Exclusive
“ไตรโคเดอร์มา” เป็นเชื้อราที่พบทั่วไปในดิน เศษซากพืช ซากสัตว์ อินทรียวัตถุ และบริเวณระบบรากพืชซึ่งบางสายพันธุ์มีประสิทธิภาพในการควบคุมโรค และส่งเสริมการเจริญเติบโตของพืช ทำให้ระบบรากพืชสมบูรณ์ แข็งแรง สามารถหาอาหารได้มาก ส่งผลให้ผลผลิตสูงและคุณภาพดี เชื้อราไตรโคเดอร์มา เป็นเชื้อราที่มีสปอร์สีเขียวเข้ม เจริญได้ดีในดินที่มีอินทรียวัตถุทำลายเชื้อราที่เป็นสาเหตุโรคพืชหลายชนิด ซึ่งเชื้อราไตรโคเดอร์มาใช้ในการป้องกันการเกิดโรค ดีกว่าใช้เพื่อการรักษาโรค เชื้อราไตรโคเดอร์มา ควบคุมโรคอะไรบ้าง เชื้อราไตรโคเดอร์มา เป็นเชื้อราที่ยับยั้งการเจริญเติบโตและทำลายเชื้อราสาเหตุโรคพืชหลายชนิด ดังนี้ 1. เชื้อราพิเทียม ทำให้เกิดรากเน่า โคนเน่า โรคยอดเน่าของต้นกล้าในพืชไร่ 2. เชื้อราไฟท็อปทอร่า ทำให้เกิดรากเน่าโคนเน่าในไม้ผล 3. เชื้อสคลอโรเทียม หรือราเม็ดผักกาด ทำให้เกิดโรคกล้าไหม้ โรคเหี่ยวในพืชผัก 4. เชื้อราฟิวซาเรียม ทำให้เกิดโรคเหี่ยวในพืชผัก 5. เชื้อราไรซ็อกโตเนีย ทำให้เกิดโรคเน่าคอดินในพืชผัก เชื้อราไตรโคเดอร์มา ทำลายโรคพืชได้อย่างไร 1. เป็นปรสิตต่อเชื้อโรคพืช โดยสร้างเส้นใยพันรัดเส้นใยโรคพืช และเจริญแท
“แดรี่โฮม” ชื่อนี้คงคุ้นหูคนไทยมานานหลายสิบปีในฐานะผู้บุกเบิกตลาดนมออร์แกนิกในประเทศไทย จากวันแรกที่หลายคนยังไม่คุ้นเคยกับคำว่า “ออร์แกนิก” วันนี้ “แดรี่โฮม” ได้พิสูจน์แล้วว่าการทำธุรกิจที่ยั่งยืน ไม่เพียงแต่สร้างผลิตภัณฑ์คุณภาพสูง แต่ยังสร้างความเชื่อมั่นและผูกพันกับผู้บริโภคได้อย่างแท้จริง จากฟาร์มเล็กๆ ที่มีแนวคิดไม่เหมือนใคร “แดรี่โฮม” ไม่ได้แค่ผลิตนม แต่ได้สร้าง “อาณาจักร” แห่งการทำเกษตรอินทรีย์ที่ใส่ใจทั้งคนเลี้ยง วัว และสิ่งแวดล้อม กลายเป็นแบรนด์ที่อยู่คู่กับวิถีชีวิตคนไทย และเป็นสัญลักษณ์ของนมทางเลือกเพื่อสุขภาพที่ทุกคนไว้วางใจมาโดยตลอด คุณพฤฒิ เกิดชูชื่น ผู้ก่อตั้งและผู้บริหาร แดรี่โฮม ตั้งอยู่ที่อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา เปิดบทสนทนากับ “เทคโนโลยีชาวบ้าน” และ “เส้นทางเศรษฐี” ด้วยแววตาที่มุ่งมั่นและจริงจัง แบบฉบับของเกษตรกรรุ่นเก๋าผู้มีประสบการณ์ผ่านร้อนผ่านหนาวมามากมาย สะท้อนวิสัยทัศน์ของเขาที่ไม่ใช่เพียงแค่การทำธุรกิจเพื่อแสวงหากำไร พร้อมกับเล่าความเป็นมาที่กว่าจะเป็น “แดรี่โฮม” ที่ทุกคนรู้จักกันในวันนี้ต้องผ่านการล้มลุกคลุกคลานอะไรมาบ้าง “แดรี่โฮม เริ่มต้นเมื่อประมาณ 26
ในวันที่โลกไม่ได้ขาดแคลนอาหาร แต่กำลังโหยหาความหมายที่ซ่อนอยู่ในอาหารมากกว่าเดิม คำถามสำคัญของภาคการเกษตรไทย อาจไม่ใช่จะผลิตได้มากแค่ไหน แต่คือจะทำอย่างไรให้ผู้คนยินดีจ่ายมากขึ้นให้กับสิ่งที่ผลิตออกมา ตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา เกษตรกรไทยถูกสอนให้เพิ่มผลผลิต ขยายพื้นที่ปลูก ลดต้นทุน และแข่งขันกันด้วยจำนวน แต่เมื่อผลผลิตล้นตลาด ราคากลับตกต่ำ วงจรเดิมจึงเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนหลายคนเริ่มตั้งคำถามว่า แท้จริงแล้วปัญหาอยู่ที่การผลิตน้อยเกินไป หรือเราอาจกำลังมองข้าม “คุณค่า” ที่ซ่อนอยู่ในผลผลิตเหล่านั้น หนึ่งในผู้ที่มองเห็นคำตอบของเรื่องนี้อย่างชัดเจน คือ อาจารย์ขาบ-สุทธิพงษ์ สุริยะ นักปั้นแบรนด์และนักออกแบบภาพลักษณ์ธุรกิจอาหาร ภาคการเกษตร และการท่องเที่ยวเกษตรยั่งยืน แห่ง Karb Studio เจ้าของรางวัลออสการ์อาหารโลก Gourmand Awards ต่อเนื่องกว่า 20 ปี รวม 27 รางวัล ผู้ขับเคลื่อนแนวคิด “Local สู่ เลอค่า” จนกลายเป็นต้นแบบของการเปลี่ยนต้นทุนท้องถิ่นให้กลายเป็นมูลค่าระดับสากล เกษตรไทยไม่ขาดศักยภาพ แต่ขาดยุทธศาสตร์สร้างคุณค่า สำหรับอาจารย์ขาบ ปัญหาสำคัญของภาคเกษตรไทย ไม่ใช่การขาดศักยภาพใน
หลายคนอาจคิดว่า การเริ่มต้นธุรกิจสักแห่งต้องอาศัยแผนงานที่รัดกุม เงินทุนจำนวนมาก หรือการมองเห็นโอกาสทางการตลาดที่แตกต่างจากคนอื่น แต่ในความเป็นจริงแล้ว ธุรกิจที่เติบโตอย่างงดงามหลายแห่ง กลับมีจุดเริ่มต้นที่เรียบง่ายกว่านั้นมากเพราะบางครั้ง เมล็ดพันธุ์แห่งความสำเร็จอาจงอกงามขึ้นจาก “ความสุขเล็กๆ” ที่เกิดจากการได้ทำในสิ่งที่รัก และค่อยๆ เติบโตตามกาลเวลา วันนี้เทคโนโลยีชาวบ้าน จะมาแชร์เรื่องราวของ “ทำสวนกับมาดาม” ที่เป็นทั้งสวนผัก คาเฟ่ และพื้นที่สีเขียวกลางย่านพระราม 2 ที่ถือกำเนิดขึ้นจากความหลงใหลในต้นไม้ของเพื่อนสนิทสองคน คุณยุ้ย อภิรดี นกสุวรรณ และ คุณแหม่ม พัฐพศิญา ทิพย์สุมณฑา จากความชอบปลูกต้นไม้ในวันว่าง สู่การสร้างพื้นที่แห่งความสุขที่เปิดโอกาสให้ผู้คนได้สัมผัสธรรมชาติ เรียนรู้เรื่องการปลูกผัก และค้นพบคุณค่าของวิถีชีวิตที่เรียบง่ายท่ามกลางเมืองใหญ่ เมื่อความคลั่งไคล้ต้นไม้ เจอกับเพื่อนที่เข้าใจ จุดเริ่มต้นของ “ทำสวนกับมาดาม” เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่โลกกำลังเผชิญกับวิกฤตโควิด-19 ช่วงเวลาที่หลายคนต้องใช้ชีวิตอยู่ภายในบ้าน และเริ่มหันกลับมาให้ความสำคัญกับสุขภาพและคุณภาพอาหารที่รับประทาน
วันนี้อุตสาหกรรมเกษตรและอาหารไทยไม่ได้แข่งขันกันเพียงเรื่องความอร่อย แต่โดดเด่นด้วยนวัตกรรม คุณภาพ มาตรฐาน และความคิดสร้างสรรค์ มาร่วมเจาะลึกอนาคตอุตสาหกรรมเกษตรและอาหารไทย ที่กำลังได้รับความสนใจจากเวทีโลก ผ่านมุมมองของ คุณประสิทธิ์ บุญดวงประเสริฐ ประธานคณะผู้บริหาร (CEO) ของ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ CPF ซึ่งเป็นผู้นำธุรกิจเกษตรอุตสาหกรรมและอาหารครบวงจรระดับโลก ควบคุมคุณภาพได้ตั้งแต่ต้นน้ำจรดปลายน้ำ ตั้งแต่การวิจัยพันธุกรรมสัตว์ ธุรกิจอาหารสัตว์ การเลี้ยงสัตว์ในระบบปิดที่ทันสมัย ไปจนถึงการแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์อาหาร ขับเคลื่อนธุรกิจด้วยนวัตกรรม ความยั่งยืน และคุณภาพความปลอดภัยระดับสากล สถานการณ์ตลาดโลก ทุกประเทศเริ่มคิดถึง ความมั่นคงทางอาหารมากขึ้นเรื่อยๆ หากตัวเองทำไม่ได้ ไม่มีพื้นที่เพียงพอในการสร้างความมั่นคงทางอาหาร ก็มองหาพาร์ตเนอร์ที่ไว้ใจได้ เรื่องสิ่งแวดล้อมแม้มองดูว่าจะดร็อปลงไป เพราะประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ไม่ได้ให้ความสนใจมากนัก แต่จริงๆ แล้วประเทศในโซนยุโรปก็ยังคงเดินหน้าเหมือนเดิม แต่เพราะมี Crisis อาจจะเลื่อนการบังคับใช้ออกไปบ้าง ทุกวันนี้ ผู้คนทั่วโลก
ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา “ผำ” หรือไข่น้ำ กลายเป็นพืชเศรษฐกิจดาวรุ่งที่คนไทยรู้จักกันมากขึ้น ในฐานะหนึ่งในพืชอาหารที่มีโปรตีนสูง และถูกจับตามองในฐานะทางเลือกใหม่ด้านความมั่นคงทางอาหารของโลก แต่ในอนาคต บทบาทของผำอาจไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่การเป็นซูเปอร์ฟู้ดเท่านั้น หากยังมีศักยภาพก้าวสู่การเป็น “พืชคาร์บอนต่ำ” ที่สอดรับกับทิศทางการพัฒนาเศรษฐกิจสีเขียวและเป้าหมาย Net Zero ของประเทศ ด้วยคุณสมบัติที่ปลูกง่าย เจริญเติบโตรวดเร็ว ใช้น้ำน้อยเมื่อเทียบกับพืชหลายชนิด และสามารถดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ผ่านกระบวนการสังเคราะห์แสงได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผำจึงถูกมองว่าเป็นพืชแห่งอนาคตที่อาจมีบทบาททั้งในมิติอาหาร สิ่งแวดล้อม และการค้าระหว่างประเทศ โดยเฉพาะในตลาดที่ให้ความสำคัญกับสินค้าที่มีรอยเท้าคาร์บอนต่ำ มากขึ้นเรื่อยๆ ดร.อันนา ปาจรียางกูร Co-Founder ของ Dr. WellnessX ฟาร์มผำแห่งนี้ก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ปี 2021 บนพื้นที่กว่า 2 ไร่ ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ดำเนินการในรูปแบบฟาร์มระบบกึ่งปิด โดยใช้บ่อขนาดใหญ่เส้นผ่านศูนย์กลางกว่า 8 เมตร จำนวน 13 บ่อ ซึ่งถือเป็นหนึ่งในระบบเพาะเลี้ยงผำขนาดใหญ่ของประเทศไทย สามารถ
วันนี้เทคโนโลยีชาวบ้านพามาทำความรู้จักกับ เรื่องราวของ “คุณวิลาศ จุลกัลป์” หรือ “ลุงวิลาศ” เจ้าของ Wasunthara Eatery Farm บ้านวสุนธารา จังหวัดเชียงใหม่ อำเภอสันทราย กระแสดังโอมากาเสะดอกไม้ ศิลปะกินได้ ไม่ได้เริ่มต้นจากการเป็นเชฟ หรือเกษตรกรมืออาชีพ แต่เริ่มจาก “ความตั้งคำถามกับชีวิต” “วสุนธารา” มาจากคำว่า “วสุ” ที่แปลว่าแผ่นดิน และ “ธารา” ที่แปลว่าน้ำ สะท้อนแนวคิดการใช้ชีวิตที่พึ่งพาธรรมชาติ – ดิน น้ำ และฟ้า – เปรียบเสมือน “ทรัพย์ในดิน สินในน้ำ” ที่ต้องดูแลด้วยใจ จากลูกชาวนา สู่คนเมือง และการกลับมาที่มุ่งมั่น ลุงวิลาศ เล่าว่า ปัจจุบันอายุ 61 ปี เป็นชาวจังหวัดสุราษฎร์ธานี อำเภอไชยา เติบโตมาในครอบครัวชาวนา แต่ในวัยเด็กกลับไม่อยากเดินตามเส้นทางเดิม เพราะมองว่าชีวิตเกษตรกรเต็มไปด้วยความลำบาก จึงตัดสินใจเข้ากรุงเทพฯ เพื่อสร้างชีวิตใหม่ ทำงานด้าน แปลเอกสารและงานหนังสือ ใช้ชีวิตแบบคนเมืองที่ “ทุกอย่างต้องซื้อ” ไม่ว่าจะเป็นอาหารหรือปัจจัยพื้นฐานต่างๆ แต่เมื่อเวลาผ่านไป การใช้ชีวิตในเมือง รวมถึงข้อมูลด้านสุขภาพ ทำให้เขาเริ่มตั้งคำถามกับตัวเอง โดยเฉพาะเมื่อเห็นแนวโน้มของคนไทยที่ป่วยด
ท่ามกลางพื้นที่สีเขียวในอำเภอบางคล้า จังหวัดฉะเชิงเทรา มีคาเฟ่เล็กๆ แห่งหนึ่งซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางสวนผลไม้และแปลงผักอินทรีย์ ที่นี่มีชื่อเรียบง่ายแต่เปี่ยมความหมายว่า “บ้านสวนกำไรสุข” ชื่อที่ไม่ได้สื่อถึงกำไรเป็นตัวเงินเพียงอย่างเดียว แต่หมายถึง “กำไรแห่งความสุข” ที่เกิดขึ้นจากการได้ทำในสิ่งที่รัก การได้ดูแลครอบครัว และการได้ส่งต่ออาหารปลอดภัยให้กับผู้คนที่มาเยือน เบื้องหลังพื้นที่แห่งนี้ คือเรื่องราวของ “คุณปุ๊กแป้ง-ธิดารัตน์ อนันตรกิตติ” ผู้ประกาศข่าวสาวที่ไม่เคยทิ้งความฝันในวัยเด็กที่อยากเป็นเกษตรกร สองความฝันที่ดูเหมือนไปคนละทาง แต่เดินไปด้วยกันได้ สำหรับ “คุณแป้ง” การได้เป็นเกษตรกรคือความฝันแรกในชีวิต เติบโตมาในครอบครัวที่ทำสวนมะม่วงมายาวนาน ทั้งคุณพ่อ ก๋ง และคนในบ้านต่างคลุกคลีอยู่กับวิถีเกษตรมาตลอด จึงทำให้ภาพของสวนมะม่วงกลายเป็นความผูกพันที่อยู่ในความทรงจำตั้งแต่วัยเด็ก แม้จะรักการทำเกษตรมากแค่ไหน แต่ในมุมของครอบครัว โดยเฉพาะคุณแม่ กลับมองเห็นอีกด้านหนึ่งของอาชีพนี้ เพราะการปลูกพืชเชิงเดี่ยวในอดีตมักเผชิญกับปัญหารายได้ไม่แน่นอน และต้องพึ่งพาตลาดอยู่ตลอด จึงไม่อยากให้ลูกเดินบนเส้น
เวลาเลือกซื้อผักตามแผงตลาด หลายคนมักมองข้ามผักที่มีรอยหนอนกัดหรือดูไม่สวยงาม และเลือกหยิบผักหน้าตาดีแทน แต่รู้ไหมว่า ‘ผักขี้เหร่’ ที่หลายคนมองข้ามนั้น ไม่เพียงมีประโยชน์ไม่น้อยไปกว่าผักสวยๆ แต่ยังสามารถสร้างรายได้ได้ดีไม่แพ้กันอีกด้วย วันนี้ เทคโนโลยีชาวบ้าน ขอพาทุกคนไปรู้จักกับ คุณแพทตี้-ปิตุพร ภูโชคศิริ เจ้าของ Hug Hed Farm อดีตเชฟมืออาชีพในต่างประเทศ ที่ตัดสินใจหันหลังให้ครัวเมืองนอก กลับมาปลูกผักออร์แกนิกในบ้านเกิด จนสามารถต่อยอดความสำเร็จ ส่งผักสดคุณภาพสู่ชั้นวางในห้างได้อย่างภาคภูมิใจ หลายคนอาจสงสัยว่า อาชีพเชฟที่มีรายได้ดี ทำไมถึงเลือกเปลี่ยนเส้นทางมาทำเกษตร? คุณแพท เล่าว่า “ตอนที่ทำงานเป็นเชฟอยู่ต่างประเทศ มีช่วงวันหยุดยาวประมาณ 3-4 เดือน ก่อนเริ่มงานใหม่ เลยตัดสินใจกลับบ้าน และลองทำโรงเห็ดเล็กๆ หลังบ้าน คิดแค่ว่าจะปลูกเห็ดขายเล่นๆ ระหว่างพักงาน แล้วค่อยกลับไปทำงานตามแผนเดิม แต่ตอนนั้นเป็นเพียงความคิดเริ่มต้นเท่านั้น” ช่วงที่กลับมาอยู่บ้านตรงกับช่วงการระบาดของโควิด-19 ทำให้ต้องเลื่อนแผนกลับไปทำงานต่างประเทศออกไป จากนั้นจึงเริ่มต้นทำเกษตรอินทรีย์ โดยมองว่าโรคระบาดครั
หากพูดถึงร้านที่ผู้บริโภคเชื่อใจเรื่องอาหารปลอดภัย ชื่อของ “Lemon Farm” มักถูกนึกถึงเป็นอันดับต้นๆ ไม่ใช่เพราะภาพลักษณ์ของสินค้าเพียงอย่างเดียว แต่เพราะเรื่องราวเบื้องหลังที่ค่อยๆ เติบโตไปพร้อมกับเกษตรกร ผู้ผลิต และผู้บริโภคที่เชื่อในคุณค่าของอาหารจากธรรมชาติ วันนี้ได้มีโอกาสพูดคุยกับ คุณเล็ก – สุวรรณา หลั่งน้ำสังข์ เรื่องราวจึงไม่ใช่แค่บทสัมภาษณ์ทางธุรกิจ แต่เป็นการถอดบทเรียนจากผู้หญิงคนหนึ่งที่เลือกเดินบนเส้นทางเกษตรอินทรีย์ ตั้งแต่วันที่คำว่า “ออร์แกนิก” ยังไม่เป็นที่แพร่หลาย จนถึงวันนี้ที่ Lemon Farm กลายเป็นพื้นที่เชื่อมโยงคนปลูกกับคนกินเข้าไว้ด้วยกัน จากความตั้งใจเล็กๆ ที่อยากให้ครอบครัวและผู้คนรอบตัวได้กินอาหารที่ปลอดภัย สู่การสร้างเครือข่ายเกษตรกรอินทรีย์ทั่วประเทศ Lemon Farm เติบโตด้วยความเชื่อ ความอดทน และความสัมพันธ์ที่ค่อยๆ สั่งสม วันนี้จะพาทุกท่านไปสัมผัสแนวคิด ประสบการณ์ และหัวใจของการทำงาน ที่ยังคงยึดมั่นว่า “อาหารที่ดี” ต้องดีต่อทั้งคนกิน คนปลูก และผืนดินไปพร้อมกัน จุดเริ่มต้นกว่าจะมาเป็น Lemon Farm ที่รู้จักในทุกวันนี้ คุณเล็กย้อนเล่าถึงจุดเริ่มต้นของการก่อร่างสร้าง Le
