการข้าว ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือด้านการเชื่อมโยงข้อมูลสารสนเทศด้านข้าว เพื่อการเชื่อมโยงข้อมูลและใช้ประโยชน์จากฐานข้อมูลที่สำคัญของทั้งสองหน่วยงานเพื่อสร้างความร่วมมือทางวิชาการ การศึกษา ค้นคว้า และวิจัย ประกอบการดำเนินนโยบายตามพันธกิจของหน่วยงาน และสนับสนุนการขับเคลื่อนนโยบายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยบันทึกข้อตกลงความร่วมมือนี้มีผลบังคับใช้เป็นระยะเวลา 5 ปี นับตั้งแต่ วันที่ 21 มิถุนายน 2566 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2570 โดยจัดให้มีพิธีลงนามในบันทึกข้อตกลงดังกล่าว ในวันที่ 21 มิถุนายน 2566 ณ ห้องประชุมจักรพันธุ์ อาคารกรมการข้าว นางอัญชลี สุวจิตตานนท์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า กรมส่งเสริมการเกษตร เป็นหน่วยงานที่มีภารกิจในการส่งเสริมและพัฒนาเกษตรกร และองค์กรเกษตรกรครอบคลุมทุกมิติตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ ขับเคลื่อนงานส่งเสริมการเกษตรด้วยการส่งเสริมการศึกษา วิจัย การถ่ายทอดเทคโนโลยี และการให้บริการทางการเกษตร โดยมุ่งเน้นการทำงานส่งเสริมการเกษตรแบบ Digital DOAE ปรับเปลี่ยนกระบวนการทำงานด้วย Digital Transformation ปัจจุบันกรม
บริษัท สยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น จำกัด จับมือ กรมส่งเสริมการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จัดโครงการ “คูโบต้า กล้า | ท้า | ปลูก” ครั้งแรกกับการแข่งขันพัฒนาแปลงเพาะปลูกข้าวด้วยนวัตกรรมปฏิทินการเพาะปลูก KAS Crop Calendar ปลุกพลังเกษตรกรรุ่นใหม่ สู่การทำเกษตรแม่นยำด้วยโซลูชัน ลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต สร้างรายได้ พร้อมเดินหน้าสร้างสรรค์ภาคการเกษตร ยกระดับวิถีเกษตรไทยสู่ Smart Farming ชิงรางวัลรวมมูลค่า 7 แสนบาท และถ้วยพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พร้อมบินไปดูงาน Smart Farming ที่ประเทศญี่ปุ่น นางวราภรณ์ โอสถาพันธุ์ กรรมการรองผู้จัดการใหญ่อาวุโส บริษัท สยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น จำกัด กล่าวว่า จากแนวโน้มภาคการเกษตรในปัจจุบันที่ให้ความสำคัญกับการทำเกษตรอัจฉริยะ หรือ Smart Farming เพื่อเข้ามาช่วยเติมเต็มให้การทำเกษตรมีประสิทธิภาพมากขึ้น สยามคูโบต้าได้พัฒนานวัตกรรมการเกษตร KUBOTA Agri Solutions หรือ KAS การจัดการเกษตรกรรมครบวงจร อันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของคูโบต้า ด้วยการใช้เทคนิคการเพาะปลูกผสานเทคโนโลยีและนวัตกรรมเครื่องจักรกลการเกษตร และหนึ่งในเครื่องมือที่
นายเข้มแข็ง ยุติธรรมดำรง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า ภารกิจสำคัญของกรมส่งเสริมการเกษตร คือส่งเสริมและพัฒนาเกษตรกรให้มีความเข้มแข็ง มีขีดความสามารถในการผลิตและจัดการสินค้าเกษตรตามความต้องการของตลาด และสามารถพึ่งตนเองได้ โดยการถ่ายทอดความรู้และเทคโนโลยีการเกษตรที่เหมาะสม และให้บริการด้านการเกษตรต่าง ๆ ทำให้เกิดผลสำเร็จเป็นรูปธรรมจำนวนมาก ประกอบกับที่คณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) จัดให้มีการประกวดผลงานเพื่อรับรางวัลเลิศรัฐ เป็นรางวัลที่จะมอบให้กับหน่วยงานที่มีผลการดำเนินการเป็นเลิศทั้งในด้านการเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการภาครัฐ การพัฒนาคุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐและเปิดระบบราชการให้ภาคส่วนอื่นเข้ามามีส่วนร่วม โดยแบ่งเป็น 3 หมวดหมู่ คือ รางวัลบริการภาครัฐ รางวัลคุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ และรางวัลบริหารราชการแบบมีส่วนร่วม ซึ่งแต่ละหมวดหมู่จะจำแนกประเภทได้รวมทั้งสิ้น 14 ประเภท โดยจะมีคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) ทำหน้าที่ประกาศรางวัลเลิศรัฐที่มอบให้แก่หน่วยงานต่าง ๆ อย่างต่อเนื่องทุกปี ซึ่งขณะนี้มีผลงานของกรมส่งเสริมการเกษตรผ่านเกณฑ์การประเมินรางวัลเลิศรัฐ ปี 2566 ในเบื้อ
นายเข้มแข็ง ยุติธรรมดำรง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า ตามที่กรมอุตุนิยมวิทยาประกาศเข้าสู่ฤดูฝนอย่างเป็นทางการในวันที่ 22 พฤษภาคม 2566 ซึ่งจะมีฝนตกต่อเนื่องไปจนถึงเดือนมิถุนายน กรมส่งเสริมการเกษตรจึงขอแนะนำให้เกษตรกรวางแผนการปลูกและรักษาพืชผัก เนื่องจากในช่วงฤดูฝนมีปริมาณน้ำมากและความชื้นในอากาศสูง อาจทำให้ผลผลิตเสียหายได้ หากเกษตรกรวางแผนการผลิตและดูแลรักษาไม่ดี ดังนั้น กรมส่งเสริมการเกษตรจึงขอแนะนำ 7 เทคนิคการปลูกพืชผักให้เหมาะกับช่วงฤดูฝน ดังนี้ 1.การเลือกชนิดพืชผักที่เหมาะสม เป็นการเริ่มต้นที่สำคัญ พืชผักที่เหมาะสมสำหรับปลูกในฤดูฝน ได้แก่ ผักที่มีอายุการเก็บเกี่ยวสั้นจำพวกผักใบ เช่น กวางตุ้ง ผักบุ้งจีน ผักกาดหอม ผักตระกูลกะหล่ำ เช่น กะหล่ำปลี คะน้า ผักเถาเลื้อย เช่น ตำลึง ถั่วลันเตา ถั่วฝักยาวแตงร้าน ฟักทอง ฟัก แฟง มะระ ผักยืนต้น เช่น ชะอม พริก มะเขือ เป็นต้น การเตรียมเมล็ดพันธุ์ ควรใช้เมล็ดพันธุ์จากแหล่งที่เชื่อถือได้ และเพื่อเป็นการป้องกันเชื้อราที่ติดมากับเมล็ด ควรแช่เมล็ดพันธุ์ในน้ำอุ่น ประมาณ 50 องศาเซลเซียส นาน 30 นาที เพื่อกำจัดเชื้อโรคที่อาจติดมากับเมล็ดผัก การเตรียมดิ
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีนโยบายให้ความสำคัญกับการดำเนินงานด้านอาสาสมัครเกษตร ซึ่งเป็นภาคีเครือข่ายสนับสนุนการดำเนินกิจกรรมต่างๆ ในการพัฒนาการเกษตรและการให้บริการแก่เกษตรกรในระดับพื้นที่ ตามหลักการบริหารราชการแผ่นดินแนวใหม่ ที่เปิดโอกาสให้ภาคประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการกำหนดทิศทางการพัฒนาประเทศในรูปแบบร่วมคิด ร่วมปฏิบัติ และร่วมรับผลประโยชน์ อาสาสมัครเกษตรหมู่บ้าน (อกม.) คือ ตัวแทนของอาสาสมัครเกษตรที่ได้รับการคัดเลือกจากอาสาสมัครเกษตรทั้ง 16 ประเภทของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งเป็นบุคคลที่มีความรู้ ความสามารถเฉพาะด้านเพื่อทำหน้าที่ช่วยในการสนับสนุนภารกิจของหน่วยงาน โดยมีโครงสร้างการบริหารงานอาสาสมัครเกษตรในรูปแบบของคณะกรรมการอาสาสมัครเกษตรในระดับต่างๆ ต่อไป นายเข้มแข็ง ยุติธรรมดำรง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า ในปี 2566 กรมส่งเสริมการเกษตร ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการนโยบายอาสาสมัครเกษตร (คน.กษ.) ได้ดำเนินการจัดให้มีการคัดเลือกอาสาสมัครเกษตรหมู่บ้าน (อกม.) ชุดใหม่ (ปี 2566 – 2570) ตามโครงสร้างการบริหารงานอาสาสมัครเกษตรให้เกิดความต่อเนื่องของการดำเนินงานในภาคการเกษ
นายปรีชา สายแสง เกษตรจังหวัดสระบุรี ได้ลงพื้นที่แปลงใหญ่อ้อยโรงงานตำบลลำพญากลาง อำเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี เพื่อเยี่ยมชมการใช้เทคโนโลยีในการผลิตอ้อย และกระบวนการผลิตที่เน้นลดต้นทุนและเพิ่มผลผลิต รวมไปถึงการลดการเผาอ้อยในช่วงการเก็บเกี่ยว และการรวมกลุ่มที่เข้มแข็ง โดยมีสมาชิกแปลงใหญ่ ร่วมให้ข้อมูลจำนวนมาก เกษตรจังหวัดสระบุรี กล่าวว่า กรมส่งเสริมการเกษตร โดยเกษตรจังหวัดสระบุรี และเกษตรอำเภอมวกเหล็ก ได้ให้การสนับสนุนกระบวนการผลิตอ้อย ภายใต้เป้าหมายการพัฒนาแปลงใหญ่ 5 ด้าน ประกอบด้วย การลดต้นทุนการผลิต เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต พัฒนาคุณภาพ การตลาด และการบริหารจัดการ โดยเฉพาะการลดต้นทุนการผลิต จะเน้นให้เกษตรกรใช้เทคโนโลยี หรือเครื่องจักรแทนการใช้แรงงานคน โดยเครื่องจักรและเทคโนโลยีส่วนใหญ่ ได้รับการสนับสนุนจากโครงการยกระดับแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่และเชื่อมโยงตลาด จำนวน 3 ล้านบาท เช่น การไถ หรือ การเตรียมดิน จะใช้รถไถในการตรียมดิน การให้ปุ๋ยจะใช้เครื่องหยอดปุ๋ย การกำจัดแมลง หรือ ศัตรูของอ้อย จะใช้สารชีวภัณฑ์ การพ่นสารเคมี จะใช้โดรนเข้าช่วยเพื่อให้ทั่วถึงและประหยัดเวลาในการดำเนินการ นอกจากนี้
