ทุเรียน
สรรพคุณตามตำรายาไทยระบุ เนื้อทุเรียน มีรสหวาน ร้อน ใช้แก้จุกเสียดในท้อง ให้ความร้อนกับร่างกาย บำรุงกำลัง สำหรับคนธาตุไฟ (หรือคนที่กินมากไป) การกินทุเรียนทำให้เกิดโรคร้อนในและเจ็บคอได้ง่าย วิธีป้องกันคือ ดื่มน้ำตามมากๆ เพื่อขับสารซัลเฟอร์และช่วยลดอาการร้อนในได้ ประโยชน์ของทุเรียน มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระสูง โดยทุเรียนหมอนทองมีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระมากที่สุด เมื่อเปรียบเทียบกับทุเรียนสายพันธุ์อื่น และในทุเรียนระยะสุก จะพบสารต้านอนุมูลอิสระมากกว่าระยะห่ามหรือสุกมากเกินไป ทุเรียนมีกรดไขมันทั้งที่เป็นแบบกรดไขมันอิ่มตัวและกรดไขมันไม่อิ่มตัวเป็นส่วนประกอบ แต่ไม่มีคอเลสเตอรอล ทุเรียนให้พลังงานสูงมาก ประมาณ 150 กิโลแคลอรีต่อ 100 กรัมของน้ำหนักสด เนื่องจากมีคาร์โบไฮเดรตและไขมันเป็นส่วนประกอบหลัก กรมอนามัยแนะนำกินไม่เกิน 2 เม็ดต่อวัน และระวังการกินในผู้มีภาวะความดันโลหิตสูง เบาหวาน หลอดเลือดหัวใจตีบ และไต ต้องระวังเป็นพิเศษ เพราะมีโพแทสเซียมสูง ทุเรียน ลดน้ำตาล ลดไขมันในเลือดจริงหรือไม่ ทุเรียนจัดเป็นผลไม้ที่มีค่าดัชนีการเพิ่มระดับน้ำตาลในเลือดต่ำ ร้อยละ 49.5 มีงานวิจัยเมื่อเสริมทุเรียนในอาหารที่มีคอ
นางธีรารัตน์ สมพงษ์ รักษาราชการแทนผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 6 ชลบุรี (สศท.6) สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยว่า สศก. ได้คาดการณ์ว่า ไม้ผลตะวันออก 4 ชนิด ได้แก่ ทุเรียน มังคุด เงาะ และลองกอง ในพื้นที่ 3 จังหวัด ได้แก่ จันทบุรี ระยอง และตราด จะมีผลผลิตรวม 1,163,618 ตัน ลดลงจากปี 2565 ที่มีจำนวน 1,189,522 ตัน เนื่องจากสภาพอากาศแปรปรวน มีฝนตกชุกต่อเนื่องตลอดทั้งปี ส่งผลให้การออกดอกของไม้ผลเว้นช่วง ประกอบกับมีการโค่นต้นมังคุด เงาะ ลองกอง ที่ให้ผลแล้วออกเพื่อปลูกทุเรียนทดแทน ทำให้เก็บเกี่ยวผลผลิตได้ลดลง โดยผลผลิตจะเริ่มทยอยออกสู่ตลาดตั้งแตกลางเดือนกุมภาพันธ์ ต่อเนื่องจนถึงต้นเดือนตุลาคม 2566 และจะออกชุกช่วงกลางเดือนเมษายนถึงกลางเดือนพฤษภาคม 2566 จากการติดตามสถานการณ์ไม้ผลอย่างใกล้ชิดในพื้นที่ พบว่า ขณะนี้ ทุเรียน ออกดอกแล้วร้อยละ 65 พัฒนาการส่วนใหญ่อยู่ในระยะหัวกำไล ระยะมะเขือพวง และดอกเริ่มบาน โดยทุเรียนที่จะเริ่มเก็บเกี่ยวได้ก่อน คือ ทุเรียนพันธุ์เบาและทุเรียนที่บังคับสารออกดอก ได้แก่ พันธุ์กระดุม พันธุ์พวงมณี และพันธุ์หมอนทองบางส่วน เริ่มเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ตั้งแต่กลาง
สศก.เผย ล้งนิยมขนส่งทางบกเป็นหลัก แนะเลือกใช้รูปแบบการขนส่งให้เหมาะกับฤดูกาล-ความต้องการตลาด นายฉันทานนท์ วรรณเขจร เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยถึงผลการศึกษารูปแบบการขนส่งทุเรียนสดจากประเทศไทยไปสาธารณรัฐประชาชนจีน ปี 2565 ซึ่ง สศก. ในฐานะหน่วยงานรับผิดชอบหลักในการจัดทำแผนเพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาระบบโลจิสติกส์ภาคการเกษตรของประเทศไทย ได้ดำเนินการศึกษารูปแบบและเส้นทางการขนส่งทุเรียนสดจากไทยไปจีน พร้อมทั้งพิจารณาข้อดี ข้อเสีย ของเส้นทางในแต่ละรูปแบบ โดยการศึกษาได้คัดเลือกจังหวัดจันทบุรี ซึ่งมีพื้นที่ปลูกทุเรียนมากที่สุดในประเทศ เป็นพื้นที่เป้าหมายของการศึกษา รวมทั้งลงพื้นที่เพื่อเก็บข้อมูลโดยวิธีการสัมภาษณ์ใน 3 กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ ผู้ประกอบธุรกิจโรงคัดบรรจุที่รวบรวมผลผลิตและส่งออกทุเรียนสดไปจีน ผู้ให้บริการขนส่งทุเรียนสดจากไทยไปจีนทั้งทางถนน ทางน้ำ และทางอากาศ และเจ้าหน้าที่รัฐ ที่รับผิดชอบการนำเข้าและส่งออกสินค้าเกษตรประจำด่านตรวจพืชและด่านศุลกากรที่เกี่ยวข้อง จากข้อมูลในช่วงระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมา (ปี 2560-2564) พบว่า รูปแบบการขนส่งทุเรียน
ถนนสุขุมวิท แถบอำเภอแกลง มุ่งสู่เมืองจันท์ ภูมิประเทศซ้ายมือเป็นที่สูง ทำสวนทำไร่ได้ผลดี ขวามือเป็นที่ต่ำ ไกลออกไปติดกับชายทะเล บางช่วงมีน้ำกร่อย ส่วนใหญ่แล้วเกษตรกรทำนา ทำอาชีพประมง พื้นที่ส่วนหนึ่งรกร้าง ไม่ได้ใช้ประโยชน์ ครอบครัว “พานทอง” อาศัยอยู่ตำบลพังราด อำเภอแกลง จังหวัดระยอง ไปจากอำเภอแกลงอยู่ขวามือ ด้วยเหตุนี้ อาชีพพื้นฐานจึงทำนา มีทำสวนบ้างเล็กน้อย ด้วยเพราะมีลูกถึง 6 คน หัวหน้าของครอบครัวจึงต้องหาอาชีพเสริมโดยการรับจ้าง ยามที่ว่างจากงาน หัวหน้าครอบครัว ได้พาลูกๆ เรียนรู้งานเกษตร โดยไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย เริ่มตั้งแต่ออกจากโรงเรียนแล้ว คุณประยุทธ พานทอง สมาชิกคนหนึ่งของครอบครัว บอกว่า บ้านของตนเองอยู่ไม่ไกลจากสถานศึกษา ไม่ว่าจะเป็นตัวอำเภอแกลง หรือไปถึงตัวเมืองระยอง การเดินทางไปเรียนหนังสือนั้นไม่มีปัญหา แต่สิ่งที่ต้องขบคิดกันเป็นเรื่องทุนรอนที่จะเรียน ตอนแรกคุณประยุทธตั้งใจว่าจะเรียนหนังสือ แต่ปรึกษาหารือกันแล้ว สุดท้าย ต้องเลือกยุติการเรียนแค่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 หลังเลิกเรียน คุณประยุทธตั้งหน้าตั้งตาทำงานช่วยพ่อแม่ ซึ่งก็ได้แก่งานเกษตร เขาไม่เคยย่อท้อ หนักเอาเบาสู้ ด้วยเห
“กาแฟ” (Coffee) เป็นเครื่องดื่มเคียงคู่กับวิถีชีวิตคนไทย และคนไทยรู้จักกันดี กาแฟ ไม่เฉพาะการผลิตผลสดจากเกษตรกรเท่านั้น แต่ยังส่งผลต่อการสร้างอาชีพให้แก่กิจการขายกาแฟในรูปแบบต่างๆ และผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวเนื่องจากกาแฟทั้งในเมืองและชนบทเข้าไปถึงหมู่บ้าน จึงเป็นพืชเศรษฐกิจที่สร้างรายได้ที่เริ่มจากฐานการผลิตของเกษตรกร แม้ประเทศไทยจะผลิตกาแฟส่งไปขายต่างประเทศ รวมทั้งบริโภคภายในประเทศแต่ปริมาณการผลิตก็ยังไม่เพียงพอต่อความต้องการ ประเทศไทยผลิตเมล็ดกาแฟได้กว่าปีละ 26,000 ตัน แต่ความต้องการใช้กาแฟมีถึง 90,000 ตัน จึงต้องนำเข้าปีละกว่า 60,000 ตัน จากต่างประเทศเช่น เวียดนาม มาเลเซีย ฯลฯ ขณะเดียวกันรัฐบาลไทยได้ให้การสนับสนุนธุรกิจกาแฟเป็นยุทธศาสตร์กาแฟ ปี 2560-2564 ให้เป็นผู้นำการผลิตและการค้ากาแฟคุณภาพในอาเซียนก้าวสู่ตลาดโลก ต้นกาแฟในประเทศไทยที่นิยมปลูก และเป็นพืชเศรษฐกิจมีด้วยกัน 2 สายพันธุ์ คือ กาแฟสายพันธุ์อาราบิก้า (Arabica) มีพื้นที่ปลูกและปริมาณผลผลิตประมาณ ร้อยละ 5 และสายพันธุ์โรบัสต้า (Robusta) มีประมาณ ร้อยละ 95 ตั้งแต่อดีตแต่ไหนแต่ไรมาเราจะเคยได้ยินหรือรับรู้ข้อมูลว่ากาแฟอาราบิก้า ต้องปล
“ทำนา ทำเท่าไรก็มีแต่ขาดทุน” นี่คือ คำพูดของชายผู้เป็นกระดูกสันหลังของชาติ คุณสุขุม พยาเครือ หรือ คุณจ่อย คุณจ่อยเล่าให้ฟังว่า แต่เดิมตนเองนั้นเริ่มอาชีพการเกษตรโดยการทำนา ในพื้นที่ 15 ไร่ ณ ตำบลรางสารี่ อำเภอท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี ช่วงชีวิตของการทำนานั้น มักจะขาดทุน สาเหตุมาจากต้นทุนการผลิตที่ค่อนข้างสูง ประกอบกับราคาข้าวที่มีความเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ทำเท่าใดก็มีแต่หนี้สิน บวก ลบ คูณ หารแล้ว แทบไม่เหลือกำไรให้ใช้จ่ายในครอบครัว ด้วยความท้อแท้และสิ้นหวัง ตนและภรรยาจึงตัดสินใจเลิกทำนา พร้อมกับเดินหน้าตามหาฝันของตนเอง ในการเป็นเจ้าของสวนผลไม้เล็กๆ สักแห่ง หลังจากที่ครุ่นคิดอยู่นานในการหาพื้นที่เล็กๆ สักผืน เพื่อทำสวนผลไม้ ไม่นานชายผู้นี้เขาก็ได้เจอ พื้นที่แห่งนี้มีขนาด 5 ไร่ ตั้งอยู่ ณ หมู่ที่ 5 ตำบลไทรโยค อำเภอไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี ห่างจากตัวอำเภอลึกเข้าไปประมาณ 50 กิโลเมตร ด้วยระยะทางที่ลำบากและสลับซับซ้อนประกอบกับต้องข้ามลำห้วย ทำให้ต้องใช้เวลาในการเดินทางกว่า 2 ชั่วโมง เราจึงมาถึงสวนของคุณจ่อย คุณสุขุม พยาเครือ หรือ คุณจ่อย เล่าว่า อุปนิสัยของตนนั้นเป็นคนรักธรรมชาติและชอบอยู่กั
มีผู้คนจำนวนไม่มากนักที่จะรู้ว่า จังหวัดแพร่ มีการปลูกทุรียนกันในหลายพื้นที่ ทั้งที่ อำเภอเมือง เด่นชัย ลอง และวังชิ้น ที่อำเภอวังชิ้น มีสวนทุเรียนของ ลุงสงบ ธรรมณี ที่เป็นแหล่งเรียนรู้เรื่องการปลูกทุเรียนในท้องถิ่นแห่งนี้ ที่มีฝีมือการผลิตไม่ธรรมดาเพราะไปคว้ารางวัลสุดยอดของความอร่อยในงาน Best Fruit Export Gateway 2017 จัดโดยสวนนงนุชพัทยา การเดินทางไปที่สวนทุเรียนของลุงสงบ เริ่มจากอำเภอเมือง จังหวัดแพร่ ด้วยรถยนต์ไปตามทางหลวงหมายเลข 1023 ถึงสี่แยกแม่แขม ขับรถตรงไปทางอำเภอวังชิ้น จนถึงหลักกิโลเมตรที่ 70 อีกเส้นทางหนึ่งผ่านอำเภอเด่นชัย เข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 11 เด่นชัย-ลำปาง ถึงสี่แยกแม่แขม เลี้ยวซ้าย ถึงหลักกิโลเมตรที่ 70 ด้านซ้ายมือจะเห็นแผงขายผลไม้ นั่นแหละสวนทุเรียนของลุงสงบ ทำความรู้จัก ลุงสงบ ธรรมณี ลุงสงบ อยู่บ้านเลขที่ 142 หมู่ที่ 5 บ้านแม่จอก ตำบลแม่ป้าก อำเภอวังชิ้น จังหวัดแพร่ โทรศัพท์ 096-459-9784 ภรรยาชื่อ คุณพิน ธรรมณี มีบุตร 4 คน ชาย 2 คน หญิง 2 คน สวนผลไม้ลุงสงบมี 2 แปลง คือ 6 ไร่ และ 10 ไร่ ใช้แรงงานในครัวเรือนทั้งหมด ไม่ได้จ้างแรงงานจากภายนอกแต่อย่างใด ลุงสงบ เป็นหมอดินอ
สวัสดีครับท่านผู้อ่านที่รักและคิดถึงทุกท่าน ขึ้นต้นมาก็ต้องกราบสวัสดีทักทายกันไป ตามมารยาททางสังคมไทยที่ดีของเรา มาถึงฉบับนี้ซึ่งทางกรมอุตุนิยมวิทยาประกาศออกมาแล้วว่า ประเทศไทยของเราเข้าสู่ช่วงฤดูฝนอย่างเป็นทางการแล้ว แต่ถึงกระนั้นก็มาฝนตก พายุฤดูร้อนพัดผ่านเข้ามาจนก่อความเสียหายให้บ้านเรือนและพืชผลกันไปไม่น้อย บางพื้นที่ได้เจอพายุลูกเห็บจนหลังคาบ้านเสียหายกันไปก็ไม่น้อย ก็ขอแสดงความเห็นใจและขอเป็นกำลังใจให้พี่น้องทุกท่านครับ เราจะผ่านไปด้วยกันได้อย่างเข้มแข็ง สืบเนื่องจากกิจกรรมที่ทางสมาคมสื่อมวลชนเกษตรแห่งประเทศไทย ร่วมกับฟอร์ด (ประเทศไทย) จัดกิจกรรมสื่อมวลชนเกษตรสัญจรไปทั่วทุกภาคของประเทศไทย ดังหนึ่งไปเยี่ยมเยือนและหาวัตถุดิบข่าวสารการเกษตรใหม่ๆ ออกมาให้ท่านผู้อ่านและเกษตรกรได้รับทราบข้อมูลที่เราจะนำเสนอด้วยการลงพื้นที่จริง สัมผัสเรื่องราว ทั้งชมและชิมเพื่อมานำเสนอในแง่มุมต่างๆ อย่างครบถ้วน ซึ่งผมเองจะขอบอกเล่าไปในทิศทางของรวมมิตรทิศทางการเกษตร สถานที่แรกที่เรานัดหมายก็คือ เจ้าของแบรนด์ “หนูดีพริกไทยจันท์” คุณศักรินทร์ ตองอ่อน โทร. 081-865-8207 อยู่ที่ 36/1 หมู่ที่ 1 ตำบลสองพี่น้อง
ปฏิเสธไม่ได้ว่าภายหลัง นายหาน จื้อเฉียง (H.E. Mr.Han Zhiqiang) เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีน ประจำประเทศไทย และคณะผู้บริหารระดับสูงฝ่ายการเกษตรและการพาณิชย์ลงพื้นที่ดูกระบวนการทำงานการรวบรวมผลผลิตทุเรียน ภายใต้มาตรการ Zero Covid เพื่อรักษาคุณภาพของผลผลิตให้ปลอดภัย ได้มาตรฐาน ของสหกรณ์การเกษตรเขาคิชฌกูฏ จำกัด อำเภอเขาคิชฌกูฏ จังหวัดจันทบุรี เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2565 ที่ผ่านมา ได้สร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคอย่างมาก เนื่องจากประเทศจีนเป็นตลาดหลักในการรองรับผลไม้ชนิดดังกล่าว “เป็นครั้งแรกที่ท่านทูตจีนและคณะมาเยี่ยมชมกิจการของสหกรณ์เรา ก็รู้สึกดีใจเป็นอย่างมากที่ท่านให้ความสำคัญกับสหกรณ์เล็กๆ อย่างเขาคิชฌกูฏ วันนั้นท่านก็ยังได้มอบของที่ระลึกเป็นทีวีจอใหญ่ให้กับทางสหกรณ์เราด้วย” นายมนัส พลคิด ประธานสหกรณ์การเกษตรเขาคิชฌกูฏ จำกัด เผยความรู้สึกภายหลัง นายหาน จื้อเฉียง (H.E. Mr.Han Zhiqiang) เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีน ประจำประเทศไทย และคณะเดินทางมาเยี่ยมชมกิจการของสหกรณ์ ในฐานะประเทศคู่ค้าหลักมาตั้งแต่ปี 2545 จวบจนปัจจุบัน โดยสหกรณ์การเกษตรเขาคิชฌกูฏ จำกัด ให้ความสำคัญกับการส่
นางประเทือง วาจรัต รักษาราชการแทนผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 11 อุบลราชธานี (สศท.11) สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยว่า “ทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษ” เป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญที่สร้างชื่อเสียง และรายได้ให้จังหวัดศรีสะเกษจำนวนมาก ซึ่งทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษ เป็นหนึ่งในวาระการขับเคลื่อนประเด็นเกษตรบูรณาการของจังหวัด ที่มุ่งเน้นการสร้างความมั่นคงทางรายได้ให้กับเกษตรกรในพืชเศรษฐกิจที่สำคัญ 4 ชนิด คือ ข้าว ทุเรียน หอมแดง และพริก จากการลงพื้นที่ของ สศท.11 เพื่อติดตามสถานการณ์การผลิตทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษ พบว่า ปี 2565 (ข้อมูลพยากรณ์ ณ วันที่ 20 พฤษภาคม 2565) มีเนื้อที่ยืนต้น 15,171 ไร่ เนื้อที่ให้ผล 5,490 ไร่ มีพื้นที่ปลูกอยู่ใน 3 อำเภอ ได้แก่ กันทรลักษ์ ขุนหาญ และศรีรัตนะ ซึ่งเป็นแหล่งดินภูเขาไฟที่มีธาตุอาหารที่จำเป็นเหมาะสม ทำให้เนื้อทุเรียนกรอบนอกนุ่มใน รสชาติดี กลิ่นไม่ค่อยฉุน โดยได้รับการขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2561 ทั้งนี้ จังหวัดศรีสะเกษ ได้มุ่งเน้นให้เกษตรกรผลิตทุเรียนที่มีคุณภาพ ปลอดภัย มีมาตรฐาน ตรงกับความต้องการของตลาดและผู้บริโภค ส
