ทุเรียน
วันที่ 23 เม.ย. นายวิชวุทย์ จินโต ผู้ว่าฯ สุราษฎร์ธานี พาชมความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติ ในพื้นที่ บ้านสวนกล้วย หมู่ที่ 17 ต.บ้านส้อง อ.เวียงสระ เพื่อไปพบกับต้นทุเรียนยักษ์อายุกว่า 100 ปี ของ นายสุวัฒน์ ดาวเรือง ประธานเครือข่ายท่องเที่ยวชุมชนบ้านส้อง อ.เวียงสระ โดยนายสุวัฒน์ กล่าวว่า เดิมพื้นที่ดังกล่าวเป็นของ นายภาสิทธิ์ นายทุนชาวคอมมิวนิสต์ในอดีต และได้จัดสรรให้ลูกหลานก่อนกันพื้นที่ในส่วนของทุเรียนไว้ จำนวน 2 ไร่ นายสุวัฒน์ กล่าวต่อว่า ต่อมาเจ้าของเดิมดูแลไม่ไหว จึงได้ขายให้ตนเอง ในราคา 4,500 บาท เมื่อ ปี พ.ศ. 2531 และได้ซื้อพื้นที่โดยรอบที่เป็นสวนยางพารา รวมเนื้อที่ 30 กว่าไร่ โดยไม่ได้ปรับพื้นที่หรือทำอะไรเพิ่มเติม เนื่องจากตนเองตั้งใจจะอนุรักษ์พื้นที่ดังกล่าวไว้เป็นป่าต้นน้ำซึ่งมีสำคัญต่อชีวิต ส่วนต้นทุเรียนอายุกว่า 100 ปีนั้น มีขนาดสูงประมาณ 80 เมตร เส้นรอบวงวัดได้ประมาณ 8.20 เมตร ให้ผลผลิตสูงสุดที่ 4,500 ลูก น้อยสุดที่ 1,000 ลูก นายสุวัฒน์ กล่าวอีกว่า เมื่อซื้อมาปลูกในปีแรกได้ผลผลิต 4,000 ลูก ขายได้ลูกละ 10 บาท และปัจจุบันมีผู้ที่สนใจจับจองเป็นจำนวนมาก เนื่องจากมีเนื้อ หอม หวาน มีเ
น.ส.เพ็ญนภา หัสรังค์ หัวหน้าสำนักงานสภาเกษตรกร จ.จันทบุรี พร้อมด้วย นายสุนทร สันติมิตร นายกเทศบาลมนตรีตำบลตกพรม ตลอดจนผู้นำชุมชน ลงพื้นที่เข้าสำรวจความเสียหาย จากเหตุการณ์ พายุฤดูร้อนพัดถล่มสวนผลไม้ ในพื้นที่ ม.1 ม.4 และ ม.9 ต.ตกพรม อ.ขลุง จ.จันทบุรี โดยเฉพาะสวนทุเรียน มีต้นทุเรียนหมอนทองอายุกว่า 30 ปี แต่ละต้นสามารถให้ผลผลิตได้ ต้นละกว่า 40,000 บาท ต่อปี ถูกแรงลมพัดต้นหักโค่นระเนระนาดผลผลิตร่วงหล่นเสียหายโดยรวม เบื้องต้นกว่า 160 ตัน คิดเป็นค่าเสียหาย กว่า 12 ล้านบาท จากการตรวจสอบพบมีผลผลิตทุเรียนพันธุ์หมอนทองและก้านยาว ที่กำลังจะเก็บเกี่ยวถูกลมพัดร่วงหล่นกระจายเกลื่อน ความเสียหายคลอบคลุมพื้นที่กว่า 370 ไร่ ใน 3 หมู่บ้าน จากการรวบรวมข้อมูลความเสียหาย จากหลายตำบล คิดเป็นน้ำหนักรวม กว่า 160 ตัน โดยมีเกษตรกรที่ได้รับความเดือดร้อนจำนวน 37 ครัวเรือน และยังรวมไปสิ่งก่อสร้างบ้านพักอาศัยเสียหาย จำนวน 3 หลัง ค่าความเสียหายเบื้องต้นมากกว่า 12,000,000 บาท ขณะที่เกษตรกรชาวสวนบ้างราย ถูกลมพายุพัดกระหน่ำเสียหายไปก่อนหน้านี้ ยังถูกผู้ประกอบการโรงงานทุเรียนทอดกดราคาลง เหลือเพียงกิโลกรัมละไม่ถึง 20 บาท
ความหมายของชื่อภาษามลายู “ราชาแมวป่า” ถิ่นกำเนิด ประเทศมาเลเซีย สถาบันวิจัยและพัฒนาการเกษตร มาเลเซียได้พัฒนาปรับปรุงพันธุ์ เมื่อประมาณ 20 ปีก่อน มีชื่อเรียกตามพื้นบ้านว่า “พันธุ์คุนยิต” หลังจากประกวดและได้รับความแพร่หลาย เป็นทุเรียนรสชาติดีนิยมจากผู้บริโภคในประเทศจีน จึงถูกขนานนามว่า ราชาแห่งทุเรียนมาเลเซีย “มูซังคิง” แต่อาจจะเรียกเพี้ยนเป็น เหมาซังคิง เหมาซานหว่อง เหมาซานหวัง หรือคนมาเลเซีย เรียกว่า ราจาคุนยิต (Raja Kunyit) มืชื่อวิทยาศาสตร์และลักษณะทางพฤกษศาสตร์เหมือนทุเรียนทั่วไป เป็นทุเรียนพันธุ์เบา ผลสวย ลักษณะเด่น มีเอกลักษณะประจำพันธุ์ คือบริเวณก้นผลจะเป็นรูปดาว 5 แฉก เปลือกบาง เมล็ดเล็กและลีบบาง เนื้อสีเหลืองเข้มละเอียดเนียน รสชาติหวานมันและหวานแหลม มีกลิ่นเฉพาะตัว รสชาติอร่อยมาก ออกดอกติดผลใช้เวลาปลูก 4 ปี การเก็บ นิยมปล่อยให้ผลทุเรียนสุกจัดจนหล่นจากต้นเอง ตลาดและความนิยม คนจีน และมาเลเซีย ราคาทุเรียนมูซังคิงในมาเลเซียไม่เคยตกและไม่เพียงพอต่อความต้องการของชาวจีนและมาเลเซีย พื้นที่เหมาะกับการปลูก ต้องเป็นเนินสูงและเขาชัน ประเทศไทย
ปีนี้มีความผิดปกติทางสภาพอากาศมากพอสมควร หนาวนี้มาแรง ได้ใส่เสื้อกันหนาวผืนเก่าที่งัดตู้ออกมาเตรียม เมื่อถึงเดือนมีนาคม-เมษายน อากาศก็จะร้อนถึงร้อนจัด ผลไม้ต่างๆ ดูเหมือนจะให้ผลผลิตเปลี่ยนระยะเวลาผิดปกติไปนิด ทุเรียนหนึ่งเดียวของภาคเหนือคือ “ทุเรียนหลงลับแล” ของอุตรดิตถ์ เดือนกุมภาพันธ์ ทุเรียนหลงลับแลที่สวนกำลังติดช่อดอกตูมๆ ถึงติดดอก ก็กะเอาตามหลักวิชาการทุเรียนจะใช้เวลาตั้งแต่ดอกบานถึงผลสุกแก่ประมาณ 100-120 วัน แต่พันธุ์หมอนทองจะยาวถึง 135 วัน คงเป็นเพราะต้องสร้างลูกสร้างผลใหญ่ พันธุ์ลูกเล็กๆ อย่างกระดุม หรือแม้แต่หลงลับแลก็จะใช้เวลาประมาณ 100 วัน ถ้าเดือนธันวาคมเริ่มแตกตาออกอีก 2 เดือน เดือนกุมภาพันธ์ดอกจะเริ่มบาน และอีก 3 เดือน ผลถึงจะแก่คือ พฤษภาคม-มิถุนายน ทีนี้ก็จะไล่เรียงกันไปแต่ละต้น ทุเรียนพันธุ์หลงลับแล คือทุเรียนพันธุ์พื้นเมืองของจังหวัดอุตรดิตถ์ ที่ได้รับการยอมรับและรับรองพันธุ์ว่าเป็นทุเรียนพื้นเมืองที่มีคุณสมบัติโดดเด่นที่สุด ก็จะออกมาให้ผู้คนลิ้มรส สมดังรอคอยมาเป็นปี “ทุเรียนพันธุ์หลงลับแล” ถูกค้นพบเมื่อปี พ.ศ. 2520 จากการประกวดทุเรียนที่ปลูกด้วยเมล็ด ที่อำเภอลับแล จัง
เอสซีจี เทรดดิ้ง ลุยตลาดสินค้าเกษตรพรีเมี่ยม ประเดิม “ทุเรียนนาโนแรปปิ้ง” ยั่วลูกค้าจีนในคิง เพาเวอร์-เอเชียทีค ขยายฐานตลาดนอกอาเซียน รุกจีน-อินเดีย ผนึกประชารัฐ D4 จับมือพันธมิตรต่อยอดอีคอมเมิร์ซ เปิดแผนสเต็ปแรกดิสทริบิวชั่นเซ็นเตอร์กระจายสินค้าเครือ เอสซีจี สู่ strategic city ก่อนขยับลงทุน นายบรรณ เกษมทรัพย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอสซีจี เทรดดิ้ง จำกัด ในเอสซีจี ซิเมนต์-ผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ในปีที่ผ่านมา ยอดขายเอสซีจี เทรดดิ้ง มีมูลค่า 37,000 บาท ขยายตัว 13% จากปี 2559 โดยสัดส่วนกำไรประมาณ 1-2% ในปี 2561 ซึ่งเป็นปีที่เอสซีจี เทรดดิ้ง ดำเนินการมาครบรอบ 40 ปี มีแผนจะขยายธุรกิจตามทิศทางนโยบายหลักของเครือเอสซีจี เพื่อก้าวสู่การเป็น “regional company” จากในอดีตที่เป็น “ASEAN company” สัดส่วน 75-80% และนอกอาเซียนมีเพียง 20-30% แต่จากนโยบายดังกล่าว บริษัทจะมุ่งเป้าขยายตลาดไปสู่จีนและอินเดีย “ขณะนี้ได้มีการตั้งทีมงานเพื่อศึกษากลยุทธ์ในการทำตลาดจีน และอินเดียขึ้นมา โดยมี นายรุ่งโรจน์ รังสิโยภาส กรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสซีจี เป็นประธาน China Exploration Team เริ่มศึ
เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2561 ที่ผ่านมา นายประยงค์ ภูดินทราย เกษตรจังหวัดปราจีนบุรี พร้อมด้วยหัวหน้ากลุ่ม เกษตรอำเภอเมืองปราจีนบุรี เจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรจังหวัดปราจีนบุรี ร่วมจัดงานวันถ่ายทอดเทคโนโลยี (Field day) และบริการการเกษตร เพื่อเริ่มต้นฤดูการผลิตใหม่ ณ ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) อำเภอเมืองปราจีนบุรี จังหวัดปราจีนบุรี โดยนายประยงค์ ภูดินทราย เกษตรจังหวัดปราจีนบุรี กล่าวรายงาน และนายทิวา วัชรกาฬ รองผู้ว่าราชกจังหวัดปราจีนบุรี เป็นประธานเปิดงานดังกล่าว นายประยงค์ กล่าวว่า “การดำเนินงานในวันนี้ เป็นการดำเนินงานซึ่งจัดขึ้นโดยศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร อำเภอเมืองปราจีนบุรี จังหวัดปราจีนบุรี ตามนโยบายของรัฐบาล เพื่อถ่ายทอดความรู้และให้บริการแก่เกษตรกรในชุมชนให้ได้รับความรู้ เข้าถึงปัจจัยการผลิต ลดความเสี่ยงในการบริหารจัดการ และให้เกิดความเข้มแข็ง โดยมีหน่วยงานสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ร่วมให้บริการ” โดยภายในงานประกอบด้วยสถานีเรียนรู้ 4 สถานี ได้แก่ สถานีที่ 1 การจัดการดินและปุ๋ย โดยสถานีพัฒนาที่ดินปราจีนบุรี บรรยายและแจกน้ำหม
นายสุวิทย์ ชัยเกียรติยศ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร ชี้แจงกรณีประเทศจีนได้แจ้งเตือนการตรวจพบแมลงศัตรูพืชติดไปกับทุเรียนที่นำเข้าจากประเทศไทย ว่า ในปี 2560 ประเทศไทยมีการส่งออกทุเรียนไปประเทศจีนจำนวนประมาณ 18,750 ชิปเมนต์ จากผู้ส่งออก 62 ราย มูลค่า 15,280 ล้านบาท ซึ่งในจำนวนนี้ได้รับการแจ้งเตือนจากจีนว่าได้ตรวจพบศัตรูพืช ได้แก่ เพลี้ยแป้ง หนอนเจาะเมล็ดทุเรียน มดและแมลงทั่วไป โรคผลเน่าทุเรียน และเชื้อรา โดยการแจ้งเตือนดังกล่าวเป็นการรวบรวมข้อมูลทั้งปีภายหลังสิ้นสุดฤดูกาลส่งออกปี 2560 แล้ว ภายหลังจากได้รับการแจ้งเตือนดังกล่าว สำนักควบคุมพืชและวัสดุการเกษตร กรมวิชาการเกษตรได้ประชุมหารือทบทวนมาตรการที่ผ่านมา เพื่อกำหนดมาตรการ แนวทางปฏิบัติงานเพิ่มเติมให้สามารถควบคุมปัญหาการส่งออกทุเรียน โดยสร้างการรับรู้ให้แก่เจ้าของโรงคัดบรรจุต้องมีความเข้าใจและตระหนักถึงความเสียหายที่จะเกิดขึ้นในอนาคต และถ่ายทอดข้อมูลดังกล่าวไปยังผู้ปฏิบัติงานในโรงงานคัดบรรจุให้ดำเนินการและควบคุมการปฏิบัติงานอย่างเข้มงวด โดยผู้ปฏิบัติงานตรวจสอบทุเรียนในโรงคัดบรรจุต้องมีความรู้และเข้าใจในการทำงานและวิธีการปฏิบัติที่ดีในการคัดบรร
นายสมชาย ชาญณรงค์กุล อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวในการลงพื้นที่การจัดงานวันดอกทุเรียนบานสะพรั่ง เมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2561 ณ ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ทุเรียน) อ.เมือง จ.ปราจีนบุรี ว่าเกษตรกรชาวสวนทุเรียน ที่ จ.ปราจีนบุรี ปรับตัวใช้ตลาดนำการผลิต สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้า ใช้ตลาดออนไลน์เข้ามาช่วยอย่างเหมาะสมทำให้เพิ่มมูลค่า รวมทั้งสามารถควบคุมการผลิตให้มีคุณภาพ มียอดขายเพิ่มมากขึ้น นอกจากนี้ยังเป็นการเปิดโอกาสให้สวนผลไม้ของ จ.ปราจีนบุรี เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร สำหรับการจัดงานวันดอกทุเรียนบานสะพรั่ง เป็นการชวนนักท่องเที่ยวมาร่วมผสมเกสรทุเรียน ปีที่ผ่านมามีคนมาร่วมและมัดจำ ซื้อทุเรียนเป็นต้นๆ กว่า 50 ต้น โดยผู้ที่สนใจจะต้องมัดจำไว้ ต้นละ 2,000 บาท และเกษตรกรจะรายงานผลการดูแลต้นทุเรียน ที่มาจองไว้ ทางระบบไลน์ ทำให้ติดตามการเติบโตได้ทุกระยะ จนถึงวันเก็บเกี่ยว (ประมาณ 120 วัน) โดยจะจำหน่ายตามราคาจริงของทุเรียนขณะนั้น นายมนัส ฮวดจึง ประธานศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ทุเรียน) อ.เมือง จ.ปราจีนบุรี กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับ
“ทุเรียน” ผลไม้ที่ได้ชื่อว่าเป็น “ราชาแห่งผลไม้” ไม่ใช่จะได้รับความนิยมเฉพาะในประเทศไทยเท่านั้น แต่หลายประเทศในเอเชีย ไม่ว่าจะเป็นมาเลเซีย สิงคโปร์ หรือแม้แต่ในประเทศจีน ก็นิยมกินทุเรียนกันจำนวนมาก และต้องยอมรับว่า ทุเรียน มีทั้งคนเกลียดหนักและชอบหนักมาก อันเนื่องมาจากความพิเศษของกลิ่นของทุเรียน ที่อาจจะยั่วยวนใจใครบางคน แต่บางคนเกลียดแสนเกลียด และนำไปสู่การเป็นผลไม้ “ต้องห้าม” สำหรับบางพื้นที่ เช่น ภายในโรงแรม หรือในรถโดยสารต่างๆ แต่สำหรับร้าน “เหมาซานหวัง” ที่ประเทศสิงคโปร์แล้ว ทุเรียน ถือเป็นอาหารหลักของร้านนี้เลย ร้านเหมาซานหวัง ตั้งอยู่ในย่านไชน่าทาวน์ ประเทศสิงคโปร์ โดยความพิเศษของร้าน เหมาซานหวัง คือเมนูสารพัดทุเรียนที่ทำขึ้นเพื่อคนที่ชื่นชอบทุเรียนโดยเฉพาะ อย่างเช่น นักเก็ทไก่ ที่จะมีเครื่องจิ้มเป็น ดิพทุเรียน มาให้สำหรับจิ้มนักเก็ท หรือจะเป็นพิซซ่าหน้าทุเรียนสด ที่มาพร้อมกับซอสรสทุเรียน AFP PHOTO / Nicholas YEO ไม่เว้นแม้แต่ กาแฟ ที่จะมีกาแฟรสทุเรียนและที่ขาดไม่ได้ ขนมหวานอย่างไอศกรีมรสทุเรียนที่พร้อมไว้เสิร์ฟคุณลูกค้าผู้หลงใหลในรสทุเรียนด้วย หรือแม้แต่ทุเรียนสดๆ ก็มีขายอยู่ที
นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พาณิชย์ เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี นอกสถานที่ (ครม.สัญจร) เห็นชอบหลักการแผนการส่งเสริมให้ จ.จันทบุรี และจังหวัดใกล้เคียงเป็นมหานครผลไม้ของโลก เนื่องจากเป็นพื้นที่ปลูกผลไม้ที่สำคัญหลายชนิดของประเทศ รวมทั้ง ครม. ยังมีมติให้ตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อนขึ้นมารับผิดชอบโครงการ เบื้องต้นจะนำร่องผลไม้จำนวน 3 ชนิด คือ ทุเรียน ลำไย และมังคุด ตั้งเป้าให้ไทยเป็นผู้นำการผลิต ผู้ค้าและผู้ส่งออกผลไม้ของโลก โดยมีกลยุทธ์ที่สำคัญคือ มุ่งเน้นการสร้างแบรนด์ไทยแลนด์เป็นของตัวเอง โดยจะนำร่องกับทุเรียน โดยบริษัท เอสซีจี จะเปิดตัวแบรนด์ทุเรียนแบรนด์ไทยรายแรกของไทย ในเดือนเม.ย.นี้, เร่งส่งเสริมการแปรรูปผลไม้เพื่อเพิ่มมูลค่า ในรูปแบบใหม่ เช่น การนำลำไยมาทอดในระบบสุญญกาศ, การนำนวัตกรรมมาใช้เช่นการทำผลิตภัณฑ์ลำไยไซรับ ซึ่งเป็นสินค้าเพื่อสุขภาพ ด้านการตลาด “หากไทยเป็นมหานครผลไม้ของโลก ไทยจะเป็นผู้กำหนดราคาผลไม้ในตลาดโลก และจะสามารถยกระดับราคาผลไม้ในประเทศให้เพิ่มสูงขึ้นได้ สามารถแก้ไขปัญหาผลผลิตผลไม้ตกต่ำได้ด้วย” นอกจากนี้ ยังจะประสานกับกระทรวงอุตสาหกรรมในการเชื่อมโยงการซื้อขายและส่งอ
