สมุนไพร
ชื่อทั่วไป (Common name) : Lakoocha/Monkey jack tree ชื่อวิทยาศาสตร์ (Scientific name) : Artocarpus lakoocha Family : MORACEAE ช่วงระยะเวลาที่ผ่านมาไม่กี่ปีนี้ สังคมโซเชี่ยลของสาวไทย มีเรื่องฮือฮายอดฮิตเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ครีม-สบู่ ขัดผิว ฟอกหน้าขาวโบ๊ะ ออกมาวางจำหน่ายกันให้เกลื่อนมากมายหลายยี่ห้อ ไม่ต่ำกว่า 20 ชนิด ล้วนแล้วแต่มีชื่อ Lakoocha/Lagoocha เป็นตัวชูโรงทั้งนั้น แต่จะมีใครสักกี่คนที่รู้จักและเคยเห็นต้นเขา ว่า Lakoocha นี่มันต้นอะไรของมันหว่า ตามมาครับ เจ้า Lakoocha ที่ว่าก็คือ ต้นมะหาด บ้านเรานี่แหละ ใช่เลย ไม่ผิด ต้นมะหาด เป็นไม้ยืนต้นขนาดกลางถึงใหญ่ อาจสูงได้ 30-40 เมตร พุ่มกว้าง ใบดกทึบ ตามยอด กิ่งอ่อนมีขนสีน้ำตาลปกคลุม เปลือกต้นสีน้ำตาลแก่ อมดำ หากอายุมากๆ จะแตกเป็นร่องสะเก็ด แผ่นๆ ได้เช่นกัน ดอกสีขาวอมเหลือง ช่อเล็กๆ สั้นๆ แยกเพศ แต่อยู่ในต้นเดียวกัน ออกตามซอกกิ่ง ระยะเวลาที่ออกดอก ประมาณเดือนมีนาคม-มิถุนายน และจะติดผลประมาณปลายเดือนพฤษภาคม-กรกฎาคม คลาดเคลื่อนได้นิดหน่อย ผลดิบสีเขียว กลมๆ รีๆ ผิวขรุขระ พอแก่จัดเริ่มสุกจะเปลี่ยนเป็นสีเหลืองส้มอมแดง ช่วงผลมะหาดสุกในป่า นก หน
ต้อนรับปี 2563 ด้วยวันสำคัญสำหรับวัยซน คือ “วันเด็กแห่งชาติ” ซึ่งหนึ่งปีมีแค่ครั้งเดียว เฉพาะวันเสาร์ที่สองของเดือนมกราคมทุกปี เป็นวันที่ทุกคนต่างรอคอย ลุ้นว่า พ่อแม่ผู้ปกครองจะพาหนูไปเที่ยวไหน ส่วนบรรดาผู้ใหญ่เองก็มองหาสถานที่ท่องเที่ยวให้เด็กๆ ได้ร่วมกิจกรรม และเก็บเกี่ยวความประทับใจไว้เป็นความทรงจำดีๆ ในช่วงวัยสำคัญ ขณะที่หลายองค์กรรวมถึงสถานที่ท่องเที่ยว ต่างก็เตรียมกิจกรรมเพื่อต้อนรับเด็กๆ กันอย่างคึกคัก เช่นเดียวกับที่ สวนสามพราน จ.นครปฐม หนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวพักผ่อน และเป็นพื้นที่สร้างแรงบันดาลใจในการเรียนรู้เพื่อการเปลี่ยนแปลง เปิดหมู่บ้านปฐม หรือ ปฐม ออร์แกนิก วิลเลจ แหล่งแปรรูปสินค้าเกษตรอินทรีย์สำหรับใช้ในชีวิตประจำวัน ให้เด็ก (อายุไม่เกิน 11 ปี) เข้าเยี่ยมชมหมู่บ้าน ฟรี..!!! โดยไม่รวมค่ากิจกรรม ในวันเสาร์ที่ 11 และวันอาทิตย์ที่ 12 มกราคม 2563 หวังให้เด็กๆ ได้ใช้ช่วงเวลาพิเศษ สนุกกับการเรียนรู้ที่มาของอาหาร และซึมซับ วิถีการกิน-อยู่ การดูแลสุขภาพ เพื่อสร้างแรงบันดาลใจใหม่ๆ ผ่านกิจกรรมเวิร์กช็อป ตามเส้นทางวัตถุดิบ 3 เส้นทาง ได้แก่ ข้าว กล้วย และสมุนไพร ซึ่งมีกว่า 12 ฐาน
จากอภัยภูเบศรสาร คอลัมน์พืชใกล้ตัว โดย ภก.ณัฐดนัย มุสิกวงศ์ ฉบับเดือนกุมภาพันธ์ 2561 ให้ข้อมูลว่า ธรรมชาติของร่างกายมนุษย์ ระบบทางเดินอาหาร มีหน้าที่เปลี่ยนแปลงอาหารให้เป็นพลังงาน ทำให้เรามีกำลังในการดำรงชีวิต ซึ่งต้องผ่านทั้งกระบวนการตั้งแต่การเคี้ยว กลืน ดูดซึม และขับถ่ายของเสียออกจากร่างกาย หากมีความผิดปกติเกิดขึ้น ไม่ว่าขั้นตอนใดก็ตาม จะทำให้คนเราเจ็บป่วยได้ การขับถ่ายเป็นขั้นตอนต่อเนื่องจากระบบการย่อย พวกกากอาหารจะเคลื่อนเข้าสู่ลำไส้ใหญ่ ลำไส้ใหญ่ส่วนต้นจะดูดน้ำและเกลือแร่ที่เหลืออยู่ออก เมื่อกากอาหารมารวมกันมากพอจะมีผลกระตุ้นให้เราขับถ่ายต่อไป การขับถ่ายอุจจาระที่น้อยกว่า 3 ครั้ง ต่อสัปดาห์ ซึ่งจะมีลักษณะของก้อนอุจจาระที่แข็งและขับถ่ายออกมาได้ยาก ต้องออกแรงเบ่ง ใช้เวลานานในการถ่ายอุจจาระ อาการดังกล่าวเรียกว่า อาการท้องผูก หากเป็นเรื้อรังก็อาจนำไปสู่โรคริดสีดวงทวารได้ เนื่องจากการเบ่งอุจจาระและก้อนอุจจาระที่แข็ง หรืออาจก่อให้เกิดโรคลำไส้อุดตันได้ สมุนไพรที่นิยมใช้เป็นยาระบาย มีอยู่หลายชนิดด้วยกัน ซึ่งก็มีกลไกการออกฤทธิ์แตกต่างกันไป สมุนไพรที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลายก็จะเป็นกลุ่มที่
ชื่อวิทยาศาสตร์ Schima wallichii (DC.) Korth. ชื่อสามัญ Needle wood , Munq – Tan ชื่อวงศ์ THEACEAE ชื่ออื่นๆ พันตัน (ปักษ์ใต้) มังกะตาน (พายับ) ลำโคระ (ละโว้) คายโซ่ กาโซ่ กรรโชก จำปา พระราม พังตาล ทะโล้ ผมไม่ใช่หนุ่มเมียนมานะ อย่าอ่านแต่ชื่อที่ขึ้นต้นด้วย “มัง” แม้ว่าอาจจะพบผมได้ในประเทศพม่าบ้าง แต่ส่วนใหญ่ผมจะชอบอยู่ที่ญี่ปุ่น หรือเขตร้อนอินโดนีเซียมากกว่า ตามที่ผมบอกว่าไม่ยึดติดถิ่นที่ จนถูกหาว่าผมเป็น “ไม้ไร้ถิ่น” เพราะสามารถขึ้นได้ทุกสภาพภูมิประเทศ เรื่องที่ผมย้ำว่าไม่เป็น “หม่อง” นุ่งโสร่ง เพราะชื่อผมขึ้นต้นด้วยมัง ใครๆ จึงคิดว่าผมมาจากพม่า เนื่องจากอ่านพงศาวดารแล้วพบชื่อแบบนี้มากมาย เช่น มหาอุปราช “มังกะยอชะวา” (พม่า ออกเสียง เมงเยจอสวา) หรือ ชื่อ มังสามเกียด บุตรชายของพระเจ้านันทบุเรง ทายาทแห่งอังวะ “มังกะยินโย” ปฐมกษัตริย์แห่งราชวงศ์ตองอู (2077) “มังกะยอดิน” กษัตริย์แห่งราชวงศ์ตองอูของพม่า (2216-2241) นอกนั้นที่เราได้ยินชื่อ “พระเจ้ามังระ” และ “มังจาปะโร” ในเมืองไทยคนทั่วไปเรียกผมว่า “ทะโล้” ซึ่งทางภาคเหนือโดยเฉพาะชาวไทยภูเขาให้ความนับถือผมมาก จัดให้ผมอยู่ในพรรณไม้ศักดิ์สิทธิ์
“นมแม่ ช่วยครัวเรือนประหยัด ครอบครัวที่เลี้ยงลูกด้วยนมแม่ประหยัดรายจ่ายเดือนละ 4,000 บาท หากเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ 1 ปี จะช่วยประหยัดรายจ่ายครอบครัวถึง 48,000 บาท” เป็นคำกล่าวที่นำมาจากมูลนิธิศูนย์นมแม่แห่งประเทศไทย ซึ่งมีบทบาทในการรณรงค์ส่งเสริมให้คุณแม่มือใหม่เลี้ยงลูกด้วยนมแม่ ความสำคัญของนมแม่นั้นมีมากมายมหาศาล แต่ปัญหาที่คุณแม่หลังคลอดเจอกันได้บ่อยคือ “น้ำนมแม่ไม่เพียงพอต่อทารก” ซึ่งถือเป็นปัญหาสำคัญ เนื่องจากในน้ำนมแม่ประกอบด้วยสารอาหารมากกว่า 200 ชนิด เช่น มีน้ำตาลแล็กโทสปริมาณสูง ซึ่งมีส่วนช่วยในการพัฒนาสมอง น้ำตาลกลุ่มโอลิโกแซกคาไรด์ที่ช่วยส่งเสริมการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์ชนิดดีป้องกันเชื้อก่อโรคในลำไส้ นอกจากนี้ จากหลักฐานทางวิชาการ นมแม่ยังช่วยป้องกันโรคต่างๆ ได้ เช่น โรคภูมิแพ้ โรคทางเดินปัสสาวะอักเสบ โรคลำไส้อักเสบ มีมารดาจำนวนไม่น้อยที่ประสบปัญหานี้ อาจเกิดจากปัญหาด้านสภาพจิตใจและความพร้อมของมารดา ปัญหาด้านกายภาพของเต้านม วิธีการเพิ่มน้ำนมมีด้วยกันอยู่หลายวิธี หนึ่งในนั้นคือ การรับประทานอาหารหรือสมุนไพรจนกระทั่งการรับประทานยาเพิ่มน้ำนม ขิง เป็นสมุนไพรที่ช่วยเพิ่มน้ำนมแม่ได้
คนโบราณสมัยก่อน ท่านมักจะนำสมุนไพรประเภทต่างๆ มาใช้ประโยชน์ในรูปแบบสดๆ โดยตรง เพื่อจะได้ใช้ประโยชน์ในการรักษาโรคต่างๆ จากสมุนไพรให้ได้มากที่สุด และเครื่องดื่มรูปแบบชาสมุนไพรที่ได้รับความนิยมมากที่สุดตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน เช่น ชาขิง ชามะตูม ชาเก๊กฮวย ชารางจืด ชาคำฝอย และชาอื่นๆ อีกมากมาย ซึ่งก่อนที่จะแปรรูปมาเป็นชาเพื่อสุขภาพต่างๆ นั้น จำเป็นต้องนำเอาวัตถุดิบเหล่านั้นมาทำความสะอาด แล้วค่อยผ่านกระบวนการอบฆ่าเชื้อโรค จากนั้นจึงนำไปเข้าเครื่องตัด สับ บด และต้มสกัด จนได้ตามรูปแบบที่ต้องการ เช่น แบบผงละเอียด หรือของเหลวข้นๆ แล้วนำมาผสมน้ำตาลก่อนเข้าเครื่องอบแล้วพาสเจอร์ไรซ์ บรรจุซองเพื่อใช้และจำหน่ายต่อไป เครื่องดื่มสมุนไพรชนิดบรรจุซองพร้อมชง ส่วนมากมักจะมีราคาสูง ค่อนข้างสูงกว่าการซื้อสมุนไพรสดมาต้มกินเอง ซึ่งสมุนไพรชนิดพร้อมชงนั้นย่อมมีความสะดวก และให้คุณค่าทางยาที่คงที่กว่าสมุนไพรสดต้มอย่างแน่นอน ชาสมุนไพรของไทย ยังมีการนำส่งออกไปจำหน่ายในต่างประเทศบ้าง เช่น ประเทศญี่ปุ่น ไต้หวัน สิงคโปร์ เป็นต้น แต่ปัญหาจากการผลิตสมุนไพรก็คือ ปริมาณวัตถุดิบที่ได้มาแต่ละปีมักมีจำนวนไม่แน่นอน เพราะเกษตร
กระเจี๊ยบแดง มีสรรพคุณในการเป็นยาขับปัสสาวะ ขับยูริก ช่วยลดการอักเสบของไต ลดความดันโลหิตสูง ลดคอเลสเตอรอล ลดไขมันในเลือด Anthrocyanin ที่เป็นส่วนประกอบของสารสีแดงในกระเจี๊ยบ มีฤทธิ์ต่อต้านอนุมูลอิสระ ช่วยป้องกันการเกิดโรคหัวใจ ช่วยปกป้องตับไม่ให้ถูกทำลาย การกิน คือ การนำกลีบเลี้ยง (หรือส่วนที่เราใช้ต้มน้ำกระเจี๊ยบ) มาต้มหรือชงน้ำดื่ม ครั้งละ 5-10 กรัม หรือถ้าใช้ใบตากแห้งต้มน้ำดื่ม ก็จะช่วยบรรเทาอาการไอ นอกเหนือไปจากการใช้เพื่อรักษาโรคแล้ว กระเจี๊ยบยังมีสรรพคุณในด้านความงามด้วย นั่นคือ ช่วยในการควบคุมน้ำหนักได้ โดยมีการศึกษาในหนูอ้วนที่ได้รับน้ำต้มกระเจี๊ยบกินต่อเนื่องเป็นเวลา 2 เดือน พบว่า ช่วยให้น้ำหนักของหนูลดลงได้ ช่วยควบคุมน้ำหนักในหนูโดยไม่ก่อให้เกิดความผิดปกติต่อตับ ระดับคอเลสเตอรอลและไตรกลีเซอไรด์ก็ลดลงไปพร้อมกันด้วย เช่นเดียวกับลูกค้าอภัยภูเบศรท่านหนึ่ง ที่ซื้อชาชงสมุนไพรกระเจี๊ยบของอภัยภูเบศรไปกินเป็นประจำสม่ำเสมอ หลังจากกินไปสักระยะก็พบว่าน้ำหนักลดลงมากจนมีคนทัก และได้ลองแนะนำให้คนในครอบครัวกินก็พบว่า ได้ผลเช่นเดียวกัน จึงได้มาบอกเล่าให้กับทีมพนักงานอภัยภูเบศรได้รับทราบและเผย
จากการเปิดเผยข้อมูลโดย ภญ.ดร.สุภาภรณ์ ปิติพร เลขาธิการมูลนิธิโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ระบุว่า “เถาวัลย์เปรียง” เป็นสมุนไพรที่แพทย์แผนไทยรู้จักใช้กันดี ปรากฏอยู่ในตำรายาแพทยศาสตร์สงเคราะห์ในหลายคัมภีร์ เป็นสมุนไพรที่มีความถี่ในการใช้และปรากฏในตำรายาสูงมากชนิดหนึ่ง โดยใช้เถาเป็นส่วนประกอบในตำรับยาแก้กษัยแก้เหน็บชา ถ่ายเส้นเอ็น ถ่ายกษัย แก้เส้นเอ็นขอด แก้เมื่อยขบ ทำให้เส้นหย่อน แก้ปวด แก้ไข้ ขับปัสสาวะ แก้ปัสสาวะพิการ แก้โรคบิด แก้โรคหวัด แก้ไอ ขับเสมหะ ถ่ายอุจจาระ บีบมดลูก สรรพคุณเหล่านี้คล้ายคลึงกับการใช้ของหมอยาพื้นบ้านทั่วไป กระทั่ง เมื่อประมาณ พ.ศ. 2535 คุณแม่ลีสี แซ่เอี้ยว ปัจจุบันท่านมีอายุ 92 ปี เป็นคุณแม่ของ ภญ.พัชรี ศรานุรักษ์ (ปัจจุบันรับราชการที่โรพยาบาลบางบ่อ จังหวัดสมุทรปราการ) ในปีนั้น ท่านได้มาพบกับตน และออกปากฝากสมุนไพรชนิดหนึ่งไว้ว่าอย่าให้สูญไป ยาตัวนั้นก็คือ เถาวัลย์เปรียง ซึ่งท่านได้ความรู้มาจากซินแส ที่จังหวัดราชบุรี โดยใช้เป็นยาแก้ตกขาว ท่านบอกให้คนรักษาตัวเองหายมาแล้วหลายราย ไม่ใช่เฉพาะตกขาวอย่างเดียว ตกเหลืองตกเขียว ตกแดงช้ำๆ ก็กินหายมาแล้ว ต่อมามีการศึกษาวิ
เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ระบุชื่อยาเสพติดให้โทษในประเภท 5 (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2562 โดยสาระสำคัญ ของการยกเว้นไม่เป็นยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 5 ของกัญชา กัญชง โดยคร่าว 1.สาร CBD (pure 99%) จากกัญชา และกัญชง ถูกยกเว้นไม่เป็นยาเสพติด สามารถนำไปผสมในอาหาร เครื่องสำอาง ได้ 2.สารสกัด (crude extract) ที่มี THC ปน ไม่เกิน 0.2% สามารถเป็นยา และผลิตภัณฑ์สมุนไพรได้ 3.และข้อยกเว้นอื่นๆ รายละเอียดตามประกาศฯ ทั้งนี้ จำหน่ายได้ภายในประเทศเท่านั้น มีระยะเวลา 5 ปี นับจากวันที่ 27 สิงหาคม 2562
Phyllanthus Oxyphyllus Mig วงศ์ EUPHORBIACEAE ยายคิดว่าใครได้ยินชื่อยายแล้วคงจะไม่ชอบใจ แต่ที่ทุกคนสนใจเพราะอยากรู้ว่าพฤติกรรมของยายเหมือนชื่อหรือไม่ ฟังดูเหมือนยายใจร้าย ทั้งๆ ที่ “กลุ่มพืชสมุนไพรโตนงาช้าง” เขาเรียกยายว่า “ต้นยายจูงหลาน” เพราะข้างๆ รอบโคนต้นของยาย มีต้นเล็กๆ ขึ้นเต็มไปหมดเลย ยายเป็นคนร่างเล็ก ใบเรียงสลับ แผ่กิ่งก้านโปร่ง แม้ดูเป็นพุ่มแต่ก็สูงไม่เกิน 3 เมตร จุ๊…จุ๊…อย่าคิดว่ายายแก่แล้วไม่สวยนะ เพราะเวลายายออกดอกจะเป็นกระจุกตามซอกใบ ดูสวยงาม แต่ที่เท่กว่านั้นคือ ถ้าติดผลก็จะเป็นรูปทรงแคปซูล มีเมล็ดตั้ง 4 ถึง 5 เมล็ด เชียวแหละ ในธรรมชาติทั่วไปจะพบยายได้ตามป่าดิบ หรือในประเทศมาเลเซีย และแถบเกาะสุมาตรา แต่ถ้าอยากจะเด็ดดม ชมยาย นั้น ต้องไปยังจังหวัดนครศรีธรรมราช ที่ป่าสงวนแห่งชาติ “ป่าควนออกบ้านน้ำตก” เพราะยายมีกลุ่มรวมพลที่นั่น สำหรับที่ยายบอกว่าหลานๆ รักยาย เพราะเขาใช้ใบอ่อนต้มน้ำอาบให้เด็กทารกป้องกันการติดเชื้อได้ ส่วนพวกผู้ใหญ่ก็ใช้เป็นสมุนไพร ขับปัสสาวะ ขับเหงื่อ สำหรับหลานรุ่นหนุ่มๆ ที่ชอบซุกซน ก็ใช้แก้โรคหนองในได้นะ อ้อ! อย่าลืม พากันมาเด็ดยอดอ่อนของยายไป
