เทคนิคเกษตร
ศูนย์กสิกรรมธรรมชาติสองสลึง ตำบลสองสลึง อำเภอแกลง จังหวัดระยอง อีกหนึ่งฟาร์มตัวอย่างเกษตรกรที่ประสบความสำเร็จ ในด้านการทำเกษตรอินทรีย์ตามแนวปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงโดยไม่พึ่งพาสารเคมีทุกประเภท จนสามารถปลดหนี้ทั้งหมดได้ มีรายได้ตลอดทั้งปี โดยรูปแบบกิจกรรมทางการเกษตรที่ศูนย์แห่งนี้ มีความโดดเด่นเรื่องวิธีการผลิตปุ๋ยอินทรีย์ มีกระบวนการผลิต ดังนี้ วัสดุอุปกรณ์ ประกอบด้วย 1. มูลสัตว์แห้งละเอียด 1 ส่วน 2. แกลบดำ 1 ส่วน 3. อินทรียวัตถุอื่นๆ ที่หาได้ง่าย เช่น แกลบ ชานอ้อย ขี้เลื่อย เปลือกถั่วลิสง เปลือกถั่วเขียว และขุยมะพร้าว เป็นต้น อย่างใดอย่างหนึ่ง หรือหลายอย่างรวมกัน 3 ส่วน 4. รำละเอียด 1 ส่วน 5. น้ำสกัดชีวภาพ 1 ส่วน+น้ำตาล 1 ส่วน+น้ำ 100 ส่วน คนจนละลายเข้ากันดี 6. กระสอบป่านเก่าๆ สำหรับคลุมปุ๋ยที่ผสมแล้ว 7. จอบ 8. พลั่ว 9. ฝักบัวรดน้ำ ขั้นตอนการทำ มีดังนี้ 1. เตรียมพื้นที่ผสมปุ๋ยบนพื้นซีเมนต์ หรือถ้าเป็นพื้นดินให้ปูผ้ายางเพื่อป้องกันปุ๋ยซึมลงดิน 2. นำเอาวัสดุต่างๆ มากองซ้อนกันเป็นชั้นๆ แล้วคลุกเคล้าจนเข้ากันดี 3. เอาส่วนผสมของน้ำสกัดชีวภาพน้ำตาลและอ้อยใส่บัวราดบนกองวัสดุปุ๋ยหมัก คลุกให้เ
“วานิลลา” พืชมูลค่าสูงที่กำลังมาแรงในกลุ่มเกษตรกรไทย หลายคนมีทุนมากพอจะลงแปลงใหญ่ แต่ก็มีอีกไม่น้อยที่อยากทดลองปลูกแต่ติดเรื่อง “พื้นที่และงบประมาณ” วันนี้ เทคโนโลยีชาวบ้าน มีเทคนิคเด็ดจาก คุณอ้อ-สาวิตตรี สระทองเทียน เจ้าของ The Vanilla จ.นครปฐม มาถ่ายทอดวิธีการปลูกวานิลลาในตะกร้าหรือเข่ง สำหรับคนที่อยากปลูกประดับไว้ข้างบ้าน หรือปลูกทดลองมือก่อนขยายแปลงจริงในอนาคต โดยไม่ต้องสร้างโรงเรือนให้เปลืองงบ อุปกรณ์ที่ต้องเตรียม 1. ตะกร้า/เข่งพลาสติก แบบมีรูระบายน้ำรอบทิศทาง ขนาดกว้างประมาณ 23-25 นิ้ว 2. เชือกโยงทุเรียน (เชือกริบบิ้น) แข็งแรง ทนทาน ตากแดด 2-3 ปีไม่เปื่อย (เหนือกว่าเชือกฟางและใช้ง่ายกว่าลวด) 3. ตาข่ายพลาสติก สำหรับม้วนทำเสากลาง 4. กาบมะพร้าวสับ วัสดุปลูกหลัก วิธีการปลูกทีละขั้นตอน 1. ขึ้นเสาและเตรียมกระถาง ม้วนตาข่ายพลาสติกเป็นทรงกระบอก ให้สูงเลยขอบตะกร้าขึ้นมาประมาณ 80-90 เซนติเมตร 2. วางเสาตาข่ายไว้ตรงกึ่งกลางตะกร้า แล้วใช้เชือกโยงทุเรียนมัดขึงเสากับตะกร้าให้แน่นหนา ไม่หลุดเขยื้อน 3. อัดกาบมะพร้าวสับใส่ลงในช่องกลางเสาตาข่ายจนเต็ม และโรยกาบมะพร้าวสับรอบๆ เสาในเข่งให้เต็มเช่นกัน
การชาร์จถ่านไบโอชาร์ (Biochar charging) ก่อนนำไปใช้ทางการเกษตร มีเป้าหมายหลักคือ ทำให้รูพรุนของไบโอชาร์มีน้ำ ธาตุอาหาร และจุลินทรีย์อยู่ก่อน เพื่อไม่ให้ไบโอชาร์ไปดึงสิ่งเหล่านี้จากดินในช่วงแรก ทำไมต้องชาร์จไบโอชาร์ 1. ป้องกันการดึงธาตุอาหารจากดิน 2. ไบโอชาร์มีรูพรุนและพื้นที่ผิวสูง จึงสามารถดูดจับ N, P, K และธาตุอาหารอื่นๆ 3. ถ้าใส่ไบโอชาร์ที่ยังไม่ได้ชาร์จลงดิน อาจเกิดการจับธาตุอาหารไว้ชั่วคราว ทำให้พืชได้รับธาตุอาหารช้าลงในระยะแรก 4. เพิ่มความสามารถในการอุ้มน้ำ 5. เมื่อน้ำเข้าไปอยู่ในรูพรุนก่อน ไบโอชาร์จะช่วยเก็บน้ำในบริเวณรากได้ดีขึ้น เหมาะกับดินทราย ดินลูกรัง และดินอินทรียวัตถุต่ำ 6. เติมธาตุอาหารเข้าไปในไบโอชาร์ สามารถใช้สิ่งเหล่านี้ชาร์จได้ เช่น ปุ๋ยหมัก น้ำหมักอินทรีย์ มูลไก่หมัก ปุ๋ยคอกที่ผ่านการหมัก ปุ๋ย N P K ในอัตราที่เหมาะสม 7. ช่วยให้จุลินทรีย์ตั้งถิ่นในรูพรุน รูพรุนของไบโอชาร์เป็นพื้นที่ที่จุลินทรีย์บางชนิดสามารถอาศัยและหลบหลีกการถูกรบกวนได้ เมื่อชาร์จร่วมกับปุ๋ยหมักหรือวัสดุอินทรีย์ จึงช่วยให้เกิดระบบ ไบโอชาร์–จุลินทรีย์–รากพืช ได้เร็วขึ้น 8. ลดผลกระทบจากความ
การทำเกษตรให้ประสบความสำเร็จ น้ำ คือ สิ่งสำคัญ ไม่มีน้ำก็ปลูกพืชไม่ได้ คุณเมย์-เมธยา ภูมิระวิ อยู่บ้านเลขที่ 343 หมู่ที่ 6 ตำบลวังตะกอ อำเภอหลังสวน จังหวัดชุมพร เกษตรกรรุ่นใหม่สานต่องานเกษตรที่พ่อสอน บนเนื้อที่ 27 ไร่ การเริ่มต้นทำเกษตรของคุณเมย์ เริ่มจากแนวคิดง่ายๆ คือ ทำสิ่งที่ตนเองชอบและมีความสุขก่อน คือการเลี้ยงสัตว์ มีไก่นานาชนิด ไก่พื้นเมือง ไก่ต๊อก ไก่งวง ห่าน ไก่ดำ เลี้ยงจนชำนาญสามารถเพาะขยายพันธุ์แจกเพื่อนบ้าน ได้แบ่งปันเริ่มมีความสุข เริ่มคิดว่าการทำเกษตรก็เหมือนห้องทดลองวิทยาศาสตร์ที่ต้องศึกษาหาความรู้ที่ในทฤษฎีไม่ได้บอก อยากรู้ต้องลงมือทำ เพราะถ้ามีแต่องค์ความรู้ แต่ทำไม่เป็น ก็ได้แค่มอง เธอจึงเลือกที่จะลงมือปฏิบัติจากสิ่งง่ายๆ จากการขยายพันธุ์สัตว์จนสำเร็จได้มีความสุขไปแล้ว จึงขยับมาทำงานสวนต่อ ปลูกไม้ผล ทำสวนป่า ในรูปแบบเกษตรอินทรีย์ 100 เปอร์เซ็นต์ เพราะภายในสวนจะทำน้ำหมักไล่แมลงเอง ทำน้ำหมักปรับโครงสร้างดินแต่ละสูตร ทำปุ๋ยหมักบำรุงพืชเอง เช่น น้ำหมักจาวปลวกเป็นสูตรที่ทำง่ายแต่ได้ผลดี ซึ่งการทำเกษตรของคุณเมย์ จะให้ความสำคัญกับเรื่องน้ำมาเป็น อันดับ 1 มีการจัดระบบน้ำที่ดี
การเพาะปลูกเห็ดในขอนไม้ เป็นหนึ่งในภูมิปัญญาชาวบ้านที่เลียนแบบมาจากธรรมชาติ โดยใช้ท่อนไม้เป็นแหล่งอาหารเลี้ยงเส้นใยเห็ดแทนการทำก้อนเชื้อเห็ด การเพาะเห็ดวิธีนี้ ช่วยสร้างแหล่งอาหารสำหรับบริโภคในครัวเรือนแล้ว ยังสามารถประยุกต์เป็นอาชีพเสริมรายได้เพราะใช้เงินลงทุนน้อยแต่รายได้งาม ลงทุนครั้งเดียว เก็บดอกเห็ดได้นานต่อเนื่อง 1-2 ปีเลยทีเดียว “เกาะเกิด” สืบสานงานศิลป์ ส่งเสริมอาชีพเกษตร ศูนย์ศิลปาชีพเกาะเกิด ตั้งอยู่ในตำบลเกาะเกิด อำเภอปางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา มีพื้นที่ประมาณ 2,028 ไร่ จัดตั้งขึ้นเมื่อปี 2540 เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ ด้านศิลปวัฒนธรรม และการท่องเที่ยว ที่สร้างงาน สร้างอาชีพ ให้แก่ราษฎรในโครงการฯ มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ในสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง ขณะเดียวกันที่นี่ยังเป็นสถานที่ฝึกอบรมและส่งเสริมอาชีพเกษตร ทั้งการทำนา ปลูกพืชไม้ผล เลี้ยงสัตว์น้ำ ฯลฯ เพื่อเพิ่มรายได้ให้แก่เกษตรกร เปิดให้บริการ วันพุธ–อาทิตย์ เวลา 08.30-15.30 น. (ปิดวันจันทร์และอังคาร) ที่ผ่านมา ศูนย์ศิลปาชีพเกาะเกิด พยายามใช้ประโยชน์จากเศษวัสดุที่เหลือกิจกรรมต่างๆ เช่น การตัดแต่งกิ่งไม้ การตัดหญ้า
ปูนแดง หรือที่รู้จักกันในชื่อ “ปูนกินหมาก” เป็นสารที่ใช้กันมาอย่างยาวนานในชีวิตประจำวันของคนไทย นอกจากใช้ในการเคี้ยวหมากแล้ว ปูนแดงยังมีคุณสมบัติที่สามารถนำมาใช้ในการเกษตร โดยเฉพาะการป้องกันและควบคุมโรคพืชต่างๆ ได้เป็นอย่างดี เนื่องจากมีฤทธิ์เป็นด่างและมีส่วนช่วยในการฆ่าเชื้อรา เชื้อแบคทีเรีย รวมถึงแมลงบางชนิดที่เป็นสาเหตุของโรคพืช คุณสมบัติของปูนแดงที่ช่วยป้องกันโรคพืช ปรับสภาพดิน – ปูนแดงช่วยเพิ่มความเป็นด่างให้กับดิน ซึ่งสามารถยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อราที่มักเกิดในดินที่เป็นกรด ฆ่าเชื้อราและแบคทีเรีย – ปูนแดงมีคุณสมบัติเป็นสารฆ่าเชื้อที่ช่วยลดการแพร่กระจายของเชื้อราและแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุของโรคพืช ลดการระบาดของแมลงศัตรูพืช – แมลงหลายชนิดไม่ชอบพื้นผิวที่มีความเป็นด่างสูง การใช้ปูนแดงสามารถช่วยป้องกันแมลงศัตรูพืชได้ รักษาแผลต้นพืช – เมื่อต้นพืชเกิดบาดแผล เช่น จากการตัดแต่งกิ่ง หรือโดนแมลงกัดแทะ การทาปูนแดงสามารถช่วยป้องกันเชื้อโรคเข้าทำลายพืชได้ วิธีใช้ปูนแดงป้องกันโรคพืช 1. การฉีดพ่นปูนแดงเพื่อฆ่าเชื้อโรค อุปกรณ์ ปูนแดง 1 ช้อนโต๊ะ น้ำสะอาด 1 ลิตร ขวดสเปรย์หรือเครื่
“ด้วงสาคู” เป็นแมลงกินได้ที่มีราคาค่อนข้างแพง เป็นที่นิยมบริโภคของคนไทยและต่างประเทศ เพราะมีคุณค่าทางโปรตีนสูง ด้วงสาคูที่ผ่านการทอดจะมีสีเหลืองอ่อน รสชาติหวาน หอม มัน ปัจจุบันเกษตรกรหลายรายหันมาเลี้ยงด้วงสาคูเป็นอาชีพเสริม เนื่องจากเลี้ยงง่าย โตเร็ว ไม่ต้องดูแลเอาใจใส่มาก ใช้เวลาเพียง 35-40 วัน ก็จับขายได้แล้ว โดยส่งขายแม่ค้าตามตลาดนัดเพื่อนำไปทอดกรอบร่วมกับแมลงอื่นๆ แล้วยังสามารถผลิตพ่อแม่พันธุ์ด้วงจำหน่ายให้แก่ผู้สนใจนำไปเลี้ยงได้อีก โดยราคาพ่อพันธุ์แม่พันธุ์คู่ละ 6-8 บาท รู้จักด้วงสาคู ด้วงสาคู มีชื่อวิทยาศาสตร์ Rhynchophorus ferrugineus Oliver วงศ์ Curculionidae มีชื่อเรียกอื่นๆ ว่า ด้วงงวง ด้วงไฟ ด้วงมะพร้าว ทางภาคใต้เรียกว่า ด้วงสาคู หรือด้วงลาน ลักษณะเด่น ด้วงสาคูตัวเต็มวัย มีขนาดตัวยาวประมาณ 2.2-3.5 เซนติเมตร สีน้ำตาลอมส้ม หรือสีน้ำตาลปนดำ ปากยาวบอบบาง มีงวงโค้ง มีจุดแต้มสีน้ำตาลแต้มกระจายบริเวณด้านบนของอกปล้องแรก ซึ่งจุดแต้มนี้มีหลายรูปแบบ ปีกคู่หน้ามีริ้วรอยเป็นเส้นๆ ตามความยาวของปีก ปีกคลุมไม่มิดส่วนปลายท้อง ตัวผู้และตัวเมียมีความแตกต่างกัน โดยที่ตัวผู้จะมีขนมองเห็นได้ชัดเจ
มะม่วง เป็นผลไม้ที่สามารถปลูกได้ทุกภาคของประเทศไทย สําหรับภาคกลางนิยมปลูกในจังหวัดราชบุรี นครปฐม อ่างทอง และสุพรรณบุรี ปัจจุบันการส่งเสริมการปลูกมะม่วงในเชิงธุรกิจนั้น ได้มีการจัดตั้งกลุ่มผู้ปลูกมะม่วงเพื่อการส่งออก สวนมะม่วงของผู้ที่อยู่ในกลุ่มดังกล่าวจะมีใบ GAP รับรองความปลอดภัยของสินค้าเกษตร มะม่วงที่นิยมปลูก ได้แก่ พันธุ์น้ำดอกไม้สีทอง เขียวเสวย มันเดือนเก้า และโชคอนันต์ โดยเฉพาะมะม่วงพันธุ์น้ำดอกไม้สีทอง เป็นที่ต้องการของตลาดทั้งในและต่างประเทศสามารถสร้างรายได้ให้กับเกษตรกร ผู้ปลูกเป็นอย่างดี สร้างรายได้ปีละหลายแสนบาท คุณสุนทร สมาธิมงคล ได้ใช้ภูมิปัญญาชาวบ้านเพื่อลดต้นทุนการผลิตในการซื้อปุ๋ยเคมีและสารเคมีป้องกัน กําจัดศัตรูพืช สําหรับสวนมะม่วง ดังนี้ การปลูกมะม่วง คุณสุนทร เล่าว่า ตนเองนั้นได้ใช้ภูมิปัญญาชาวบ้านทําปุ๋ย หมักโดยผสมกับน้ำหมักชีวภาพจากผลไม้ เพื่อทดแทนการใช้ ปุ๋ยเคมีในสวนมะม่วง ซึ่งจะใส่ปุ๋ยหมักรองก้นหลุมก่อนปลูก ประมาณ 200 กรัม เมื่อนํากิ่งพันธุ์ปลูกแล้วรดน้ำทันที จากนั้นให้รดน้ำประมาณ 4-5 วันต่อครั้ง โดยการทําปุ๋ยหมักจะใช้น้ำหมักจากผลไม้มาผสมด้วยเพื่อเร่งการย่อย สลาย
วอเตอร์เครสเป็นพืชที่ชอบน้ำ แต่ไม่ชอบแดด เหมาะกับการปลูกในพื้นที่มีแดดรำไร ปลูกใต้ต้นไม้ หรือจะปลูกใต้ซาแรนพรางแสง 60 เปอร์เซ็นต์ขึ้นไปก็ได้ เพราะถ้าปลูกกลางแจ้งต้นจะไม่งามและแข็งเกินไป การจัดการแปลงปลูกสามารถเลือกปลูกได้ตามความสะดวก พื้นที่ตรงไหนมีที่ว่างใต้ต้นไม้ก็สามารถปลูกได้ มีพื้นที่น้อยก็สามารถปลูกสร้างรายได้ดี เพราะวอเตอร์เครสเป็นพืชที่ตัดแล้วแตกใหม่ได้เรื่อยๆ ตามคอนเซ็ปต์ของสวนเน้นปลูกพืชที่ง่าย ปลูกครั้งเดียวเก็บเกี่ยวได้นาน ขั้นตอนการปลูก การเตรียมดิน ใช้ปุ๋ยหมักมูลสัตว์โรยผสมคลุกเคล้าพรวนดิน แล้วนำกิ่งวอเตอร์เครสที่มีความยาวประมาณ 3 ข้อ จิ้มลงปลูกไปในดิน ลึกประมาณ 1 ข้อ ระยะห่างระหว่างต้น อย่างน้อย 10 เซนติเมตร จากนั้นหมั่นคอยดูแลรดน้ำทุกวัน วันละไม่ต่ำกว่า 10 นาที เพราะวอเตอร์เครสเป็นพืชที่ห้ามขาดน้ำ ระบบน้ำสามารถใช้ได้ทั้งระบบน้ำหยด และใช้สายยางเดินรดได้ ตามความเหมาะสมของพื้นที่ ปุ๋ย ใส่เดือนละครั้ง โดยปุ๋ยที่ใส่จะสลับกันใส่ระหว่างปุ๋ยมูลไส้เดือนกับปุ๋ยหมักที่ทำเอง เช่น เดือนที่หนึ่งใส่ปุ๋ยมูลไส้เดือน เดือนที่สองสลับใส่ปุ๋ยหมัก ใส่สลับไปแบบนี้ทุกเดือน และเสริมด้วยการ
หนึ่งในปัญหายอดฮิตของเกษตรกรที่ปลูกมะนาว ก็คือ “มะนาวบ้าใบ” คือเจริญแต่ใบ เขียวทั้งต้น แต่ไม่มีดอก ไม่มีลูกให้เก็บขาย ทำให้เสียทั้งเวลาและต้นทุน แถมยังหมดกำลังใจ อาการแบบนี้บ่งบอกว่าต้นมะนาว ได้รับธาตุอาหารไม่สมดุล โดยเฉพาะ “ไนโตรเจน” มากเกินไป ทำให้เน้นแตกใบอ่อน ไม่ยอมเปลี่ยนเข้าสู่ระยะสืบพันธุ์ หรือออกดอกนั่นเอง สาเหตุที่มะนาวไม่ออกดอก แนวทางการแก้ไข 1. หยุดให้ปุ๋ยเร่งใบ เปลี่ยนจากปุ๋ยยูเรียหรือปุ๋ยสูตร 46-0-0 มาเป็นปุ๋ยสูตรเร่งดอก เช่น 8-24-24 หรือใช้ปุ๋ยอินทรีย์อย่าง มูลค้างคาว ที่มีฟอสฟอรัสสูง ช่วยเร่งการออกดอกแบบปลอดภัย 2. เทคนิคงดน้ำกระตุ้นดอก งดให้น้ำ 5–7 วัน (ในช่วงที่อากาศแห้ง) จากนั้นให้น้ำแบบชุ่ม ๆ ต้นมะนาวจะรับรู้ถึงความเปลี่ยนแปลงและกระตุ้นให้เกิดดอก 3. ตัดแต่งกิ่งให้โปร่ง แสงแดดจะได้ส่องถึงภายในทรงพุ่ม และลดการแย่งอาหารระหว่างกิ่งที่ไม่จำเป็น จะช่วยให้ต้นสะสมอาหารเพียงพอสำหรับการออกดอก 4. ให้แสงแดดเพียงพอ หากปลูกในกระถาง ให้ย้ายไปในจุดที่ได้รับแสงแดดจัด หากปลูกลงดิน ควรระวังอย่าให้มีร่มเงาจากต้นไม้อื่นมาบังตลอดวัน 5. ปรับสภาพดินให้ร่วนซุย ใส่ปุ๋ยคอกเก่าหรืออินทรีย์วัตถุ
