ประมง
“วิสาหกิจชุมชนหอยนางรมท่าโสม” ยกระดับหอยนางรมตราดคุณภาพพรีเมียม ใช้เลี้ยงแบบแขวนอีแปะ โตไว คุณภาพดี ตอบโจทย์ผู้บริโภคและสิ่งแวดล้อม นำภูมิปัญญาท้องถิ่นผสมผสานนวัตกรรมสมัยใหม่ ช่วยลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต สร้างรายได้ตลอดห่วงโซ่ พัฒนาไปสู่การเป็นศูนย์กลางแหล่งผลิตหอยนางรมคุณภาพของจังหวัดตราด ต่อยอดเพิ่มมูลค่าด้วยการแปรรูป การท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ช่วยสร้างงานสร้างรายได้ให้คนทั้งชุมชน จนกระทั่งได้รับการคัดเลือกให้ได้รับรางวัลสถาบันเกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ ประจำปี พ.ศ. 2569 กลุ่มเกษตรกรทำประมง หรือกลุ่มเกษตรกรเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ เข้ารับพระราชทานโล่รางวัลในงานพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ประจำปี พ.ศ. 2569 นางฐิติพร หลาวประเสริฐ อธิบดีกรมประมง เปิดเผยว่า วิสาหกิจชุมชนหอยนางรมท่าโสม จังหวัดตราด เดิมเกิดจากกลุ่มเกษตรกรที่มีการดำเนินกิจกรรมการเพาะเลี้ยงหอยนางรม และรวมกลุ่มกันตั้งเป็นองค์กรชุมชนประมงท้องถิ่น “กลุ่มผู้เลี้ยงหอยท่าโสม” เมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2563 มีสมาชิก จำนวน 44 ราย ซึ่งเกษตรกรส่วนใหญ่ในขณะนั้นประสบปัญหาหลายด้าน เช่น การขาดความรู้ทางวิชาการ คุณภาพหอยนางรมยังไม่ได้มาตรฐาน ขาดเงินท
“หอยเชอรี่สีทอง” เป็นสัตว์เศรษฐกิจตัวใหม่ที่เริ่มมีการเลี้ยงเชิงธุรกิจกันมากขึ้นในทุกภาคของประเทศไทย แนวโน้มความนิยมบริโภคเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เป็นหอยที่มีโปรตีนสูงและต้นทุนการเลี้ยงต่ำ จุดเด่นของหอยเชอรี่สีทอง เนื้อจะนุ่ม ไม่เหนียวเหมือนหอยเชอรี่ทั่วไป เนื้อจะเป็นสีเหลือง เปลือกจะเป็นสีเหลือง มีชื่อเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า “เป๋าฮื้อน้ำจืด” สามารถนำมาปรุงอาหารได้หลากหลายเมนู ทั้ง ลวกจิ้ม ผัด ทอด ลาบ ก้อย ยำ แกงคั่ว หอยเชอรี่สีทอง กำลังได้รับความนิยมอย่างมากในกลุ่มเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ เพราะด้วยการเลี้ยงง่ายเหมือนการเลี้ยงหอยเชอรี่ หอยขมทั่วไป และรสชาติที่ดี มีเนื้อสัมผัสที่นุ่ม ไม่เหนียวเหมือนหอยเชอรี่บ้านเรา เนื้อยังมีความหวาน ไม่คาว ต่างจากหอยชนิดอื่นๆ ในกลุ่มเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นหอยเชอรี่สีดำ หอยโข่ง หรือหอยขม ทำให้เกษตรกรที่เพาะเลี้ยงปูนาและเลี้ยงหอยเชอรี่ หันมาเลี้ยงหอยเชอรี่สีทองและหอยเชอรี่สีทองสนิมกันเป็นจำนวนมาก คุณวรรณิดา ไชยสูง หรือ คุณแอม อาศัยอยู่จังหวัดอุดรธานี ประกอบอาชีพหลักเป็นแม่ค้าขายลอตเตอรี่ และมีอาชีพเสริมเป็นเกษตรกรเพาะเลี้ยงหอยเชอรี่สีทองระบบฟาร์ม คุณวรรณิดา เล่า
เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2569 นายเผดิม รอดอินทร์ ประมงจังหวัดสมุทรสาคร นำ นายสุวัฐน์ วงศ์สุวัฒน์ รองอธิบดีกรมประมง เยี่ยมชมปฏิบัติการ “กวาดล้างปลาหมอคางดำ” โดยผนึกกำลังโรงงานปลาป่น รับซื้อปลาหมอคางดำ ในราคากิโลกรัมละ 10 บาท ณ บริษัท ศิริแสงอารำพี จำกัด ตั้งอยู่ในพื้นที่หมู่ที่ 3 ซอยวัดศรีเมือง ต.ท่าทราย อ.เมืองสมุทรสาคร จ.สมุทรสาคร นายปรีชา ศิริแสงอารำพี ประธานกรรมการบริหารบริษัท ศิริแสงอารำพี จำกัด ให้การต้อนรับคณะผู้บริหารกรมประมง รวมทั้งพาเยี่ยมชมกระบวนการรับซื้อปลาหมอคางดำก่อนนำไปแปรรูปเป็นปลาป่นส่งขายโรงงานผลิตอาหารสัตว์ทั่วประเทศ นายปรีชาให้ข้อมูลว่า ในปีนี้ โรงงานตั้งเป้าหมายรับซื้อปลาหมอคางดำจำนวน 1 ล้านกิโลกรัม โดยเพิ่มแรงจูงใจให้พี่น้องเกษตรกร รวบรวมปลาหมอคางดำส่งขายโรงงาน โดยขยับราคารับซื้อใน 2 รูปแบบ คือ 1. รับซื้อผ่านแพปลาเครือข่ายในราคากิโลกรัมละ 8 บาท โดยแพปลาได้ค่าดำเนินการ กิโลกรัมละ 2 บาท เพื่อกระจายจุดรับซื้อ ลดภาระการเดินทางของชาวบ้านในพื้นที่ห่างไกล และ 2. รับซื้อตรงจากเกษตรกร ในราคาหน้าโรงงานที่กิโลกรัมละ 10 บาท เกษตรกรขี่มอเตอร์ไซค์พ่วงข้างขนปลา 100 กิโลกรัมมาขาย
ปลาแรด มีถิ่นกำเนิดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เช่น ไทย อินโดนีเซีย และมาเลเซีย อาศัยในแหล่งน้ำจืด เช่น แม่น้ำ หนอง บึง และแหล่งน้ำที่นิ่ง ปลาแรดเป็นปลากินพืช (Herbivore) แต่สามารถกินอาหารหลากหลาย เช่น ใบไม้ ผัก ผลไม้ และอาหารเม็ด มีความอดทนต่อสภาพน้ำได้ดี ทำให้เลี้ยงง่าย คุณภานุวัฒน์ ห้วยเรไร เป็นผู้ที่มีความชื่นชอบในการเลี้ยงปลา จึงได้สนใจที่อยากจะเพาะพันธุ์ปลาแรดเป็นอาชีพ ด้วยสมัยยังเป็นเด็กค่อนข้างมีความชอบในเรื่องของการเลี้ยงปลา ทำให้ได้มีโอกาสมาทำอาชีพทางด้านนี้ จึงทำให้สิ่งที่รักและชอบสร้างความสำเร็จให้กับเขาได้เป็นอย่างดี คุณภานุวัฒน์ ชายหนุ่มผู้มีความมุ่งมั่นและมากด้วยรอยยิ้ม เล่าให้ฟังว่า สมัยก่อนอาชีพดั้งเดิมเมื่อครั้งคุณพ่อคุณแม่นั้น จะเน้นเกี่ยวกับการทำสวนเป็นส่วนใหญ่ ต่อมาเมื่อเขาเจริญวัยจนสามารถประกอบอาชีพได้ จึงมีโอกาสไปอยู่กับญาติที่เพาะพันธุ์ปลากรายจำหน่าย ทำให้ได้เรียนรู้และมีเทคนิคการเพาะพันธุ์ปลาติดตัวมา เมื่อได้กลับมาอยู่บ้านจึงได้นำวิชาความรู้ที่มีมาเพาะพันธุ์ปลาแรด และเริ่มทำเป็นธุรกิจอย่างจริงจัง ประมาณปี 2548 “เริ่มแรกที่มาทำ ก็ยังไม่ได้ขุดบ่อหรือลงทุนอะไรมาก เพร
นางสาวภัทรนิษฐ์ ศิระวัฒนารุจน์ เกษตรกรดีเด่นด้านการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำสวยงามและพรรณไม้น้ำ ประจำปี 2569 จากจังหวัดกาญจนบุรี ต้นแบบการเพาะเลี้ยงกุ้งแคระสายพันธุ์ “Green Emerald” และ “Green Rili” ได้สำเร็จเป็นรายแรกในประเทศไทย ควบคู่ไปกับการพัฒนาฟาร์มให้เป็นศูนย์การเรียนรู้ ถ่ายทอดเทคนิค และวิธีการเพาะพันธุ์กุ้งแคระอย่างครบวงจร เพื่อส่งเสริมการสร้างอาชีพและสร้างรายได้ให้กับผู้สนใจ พร้อมเร่งขยายช่องทางการจำหน่ายสู่ตลาดต่างประเทศ ด้วยเป้าหมายการเป็นผู้ผลิตกุ้งแคระสวยงาม อันดับ 1 ของเอเชีย ถือเป็นต้นแบบความสำเร็จและความมุ่งมั่นในการยกระดับสัตว์น้ำสวยงามของไทยสู่สายตาโลกตามหลักมาตรฐานสากลอย่างยั่งยืน นางฐิติพร หลาวประเสริฐ อธิบดีกรมประมง กล่าวว่า กรมประมงให้ความสำคัญกับการคัดเลือกเกษตรกรดีเด่นอย่างต่อเนื่องทุกปี เพื่อค้นหาบุคคลที่มีความรู้ความสามารถ และมีผลงานโดดเด่นด้านการเกษตร เพื่อยกย่องให้เป็นแบบอย่างอันดีให้แก่เกษตรกรทั่วประเทศ ตามข้อกำหนดของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยผ่านการคัดเลือกจากหลากหลายจังหวัดทั่วประเทศจนได้เกษตรกรที่มีคุณสมบัติครบทั้ง 5 ด้านทุกสาขาภาคการเกษต
ปลาหมอ หนึ่งในปลาน้ำจืดที่คนไทยนิยมนำมาเลี้ยงบริโภค มีรูปร่างป้อม ลำตัวแบนข้าง ตาโต ปากกว้าง ขอบฝาปิดเหงือกหยักแข็ง เกล็ดใหญ่คลุมทั้งลำตัว เป็นปลาที่มีรสชาติ มัน เนื้อแน่น นุ่ม สามารถแปรรูปหรือประกอบอาหารได้หลายประเภท ทั้งย่าง แกง ต้มยำ ทอด ปัจจุบันยังถือเป็นปลาที่มีความต้องการในตลาดสูง นิยมบริโภคกันมากทั้งในประเทศ คุณศิววงศ์ นวลสุวรรณ นำปลาหมอมาเลี้ยงภายในสวนยางพารา โดยใช้วิธีเลี้ยงให้อยู่ภายในบ่อผ้าใบ ทำให้ไม่ต้องขุดบ่อใช้พื้นที่ในสวนยางพาราได้อย่างเต็มที่ สามารถจัดการในเรื่องของระบบต่างๆ ภายในบ่อได้เป็นอย่างดี ทำให้ปลาหมอโตดี เนื้อแน่นมีคุณภาพ แปรรูปได้หลายรูปแบบเป็นที่ต้องการของตลาด เกษตรกรสวนยาง เลี้ยงปลาเสริมรายได้ คุณศิววงศ์ เล่าให้ฟังว่า ในสมัยก่อนได้ทำสวนยางในที่ดินของตัวเอง เมื่อราคายางพาราตกต่ำจนไม่สามารถสร้างความมั่นคงให้ครอบครัวได้ จึงทำให้ต้องหาอาชีพเสริมเพื่อเพิ่มรายได้ ในตอนนั้นทางการยางแห่งประเทศไทย รัฐวิสาหกิจในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้มีการสนับสนุนให้ใช้พื้นที่ในสวนยางให้เกิดประโยชน์มากขึ้น จนเกิดเป็นโครงการเลี้ยงปลาหมอในบ่อผ้าใบ ทำให้เกิดความสนใจที่จะเลี้ยงปลา
ปัญหาปลาหมอคางดำ สร้างความปวดหัวให้แก่ชาวประมงอย่างมากเพราะเป็นสัตว์ต่างถิ่นที่ปรับตัวได้เก่ง สามารถอยู่ได้ในแหล่งน้ำทุกประเภท สามารถแพร่พันธุ์ได้อย่างรวดเร็ว กำจัดเท่าไหร่ก็ไม่หมดไม่สิ้น ในรายการ เปลี่ยนมุมคิด สถานีโทรทัศน์รัฐสภา วันที่ 25 พฤษภาคม 2569 เวลา 20.15 น.คุณธวัช สุระบาล ประธานคณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ วุฒิสภา กล่าวตอนหนึ่งว่า ปัญหาปลาหมอคางดำไม่ควร “หาคนผิด” เพราะมีหลายปัจจัยไม่รู้ว่ามาจากอะไร กรณีปัญหาการลักลอบนำเข้าสัตว์ต่างถิ่นรวมทั้งประเด็นความรับผิดชอบคงต้องรอฟังข้อเท็จจริงจากกระบวนการศาล ทุกวันนี้ หลายพื้นที่ประสบปัญหาเรื่องคุณภาพน้ำอยู่แล้ว จำเป็นต้องจัดการทั้งระบบนิเวศ ไม่ใช่มองแค่ปัญหาปัญหาหมอคางดำเพียงอย่างเดียว ปัญหาเฉพาะหน้าที่ต้องเร่งเดินหน้าจัดการก็คือ ช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบ รวมทั้งควบคุมการแพร่ระบาด ลดประชากรปลา ผ่านโมเดล “จับ-ลด-ใช้ประโยชน์” พร้อมเปลี่ยนมุมมอง หมอคางดำ จากวายร้ายเป็นทรัพยากร ที่สามารถ นำไปใช้ประโยชน์ได้หลากหลายทั้ง อาหารคน อาหารสัตว์ อาหารพืช ปลาป่น วัตถุดิบเลี้ยงปูขาว และสินค้าโอท็อป เพื่อสร้างห่วงโซ่เศรษฐกิ
การเพาะเลี้ยง “ปูขาว” เป็นอีกอาชีพทางเลือกที่มีศักยภาพในการสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรเขตชายฝั่งทะเลได้เป็นอย่างดี เนื่องจากเป็นสัตว์น้ำเศรษฐกิจที่ตลาดมีความต้องการสูง เลี้ยงง่าย โตไว ใช้พื้นที่ไม่มาก และสามารถต่อยอดสู่การผลิตเชิงพาณิชย์ได้อย่างคุ้มค่า แต่ปัจจุบันเกษตรกรส่วนใหญ่ยังขาดองค์ความรู้ด้านการจัดการฟาร์มและการควบคุมสภาพแวดล้อมการเลี้ยงที่เหมาะสม กรมประมงจึงได้ขยายองค์ความรู้และนวัตกรรมการเลี้ยงปูขาว (Scylla paramamosain) เพื่อเพิ่มรายได้และส่งเสริมการปรับเปลี่ยนอาชีพอย่างยั่งยืน ภายใต้ทุนวิจัย Application Technology หรือ App Tech ซึ่งได้รับการสนับสนุนจาก สวก. หรือ ARDA โดยเน้นการถ่ายทอดเทคโนโลยีการเลี้ยงปูขาวเชิงนิเวศ ตลอดจนการจัดการระบบการผลิตตามหลักวิชาการ เพื่อให้เกษตรกรสามารถนำเทคโนโลยีไปใช้ได้จริงและเกิดผลในเชิงเศรษฐกิจ ซึ่งจะนำไปสู่การพัฒนาอาชีพประมงอย่างมั่นคงและยั่งยืนต่อไป นายชัยวุฒิ สุดทองคง ผู้เชี่ยวชาญด้านการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง กองวิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง กรมประมง เปิดเผยว่า ได้เริ่มดำเนินโครงการฯ ในพื้นที่นำร่องของจังหวัดนครศรีธรรมราช โดยมีเกษต
กรมประมง…โชว์ผลสำเร็จ ยกระดับการเพาะพันธุ์ “ปลาน้ำเงิน” ด้วยเทคนิคใหม่ ที่ช่วยลดการสูญเสียพ่อแม่พันธุ์ หนุนเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต เตรียมผลักดันเป็นสัตว์น้ำเศรษฐกิจมูลค่าสูง ต่อยอดสู่การเลี้ยงเชิงพาณิชย์ รองรับความต้องการของตลาดที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ควบคู่การฟื้นฟูความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรในแหล่งน้ำธรรมชาติ พร้อมถ่ายทอดองค์ความรู้และสนับสนุนลูกพันธุ์ไปยังหน่วยงานในสังกัด สถาบันการศึกษา ตลอดจนกระจายสู่เกษตรกรและผู้ประกอบการ ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิด “Fisheries Connect to Sustainability” ที่มุ่งยกระดับการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ เพื่อขยายผลสู่การใช้ประโยชน์ในเชิงเศรษฐกิจ และสร้างความยั่งยืนให้ทรัพยากรประมงในระยะยาว นางฐิติพร หลาวประเสริฐ อธิบดีกรมประมง เปิดเผยว่า “ปลาน้ำเงิน” มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Phalacronotus apogon (Bleeker, 1851) จัดอยู่ในวงศ์ Siluridae สกุล Phalacronotus ลักษณะลำตัวยาว แบนข้าง ไม่มีครีบหลัง ไม่มีก้านครีบแข็ง และมีสีเงินแวววาว สามารถเจริญเติบโตได้ยาวถึงประมาณ 70 เซนติเมตร ในประเทศไทยนิยมเรียกปลากลุ่มนี้ว่า “ปลาเนื้ออ่อน” พบได้ทั่วไปในแหล่งน้ำธรรมชาติ เช่น แม่น้ำเจ้า
การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ไม่ได้เป็นเพียงอาชีพดั้งเดิมของชุมชนอีกต่อไป แต่กำลังก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี มาตรฐานการผลิต และแนวคิดด้านความยั่งยืนอย่างจริงจัง หนึ่งในบุคคลต้นแบบที่สะท้อนภาพความสำเร็จดังกล่าวได้อย่างชัดเจน คือ คุณอมร เหลืองนฤมิตชัย เกษตรกรวัย 51 ปี เจ้าของ บริษัท มานิตย์ เจเนติกส์ จำกัด ในพื้นที่อำเภอเขาย้อย จังหวัดเพชรบุรี ผู้ได้รับการคัดเลือกจากกรมประมง ให้เป็น “เกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ สาขาอาชีพเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืด ประจำปี พ.ศ. 2569” จากความสำเร็จในการพัฒนาธุรกิจเพาะพันธุ์และเลี้ยงปลานิลแบบครบวงจร ที่สามารถยกระดับมาตรฐานการผลิตไทยสู่ระดับสากล ควบคู่กับการดูแลสิ่งแวดล้อมและสร้างประโยชน์คืนสู่สังคมอย่างเป็นรูปธรรม นางฐิติพร หลาวประเสริฐ อธิบดีกรมประมง เปิดเผยว่า อาชีพเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำถือเป็นอีกหนึ่งเสาหลักสำคัญของเศรษฐกิจภาคการเกษตรไทย โดยการจะผลิตสัตว์น้ำคุณภาพให้ได้มาตรฐานนั้น ต้องอาศัยความรู้ ความใส่ใจ และการบริหารจัดการที่ดีตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ทั้งการเตรียมบ่อ การคัดเลือกสายพันธุ์ การดูแลสุขภาพสัตว์น้ำ ไปจนถึงกระบวนการผลิตที่ปลอดภัยต่อผู้บริโภค 
