ข้าว
รัฐบาลได้ให้ความสำคัญกับการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร โดยเน้นให้มีศูนย์เรียนรู้ด้านการเกษตรในชุมชน เพื่อให้เป็นจุดถ่ายทอดความรู้ด้านการเกษตรของชุมชนและเป็นที่ให้บริการข้อมูลข่าวสาร บริการด้านการเกษตร ประกอบกับในสภาวะปัจจุบันสถานการณ์การผลิตสินค้าเกษตรของเกาตรกรมีปัญหาในเรื่องต้นทุนการผลิตที่ค่อนข้างสูง ประกอบกับปัญหาโรคและแมลง และพื้นที่ดินขาดความอุดมสมบูรณ์ทำให้ผลผลิตที่ได้มีปริมาณน้อยและมีคุณภาพต่ำ เกษตรกรส่วนใหญ่จึงประสบกับการแก้ปัญหาการขาดทุน เกิดหนี้สิน และไม่สามารถพึ่งพาตนเองได้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จึงได้จัดตั้งศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร หรือ ศพก. ขึ้น มีอยู่จำนวนกว่า 882 ศูนย์ทั่วประเทศ เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านการเกษตรของชุมชนที่เกิดจากปัญหาของชุมชนและสามารถตอบสนองความต้องการด้านการเกษตรของชุมชนได้ และเป็นเครื่องมือในการส่งเสริมการเกษตร โดยเน้นการเรียนรู้จากเกษตรกรต้นแบบที่ประสบผลสำเร็จในการประเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร กรมการข้าว เป็นอีกหนึ่งหน่วยงานของรัฐที่มีศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตสินค้าเกษตร เพื่อเป็นแหล่งเรยนรู้ใ
เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 22 พฤษภาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า แม้ขณะนี้จะเข้าสู่ฤดูฝน แต่ปรากฏว่าในบางพื้นที่ของ จ.อุทัยธานี กลับไม่มีฝนตกลงมา ส่งผลให้แปลงนาข้าวของเกษตรกรโดยเฉพาะพื้นที่นาข้าวนอกเขตชลประทาน ที่ได้ทำการไถหว่านไปก่อนหน้านี้ อายุได้เพียง 10 วัน กำลังขาดน้ำไปหล่อเลี้ยงต้นข้าว เช่น พื้นที่นาข้าวของ ต.หนองกลางดง อ.ทัพทัน จ.อุทัยธานี ที่ขณะนี้นาข้าวหลายร้อยไร่ กำลังขาดน้ำอย่างหนักจนมีสภาพแห้งแตกระแหง คาดว่าอีกเพียงไม่กี่วัน ต้นข้าวดังกล่าวจะยืนต้นตาย ส่อเค้าว่าการทำนาปีนี้ชาวนาในพื้นที่ท้ายน้ำมีความเสี่ยงต่อการขาดทุนกันตั้งแต่ต้นฤดูกาล ด้าน ชาวนาบางรายเร่งหาวิธีแก้ไขเป็นการเฉพาะหน้า โดยไม่รอฝนที่จะตกลงมาตามฤดูกาล เพราะหวั่นต้นข้าวดังกล่าวจะยืนต้นตายได้รับความเสียหายไปจนหมด จึงพากันระดมเครื่องสูบน้ำไปติดตั้งเพื่อสูบน้ำตามแหล่งน้ำ ลำคลองธรรมชาติต่างๆ ที่ยังพอมีน้ำขังอยู่บ้าง เพื่อให้แปลงนามีน้ำพอไปหล่อเลี้ยงต้นข้าวให้รอดตาย เพื่อให้ต้นข้าวเจริญเติบโตได้ผลผลิตไปจนถึงฤดูการเก็บเกี่ยว ที่มา มติชนออนไลน์
สศก. เผย ดัชนีรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวเปลือก ช่วง 4 เดือน (ม.ค.-เม.ย.2561) เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา ร้อยละ 50.44 โดยรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวเปลือกหอมมะลิ เพิ่มขึ้นร้อยละ 61.55 ส่วนรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวเจ้า เพิ่มขึ้นร้อยละ 35.35 ย้ำ ภาครัฐยังคงขับเคลื่อน เดินหน้ามาตรการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าวตามแผนการผลิตและการตลาดข้าวครบวงจร ปี 60/61 นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า รัฐบาลได้ให้ความสำคัญกับการเพิ่มรายได้ของเกษตรกรอย่างต่อเนื่อง ซึ่งรายได้ของเกษตรกรในกลุ่มสินค้าข้าว สศก. พบว่า มีแนวโน้มที่ดีขึ้นกว่าสินค้าอื่นๆ โดยดัชนีรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวเปลือก ในระยะ 4 เดือน ปี 2561 (ม.ค.-เม.ย.2561) เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา (ม.ค.-เม.ย. 2560) ร้อยละ 50.44 เป็นผลมาจากดัชนีผลผลิตข้าวเปลือกปรับตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 30.61 และดัชนีราคาข้าวเปลือกปรับตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 15.18 หากแยกตามชนิดของพันธ์ข้าวแล้ว รายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวเปลือกหอมมะลิ เพิ่มขึ้นร้อยละ 61.55 ส่วนรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวเจ้า เพิ่มขึ้นร้อ
ข้าวคือชีวิตของคนไทย เราเกี่ยวพันกับข้าว แม้จะไม่ได้ปลูก ไม่ได้ค้าข้าว ก็ต้องกินข้าวทุกคน เมื่อกล่าวถึงการผลิตแล้ว ทุกคนมีความเห็นใจชาวนา กระดูกสันหลังของชาติ ที่ปลูกข้าวให้เรากิน แต่ได้รับผลตอบแทนค่อนข้างต่ำ เลยอยากลองพิจารณาเรื่องข้าว ว่ามีข้อมูลอย่างไรบ้าง การทำนาในต่างประเทศ มีอยู่ 2 ข้อ ที่อยากจะกล่าวถึง คือ ข้อที่ 1 ในยุโรป อเมริกา ที่เขาทำเป็นแปลงใหญ่ๆ เป็นหลายร้อยหรือหลายพันไร่ เพราะข้าวก็เหมือนพืชไร่อื่นๆ คือให้ผลตอบแทนต่อไร่ต่ำ ต้องปลูกเยอะๆ เป็นร้อย เป็นพันไร่ จึงจะมีรายได้เพียงพอ และใช้เทคโนโลยีและเครื่องมือ เครื่องจักรเข้ามาจัดการ ไม่ให้เสี่ยงต่อความแปรปรวนของธรรมชาติ ยกตัวอย่าง การหล่อเลี้ยงน้ำในแปลง ที่เคยเห็นที่อเมริกา เขาหล่อน้ำแค่ให้ดินหมาดชุ่มน้ำ ไม่ถึงกับน้ำท่วม แต่ที่บ้านเราปล่อยให้น้ำท่วม เพราะเป็นเขตน้ำฝน ต้องเก็บน้ำไว้ให้อยู่นานๆ แท้ที่จริงแล้วปลูกข้าวไม่ต้องแช่น้ำ แค่ดินชุ่มๆ ก็เพียงพอ แต่ต้นข้าวแช่น้ำได้ ไม่เป็นอะไร นอกจากนั้น เขายังใช้เครื่องมือทุ่นแรงทุกขั้นตอน ตั้งแต่เตรียมดิน ปลูก ปฏิบัติรักษาจนถึงเก็บเกี่ยว และนำเข้าเก็บในไซโล หรือส่งพ่อค้าโดยตรง ข้อที่
พาณิชย์ เปิดทีโออาร์ประมูล ‘ข้าวทั่วไปล็อตสุดท้าย’ 4.37 หมื่นตัน มั่นใจเอกชนแห่ประมูลหมด เผยล่าสุดระบายข้าวสารในสต็อกรัฐแล้ว 14.84 ล้านตัน มูลค่า 135,120 ล้านบาท นายกีรติ รัชโน รองอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ และในฐานะรองประธานคณะทำงานดำเนินการระบายข้าวในสต็อกของรัฐ เปิดเผยว่า ในวันที่ 7 พฤษภาคม 2561 กรมฯ เปิดชี้แจงให้กับผู้ประกอบการที่สนใจเข้าร่วมประมูลข้าว 4.37 หมื่นตัน ซึ่งเป็นการจำหน่ายข้าวสารในสต็อกของรัฐเป็นการทั่วไป ครั้งที่ 1/2561 (TOR) ปริมาณข้าวที่นำมาเปิดประมูลครั้งนี้มาจาก 20 คลัง ใน 15 จังหวัด โดยเป็นคลังของ อคส. ทั้งหมด สำหรับชนิดข้าวที่นำออกมาประมูล ประกอบด้วยข้าว 9 ชนิด ได้แก่ ข้าวขาว 5% ข้าวหอมมะลิ 100% ชั้น 2 ข้าวหอมจังหวัด ปลายข้าว A1 เลิศ ข้าวเหนียวขาว 10% ข้าวปทุมธานี ปลายข้าวหอมมะลิ ปลายข้าว A1 และข้าวท่อนหอมมะลิ โดยหลังจากนี้จะเปิดให้ผู้สนใจเข้าดูสภาพข้าวในคลังสินค้าได้ตั้งแต่วันที่ 8-15 พฤษภาคม 2561 และสามารถเข้ายื่นซองเพื่อตรวจสอบคุณสมบัติได้ในวันที่ 16 พฤษภาคม 2561 และประกาศผู้ที่ผ่านคุณสมบัติและยื่นซองประมูลพร้อมกับเปิดซองประมูลในวันเดียวกัน 18 พฤษภาคม 2561 “เชื
เล็งโละสต๊อกข้าวเพื่ออุตสาหกรรมลอตสุดท้าย 2 ล้านตัน พาณิชย์ปลื้ม ส่งออกข้าวสดใส 4 เดือนแรกขึ้นแท่นเบอร์ 1 โลก มั่นใจทั้งปีได้ตามเป้า 10 ล้านตัน นายอดุลย์ โชตินิสากรณ์ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า กรมเตรียมดำเนินการระบายข้าวสารในสต๊อกรัฐบาลที่ยังคงเหลือ 2 ล้านตัน ส่วนใหญ่เป็นข้าวสำหรับระบายเข้าสู่อุตสาหกรรม ซึ่งจะเร่งดำเนินการระบายตามแนวทางและแผนการระบายข้าวคงเหลือในสต๊อกของรัฐที่คณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าว (นบข.) ได้ให้ความเห็นชอบแล้ว ในปริมาณและช่วงเวลาที่เหมาะสมในปี 2561 เพื่อรักษาประโยชน์สูงสุดของรัฐ ตัดภาระค่าใช้จ่ายภาครัฐในการเก็บรักษาข้าว และจำเป็นต้องมีมาตรการกำกับดูแลติดตามไม่ให้รั่วไหลไปสู่ระบบการค้าข้าวปกติอย่างเคร่งครัด ส่วนการระบายข้าวสารในสต๊อกรัฐบาลช่วงตั้งแต่วันที่ 17 พ.ค. 2557-25 เม.ย. 2561 ไปแล้ว ปริมาณ 14.84 ล้านตัน จากสต๊อกทั้งหมด 17-18 ล้านตัน มูลค่า 135,120 ล้านบาท ปัจจุบันคงเหลือข้าวในสต๊อกของรัฐประมาณ2 ล้านตัน โดยส่วนใหญ่เป็นข้าวที่รอการระบายเข้าสู่อุตสาหกรรมที่มีมาตรการกำกับดูแลติดตามไม่ให้รั่วไหลไปสู่ระบบการค้าข้าวปกติอย่างเคร่งครัด กระทรวงพาณิช
นายอดุลย์ โชตินิสากรณ์ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า ในช่วง 4 เดือนแรกของปี 2561 (มกราคม – เมษายน) ประเทศไทยส่งออกข้าวสูงสุดเป็นอันดับ 1 ของโลกมีมูลค่าการส่งออกอยู่ที่ 3.31 ล้านตัน มูลค่า 1,826 ล้านเหรียญสหรัฐฯ แซงหน้าอินเดียที่ส่งออกที่ 3.21 ล้านตัน เวียดนาม 1.61 ล้านตัน และปากีสถานอยู่ที่ 1.28 ล้านตัน จึงได้ปรับเป้าหมายการส่งออกข้าวปีนี้เพิ่มขึ้นเป็น 10 ล้านตัน มูลค่า 4,525 ล้านเหรียญสหรัฐฯ จากเดิมอยู่ที่ 9-9.5 ล้านตัน เนื่องจากมีข้าวค้างสต๊อกเป็นจำนวนมาก จึงมั่นใจว่าช่วง 8 เดือนที่เหลือจะสามารถส่งออกข้าวได้เพิ่มขึ้น โดยชนิดข้าวที่ส่งออกมากที่สุดคือ ข้าวขาว 48.74% รองลงมาข้าวนึ่ง 27.70% และข้าวหอมมะลิไทย 16.19% โดยราคาส่งออกข้าวของไทยเกือบทุกชนิดในเดือนเมษายน 2561 ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่ราคาข้าวหอมมะลิไทยอยู่ในระดับคงที่จากเดือนมีนาคม 2561 ที่ 1,150 เหรียญสหรัฐต่อตัน นายอดุลย์กล่าวว่า ส่วนการส่งออกข้าวในช่วงไตรมาที่ 2 /2561 ยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเนื่องจากผู้นำเข้าข้าวในหลายประเทศยังมีความต้องการนำเข้าข้าวอย่างต่อเนื่อง อย่างสาธารณรัฐประชาชนจีน ที่ส่งออกข้าวในรูปแบบรัฐบ
นางจันทิรา ยิมเรวัต วิวัฒน์รัตน์ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยว่า กรมฯ ได้รับรายงานจากสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงสิงคโปร์ ถึงการวิเคราะห์ทิศทางและโอกาสสินค้าขนมขบเคี้ยวของไทยในตลาดสิงคโปร์ โดยพบว่าปัจจุบันการบริโภคขนมขบเคี้ยวที่ผลิตโดยใช้รูปแบบเดิม เช่น การใช้เกลือ น้ำตาล และไขมัน เป็นส่วนผสม เริ่มได้รับความนิยมลดลง เพราะกลุ่มผู้บริโภคได้หันมาให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพเพิ่มมากขึ้น จึงลดการบริโภคสินค้าในกลุ่มนี้ลง แต่หากเป็นขนมขบเคี้ยวที่ดีต่อสุขภาพและได้รับเครื่องหมาย Healthier Choice หรือ Healthier Snack จะเริ่มได้รับความนิยมจากผู้บริโภคมากขึ้น “ได้มีการสำรวจ โดย Euromonitor พบว่า ปริมาณและมูลค่าของสินค้าขนมขบเคี้ยวที่ให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพ โดยเฉพาะกลุ่มถั่ว สแน็กหรือแครกเกอร์สแน็ก ที่ทำจากข้าว จะมีโอกาสขยายตัวได้สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพราะพฤติกรรมของผู้บริโภคในสิงคโปร์ เริ่มหันมาบริโภคสแน็กแทนการรับประทานอาหารมื้อหลัก ทำให้ขนมขบเคี้ยวกลุ่มสุขภาพได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น จึงเป็นโอกาสของผู้ผลิตสินค้าในกลุ่มนี้ของไทย ที่จะวางแผนในการขยายตลาดเข้าสู่ตลาด
สศก. เผยผลการส่งเสริมการเลี้ยงปศุสัตว์เพื่อปรับเปลี่ยนพื้นที่นาไม่เหมาะสม เกษตรกรตอบรับเต็มที่ ได้รับการสนับสนุนค่าปัจจัยการผลิต สินเชื่อค่าก่อสร้างโรงเรือน และค่าจัดซื้อพ่อแม่พันธุ์ รวมทั้งส่งเสริมการปลูกพืชอาหารสัตว์ ช่วยลดรายจ่ายค่าอาหารสัตว์ได้ 24,124 บาท/ราย/ปี และจำหน่ายผลผลิตอาหารสัตว์และมูลสัตว์ที่เหลือ สร้างรายได้เฉลี่ย รายละ 5,778 บาท/ปี นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยถึงผลโครงการปรับเปลี่ยนพื้นที่ทำนาไม่เหมาะสมเพื่อส่งเสริมการเลี้ยงปศุสัตว์ โดยการส่งเสริมการเลี้ยงกระบือ โคเนื้อ และแพะ รวม 55 จังหวัด ในรูปแบบของกลุ่มเกษตรกร กลุ่มวิสาหกิจชุมชน และสหกรณ์ ซึ่งมีการสนับสนุนวงเงินสินเชื่อการเลี้ยงกระบือ กลุ่มละไม่เกิน 3 ล้านบาท โคเนื้อ 4 ล้านบาท และแพะ 2.5 ล้านบาท โดยเป็นค่าจัดสร้างโรงเรือนเลี้ยงโคเนื้อและกระบือ รายละ 50,000 บาท และแพะ รายละ 100,000 บาท ค่าจัดซื้อพ่อแม่พันธุ์กระบือ รายละ 5 ตัว ตัวละไม่เกิน 50,000 บาท โคเนื้อ รายละ 5 ตัว ตัวละไม่เกิน 65,000 บาท และแพะ รายละ 32 ตัว (ตัวผู้ 2 ตัว ตัวละ 6,000 บาท และตัวเ
กรมส่งเสริมสหกรณ์ จับมือกระทรวงพาณิชย์ ดันตลาดข้าว กข 43 เข้าห้างโมเดิร์นเทรด หลังสหกรณ์ส่งเสริมสมาชิกปลูกจนประสบผลสำเร็จ เตรียมขยายพื้นที่ปลูกเพิ่มอีก 1 แสนไร่ กรมส่งเสริมสหกรณ์ จับมือกระทรวงพาณิชย์ ขยายตลาดข้าว กข 43 ของสหกรณ์ วางแผนจำหน่ายตาม ห้างโมเดิร์นเทรด ร้านสหกรณ์ในมหาวิทยาลัยและร้านสหกรณ์ในโรงพยาบาล รวมถึงศูนย์กระจายสินค้าสหกรณ์ทั่วประเทศ หลังกระแสตอบรับจากผู้บริโภคชื่นชอบรสชาติอร่อย เหนียว นุ่ม แคลอรีต่ำ ไฟเบอร์สูง และมีน้ำตาลน้อย ตอบโจทย์ คนรักสุขภาพที่ต้องการควบคุมน้ำหนักและลดเบาหวาน เตรียมหนุนขยายพื้นที่เพาะปลูกเพิ่มอีก 1 แสนไร่ โดยกรมการข้าว สนับสนุนเมล็ดพันธุ์ที่ผ่านการรับรองคุณภาพแก่สหกรณ์ นายพิเชษฐ์ วิริยะพาหะ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ กล่าวถึงผลสำเร็จของการจัดทำโครงการส่งเสริมสหกรณ์ขยายพื้นที่ปลูกข้าว กข 43 ว่า กรมส่งเสริมสหกรณ์ ร่วมกับ กรมการข้าว ส่งเสริมให้สหกรณ์เพิ่มปริมาณการผลิตข้าว กข 43 โดยกรมส่งเสริมสหกรณ์เป็นหน่วยงานสนับสนุนเรื่องพื้นที่ปลูกข้าว กข 43 คัดเลือกสหกรณ์ที่มีศักยภาพในการผลิตข้าวและสนใจเข้าร่วมโครงการ ทำหน้าที่ดูแลและสนับสนุนเกษตรกรที่เป็นสมาชิกปลูกข
