เทคนิคเกษตร
ยุคนี้ เกษตรกรทำนาปลูกข้าว ขายข้าว อาจสร้างรายได้ไม่พอกับค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้น ชาวนาหมู่บ้านดอนซาก ตำบลห้วยงู อำเภอหันคา จังหวัดชัยนาท จึงเกิดแนวคิดนำฟางข้าวมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์รักษ์โลก ช่วยสร้างมูลค่าเพิ่ม “ฟางข้าว” ซึ่งเป็นวัสดุเหลือทิ้งจากการทำนาแทนการเผา ลดปัญหาโลกร้อน ตอบโจทย์การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ที่สำคัญเป็นช่องทางสร้างรายได้เสริมที่มั่งคั่งและยั่งยืนเข้าสู่ชุมชนอีกทางหนึ่ง มหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม ช่วยออกแบบผลิตภัณฑ์จากเยื่อฟางข้าว ผลิตภัณฑ์รักษ์โลกจากเยื่อฟางข้าวของชาวนาหมู่บ้านดอนซาก ตำบลห้วยงู อำเภอหันคา จังหวัดชัยนาท ประสบความสำเร็จเป็นรูปเป็นร่างได้นั้น เกิดจากกระบวนการมีส่วนร่วมของชาวบ้านในพื้นที่กับทีมนักวิจัยของมหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม ประกอบด้วย อาจารย์เกวรินทร์ พันทวี (สาขาวิชาศิลปกรรม) และ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. วีรนุช สระแก้ว (สาขาวิชาเคมี) ที่เข้ามาดำเนินโครงการ การออกแบบผลิตภัณฑ์จากเยื่อฟางข้าวเพื่อสร้างรายได้ให้กับชุมชน ภายใต้การสนับสนุนของสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) อาจารย์เกวรินทร์ พันทวี และผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. วีรนุช สระแก้ว เล่าให้ฟังว่า โครงการการ
ผมเคยเห็นดอกแคทุ่ง (trumpet tree) ครั้งแรกๆ ที่ตลาดเช้าเมืองมหาสารคาม คราวไปร่วมงานสัมมนายาอีสาน ที่มูลนิธิเล็ก – ประไพ วิริยะพันธุ์ ร่วมจัดกับสถาบันวลัยรุกขเวช มหาวิทยาลัยมหาสารคาม เมื่อ พ.ศ. 2540 ครั้งนั้นแม่ค้าวางขายทั้งดอกสดสีขาวและดอกต้มสุกสีเขียวขี้ม้า เธอบอกว่า เอาไปจิ้มน้ำพริกกิน หรือถ้าใส่แกงอ่อมก็จะได้แกงรสขมอ่อนๆ ความที่แรกรู้จักเป็นแบบนั้น ผมเลยจำแต่ว่า ถ้าจะกินดอกแคทุ่ง ก็ต้องลวกต้มจิ้มน้ำพริกเท่านั้น นึกเป็นกับข้าวอย่างอื่นไม่ออก แคทุ่ง หรือชื่ออื่นๆ คือ แคนา แคอ่าว แคเก็ตถวา มีดอกสีขาวบานเป็นปากแตรเล็กๆ ร่วงหล่นเต็มโคนต้นในยามย่ำรุ่ง ความที่ทรงต้น สีดอก และรูปร่างฝักแก่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว นักจัดสวนมืออาชีพจึงมักผนวกต้นแคทุ่งไว้ในสวนที่ตนออกแบบตกแต่งเสมอ ยังผลให้เราจะเห็นพรมดอกขาวของแคทุ่งอยู่ทั้งตามริมถนนหนทาง สถานที่ราชการ ตลอดจนลานสาธารณะของหมู่บ้านจัดสรรในเมืองใหญ่ๆ ในส่วนสรรพคุณยา ดอกแคทุ่งมีฤทธิ์เป็นยาระบายอ่อนๆ และรสขมของมันทำให้เจริญอาหาร กินข้าวได้ ช่วยขับลม ขับเสมหะ แก้ไข้หัวลม อย่างไรก็ดี เท่าที่ผมเห็นนั้น แต่ไหนแต่ไรมาคนภาคกลางและคนอีสานก็ดูจะกินแบบลวกจิ
ใครก็ตาม ถ้ารู้จักคิด รู้จักใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ คนนั้นไม่มีวันอับจน ด้วยความคิดอย่างนี้ กลุ่มวิสาหกิจชุมชนอนุรักษ์ทรัพยากรสิ่งแวดล้อมเขาแก้ว เลขที่ 32/2 หมู่ที่ 2 ตำบลเขาแก้ว อำเภอลานสกา จังหวัดนครศรีธรรมราช จึงได้ถือกำเนิดขึ้นมา จากคนที่มีความคิดไม่เคยหยุดนิ่งเพียงคนเดียว สามารถชักชวนผู้คนที่มีความคิดเดียวกันเข้ามารวมกลุ่มกันได้อย่างเหนียวแน่น จนกลายเป็นวิสาหกิจชุมชนขนาดย่อมและเป็นที่รู้จักของคนในชุมชนใกล้เคียง และมีชื่อเสียงกระจายไปทั้งจังหวัด ก่อนที่จะมาเป็นกลุ่มวิสาหกิจชุมชนนั้น คุณฉลอง มณีรัตน์ ทดลองเลี้ยงไส้เดือนไว้ที่บ้าน โดยซื้อพันธุ์มาจากจังหวัดสระบุรี จำนวน 60 กิโลกรัม แล้วเลี้ยงไว้ในกะละมัง และได้ชักชวนให้คนที่สนิทชิดชอบกัน ตามไปดู เมื่อพรรคพวกได้เห็นแล้ว ต่างก็เกิดความสนใจ คนที่ไปเยี่ยมชมในวันนั้นมี คุณชำนาญ ราบบำเพิง คุณพิทยาภรณ์ มีศรี หรือ พี่แต้ว ซึ่งปัจจุบันทำหน้าที่เป็นเลขาฯ ของกลุ่ม วันนั้นจึงเป็นจุดเริ่มต้นของคนกลุ่มเล็กๆ ที่เล็งเห็นประโยชน์ของไส้เดือน และด้วยที่คนในพื้นที่ส่วนมากก็เป็นพรรคพวก เพื่อนฝูง ญาติพี่น้อง ซึ่งมีอาชีพกรีดยางและทำสวนผลไม้ หลังจากกรีดยา
ในบรรดาพืชผักที่เป็นที่นิยมและรู้จักของคนไทย เชื่อแน่ว่าคงมีไม่กี่คนที่ไม่รู้จัก “ผักตำลึง” โดยเฉพาะชาวชนบททั่วทุกภาคของไทยเรา มีผักชนิดนี้ขึ้นประดับผืนไร่ สวนข้างรั้วหลังบ้าน หน้าบ้าน เป็นไม้เถาที่มากประโยชน์ ขึ้นง่ายกับที่ดินทุกชนิด โดยเฉพาะย่างเข้าหน้าฝน จะอวดยอดอวบอ้วนพร้อมมือจับที่ม้วนงอ แกว่งไหวกระดุกกระดิกคล้ายส่ายเสาะ หาที่เกาะปีนป่ายขึ้นอวดโฉมชูยอด จริงหรือที่มีคนเล่าว่า ถ้ากินผักตำลึงหน้าฝนจะเป็นไข้ ปวดท้อง คนเก่าแก่ในชนบทเล่าให้ฟังเหมือนกันว่า หน้าฝนยิ่งมีฝนตกหนักๆ ไปเก็บยอดตำลึงมาต้มแกงกินจะมีอาการไข้ไม่สบาย ปวดท้อง เห็นกันมาบ่อยๆ ก็เล่าต่อกันมา จริงเท็จอย่างไรมาช่วยกันไขปริศนานี้กันให้ที จากทฤษฎีร้อนเย็น ซึ่งเป็นความเชื่อมาตั้งแต่สมัยกรีกโบราณแพร่หลายมาสู่พ่อค้าชาวอาหรับ ชาวสเปนและกลายเป็นความเชื่อขั้นพื้นฐานของการแพทย์แบบดั้งเดิม และในปัจจุบันทฤษฎีร้อนเย็นยังมีแพร่หลายอยู่ทั่วไป จีน ญี่ปุ่น เกาหลี อินเดีย และแถบละตินอเมริกา ในทฤษฎีร้อนเย็นกล่าวถึงอาหารคือ อาหารร้อน จะมีฤทธิ์กระตุ้น เช่น อาหารรสเผ็ด รสหวาน อาหารทอด ส่วนอาหารเย็น จะมีฤทธิ์ยับยั้งทำให้ร่างกายรู้สึกเย็นจนกลาย
หัวหอมแดง เป็นเครื่องเทศคู่ครัวทุกบ้านเรือน ไม่ว่าจะเป็นเด็กหรือผู้ใหญ่ต่างรู้จักกันทุกคน ทั้งปลูกง่าย ไม่ว่าจะปลูกบนที่ดินในสวนหรือในกระถาง ในด้านสรรพคุณของหัวหอมแดงนั้น ชาวไทใหญ่นับว่าหัวหอมเป็นยาดีสำหรับท่านผู้หญิง เนื่องจากช่วยบำรุงน้ำดี เพิ่มธาตุไฟในช่องท้อง ช่วยในการย่อยอาหาร บำรุงโลหิตสตรี คุณผู้หญิงทุกท่านควรกินหัวหอมแดงสดก่อนถึงวันที่ประจำเดือนมา เพราะเชื่อว่าจะช่วยล้างมดลูกให้สะอาด ช่วยขับเลือดเน่าเสียที่ตกค้างในมดลูกให้หมด ผิวสวยหน้าใส สุขภาพดีมีกำลัง แต่ถ้าหากกินในปริมาณที่มากเกินไปอาจทำให้มีกลิ่นตัว เนื่องมาจากการขับออกมาทางผิวหนังของร่างกาย นอกจากจะเป็นยาดีสำหรับสุภาพสตรีแล้ว หัวหอมแดงยังช่วยขับปัสสาวะ หากมีอาการบวม ปัสสาวะไม่ดี การนำหัวหอมแดงมาต้มน้ำดื่มก็จะทำให้ปัสสาวะได้ดีขึ้นด้วย หากเด็กมีอาการปัสสาวะขัด ปวดตอนปัสสาวะ ให้นำหัวหอมแดงย่างไฟแล้วห่อด้วยผ้า นำมาแปะประคบท้องบริเวณกระเพาะปัสสาวะของเด็ก ไม่นานอาการปัสสาวะขัดก็จะดีขึ้น หากเป็นก้อนนิ่วในกระเพาะปัสสาวะที่ยังไม่โตมาก ให้นำหัวหอมแดงมาทุบบดปั่นเอาน้ำหอมแดงชงดื่ม เป็นเครื่องดื่ม ก้อนนิ่วจะออกมาพร้อมกับปัสสาวะ หัวหอม
หลังจากที่อากาศเย็นกันพอสมควร ต่อมาเริ่มอุ่นขึ้นถึงร้อน ดอกไม้ริมทางหลายชนิดเริ่มเบ่งบาน ไม่ว่าจะเป็นเสลา (อ่านว่า สะเหลา) อินทนิล รวมถึงงิ้ว เอ่ยชื่อต้นงิ้ว คนส่วนใหญ่อาจจะไม่รู้จัก ว่ารายละเอียดต้น ผล ดอก ใบ เป็นอย่างไร แต่อาจจะมีความทรงจำในเรื่องเล่า ที่บอกสืบทอดต่อๆ กันมาว่า ผู้ใดประพฤติผิดเมียชาวบ้าน เมื่อตายไป ยมบาลจะสั่งให้ถอดเสื้อผ้า แล้วปีนต้นงิ้วที่มีหนามแหลมคม ตามภาพวาดจิตรกรรมฝาผนังอุโบสถวัดบางแห่ง วาดได้น่ากลัว งิ้ว เป็นไม้เนื้ออ่อน สถานะเป็นไม้ธรรมดา ไม่ค่อยมีอะไรโดดเด่น การใช้ประโยชน์ในยุคเก่าก่อน เขานำปุยมายัดที่นอน ต่อมามีใยสังเคราะห์ ประกอบกับประชากรของต้นงิ้วลดน้อยถอยลง ชาวบ้านนำพื้นที่มาทำเกษตร โดยโค่นต้นงิ้วทิ้ง ทำให้ปัจจุบันคนรู้จักไม้ชนิดนี้ไม่มาก งิ้ว มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Bombax ceiba L. ชื่ออื่นๆ งิ้วหนาม งิ้วบ้าน งิ้วแดง งิ้วปง งิ้วปงแดง เป็นไม้ยืนต้นผลัดใบ ขึ้นตามป่าเบญจพรรณ ลำต้นสูง 25-30 เมตร แตกกิ่งก้านสาขามากในช่วงเรือนยอด เป็นไม้เนื้ออ่อนมีหนามแหลมอยู่ตามลำต้น ใบรวมประกอบด้วยใบย่อย 4-7 ใบ ใบเป็นมันค่อนข้างหนา ใบย่อยรูปรี ปลายใบเรียวแหลมเรียงกันคล้ายกับรู
“เกาะยอ” จังหวัดสงขลา แม้มีฐานะเป็นเพียงตำบล แต่เกาะเล็กที่มีขนาดพื้นที่ 15 ตารางกิโลเมตรแห่งนี้ ยังมีเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจหลายเรื่อง โดยเฉพาะงานหัตถกรรมทอผ้าที่โดดเด่นคือผ้าทอ “ลายราชวัตร” ชาวบ้านเกาะยอมีความสามารถทางด้านการทอผ้าเป็นอย่างดี งานหัตถกรรมทอผ้าเกาะยอสืบทอดภูมิปัญญากันต่อมา มีอายุเป็นร้อยปี และลายทอผ้าที่เลื่องชื่ออย่างมากคือ ลายก้านแย่ง หรือลาย คอนกเขา ครั้นสมัยรัชกาลที่ 5 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้เสด็จประพาสเมืองสงขลาและแหลมมลายู ทรงพอพระราชหฤทัย จึงได้พระราชทานนามให้ใหม่ว่า “ลายราชวัตร” ซึ่งแปลว่า กิจวัตรหรือการกระทำ จึงเป็นชื่อทางการของผ้าทอเกาะยอที่เรียกสืบต่อกันมาจนถึงทุกวันนี้ ในนามผ้าทอ “ลายราชวัตร” เป็นที่น่าตกใจเมื่อพบว่าอาชีพทอผ้าซึ่งเป็นมรดกทางภูมิปัญญาตกทอดกันมาได้เหลือน้อยลง เนื่องจากประสบปัญหาความเปลี่ยนไปของยุคสมัย ทำให้ขีดความสามารถเพื่ออนุรักษ์งานหัตถกรรมทอผ้าเป็นสิ่งที่ยากและลำบาก ฉะนั้น จึงมีชาวบ้านจำนวนหนึ่งที่ยึดอาชีพนี้อยู่ได้รวมตัวกันจัดตั้งเป็นกลุ่มทอผ้าเกาะยอ โดยตั้งปณิธานที่จะสืบสานอนุรักษ์งานหัตถกรรมผ้า
ต้นฤดูฝนของทุกปี เมื่อผมไปปั่นจักรยานออกกำลังแถวๆ บ้านย่านชานเมืองฝั่งธนบุรี ผมมักเก็บได้ผักหญ้าข้างทางกลับมามากบ้างน้อยบ้าง ค่าที่ว่าเมื่อฝนแรกๆ ของฤดูเริ่มโปรยปราย บรรดาพืชที่พอจะขึ้นได้ในพื้นที่สาธารณะรกร้างริมถนนก็จะแข่งกันแตกใบแตกยอดเต็มไปหมด การที่ยังพอมีพื้นที่แบบนี้อยู่ จึงคือความมั่นคงทางอาหารของผู้คนในระดับหนึ่ง คือพอจะให้พวกเขาสามารถกลับบ้านพร้อมยอดกระถินอ่อน ตำลึง จิงจ้อ ขลู่ กะทกรก ผักเบี้ย ฯลฯ ซึ่งล้วนแต่เอามาปรุงอาหารสูตรง่ายๆ ที่เรากินกันอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน อย่าง ผัดผักราดน้ำมันหอย ต้มจืด แกงส้ม หรือนึ่ง ลวก ต้มจิ้มน้ำพริกได้เป็นปกติ เมื่อเดินลงไปที่ดงต้นกระถินบางดง แล้วพบร่องรอยมีคนมาเด็ดยอดอ่อน เก็บฝักแก่ฝักอ่อนไปก่อนแล้ว ผมแอบรู้สึกดีใจ ว่าอย่างน้อยวิถีท้องถิ่นที่สืบทอดมาตั้งแต่ชุมชนเก็บของป่าล่าสัตว์ (Hunting – gathering society) สมัยก่อนประวัติศาสตร์ ยังไม่ล้มหายตายจากไปไหน แต่ถูกนำมาปรับใช้เสริมปัจจัยการกินอยู่ในสังคมปัจจุบันได้ดี แต่ผมสังเกตของผมเองว่า ในบรรดาผักข้างทางที่แตกใบแตกยอดสะพรั่งทุกต้นฤดูฝนนั้น ที่ถูกเก็บถูกเด็ดยอดไปน้อยกว่าเพื่อน คือ “ผักโขม” (Amaran
เมื่อพูดถึงอาการช้ำใน หลายคนนึกถึง “ใบบัวบก” พืชสมุนไพรพื้นบ้าน ที่มีคุณสมบัติพิเศษคือ ส่วนของใบและราก รสและสรรพคุณยาไทย จะมีกลิ่นหอม รสขมเล็กน้อย โบราณว่าแก้อ่อนเพลีย เมื่อยล้า แก้ร้อนใน แก้โรคความดันโลหิตสูง ปัจจุบันมีการนำไปแปรรูปบัวบกเป็นผลิตภัณฑ์หลากหลายรูปแบบ การบริโภคใบบัวบกภายในประเทศส่วนมากมักจะนำไปกินสด เป็นผักจิ้มน้ำพริก หลายคนนิยมนำใบบัวบกไปคั้นน้ำ ดื่มเพื่อบำรุงสุขภาพ ใบบัวบกเป็นพืชสมุนไพรที่มีสรรพคุณทางยาช่วยผ่อนคลายความเครียดได้ เนื่องจากในใบบัวบกประกอบด้วยวิตามิน บี 1 บี 2 และ บี 6 ในปริมาณสูง นอกจากนี้ ยังทำให้ร่างกายหลั่ง GABA (gamma-aminobutyric acid) ซึ่งเป็นสารสื่อประสาทชนิดหนึ่งในปริมาณที่มากขึ้นด้วย เนื่องจากใบบัวบกที่กินสดนั้นมีความขม เฝื่อน ทำให้กินได้ยาก และมีอายุการเก็บรักษาที่น้อย ในช่วงที่ผ่านมา กลุ่มนักศึกษา มทร.ธัญบุรี ประกอบด้วย คุณกนกภรณ์ เกาะเกตุ คุณสุกัญญา กระตุดนาค คุณมุจลินท์ จันมณี จากภาควิชาวิศวกรรมการเกษตร คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี โดยมี อาจารย์พฤกษา สวาทสุข เป็นอาจารย์ที่ปรึกษา ได้ร่วมกันแปรรูปสร้างมูลค่าเพิ่ม
ชาวบ้านทางภาคเหนือรู้จักมักคุ้นกับคำว่า “เพี้ย” หรือ “ขี้เพี้ย” กันมากพอ ซึ่งหมายถึง มูลอ่อนของสัตว์ประเภทกินหญ้า วัว ควาย แพะ ส่วนคำว่า “ฟาน” หมายถึงสัตว์ชนิดหนึ่ง คือ เก้ง สัตว์ป่าที่เป็นสัตว์สงวน เหลืออยู่ในป่าไม่มากแล้ว เพราะเป็นที่นิยมล่ามากินเป็นอาหาร เขาว่าเนื้อเก้ง หรือเนื้อฟาน นั้น เป็นสุดยอดเนื้อที่อร่อยมาก คำว่า “เพี้ยฟาน” หมายถึง มูลอ่อนของเก้งที่ค้างอยู่ในลำไส้ บีบรูดออกมาลวกน้ำร้อน ผสมกับลาบดิบ ลาบเลือด ต้มอ่อม ต้มขม ยิ่งถ้าได้ผสมกับน้ำดีไปอีกนิด ที่สุดเลยครับ เรียก “เพี้ยหัวดี” บางคนชอบถึงกับเอามาปรุงเป็นน้ำจิ้มลวก จิ้มเนื้อย่าง เนื้อปิ้ง นั่นเชียว วันนี้เรามาทำความรู้จัก “เพี้ยฟาน” ที่เป็นผักสมุนไพรชนิดหนึ่ง คงเป็นเพราะว่า คอสุรา คอลาบดิบ ลาบเลือด ทั้งหลาย ชอบกินของขม เมื่อทำกับแกล้มสุรา จึงหาแต่ของขมมาเสริมรส ไม่ให้สุราที่ร่ำอยู่เกิดความขมขื่น เพี้ยหัวดีที่เอามาผสมลาบเลือด ลาบดิบ ยังมีไม่มากพอ คือมีน้อย ทำให้รสชาติความขมไม่สะท้านทรวง เพี้ยหัวดีของจริง ก็มีการแย่งกันตั้งแต่เชือดชำแหละเนื้อแล้ว ยังไม่พอ มือมีด มือเขียง ยังแอบเอาไปทำน้ำจิ้มตับสดอีก เหลือน้อยเดียวต้องหาของ
