เกษตรผสมผสาน
คุณจีระศักดิ์ เข้มบุญศรี หรือ พี่เก่ง อยู่บ้านเลขที่ 87 หมู่ที่ 9 ตำบลวังน้ำเขียว อำเภอกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม หนึ่งในเกษตรกรที่จะมาแชร์ประสบการณ์การทำเกษตรบนพื้นที่น้อยอย่างไรให้มีความสุข แถมยังมีเงินเก็บได้ด้วย พี่เก่ง เล่าให้ฟังว่า ก่อนที่จะมาทำงานด้านการเกษตรตนเองทำงานเป็นมนุษย์เงินเดือนมาก่อน มีภูมิลำเนาเป็นคนกรุงเทพฯ โดยกำเนิด ทำให้โหยหาธรรมชาติ อยากได้ยินเสียงนก เสียงกา มากกว่าเสียงรถยนต์ และความแออัดในเมืองหลวง นำไปสู่จุดเริ่มต้นในการตระเวนหาซื้อที่ดินในต่างจังหวัดไว้สักแปลง สำหรับทำที่อยู่อาศัยและเป็นอาชีพรองรับในวัยเกษียณ และในเวลาเพียงไม่นานความฝันก็เกิดขึ้นเร็วกว่าที่คิด เพราะปัจจุบันตนเองได้เกษียน ลาออกจากงานในวัยเพียง 40 ปี เพื่อมาเริ่มต้นชีวิตการเป็นเกษตรกรในพื้นที่ที่ตั้งใจซื้อไว้ที่จังหวัดนครปฐม โดยที่ไม่รู้ว่าการตัดสินใจในครั้งนี้จะถูกหรือไม่ แต่ก็อยากลองสู้ดูสักครั้ง ด้วยการตั้งเป้าหมายและบอกกับพ่อแม่ไว้ว่าขอเวลา 6 เดือน ในการพิสูจน์ตนเอง ถ้าหากภายใน 6 เดือน สิ่งที่ตั้งใจทำไม่ประสบความสำเร็จ ก็จะกลับมาทำงานที่กรุงเทพฯ เหมือนเดิม แต่จนถึง ณ ตอนนี้นับเป็นเวลาเกือบ 5 ปี
สวนลุงทิด (เพาะความสุข) ก่อตั้งโดย คุณอาทิตย์ แสงโลกีย์ เกษตรกรรุ่นใหม่ (Smart Farmer) ที่ดำเนินกิจกรรมในรูปแบบเศรษฐกิจหมุนเวียน (BCG) โดยใช้ฐานทรัพยากรท้องถิ่นที่มีความหลากหลายมาใช้ร่วมกันในลักษณะการทำการเกษตรแบบผสมผสานบนเนื้อที่ 7 ไร่ ในพื้นที่หมู่ที่ 2 บ้านห้วยเสือเต้น ตำบลน้ำพอง อำเภอน้ำพอง จังหวัดขอนแก่น โทร. 081-263-2638 ปัจจุบันสวนลุงทิด (เพาะความสุข) ปลูกพืชผักหลายชนิด เช่น ไผ่บงหวานพันธุ์เพชรน้ำผึ้ง ดอกกระเจียวหวาน ผักหวานป่า มะเดื่อฝรั่ง กล้วย ผักสลัด องุ่น มะม่วง เลี้ยงปูนา เลี้ยงกบ และเป็นแกนนำส่งเสริมการเลี้ยงไก่ไข่พื้นเมืองพันธุ์ไก่แดงดอกคูณ ที่รู้จักกันดีในชื่อกลุ่ม “ไข่นัว บ้านเสือ” การทำเกษตรหลากหลายรูปแบบ ทำให้คุณอาทิตย์สามารถสร้างรายได้เป็นรายวัน รายเดือน รายปี ผลผลิตของสวนลุงทิดเพาะความสุข ได้รับการรับรองแหล่งผลิตอินทรีย์ (Organic Thailand) จากกรมวิชาการเกษตรและมาตรฐาน GAP จากการทำเกษตรอินทรีย์ตามหลัก BCG Model มีการปลูกผักยกแคร่เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากภัยธรรมชาติและศัตรูพืช มีการนำผลผลิตกล้วยมาแปรรูปเป็นกล้วยตากพลังงานแสงอาทิตย์ และนำหญ้าหวานมาแปรรูปเพื่อสร้างมูลค
เกษตรกรรม เป็นกิจกรรมการปลูกพืช เลี้ยงสัตว์ และประมง แต่การเลือกทำเพียงกิจกรรมเดียว จะมีความเสี่ยงค่อนข้างสูงที่จะไม่ได้รับผลผลิตเมื่อต้องประสบกับภัยสิ่งแวดล้อมธรรมชาติ แต่ถ้าเลือกทำ “เกษตรผสมผสาน” คือมีตั้งแต่ 2 กิจกรรมขึ้นไป มีการวางแผนการผลิต ใช้ปัจจัยผสมผสานเพื่อลดต้นทุนการผลิต ความเสี่ยงก็ลดลง ในสภาวะวิกฤตเศรษฐกิจแปรปรวนเกษตรผสมผสานจึงเป็นทางเลือกในการยกระดับรายได้เพื่อนำไปสู่การดำรงชีพที่มั่นคง วันนี้จึงนำเรื่อง เกษตรผสมผสาน วิถีพอเพียง บนพื้นที่ 2 ไร่ ที่สิงห์บุรี มาบอกเล่าสู่กัน คุณยศพนธ์ ทัพพระจันทร์ เกษตรจังหวัดสิงห์บุรี เล่าให้ฟังว่า จังหวัดสิงห์บุรีมีพื้นที่การเกษตร 418,781 ไร่ แบ่งเป็นพื้นที่ทำนา 377,826 ไร่ พื้นที่ปลูกพืชไร่ 11,002 ไร่ พื้นที่ปลูกพืชสวน เช่น ปลูกไม้ผล พืชผัก 26,895 ไร่ พื้นที่เลี้ยงสัตว์ 1,189 ไร่ และพื้นที่ประมง 1,869 ไร่ ประชากรส่วนใหญ่ทำอาชีพเกษตรกรรม ทั้งทำการเกษตรเชิงเดี่ยว ทำไร่นาสวนผสม หรือเกษตรผสมผสาน เกษตรผสมผสาน เป็นงานเกษตรที่ทำตั้งแต่ 2 กิจกรรม ขึ้นไป เพื่อลดความเสี่ยง โดยได้ส่งเสริมให้เกษตรกรปฏิบัติตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง ให้วางแผนการปลูกและ
ผักเป็นอาหารที่กินกันทุกบ้าน แต่คนไทยปลูกผักสวนครัวกันน้อยลง หันมาซื้อผักตลาดเป็นส่วนใหญ่ คุณสำรวย แตงขาว ชาวสวนมืออาชีพที่มีประสบการณ์ปลูกผักมานานกว่า 10 ปี ได้แบ่งปันประสบการณ์ว่า ควรปลูกผักชนิดไหนที่ได้เงินไว และตลาดมีความต้องการสูงตลอดทั้งปี ปัจจุบัน คุณสำรวยวัย 57 ปี ปลูกผักบนเนื้อที่ 3 ไร่ อยู่บ้านเลขที่ 30 หมู่ที่ 3 ตำบลทวีวัฒนา อำเภอไทรน้อย จังหวัดนนทบุรี. เบอร์โทร. (091) 409-4337 คุณสำรวยเคยปลูกพืชมาหลายชนิด แต่ตัดสินใจปลูกผักเป็นตัวเลือกสุดท้าย เพราะปลูกดูแลง่าย อายุเก็บเกี่ยวสั้น ทำเงินไว อาศัยทักษะบริหารจัดการวิธีปลูกแบบหมุนเวียน ให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด ทำให้มีรายได้ ต่อเนื่องตลอดทั้งปี “ อาชีพชาวสวนผมว่ายั่งยืนนะ ทุกวันนี้ ผมปลูกผักขายมีรายได้วันละพัน เดือนหนึ่งก็หลายหมื่นบาท รายได้ดีไม่แพ้อาชีพมนุษย์เงินเดือน ยิ่งช่วงหน้าแล้ง คนใช้ผักเยอะ แต่ผักมีน้อย ” คุณสำรวย กล่าว ผักทำเงิน 6 ชนิดที่ขายดีตลอดทั้งปี คุณสำรวยบอกว่า ผักสวนครัวที่ขายดี ตลาดมีความต้องการตลอดทั้งปี ได้แก่ โ
ภาพของภาคอีสาน ส่วนใหญ่เป็นทุ่งนาโล่งแจ้ง มีต้นไม้ขึ้นสลับบ้าง ฤดูฝนดูเขียวขจีสวยงาม ก่อนเก็บเกี่ยวข้าวมีสีเหลืองอร่ามของทุ่งรวงทอง ครั้นเข้าสู่หน้าแล้ง อากาศแห้ง แม้แต่น้ำในร่องริมถนนก็เหือดหายไปจนหมด ดูแตกต่างจากภาคอื่นโดยสิ้นเชิง นั่นเป็นภาพส่วนใหญ่ มีผืนดินของอีสานบางแห่ง อุดมสมบูรณ์ ใกล้เคียงกับภาคตะวันออก ที่อำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี มีพื้นที่ติดชายแดนกัมพูชาและลาว สภาพของดินสีแดงคล้ายดินอำเภอท่าใหม่ จังหวัดจันทบุรี แถบถิ่นนี้จึงปลูกไม้ผลเมืองร้อน จำพวกเงาะ ทุเรียนได้ผลดี งานสวนของที่นี่พัฒนาอย่างช้าๆ มั่นคง มีผลผลิตตอบสนองคนในท้องถิ่นได้อย่างดี โอกาสต่อไปคงเป็นที่รู้จักในวงกว้างมากยิ่งขึ้น คุณไพศาล ยงปัญญา เกษตรกรอยู่บ้านเลขที่ 241 หมู่ที่ 7 ตำบลบุเปือย อำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี โทรศัพท์ 094-274-9931 เป็นเกษตรกรผู้ประสบความสำเร็จในการทำสวนผลไม้มากที่สุดคนหนึ่ง เขาปลูกไม้ผล 4-5 ชนิดด้วยกัน ได้แก่ ชมพู่ ฝรั่ง มะกอกน้ำ ขนุน มะละกอ ด้วยเหตุนี้จึงมีผลผลิตเก็บจำหน่ายได้ทั้งปี ชมพู่ทับทิมจันท์ มีปลูก 40 ต้น ชมพู่ทับทิมจันท์ มีถิ่นกำเนิดอยู่ประเทศอินโดนีเซีย คุณประเทือง อายุเจ
สำนักงานเกษตรจังหวัดปราจีนบุรี มีจุดมุ่งหมายในการพัฒนาให้เกษตรกรเกิดความเข้มแข็งและสามารถพึ่งตนเองได้อย่างยั่งยืน โดยใช้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเป็นพื้นฐานในการพัฒนาให้พร้อมรับต่อการเปลี่ยนแปลงในทุกด้าน ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม ความรู้และเทคโนโลยี โดยขับเคลื่อน โครงการเกษตรผสมผสานตามแนวพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียงสู่พื้นที่เป้าหมาย สำนักงานเกษตรจังหวัดปราจีนบุรี มอบหมายให้ สำนักงานเกษตรอำเภอทั้ง 7 อำเภอ ตลอดจนเจ้าหน้าที่เกษตรตำบลส่งเสริมให้เกษตรกรในชุมชนได้เรียนรู้ถึงวิธีการทำเกษตรกรรมแบบผสมผสาน ปลูกทุกอย่างที่กิน กินทุกอย่างที่ปลูก ลดรายจ่ายในครัวเรือน ส่งเสริมให้มีการจัดทำบัญชีครัวเรือน การผลิตปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพไว้ใช้เองในครัวเรือน และการนำวัสดุจากท้องถิ่นมาใช้ให้เกิดประโยชน์กับชุมชนโดยใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่น โดยเข้าไปร่วมดำเนินการและให้ความรู้จากการฝึกอบรม สวนป้าต่อ อำเภอนาดี ต้นแบบเกษตรผสมผสาน สำนักงานเกษตรอำเภอนาดี จังหวัดปราจีนบุรี ยกย่อง “สวนป้าต่อ” ของ ป้าต่อ หรือ นางอารีวรรณ คำเขียว ตำบลแก่งดินสอ อำเภอนาดี จังหวัดปราจีนบุรี เป็นหนึ่งในสวนเกษตรต้นแบบด้านเกษตรผสมผสาน สวนป้าต่ออ
อาจารย์ธีระพล จันทวงษ์ อดีตผู้อำนวยการโรงเรียนวัดเนินสูง ตำบลวังตะเคียน อำเภอกบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรี วางแผนทำเกษตรหลังเกษียณ เพื่อให้มีงานทำ มีรายได้อย่างต่อเนื่องโดยเตรียมตัวล่วงหน้าก่อนเกษียณจริงถึง 10 ปีเต็ม จนปัจจุบันกลายมาเป็น “คุ้มจันทวงษ์ ” สวนเกษตรผสมผสานที่ปลูกพืชผักไม้ผลนานาชนิด จนถึงการแปรรูปเพื่อสร้างมูลค่าสินค้าเกษตร ในวันนี้ อาจารย์ธีระพลได้แบ่งปันประสบการณ์ 15 ปีเต็มจากการลองผิดลองถูกบนเส้นทางอาชีพการทำเกษตรที่ตัวเองเลือก ทั้งที่ประสบความสำเร็จและล้มเหลว เพื่อเป็นตัวอย่างให้แก่ผู้สนใจทำเกษตรหลังเกษียณในอนาคต หากใครสนใจแลกเปลี่ยนความรู้เรื่องการทำเกษตรหรือต้องการเยี่ยมชมศูนย์เรียนรู้เกษตรผสมผสาน “คุ้มจันทวงษ์ ” เนื้อที่ 38 ไร่ ตั้งอยู่บ้านเนินหินกอง หมู่ที่ 13 ตำบลวังตะเคียน อำเภอกบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรี ติดต่อกับอาจารย์ธีระพล ได้ที่เบอร์โทร. 089-893-7269
คุณสำรวย แตงขาว ใช้พื้นที่ 3 ไร่ ปลูกผักสวนครัว อายุเก็บเกี่ยวสั้น อาศัยทักษะบริหารจัดการวิธีปลูกแบบหมุนเวียน ให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด สร้างรายได้อย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี ผู้สนใจสามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลเรื่องการปลูกผักและกลยุทธ์การขาย กับ คุณสำรวย แตงขาว ได้ที่บ้านเลขที่ 30 หมู่ที่ 3 ตำบลทวีวัฒนา อำเภอไทรน้อย จังหวัดนนทบุรี. เบอร์โทร. (091) 409-4337 . .
คำว่า “พอเพียง” ยังใช้ได้ดีเสมอกับทุกยุคทุกสมัย เพราะถ้าทุกคนมีความพอเพียง ไม่อยากมี อยากได้ จนเกินความจำเป็น ชีวิตก็จะมีความสุขขึ้นเป็นกอง ดังเช่น ลุงจ่อย-สุริยา บุญทะสอน อดีตหัวฝ่ายผลิตที่โรงงานแห่งหนึ่ง ย่านสมุทรปราการ ยอมทิ้งเงินเดือนครึ่งแสน กลับบ้านมาทำเกษตร ใช้ชีวิตแบบพอเพียง ได้อยู่ร่วมกับครอบครัว มีกิน มีใช้ ไม่ขัดสน ลุงจ่อยบอกว่านี่คือความสุขที่สุดแล้ว คุณสุริยา บุญทะสอน หรือ ลุงจ่อย อาศัยอยู่บ้านเลขที่ 277 หมู่ที่ 3 บ้านโนนรังน้อย ตำบลยางโยภาพ อำเภอม่วงสามสิบ จังหวัดอุบลราชธานี อดีตหัวหน้าฝ่ายผลิต ประจำโรงงานแห่งหนึ่ง ย่านสมุทรปราการ ตัดสินใจทิ้งเงินเดือนครึ่งแสน กลับบ้านเกิดที่อุบลราชธานี มาทำเกษตรผสมผสาน ยึดหลักเกษตรพอเพียงในการดำเนินชีวิต “พออยู่ พอกิน พอใช้” เน้นใช้ชีวิตให้มีความสุขทุกวัน ลุงจ่อย เล่าให้ฟังว่า ก่อนที่จะมาทำเกษตร ตนเองทำงานเป็นพนักงานโรงงานในตำแหน่งหัวหน้าฝ่ายผลิต ทำมานานกว่า 33 ปี รับเงินเดือนกว่าครึ่งแสน จนมาถึงวันที่ต้องคิดถึงวัยเกษียณออกจากงานแล้วจะกลับไปทำอะไร และก็โชคดีที่ตนเองมีลูกชายเรียนจบปริญญาตรี ด้านการจัดการการตลาด ซึ่งลูกชายก็ได้มาทำงานโรงงา
ปัจจุบัน ประเทศไทยอยู่ในยุคเปลี่ยนผ่านการทำเกษตรไปสู่การเกษตรยุคใหม่ เพื่อก่อให้เกิดความยั่งยืนภาคการเกษตร “เทคโนโลยีชาวบ้าน” ได้เฟ้นหาเกษตรกรต้นแบบยุคใหม่ประจำปี 2024 จำนวน 5 สาขาที่มีผลงานโดดเด่น ทั้งด้านทักษะความสามารถในการปรับตัว สร้างความหลากหลายของผลผลิต สามารถลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต และเพิ่มรายได้ ทำให้ได้เปรียบในการแข่งขันที่เพิ่มขึ้น สุดยอดเกษตรกรกรแห่งปี 2024 ซึ่งเป็นต้นแบบเกษตรยุคใหม่ จำนวน 5 สาขา ได้แก่ . 1.สาขา สินค้าเกษตรมูลค่าสูง : อดีตวิศวะต่อยอดสวนมะนาวสู่ คาเฟ่ Lemon Me Farm อ่านเพิ่มเติมได้ที่ . อดีตวิศวะ ต่อยอดสวนมะนาว ใช้เทคนิค “คลุมถุง” มะนาวติดลูกดก สร้างเงินล้าน . สาขา เกษตรผสมผสาน : ศูนย์เรียนรู้เกษตรผสมผสาน“คุ้มจันทวงษ์” กับสารพัดพืชทำเงิน อ่านเพิ่มเติมได้ที่ https://www.technologychaoban.com/bullet-news-today/article_298022 . สาขา เกษตรหลังเกษียณ : ข้าราชการเกษียณทำสวนคนเดียว 30 ไร่ด้วยนวัตกรรม อ่านเพิ่มเติมได้ที่ https://www.technologychaoban.com/bullet-news-today/article_297841 . สาขาเกษตรอินทรีย์ : อดีตช่างภาพพูลิตเซอร์ ทำนาอินทรีย์ สืบสานพันธุ
