เกษตรผสมผสาน
ภายในสวนยางอ่อนก่อนเปิดกรีด สามารถปลูกพืชอื่นได้หลากหลายชนิดที่เรียกว่าพืชแซมยางและพืชร่วมยาง ซึ่งชาวสวนยางขนาดเล็กจะคุ้นเคยกับการปลูกข้าวไร่ พืชไร่ หรือพืชผักในสวนยางเพื่อบริโภคในครัวเรือน หรือจำหน่ายเพื่อเสริมรายได้ในครอบครัว พืชแซมยางและพืชร่วมยางควรจะเป็นพืชที่ไม่รบกวนต่อการเจริญเติบโตของต้นยางหรือทำให้ผลผลิตของต้นยางลดลง โดยปลูกระหว่างแถวยางในขณะที่ต้นยางมีอายุไม่เกิน 3 ปี ส่วนพืชร่วมยางคือ พืชที่ปลูกระหว่างแถวยางโดยอาศัยร่มเงาของต้นยางเพื่อการเจริญเติบโตและให้ผลผลิต สามารถปลูกได้ตั้งแต่ต้นยางมีอายุ 3 ปีขึ้นไป ดังในพื้นที่ภาคตะวันออกภายใต้การกำกับดูแลของสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 3 จังหวัดระยอง นำแนวทางดังกล่าวมาปฏิบัติจนประสบความสำเร็จ ด้วยการส่งเสริมให้เกษตรทฤษฎีใหม่ที่จัดพื้นที่ส่วนหนึ่งปลูกยางพารา นำกล้วยป่ามาปลูกเป็นพืชแซม เช่น กรณีของแปลงส่งเสริมเกษตรทฤษฎีใหม่ ของ คุณละมัย สนวัตร์ เกษตรกร หมู่ที่ 6 ตำบลหนองไร่ อำเภอปลวกแดง จังหวัดระยอง กรมส่งเสริมการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ น้อมนำหลักการการทำเกษตรแบบทฤษฎีใหม่ของในหลวงรัชกาลที่ 9 โดยให้การส่งเสริมตามหลักเศรษฐกิจพ
คุณพีระพล เศรษฐพลอย หรือ พี่โจ๊ก เนรมิตพื้นที่รอบบ้าน ปลูกพืชผักสวนครัว และผักสลัดอินทรีย์ “ผักกรอบ อร่อย จนตอนนี้ผลิตไม่ทันขาย” พี่โจ๊กใช้พื้นที่รอบบ้าน 150 ตร.ว. ปลูกพืชผักสวนครัวมากกว่า 20 ชนิด ข้อดีเป็นพืชอายุสั้น ใช้พื้นที่น้อย หาตลาดง่าย สามารถวางแผนจัดการปลูกให้มีผลผลิตออกขายได้ทุกวัน ที่สำคัญคือมีวิธีการปลูกการดูแลที่ไม่ยุ่งยากมากนัก โดยจะเลือกปลูกผักสวนครัวชนิดที่ตลาดนิยมสูง เช่น คะน้า กวางตุ้ง ผักบุ้ง และ เคล เป็นต้น และจะมีวิธีการจัดสรรพื้นที่ให้เหมาะสมกับผักแต่ละชนิด เน้นใช้พื้นที่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ด้วยการดัดแปลงวัสดุปลูกให้เข้ากับพื้นที่ในแต่ละโซน หากพื้นที่ส่วนไหนแคบ ก็จะใช้วิธีการทำเป็นชั้นปลูกผักแนวตั้ง รวมถึงการนำวัสดุเหลือใช้มาทำเป็นกระถางปลูกผักขนาดย่อม เพื่อวางไว้ในบริเวณตรงที่มีพื้นที่แคบ และยังเหลือพื้นที่ให้พอเดินเข้าไปดูแลได้ทั่วถึง #ปลูกผักรอบบ้าน #เกษตรรอบบ้าน #ทำเกษตรข้างบ้าน #เทคโนโลยีชาวบ้าน
เป็นเกษตรกรรุ่นใหม่อีกคนที่มีวิสัยทัศน์ก้าวไกล และถือว่าประสบความสำเร็จในอาชีพเพียงระยะเวลาไม่กี่ปี คุณกิตตินันท์ นุ้ยเด็น บัณฑิตจากคณะวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและการเกษตร มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา ซึ่งตั้งแต่เรียนจบมาเมื่อปี 2549 ยึดอาชีพเกษตรกรรมมาโดยตลอด เริ่มเมื่อปี 2549 จนถึงปัจจุบัน มีแปลงเกษตรทั้งหมด 60 ไร่ ปลูกพืชหลายชนิด แต่ที่ทำเป็นหลักคือ มะละกอฮอลแลนด์ มะละกอแขกดำ กล้วยไข่ และกล้วยหอมทอง หนุ่มรายนี้ เป็นเกษตรกรคนรุ่นใหม่ในโครงการของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยเป็นเจ้าของไร่ “อ.การเกษตร.” อยู่ที่ตำบลทุ่งนุ้ย อำเภอควนกาหลง จังหวัดสตูล ซึ่งเริ่มต้นด้วยการปรับเปลี่ยนพื้นที่จากสวนยางพาราที่มีอายุกว่า 30 ปี มาปลูกปาล์มน้ำมัน และพืชผักผลไม้แทน เพราะมองว่าทำเงินได้ดีกว่า อีกส่วนหนึ่งมาจากสาเหตุราคายางตกต่ำ มีรายได้ทุกวัน วันนี้เขามีรายได้เฉลี่ย เดือนละ 30,000-50,000 บาท โดยไม่ต้องไปเป็นมนุษย์เงินเดือน มีความสุขอยู่กับเรือกสวน ได้สูดอากาศบริสุทธิ์ และใช้เวลาศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมจากอินเตอร์เน็ตและแหล่งต่างๆ พร้อมทั้งสอบถามผู้รู้ คุณกิตตินันท์ เล่าว่า ในพื้นที่ 60 ไร่ แบ่งเป็น 2 แปลง แปลงแรกอยู
คุณปฎิพัทธ์ เมืองสุวรรณ์ เกษตรกรรุ่นใหม่จังหวัดพัทลุง ซึ่งเลี้ยงสัตว์น้ำแบบผสมผสาน เปิดเผยว่า เดิมตนเองเป็นนักกีฬา Head เทนนิสทีม และเป็นอาจารย์พิเศษด้านการกีฬา ที่กรุงเทพฯ แต่ด้วยความรักอาชีพการเกษตร จึงตัดสินใจเดินทางกลับบ้าน เพื่อมาทำการเกษตรในผืนดินที่ได้รับจากบรรพบุรุษ เพื่อสานฝันของตัวเองให้เป็นจริง โดยครั้งแรกที่กลับมาอยู่บ้านได้ปลูกข้าว ปลูกดอกดาวเรือง ปรากฏว่าได้ผลคุ้มค่า แต่ต่อมาชาวบ้านสนใจปลูกดาวเรืองมากขึ้น ทำให้ตลาดขาดเสถียรภาพ จึงเปลี่ยนแนวคิดหันมาเลี้ยงสัตว์น้ำแบบผสมผสานตามแนวทางเกษตรอินทรีย์ และได้เข้าร่วมโครงการยังสมาร์ทฟาร์มเมอร์ (Young Smart Farmer) กับสำนักงานเกษตรจังหวัดพัทลุง เพื่อรับความรู้ และแลกเปลี่ยนความรู้ระหว่างสมาชิกด้วยกัน คุณปฎิพัทธ์ กล่าวว่า การเลี้ยงสัตว์น้ำแบบผสมผสาน จะเน้นเลี้ยงกุ้งในนาข้าว โดยใช้พื้นที่นา 2.5 ไร่ ขุดคูรอบแปลงนาทั้ง 4 ด้าน ขนาด กว้าง 3 เมตร ลึก 2 เมตร พร้อมทำคันยกสูง 50 เซนติเมตร กักเก็บน้ำ จากนั้นสูบน้ำเข้าแปลงนา ใส่ปูนขาวเพื่อปรับค่า pH (พีเอช) ของดิน ทิ้งไว้ 10 วัน จากนั้นใส่เชื้อจุลินทรีย์สังเคราะห์ เพื่อให้เกิดแพลงก์ตอนเป็นอาหาร
ไม่ว่าจะเป็นการทำเกษตรแปลงใหญ่ เกษตรเชิงเดี่ยว เกษตรผสมผสาน เกษตรทางเลือก เกษตรสมัยใหม่ในโรงเรือนแบบปิด ในปัจจุบันเกษตรกรล้วนให้ความสำคัญกับคำว่า ‘เกษตรแม่นยำ’ หรือ Precision Farming กระบวนการทำเกษตรในรูปแบบสมัยใหม่ที่ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อเพิ่มผลผลิต พัฒนาในด้านของโครงสร้างปัจจัยการผลิต และการจัดการฟาร์ม นำไปสู่การสร้างผลผลิตที่มีคุณภาพ ลดต้นทุน และที่สำคัญตรงกับความต้องการของผู้บริโภค แต่บางครั้งความแม่นยำเพียงอย่างเดียวอาจยังไม่พอ ยังต้องมีความกล้าที่จะทดลอง กล้าที่จะแตกต่างไปจากการปลูกพืชเกษตรแบบเดิมๆ สู่การปลูกพืชที่แปลกและแหวกแนวไปจากผลผลิตในท้องตลาดทั่วไป เช่น พันธุ์พืชผักและไม้ผลจากต่างประเทศ หรือสายพันธุ์พืชท้องถิ่นที่มีการพัฒนาสายพันธุ์ใหม่ให้มีเอกลักษณ์เฉพาะ รวมถึงการสร้างตลาดผู้บริโภคเฉพาะกลุ่มด้วยกลยุทธ์การตลาดออนไลน์ ซึ่งต้องบอกว่าไม่ใช่จะทำได้ง่าย แต่กระนั้นก็ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้ ดังตัวอย่าง ‘สวนคุณลี’ แหล่งรวบรวมพันธุ์ไม้แปลกและหายากกว่า 50 ชนิด อาทิ ชมพู่ไต้หวัน อะโวคาโดพันธุ์บู้ท 7 และพันธุ์ปีเตอร์สัน มะเดื่อฝรั่งพันธุ์ญี่ปุ่น มะละกอพันธุ์เรดแคลิเบียน ละมุดพันธุ
นายพงษ์พันธ์ จงรักษ์ รองผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เยี่ยมชมงานสวนครูเชาว์โชว์ อำเภอปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช ของ นายเชาวรัตน์ รักษาพล ที่ดำเนินงานด้านเกษตรผสมผสานบนพื้นที่ 15 ไร่ ได้แก่ การทำนา สวนมะพร้าวน้ำหอม สวนส้มโอทับทิมสยาม และการเลี้ยงปลา โดยสวนมีจุดเด่นคือ เป็นผู้พัฒนาคุณภาพส้มโอทับทิมสยามเกรดพรีเมียม จนได้รับการการันตีให้เป็นผลผลิตที่บ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) ทำให้สามารถจำหน่ายได้ราคาดี โดยมีการส่งผลผลิตจำหน่ายในประเทศ ทั้งช่องทางออฟไลน์ผ่านหน้าสวนและออนไลน์ นอกจากนี้ ทางสวนยังได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานต่างๆ ในการเปิดสวนให้กับผู้ที่สนใจได้เข้ามาเรียนรู้และเสริมสร้างองค์ความรู้ในการทำเกษตรผสมผสานด้วยการสอนอาชีพในการปลูกพืชและผลไม้กว่า 28 สายพันธุ์ จากนั้นเดินทางไปเยี่ยมชม One More Thai Craft Chocolates ที่ดำเนินงานด้านการแปรรูปโกโก้ โดยยกระดับและสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสวนโกโก้ดั้งเดิมในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช ไปสู่ผลิตภัณฑ์คราฟต์ช็อกโกแลต โดยมีแนวคิดการดำเนินธุรกิจที่คำนึงถึงสังคมและชุมชนเป็นหลัก ทำให้ One More Thai Craft Chocolates ได้รับเชิญ
คุณยุทธนา คามบุตร หรือ คุณเบิร์ด ต้นแบบเกษตรกรรุ่นใหม่ ที่ให้ความสำคัญกับเทคโนโลยีและนวัตกรรมการเกษตร ในการจัดการดูแลสวนผสมผสาน พร้อมกับการวางแผนจัดการแปลงปลูกอย่างเป็นระบบ โดยเฉพาะระบบน้ำที่ถือเป็นปัจจัยสำคัญในการทำเกษตร ส่งผลในแง่ของปริมาณและคุณภาพของผลผลิตได้ตามความต้องการ และได้สวนสวยตามที่ฝันไว้อีกด้วย คุณเบิร์ด เล่าให้ฟังว่า ก่อนที่จะมาประกอบอาชีพเกษตรเป็นหลัก ตนเองเคยทำงานประจำในตำแหน่งเจ้าพนักงานการเกษตรมาก่อน ปัจจุบันลาออกจากงานมาทำสวนเป็นของตนเองได้เป็นระยะเวลากว่า 3 ปีแล้ว ด้วยเหตุผลที่เหมือนกับหลายๆ คนคือต้องการกลับบ้านมาอยู่กับครอบครัว ประกอบกับการที่ได้ทำงานในตำแหน่งที่เกี่ยวข้องกับงานด้านการเกษตรทำให้มองเห็นโอกาสหลายๆ อย่าง และที่บ้านก็ประกอบอาชีพเกษตรมาตั้งแต่สมัยบรรพบุรุษ เริ่มต้นที่สมัยรุ่นคุณปู่เป็นผู้บุกเบิกพื้นที่ทำสวนมะม่วง สวนกระท้อน พอมาถึงรุ่นคุณพ่อเปลี่ยนมาปลูกพืชไร่ ได้แก่ มันสำปะหลัง อ้อย และข้าวโพด จนมาถึงรุ่นตนเองกลับมาสานต่อการปลูกพืชไร่จากคุณพ่อ พร้อมกับการขยายพื้นที่ปลูกไม้ผล ได้แก่ ฝรั่งกิมจู ฝรั่งหงเป่าสือ และพุทราน้ำอ้อย โดยปัจจุบันที่บ้านมีพื้นที่ทำ
วันที่ 26 สิงหาคม 2566 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม โดย ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ มอบหมายให้ ผู้ทรงคุณวุฒิจาก วช. ประกอบด้วย รศ.ดร.ยงยุทธ แฉล้มวงษ์ นายประลอง ดำรงไทย นายสมบูรณ์ วงค์กาด รศ.ดร.บดินทร์ รัศมีเทศ นายธานินทร์ ผะเอม และ ดร.สุพจน์ อาวาส พร้อมด้วย นางสาวสุภาพรรณ โทขัน ผู้อำนวยการกลุ่มงานพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก วช. นำคณะสื่อมวลชน ลงพื้นที่จังหวัดยะลา เพื่อเยี่ยมชมผลสำเร็จของการดำเนินงาน โครงการวิจัย เรื่อง “โครงการพัฒนาต้นแบบเกษตรผสมผสานตามหลักทฤษฎีใหม่เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงเกษตรตามวิถีชุมชนของบ้านปิยะมิตร 3 อำเภอเบตง จังหวัดยะลา ภายใต้โครงการวิจัยเพื่อการพัฒนาจังหวัดชายแดนใต้” ที่ วช. ให้การสนับสนุนทุนวิจัย โดย ดร.กัลยรัตน์ พินิจจันทร์ หัวหน้าโครงการวิจัย จาก มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา และคณะ นายหว่างหลาย แซ่หลิน เจ้าของสวนต้นแบบเกษตรแบบผสมผสาน ให้การต้อนรับ ณ หมู่บ้านปิยะมิตร 3 ตำบลอัยเยอร์เวง อำเภอเบตง จังหวัดยะลา ดร.ยงยุทธ แฉล้มวงษ์ ผู้ทรงคุณวุฒิจาก วช. กล่าวว่า อยากให้เน้นในเรื่องของการเพิ่มศักย
ยุคเศรษฐกิจขาลงเป็นวังวนที่เกิดขึ้นได้เสมอ จะผ่านอดีต ปัจจุบัน หรืออนาคต สุดท้ายจะกลับมาถึงจุดที่ถดถอยคล้ายกับเป็นวัฏจักรที่เมื่อถึงเวลาก็ต้องเจอ มีรุ่งเรือง มีตกต่ำ เหมือนกับชีวิตคนเรา เพียงแค่ต้องรับมือและใช้ชีวิตอย่างมีสติเท่านั้น คุณสงกรานต์ หาญไชยนะ (พี่สาว) อยู่บ้านเลขที่ 100 หมู่ที่ 9 ตำบลหนองแวง อำเภอสมเด็จ จังหวัดกาฬสินธุ์ เกษตรกรสาวคนเก่ง อดีตประธานกลุ่มยังสมาร์ทฟาร์มเมอร์จังหวัดกาฬสินธุ์ ปี’59 เล่าว่า เธอเรียนจบปริญญาตรี สาขารัฐศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยรามคำแหง แต่งานประจำที่ทำก่อนลาออกกลับเป็นงานที่ไม่เกี่ยวข้องกับสายที่เรียนมาเลย เธอทำงานที่บริษัทเกี่ยวกับความสวยงามผลิตเครื่องสำอางส่งออกต่างประเทศ ได้รับค่าตอบแทนสูงถึงเดือนละ 50,000 บาท หากย้อนกลับไปเมื่อสิบกว่าปีที่แล้ว นับได้ว่าเป็นจำนวนเงินที่เยอะมาก แต่ก็ต้องมีเหตุจำเป็นที่ต้องลาออก หลายโรงงานที่ทำคล้ายกันเริ่มปิดกิจการไปเรื่อยๆ ถ้าทนอยู่ต่อ อาจจะเป็นโรงงานที่ตัวเองทำอยู่ จึงตัดสินใจลาออกจากงาน ได้เงินมาก้อนหนึ่งเพื่อกลับไปทำสวนที่บ้าน “ช่วงแรก เพื่อนๆ และชาวบ้านที่รู้ข่าวก็ตกใจ บ้างก็ถามหาเพราะความเป็นห่วง บ้างก็หาว่าบ้าท
เริ่มเข้าสู่เทศกาลผลไม้ในฤดูกาลใหม่กันแล้ว แม้ในช่วงต้นปีอากาศค่อนข้างแปรปรวน แล้วคาดการณ์ว่าใน ปี 2562 ความแห้งแล้งน่าจะรุนแรงและยาวนาน ดังนั้น ความน่าเป็นห่วงคงจะหนีไม่พ้นภาคเกษตรกรรม “ทุเรียน” ยังคงเป็นแชมป์ผลไม้ยอดฮิตติดต่อมาหลายปี แล้วยิ่งนานวันดูเหมือนจะกลายเป็นดาวผลไม้ที่ชื่นชอบของผู้คนเกือบทั้งโลกไปแล้ว จึงทำให้ชาวสวนทุเรียนโดยเฉพาะจังหวัดทางภาคตะวันออกเร่งพัฒนาปรับปรุงคุณภาพทุเรียนไทย เน้นส่งออกเพื่อขายได้ราคาสูง ส่วนคนในประเทศไม่ต้องน้อยใจ เพราะยังมีชาวสวนทุเรียนอีกหลายแห่งที่พัฒนาผลผลิตได้มาตรฐานแต่ขายเฉพาะในประเทศ อุทัยธานี เป็นจังหวัดที่มีชื่อเสียงด้านไม้ผลไม่แพ้จังหวัดอื่น ที่ผ่านมาพบว่า ทุเรียนและผลไม้หลายชนิดเป็นที่ต้องการของตลาดผู้บริโภค แม้ชื่อเสียงทุเรียนของอุทัยธานีจะไม่โด่งดังในระดับแถวหน้า แต่บรรดานักชิมมืออาชีพต่างรู้กันดีว่า ทุเรียนของจังหวัดนี้อร่อยไม่เป็นรองใคร อำเภอบ้านไร่ เป็นอีกแห่งที่ปลูกทุเรียนและไม้ผลหลายชนิดได้ดีมีคุณภาพ ชาวบ้านเกือบทุกครัวเรือนเปลี่ยนจากทำพืชไร่มาทำสวนผลไม้ผสมช่วยสร้างรายได้ แก้ปัญหาราคาผลผลิตทางเกษตรตกต่ำ ครอบครัวเตียวเจริญสิน อย่าง ค
