ทุเรียน
สมัยเมื่อครั้งวัยเยาว์ เด็กๆ ไปเฝ้าทุเรียนกัน เพราะทุเรียนสมัยก่อนนั้นต้องรอให้หล่นลงมาเท่านั้น พอเสียงทุเรียนหล่นก็ต้องวิ่งไปเก็บมา ทุเรียนต้นสูง ขึ้นไปเอาลงมาไม่ได้หรอก นอกจากรอให้มันสุกหล่นลงมา ลูกเล็ก และเนื้อน้อย เนื้อบาง เม็ดใหญ่ มีความหวานมากกว่ามัน เรียกว่าอร่อยหอมหวาน จำไม่ได้ว่าทุเรียนต้นเตี้ยๆ เนื้อหนาๆ มันเกิดขึ้นเมื่อไร แรกเราเรียกว่า ทุเรียนพันธุ์ หรือ เรียนพันธุ์ ยังไม่ระบุว่าพันธุ์อะไร เรียกรวมๆ ว่าเรียนพันธุ์ ต้นเตี้ย ลูกใหญ่ เนื้อหนา มีความมันมากกว่าความหวาน ปลูกต้องใช้ปุ๋ย ต่อมาปลูกต้องใช้ยา หลังจากนั้นเรียนบ้านก็ค่อยๆ ลดลงและหายไป มีแต่ความหลังให้คิดถึงพร้อมกับเรื่องราววัยเยาว์ เมื่อวานไปเที่ยวสวนทุเรียนพี่สาว เธอทำสวนทุเรียนจริงจัง น่าจะประมาณสิบปี ในช่วงห้าปีแรกนั้นทำแบบใช้ปุ๋ย ใช้สารเคมีครบสูตร ฉันไม่กินทุเรียนที่สวนของเธอหรือสวนไหนๆ และพยายามพูดถึงผลเสียของยาแต่ไม่ได้ผล เธอก็ทำของเธอไป ฉันไม่รู้ว่าจุดเปลี่ยนอยู่ตรงไหน แต่ได้ยินมาว่าคนงานในไร่ของเธอป่วย และกลับบ้าน เขาป่วยไม่ใช่เพราะรับจ้างฉีดยาในสวนทุเรียนเท่านั้น แต่ป่วยจากการดื่มหนักด้วย เมื่อเขากลับบ้านเจ้าขอ
สภาพอากาศในระยะที่มีฝนฟ้าคะนองกระจายร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักเป็นบางแห่ง กรมวิชาการเกษตร แนะวิธีรับมือการระบาดของโรครากเน่าและโคนเน่า สามารถพบได้ในระยะที่ต้นทุเรียนแตกใบอ่อน โดยจะพบอาการที่ราก เริ่มแรกเห็นใบที่ปลายกิ่งมีสีซีดไม่เป็นมันเงา ใบเหี่ยวลู่ลง เมื่ออาการรุนแรงมากขึ้นใบจะเหลืองและหลุดร่วง หากขุดดูที่รากฝอยจะพบรากฝอยมีลักษณะเปลือกล่อน และเปื่อยยุ่ยเป็นสีน้ำตาล กรณีที่โรครุนแรงอาการเน่าจะลามไปยังรากแขนงและโคนต้น ทำให้ต้นทุเรียนโทรมและยืนต้นตาย ส่วนอาการที่กิ่ง ลำต้น และโคนต้น ระยะแรกจะพบต้นทุเรียนมีใบเหลืองเป็นบางกิ่ง สามารถสังเกตเห็นรอยคล้ายคราบน้ำ บนผิวเปลือกของกิ่งหรือต้น ในช่วงเช้าที่มีอากาศชื้นอาจเห็นเป็นหยดของเหลวสีน้ำตาลแดงออกมาจากบริเวณแผล และจะค่อยๆ แห้งไปในช่วงที่มีแดดจัด ทำให้เห็นเป็นคราบ เมื่อใช้มีดถากบริเวณคราบนั้น จะพบเนื้อเยื่อเปลือกและเนื้อไม้เป็นแผลสีนํ้าตาล ถ้าแผลขยายใหญ่จะลุกลามจนรอบโคนต้น จะทำให้ต้นทุเรียนใบร่วงจนหมดต้นและยืนต้นแห้งตาย อาการที่ใบ ใบช้ำ ดำ มีรอยตายนึ่งคล้ายถูกน้ำร้อนลวก และจะเกิดอาการไหม้แห้งคาต้นอย่างรวดเร็ว พบระบาดมากในช่วงฝนตกหนั
ทุเรียน เป็นผลไม้เมืองร้อน ที่มีผู้บริโภคเป็นจำนวนมาก สามารถปลูกได้ทั้งในภาคตะวันออก ภาคตะวันออกเฉียงเหนือไปจนถึงภาคใต้ โดยเฉพาะจังหวัดชุมพรนับเป็นแหล่งผลิตทุเรียนคุณภาพส่งออก ด้วยสภาพทางภูมิศาสตร์ของจังหวัดชุมพรที่เอื้อต่อการเจริญเติบโตของทุเรียน จึงมักพบทุเรียนสายพันธุ์พื้นบ้านคุณสมบัติโดดเด่นอยู่บ่อยครั้ง คุณอภิสิทธิ์ อยู่สุข หนุ่มร่างสันทัด เป็นเกษตรกรปลูกทุเรียนพันธุ์เพชรชุมพร และเจ้าของไร่พอใจสไตล์ลุงแอ้ป จบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี วิทยาเขตปทุมธานี (เกษตรปทุม) คณะเทคโนโลยีการผลิตสัตว์ วิชาเอกสัตวศาสตร์ เล่าว่า “ก่อนที่จะมาประกอบอาชีพเกษตรกรรมนั้น ได้ทำงานเป็นพนักงานบริษัทเอกชน ประมาณ 9 ปี ภายหลังถึงจุดอิ่มตัว ผนวกกับครอบครัวตนเองมีสวนทุเรียนอยู่ที่บ้านเกิดในจังหวัดชุมพร จำนวน 18 ไร่ มีทุเรียนประมาณ 200 ต้น จึงเริ่มหันเหให้กับการทำงานในเมือง แล้วมุ่งหน้าสู่วิถีเกษตรอย่างเต็มตัว” ที่นี่มีทุเรียนคุณสมบัติโดดเด่น นามว่า “เพชรชุมพร” โดยจุดเริ่มต้นของการค้นพบทุเรียนพันธุ์เพชรชุมพรมาจากบิดา (คุณทวีป อยู่สุข) เดิมทีประกอบอาชีพเป็นเกษตรกรปลูกกาแฟ แต่ประสบปัญหาราคาผลผล
สถาบันปิดทองหลังพระฯ อนุมัติงบ 50 ล้านบาท ส่งเสริมการผลิตทุเรียนคุณภาพ ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ ตั้งเป้าขยายผลการผลิตให้ได้ไม่น้อยกว่า 3 พันตัน หวังส่งเสริมรายได้ให้เกษตรกรในพื้นที่ คณะกรรมการบริหารสถาบันปิดทองหลังพระฯ อนุมัติ 50 ล้านบาท พร้อมจับมือกระทรวงเกษตรฯ และกระทรวงมหาดไทย ขยายผลการผลิตทุเรียนคุณภาพดี เพื่อการส่งออก ให้ได้เป้าหมาย 3,000 ตัน หวังฟื้นฟูเศรษฐกิจ ฐานรากใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ นายการัณย์ ศุภกิจวิเลขการ ผู้อำนวยการสถาบันปิดทองหลังพระฯ เปิดเผยว่า โครงการต้นแบบพัฒนาทุเรียนคุณภาพดีในจังหวัดยะลาปีแรกทีผ่านมาประสบความสำเร็จอย่างน่าพอใจ กล่าวคือ เกษตรกร 18 ราย ที่เข้าร่วมโครงการพัฒนาผลผลิตทุเรียนจนมีรายได้เพิ่มขึ้น รายละไม่ต่ำกว่า 150,000 บาท ซึ่งภายหลังจากได้เรียนรู้วิธีการดูแลผลทุเรียนและมีการเอาใจใส่อย่างจริงจัง ทำให้ผู้เข้าร่วมโครงการมีรายได้จากทุเรียนเฉลี่ยเพิ่มขึ้น คิดเป็น 3 เท่า ต่อต้น เมื่อเทียบกับราคาตลาด และจากการที่เครือเจริญโภคภัณฑ์ยินดีสนับสนุนด้านการรับซื้อ ทำให้เกิดความมั่นใจในการขยายโครงการดังกล่าว โดยคณะกรรมการปิดทองหลังพระฯ อนุมัติให้เพิ่มการดำเนินงานทั้
“คนยะลาจะได้รับโอกาสการศึกษาและการเรียนรู้ตลอดชีวิตอย่างมีคุณภาพ สามารถดำรงชีวิตที่เหมาะสมกับช่วงวัย สอดคล้องกับหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและมีทักษะที่จำเป็นในโลกศตวรรษที่ 21” นี่คือวิสัยทัศน์สำคัญที่ “สำนักงาน กศน.จังหวัดยะลา” ภายใต้การนำของ คุณขนิษฐา มะลิสุวรรณ ผู้อำนวยการ กศน.จังหวัดยะลา มุ่งมั่นทำงานด้วยความตั้งใจ คุณขนิษฐา มะลิสุวรรณ ผู้อำนวยการ สำนักงาน กศน.จังหวัดยะลา เป้าหมายที่มีไว้พุ่งชน ภารกิจหลักของสำนักงาน กศน.จังหวัดยะลาในปีนี้ มุ่งเน้นการทำงานตามนโยบายสำคัญของรัฐบาล นโยบายกระทรวงศึกษาธิการ และสำนักงาน กศน. ที่ผ่านมา สำนักงาน กศน.จังหวัดยะลา ได้นำนโยบายดังกล่าวมาขับเคลื่อนกิจกรรมต่างๆ ตามเป้าหมายที่ทุกฝ่ายคาดหวังไว้ ภายใต้วิสัยทัศน์การทำงานที่มุ่งให้กับชาวยะลาได้มีโอกาสรับการศึกษาตลอดชีวิต อย่างมีคุณภาพ สามารถดำรงชีวิตได้อย่างเหมาะสม ภายใต้พหุวัฒนธรรม สอดคล้องกับหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและมีทักษะการใช้ชีวิตที่จำเป็นในโลกศตวรรษที่ 21 โดยเฉพาะการนำเทคโนโลยีดิจิตอลที่จำเป็นมาปรับใช้ในชีวิตประจำวัน สำนักงาน กศน.จังหวัดยะลา “มุ่งสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้” ส่งเสริมด้านการ
เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2561 ที่ “สวนบุญมี” อยู่บ้านเลขที่ 90/1 หมู่ที่ 1 ตำบลถ้ำสิงห์ อำเภอเมือง จังหวัดชุมพร นางละเมียด หรือ นางบุญมี มาแต้ม อายุ 57 ปี เจ้าของบ้าน พร้อมด้วยบุตรชายคือ นายณัฐพล หรือ “น้องหนึ่ง” มาแต้ม อายุ 25 ปี และ นางศรีวพร หรือ “น้องเอ๋” มาแต้ม อายุ 25 ปี ลูกสะใภ้ ได้พาสื่อมวลชนเยี่ยมชมสวนทุเรียนพันธุ์หมอนทอง ซึ่งมีอยู่ 1 ต้น ที่ให้ผลทุเรียน จำนวน 33 ผล แต่ทุเรียน 18 ผล มีเปลือกเป็นสีทองเหลืองอร่าม ที่เหลืออีก 14 ผล มีเปลือกเป็นสีเขียว และอีก 1 ผล มีเปลือกเป็นสีทองกับสีเขียวในผลเดียวกัน นางศรีวพร กล่าวว่า ปีนี้ถือเป็นปีที่ 3 แล้วที่ทุเรียนต้นดังกล่าวให้ผล ที่มีเปลือกเป็นสีทอง 18 ผล และสีทองสลับกับสีเขียว 1 ผล โดยในปีแรก คือ ปี 2559 ทุเรียนต้นนี้ที่มีอายุประมาณ 6 ปี ได้เริ่มออกดอกและผลเป็นสีทองประมาณ 2-3 ผล ทำให้นายณัฐพลผู้เป็นสามีคิดว่าทุเรียนคงเป็นโรค แต่เมื่อให้นักวิชาการเกษตรช่วยตรวจสอบก็ทราบว่า ทุเรียนไม่ได้เป็นโรค อย่างที่สามีเข้าใจ หลังจากนั้นในปีที่สอง คือ ปี 2560 จึงหารือกับผู้ใหญ่ รวมทั้ง นายณรงค์ พลละเอียด ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพรในขณะนั้น ว่าจะนำทุเรียนที
ทุเรียนยักษ์ / วันที่ 6 ส.ค. ที่สวนสวนเมืองหนาว บ้านห้วยนกแล ต.ช่องแคบ อ.พบพระ จ.ตาก ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พบทุเรียนพันธุ์หมอนทองขนาดใหญ่ 1 ลูก น้ำหนักประมาณ 18 กิโลกรัม โดยมี นายธนาพนต์ ไชยนอก อายุ 51 ปี อยู่บ้านเลขที่ 33 ม.9 ต.ช่องแคบ อ.พบพระ เป็นเจ้าของ นายธนาพนต์ ไชยนอก อายุ 51 ปี เจ้าของสวนทุเรียน นายธนพนต์ กล่าวว่า เดิมทีตนทำสวนน้อยหน่าและปลูกดอกดาวเรืองขาย เมื่อมีโอกาสไปเที่ยวบ้านเปิงเคิ้ง ต.แม่จัน อ.อุ้มผาง จ.ตาก ได้เห็นชาวบ้านปลูกทุเรียน จึงคิดว่าที่สวนของตนก็น่าจะปลูกได้ โดยเริ่มแรกตนไปซื้อพันธุ์ทุเรียนมาจาก จ.ระยอง เป็นพันธุ์หมอนทอง 70 ต้น ในราคาต้นละ 70 บาท มาทดลองปลูกในสวน ได้ประมาณ 3 ปี และนำยอดทุเรียนที่ตัดจากต้น ใส่ในถุงสุญญากาศ ไปจ้างชาวสวนที่ จ.ชุมพร เพื่อนำยอดทุเรียนที่ตัดออกมาไปเสียบกับยอดต้นพันธ์ุที่ จ.ชุมพร ได้ครั้งละ 500 ยอด ก่อนนำมาปลูกที่ อ.พบพระ ทุเรียนยักษ์ นายธนพนต์ กล่าวต่อว่า ปัจจุบัน ที่สวนของตน มีต้นพันธุ์ประมาณ 2,000 ต้น ปลูกมานาน 7 ปี ปีที่แล้วมีรายได้จากการขายทุเรียน 3-4 ล้านบาท ในปีนี้ได้ตัดทุเรียนขายไป 12 ไร่ ได้เงินประมาณ 4 ล้านบาท โดยขายราคากิโลกรั
เรียนคุณหมอเกษตร ทองกวาว ที่นับถือ ปีนี้ราคาทุเรียนค่อนข้างแพง มีข่าวว่า มีชาวจีนมากว้านซื้อกลับไปยังประเทศของตนเป็นจำนวนมากอย่างไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน และขณะเดียวกันมีชาวบ้านเตรียมขยายพื้นที่ปลูกมากขึ้นในทุกภูมิภาคของประเทศ จึงเกรงว่าอนาคตทุเรียนไทยอาจล้นตลาด ทำให้ราคาตกต่ำเหมือนพืชเกษตรอื่นๆ เพื่อเป็นการเตรียมตัวไว้ล่วงหน้า ผมจึงขอเรียนถามความเห็นจากหมอเกษตรว่า มีโอกาสจะเกิดวิกฤตราคาหรือไม่ประการใด แล้วผมจะคอยติดตามอ่านคอลัมน์หมอเกษตรนะครับ ขอแสดงความนับถือ วรวิทย์ วุฒิโกมลศักดิ์ กรุงเทพฯ ตอบ คุณวรวิทย์ วุฒิโกมลศักดิ์ ตามสถิติ ปี พ.ศ. 2559 สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รายงานว่า ประเทศไทยมีพื้นที่ปลูกทุเรียน ประมาณ 6 แสนไร่ ขณะเดียวกันผลผลิตที่ได้ทั้งหมดอยู่ระหว่าง 5-6 แสนตัน โดยเฉลี่ย 1 ตัน ต่อไร่ โดยมีแหล่งปลูกสำคัญอยู่ที่จังหวัดจันทบุรี ตราด ระยอง ชุมพร สุราษฎร์ธานี และนครศรีธรรมราช ภาคตะวันออก แหล่งผลิตอยู่ที่ปราจีนบุรี ภาคเหนือที่จังหวัดอุตรดิตถ์ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่ศรีสะเกษ สำหรับพื้นที่ปลูกใหม่อยู่ที่สุโขทัย แพร่ พิษณุโลก นครราชสีมา และบุรีรัมย์ ดังนั้น คาดว
ทุเรียนหลงลับแล จากอดีตราคากิโลกรัมละไม่เกิน 100 บาท หลังจากได้รับการขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ หรือ GI ราคาทุเรียนหลงลับแลขยับขึ้นเป็น กิโลกรัมละ 450-500 บาท น้ำหนักผล ผลละ 1-2 กิโลกรัม ถ้าผลน้ำหนัก 2 กิโลกรัม ก็จะขายได้ราคา ผลละ 1,000 บาท แต่ผลผลิตก็ยังไม่เพียงพอกับความต้องการ และปัจจุบันอยู่ระหว่างการพัฒนาเกษตรกรให้เตรียมความพร้อมผลิตทุเรียนคุณภาพ เพื่อการส่งออกด้วยเทคโนโลยีการปฏิบัติดูแลตามมาตรฐานการส่งออก ประวัติ และความเป็นมา ทุเรียนหลงลับแล ต้นเดิมขึ้นอยู่บนม่อนน้ำจำ บ้านผามูบ ตำบลแม่พูล เมื่อปี พ.ศ. 2479 นายมี หอมตัน ได้นำเมล็ดทุเรียนที่ผลร่วงหล่นภายในสวนของเพื่อนบ้านไปปลูก ต่อมาสวนได้ถูกเปลี่ยนมือเป็นของ นายสม อุปละ สามีของ นางหลง อุปละ ซึ่งสวนนี้มีต้นทุเรียนอยู่สิบกว่าต้น แต่มี 1 ต้น ที่มีลักษณะพิเศษแตกต่างจากทุเรียนพื้นบ้านโดยทั่วไป ที่มีรสชาติดี เมล็ดลีบ ปี พ.ศ. 2520 มีการประกวดทุเรียนที่ปลูกจากเมล็ดที่อำเภอลับแล ทุเรียนในนามของ นางหลง อุปละ ได้รับรางวัลยอดเยี่ยม เมื่อวันที่ 20 กันยายน 2521 คณะกรรมการรับรองพันธุ์ ตั้งชื่อ “หลงลับแล” เพื่อเป็นเกียรติแก่ นางหลง อุปล
นายพิเชษฐ พิริยะพาหะ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือระหว่าง บริษัท Shanghai Win Chain Supply Management co.,Ltd หรือ บริษัท Win Chain ซึ่งเป็นหน่วยงานกลางในการจัดหาสินค้าให้กับธุรกิจอาหารสดของอาลีบาบากรุ๊ป ประเทศจีน กับสหกรณ์ผู้ผลิตทุเรียน 3 แห่ง ในภาคตะวันออก ประกอบด้วย สหกรณ์นิคมวังไทร จำกัด จ.ระยอง สหกรณ์การเกษตรมะขาม จำกัด จ.จันทบุรี และสหกรณ์การเกษตรเขาสมิง จำกัด จ.ตราด ว่า การลงนามความร่วมมือในครั้งนี้ สืบเนื่องจากที่ บริษัท อาลีบาบา กรุ๊ป ของจีนสนใจและต้องการจะสั่งซื้อทุเรียนของไทยไปจำหน่ายผ่านเว็บไซต์ Tmall.com ในเครืออาลีบาบา กรมส่งเสริมสหกรณ์จึงประสานความร่วมมือให้ตัวแทนของ บริษัท Shanghai Win Chain Supply Management co.,Ltd ประชุมหารือกับตัวแทนของสหกรณ์ในภาคตะวันออก เมื่อวันที่ 19 เม.ย. 2561 ที่ผ่านมา และจากการหารือร่วมกันครั้งนั้น ตัวแทนบริษัทได้แจ้งความประสงค์ที่จะทำธุรกิจซื้อขายทุเรียนกับสหกรณ์โดยตรง โดยไม่ต้องผ่านพ่อค้าคนกลาง จากนั้นในช่วงปลายเดือน พ.ค. 2561 บริษัทได้ส่งทีมงานลงพื้นที่สวนผลไม้ของสมาชิกสหกรณ์ทั้ง
