เกษตรผสมผสาน
หมูป่า จัดอยู่ในสัตว์กีบคู่ ซึ่งมีลักษณะเด่นที่ตีนหรือขา ขาแต่ละข้างประกอบด้วยนิ้วที่ได้ดัดแปลงมาด้วยเวลาอันยาวนานจนเป็นกีบที่ใช้เดินสองอัน ส่วนอีกสองกีบด้านหลังกระเถิบยกตัวสูงขึ้นไม่สัมผัสพื้น และกีบคู่นี้ไม่อยู่สูงมากเท่าสัตว์กีบคู่กลุ่มอื่นๆ เช่น กวาง วัว ควาย เป็นต้น (รูปร่างเพรียว ขาเล็กเรียว กีบเล็ก หน้าแหลมเล็ก หูเล็ก ตาโตสีดำ จมูกอ่อนแต่แข็งแรงมาก ใช้ขุดค้นหาอาหาร หมูป่าเป็นสัตว์ที่กินได้ทั้งพืชและสัตว์ มีตั้งแต่พวกผักต่างๆ เผือก มัน เห็ด หน่อไม้ ข้าวโพด ข้าวฟ่าง หัวเผือก มัน รากพืช ลูกไม้ สับปะรด ถั่วลิสง และหญ้าอ่อนๆ ส่วนสัตว์จำพวกแมลง ปลวก งู และหนู เป็นแหล่งอาหารที่หาได้ตามธรรมชาติ ขนยาวหยาบแข็งสีน้ำตาลเข้มหรือสีดำปนเทา มีขนยาวเป็นแผงบนสันคอและหลัง เป็นหมูขนาดกลางมีเขี้ยวยาวแหลมโง้งงอนขึ้นไปนอกปาก ลูกหมูป่าที่เกิดใหม่มีจุดและลายตามลำตัวคล้ายผลแตงไทย แต่เมื่อโตขึ้นลายนี้จะจางหายไป หมูป่ามีประสาทรับกลิ่นที่ไวมาก แต่มีประสาทตาและประสาทหูไม่ดี นอกจากบางครั้งที่มันเกิดสงสัยเมื่อได้กลิ่น ประสาททั้งตาและหูจะว่องไวผิดปกติ จมูกจึงเป็นเสมือนเครื่องรับประกันความปลอดภัยโดยธรรมชาติ หมูป
คุณเรืองชัย วัจนสาร อายุ 69 ปี ข้าราชการวัยเกษียณ ดำเนินชีวิตบนแนวคิด “เป็นครูตลอดชีวิต-จิตอาสา” โดยใช้ที่ดินทำกิน 15 ไร่ของตัวเอง เปิดบ้านเป็นแหล่งเรียนรู้เกษตรผสมผสาน ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและเกษตรทฤษฎีใหม่ ในชื่อ “เกษตรผสมผสานบ้านห้วยทรายทอง” เปิดโอกาสให้มีเกษตรกร ประชาชนที่สนใจ ตลอดจนหน่วยงานภาครัฐและเอกชนเยี่ยมชมงานได้ตลอดทั้งปี จับมือภาคีเครือข่าย ทำงานเพื่อสังคม ที่ผ่านมา ครูเรืองชัยจับมือกับภาคีเครือข่าย เช่น สำนักงานประมงจังหวัดนครศรีธรรมราช สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดนครศรีธรรมราช กศน.ตำบลทุ่งใส กศน.อำเภอสิชล สำนักงาน กศน.จังหวัดนครศรีธรรมราช จัดการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย กับร่วมจัดทำหลักสูตรท้องถิ่น ส่งเสริมการเรียนรู้และร่วมจัดการเรียนการสอน แนะแนว บริการข่าวสาร ระบบฐานข้อมูลด้านแหล่งเรียนรู้ ภูมิปัญญาท้องถิ่นอย่างเป็นระบบ มีความพร้อมในการเผยแพร่ความรู้ด้านการทำการเกษตร การเลี้ยงโคขุน การเลี้ยงปลาน้ำจืด การปลูกปาล์มน้ำมัน การปลูกหญ้าเนเปียร์ และการทำพืชหมักอาหารสัตว์ การทำปุ๋ยหมักชีวภาพให้แก่นักเรียน นักศึกษา และประชาชนผู้สนใจมาเรียนรู้ศึกษาดูงาน ครูเรืองชัยชัก
ปัจจุบัน คนไทยประสบปัญหาสุขภาพ เจ็บป่วยด้วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) เช่น โรคเบาหวาน ไขมัน ความดัน และมะเร็ง อันเกิดจากฐานการผลิตสินค้าเกษตรที่ใช้สารเคมีมากเกินความจำเป็น ทำให้อาหารปนเปื้อนสารเคมี ไม่ปลอดภัยต่อผู้บริโภค ทำให้เกิดผลเสียต่อสุขภาพตามมา วิทยาลัยบริหารศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ จึงวางแผนแก้ปัญหาทั้งระบบ โดยใช้หลักการ “เกษตรสุขภาพรักษ์สิ่งแวดล้อม” เพื่อให้เกิดการพัฒนาแบบองค์รวมโดยเฉพาะมิติ BCG Model หรือระบบเศรษฐกิจสีเขียว พัฒนาโครงสร้างชุมชนสู่ความเข้มแข็ง มีอาชีพและรายได้ที่มั่นคงในชุมชน หลักการเกษตรสุขภาพ ผศ.ดร.สถาพร แสงสุโพธิ์ รองคณบดีฝ่ายวิชาการและการวิจัย วิทยาลัยบริหารศาสตร์ กล่าวว่า “เกษตรสุขภาพ” เป็นการทำการเกษตรผสมผสาน สวนป่า ธรรมชาติ มุ่งผลิตอาหารเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดี ลดภาระความเจ็บป่วย ความเสื่อมสภาพของร่างกาย จากโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) และเสริมสร้างร่างกายให้แข็งแรง เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม การทำเกษตรสุขภาพ งดการใช้สารเคมีทุกชนิด เน้นใช้จุลินทรีย์ ชีวภาพ สารอาหารธรรมชาติ และสิ่งที่เหลือใช้ภายในบ้าน ชุมชน ป่า นำมาผลิตเป็นธาตุอาหารให้กับพืชที่ปลูก และเน้นปลูกพืช
แม็ค-จตุพงษ์ บุญประกอบ หนุ่มนักเรียนนอก ทายาทเจ้าของสวนแม่รวย ผลไม้นครนายก ใช้ความรู้ทางด้านวิศวกรรม และการบริหาร กลับมาพัฒนาระบบจัดการสวนผสมผสานของครอบครัวให้ง่ายยิ่งขึ้น ด้วยการนำระบบ IOT มาประยุกต์ใช้ภายในสวน รวมถึงด้านการตลาดและการแปรรูป และในวันนี้คุณแม็คจะพาทุกท่านมาเยี่ยมชมสวนผสมผสาน เต็มไปด้วยไม้ผลหลากหลาย บรรยากาศภายในสวนร่มรื่น พร้อมกับแนะเทคนิคการปลูกมะยงชิดยังไง ให้ลูกใหญ่ ผิวสวย ลูกดก #มะยงชิด #เกษตรผสมผสาน #ท่องเที่ยวเชิงเกษตร
จังหวัดอุตรดิตถ์ เป็นเมืองแห่งผลไม้ที่หลากหลายชนิด มีระบบวิถีการเกษตรแบบวนเกษตรไม้ผลที่มีชื่อเสียง ส่งผลให้มูลค่าทางเศรษฐกิจสูง แต่เนื่องด้วยลักษณะของการเพาะปลูกแบบวนเกษตรดั้งเดิมกำลังถูกเปลี่ยนมาเป็นระบบพืชเดี่ยว มีการใช้ปุ๋ยและยากำจัดศัตรูพืชเพื่อเพิ่มผลผลิตด้วยสารเคมีมากขึ้น ผนวกกับลักษณะพื้นที่ปลูกเกือบทั้งหมดอยู่บนภูเขาสูง มีความเสี่ยงต่อการชะล้างพังทลายและเกิดดินถล่มตลอดเวลา และดินมีความเป็นกรดสูง อีกยังมีเศษวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตรเป็นจำนวนมาก หน่วยงานภาครัฐ รวมทั้งสถาบันการศึกษาต่างๆ จึงได้เข้ามาจัดการถ่ายทอดองค์ความรู้พัฒนาสู่เชิงพาณิชย์ ตั้งแต่การเตรียมปลูก การกำจัดแมลงและศัตรูพืช จัดการระบบหลังเก็บเกี่ยว แปรรูปสร้างเอกลักษณ์ให้ดึงดูดใจ พร้อมจัดการรวมกลุ่มเกษตรกรเพื่อการตลาดและส่งออก แก้ปัญหาราคาผลผลิตตกต่ำ ปัจจุบัน สำนักงานเกษตรจังหวัดอุตรดิตถ์ ยกย่อง “สวนใจใหญ่ ไร่แลตะวัน” ของ พี่นอม หรือ คุณประนอม ใจใหญ่ เป็นหนึ่งในเกษตรกรต้นแบบดีเด่นของจังหวัดอุตรดิถต์ และเป็นแปลงเกษตรที่ได้รับมาตรฐาน GAP สวนใจใหญ่ ไร่แลตะวัน ตั้งอยู่บ้านเลขที่ 18/1 หมู่ที่ 5 ตำบลแม่พลู อำเภอลับแล จังหวั
หากกล่าวถึงทุเรียนนนท์ เชื่อว่าหลายคนคงต้องนึกถึงทุเรียนก้านยาวเป็นสายพันธุ์แรกๆ ประวัติของทุเรียนนนท์มีมาแต่ช้านานแล้ว ดั้งเดิมนั้นพื้นที่จังหวัดนนทบุรี อยู่ใกล้กับแหล่งน้ำสำคัญทางประวัติศาสตร์ อย่างแม่น้ำเจ้าพระยา ทำให้บ้านชาวจังหวัดนนทบุรีสามารถทำการเกษตร การค้าได้ดี และเกษตรกรนนทบุรีนิยมทำสวนแบบผสมผสานเพื่อมีรายได้ตลอดทั้งปี ทุเรียนนนท์มีความเป็นมากว่าร้อยปี ถือเป็นไม้ผลที่อยู่คู่กับชาวนนทบุรีมาอย่างช้านาน และทุเรียนนนท์ยังมีรสชาติอร่อย อย่างเป็นเอกลักษณ์ ทุเรียนนนท์จึงถูกยกให้เป็นทุเรียนที่ครองใจใครหลายคน แต่ต้องยอมรับเลยว่าทุเรียนนนท์นั้น มีราคาที่สูงกว่าทุเรียนในราคาท้องตลาดทั่วไป หลายคนอาจสงสัยว่าเหตุผลที่แท้จริงแล้วคืออะไรกันที่ทำให้ทุเรียนนนท์มีราคาสูงกว่าทุเรียนตามท้องตลาดทั่วไป คุณสำเริง สุนทรแสง อายุ 61 ปี อาศัยอยู่ที่ซอยบางกร่าง 45 (วัดแคใน) ตำบลบางกร่าง อำเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี ประกอบอาชีพเป็นเกษตรกรปลูกทุเรียนและเกษตรผสมผสาน เจ้าของสวนทุเรียนนนท์ ยายละมัย ที่เปิดเป็นศูนย์เรียนรู้ด้านไม้ผล และสวนตัวอย่างในการปลูกทุเรียนนนท์ คุณสำเริง กล่าวว่า ตนเองและครอบครัวเป็น
นายชายศักดิ์ วุฒิศักดิ์ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 12 นครสวรรค์ (สศท.12) สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยว่า เกษตรผสมผสานเป็นระบบการเกษตรที่มีการปลูกพืชและเลี้ยงสัตว์หลายชนิดในพื้นที่เดียวกัน โดยที่กิจกรรมแต่ละชนิดเกื้อกูลกันอย่างเป็นวงจร มีการใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ในไร่นาอย่างเหมาะสมให้เกิดประโยชน์สูงสุด ซึ่งจากตัวอย่างของเศรษฐกิจการเกษตรอาสา (ศกอ.) จังหวัดนครสวรรค์ คือ นายฐิติโชค คำไทย เกษตรกรที่ประสบผลสำเร็จในการทำเกษตรผสมผสาน และได้พัฒนาพื้นที่ของตนเองเป็นศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) อำเภอลาดยาว จังหวัดนครสวรรค์ มีเครือข่ายทั้งภาครัฐและเอกชน โดยมีเกษตรกรและผู้ที่สนใจทั้งในและนอกพื้นที่ เข้าศึกษาดูงานกว่าปีละ 800 คน ปัจจุบันการทำเกษตรแบบผสมผสานของนายฐิติโชค ได้จัดสรรพื้นที่ จำนวน 31 ไร่ แบ่งออกเป็น นาข้าวปลอดสารพิษ จำนวน 5 ไร่ ปลูกข้าวพันธุ์ กข 23 พืชผักสวนครัว จำนวน 2 ไร่ เพาะเห็ดนางฟ้าภูฐาน จำนวน 100 ตารางวา ด้านปศุสัตว์ จำนวน 100 ตารางวา แบ่งเป็น เลี้ยงไก่และเป็ดไข่ ด้านประมง จำนวน 150 ตารางวา โดยเลี้ยงปลาเพื่อบริโภคในครัวเรือนและจำหน
การทำไร่นาสวนผสมตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง ถ้ารู้จักจัดการใช้ที่ดิน ใช้แรงงานและเงินทุนให้เกิดการผสมผสานกัน เป็นการลดต้นทุนผลผลิต ลดความเสี่ยง จะทำให้เกิดรายได้ที่ยั่งยืน มีคุณภาพชีวิตที่ดียิ่งขึ้น สามารถอยู่ได้โดยไม่สร้างความเดือดร้อนให้ครอบครัวตนเองและผู้อื่น ซึ่งตามความหมายของหลักเศรษฐกิจพอเพียง ก็บอกอยู่แล้วว่า คือเศรษฐกิจที่ต้องสร้างพื้นฐานทางเศรษฐกิจของตนเองให้ดีเสียก่อน ให้มีความพอกินพอใช้สามารถพึ่งพาตนเองได้ และเมื่อมีความเป็นอยู่ที่ดี มีพอกิน พอใช้ ย่อมสามารถสร้างความเจริญก้าวหน้าให้กับตนเองได้ อีกทั้งยังเป็นการสร้างฐานะทางเศรษฐกิจของประเทศได้อีกทางหนึ่งด้วย คุณสมบัติ ศิริวรรณ หรือ คุณบัติ อยู่บ้านเลขที่ 78 หมู่ที่ 11 บ้านหนองเหล่า ตำบลหนองเหล่า อำเภอม่วงสามสิบ จังหวัดอุบลราชธานี มีอาชีพทำนา และเป็นอีกผู้หนึ่งที่หันมาทำไร่นาสวนผสม ตามแนวทาง “เศรษฐกิจพอเพียง” อันเป็นปรัชญาที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงมีพระราชดำรัสชี้แนะแนวทางการดำเนินชีวิตแก่พสกนิกรชาวไทยมาโดยตลอด จนสามารถพัฒนาคุณภาพชีวิตของตนเองและครอบครัวให้ดำรงอยู่ได้อย่างสบาย ไม่มีหนี้สิน ม
ศิลปินหมอลำ หันมาทำเกษตร ตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในหลวงรัชกาลที่ 9 ใช้เลี้ยงครอบครัวช่วงว่างจากงานแสดง ปรากฏสร้างรายได้งาม เพราะมีเงินเข้าเป็นรายวัน รายเดือน สามารถใช้เลี้ยงครอบครัวได้ตลอดทั้งปีหลายแสนบาท เกษตรกรและศิลปินรายนี้ คือ คุณอรุณรัตน์ จำปาเทพ อายุ 46 ปี หรือชื่อในการแสดงคือ อรุณี พูลสว่าง อยู่บ้านนาเจริญ ตำบลคันไร่ อำเภอสิรินธร จังหวัดอุบลราชธานี คุณอรุณรัตน์ เล่าว่า ครอบครัวประกอบอาชีพทำนา และตัวเองได้ประกอบอาชีพแสดงหมอลำกลอนมาตั้งแต่อายุได้เพียง 15 ปี ที่ผ่านมา ครอบครัวปลูกพืชเชิงเดี่ยวมาโดยตลอด และพบว่า แต่ละปีมีค่าใช้จ่ายในการปลูกข้าวเพิ่มขึ้น แทบไม่คุ้มกับที่ลงทุนทำนา คิดว่าในอดีตคนโบราณไม่ใช้สารเคมี ทำไมถึงปลูกข้าวได้เจริญงอกงาม สามารถเก็บเกี่ยวผลิตผลไปขายทำรายได้ ส่งลูกหลานเล่าเรียนหนังสือได้อย่างสบาย แต่ตนเองทั้งที่มีพื้นที่เพาะปลูกกว่า 10 ไร่ และมีรายได้จากการรับแสดงหมอลำกลอนตามงานบุญเดือนต่างๆ ตลอดทั้งปีมีช่วงว่างเว้นเพียง 3-4 เดือน ยังประสบปัญหากับค่าใช้จ่ายในครัวเรือน เพราะต้องส่งลูกเรียนหนังสือ จึงคิดปรับเปลี่ยนแนวคิดหัน
อาชีพเกษตรกรรม หลายคนมองว่าเป็นอาชีพที่ทำแล้วร่ำรวย หลายคนก็บอกอีกว่าอาชีพเกษตรกรรรมไม่ได้ทำแล้วร่ำรวยเท่าอาชีพอื่น แต่ก็สามารถสร้างรายได้ที่มั่นคงให้กับครอบครัวได้ สรุปแล้วการทำอาชีพเป็นเกษตรกรจะทำให้ร่ำรวยหรือทำแล้วจนลง ก็คงอยู่ที่ทัศนคติของแต่ละบุคคลไป บางคนทำเพื่อหาความสุข ได้ทำสิ่งที่ตัวเองรัก บางคนทำเพื่อเงินตรา สุดแล้วแต่ทางที่เลือกเดิน คุณชัยวัฒน์ อัมภวา อยู่บ้านเลขที่ 38 หมู่ที่ 3 ตำบลสบป่อง อำเภอปางมะผ้า จังหวัดแม่ฮ่องสอน ยังสมาร์ทฟาร์มเมอร์รุ่นใหม่ที่เลือกดำเนินอาชีพเกษตรกรรมตามรอยครอบครัว และเลือกเส้นทางการทำเกษตรเพื่อความสุขมานานกว่า 15 ปี ลองผิดลองถูกมาเรื่อยๆ จนค้นพบความสุข ความสำเร็จ และเป็นสิ่งที่รัก เงินตราเป็นสิ่งที่รองลงมา คุณชัยวัฒน์ เล่าว่า ก่อนที่จะมาทำเกษตรตนได้ทำงานเป็นพนักงานโรงงานอยู่ระยะเวลากว่า 2 ปี จึงรู้ว่างานที่ทำอยู่ไม่ใช่ทางที่ชอบ ทำงานอยู่อีกที่แต่ใจคิดถึงแต่บ้านตลอด จึงกลายเป็นจุดเปลี่ยน ทำให้ต้องลาออกจากงานแล้วกลับมาบ้าน มาเริ่มทำการเกษตร เพราะโดยพื้นฐานครอบครัวเป็นเกษตรกรอยู่แล้ว ได้มีโอกาสสัมผัสชีวิตเกษตรมาตั้งแต่เด็กๆ จึงเลือกที่จะเดินตามรอยพ่อแล
