Exclusive
เมื่อพูดถึง “ผักพื้นบ้าน” ภาพที่คนส่วนใหญ่นึกถึงมักเป็นแปลงเล็กๆ หลังบ้าน ปลูกไว้กินเองในครอบครัว หรือวางขายข้างทางในตลาดท้องถิ่น แต่ใครจะเชื่อว่า วันหนึ่งผักบ้านๆ อย่าง ผักแขยง มะเดื่อชุมพร หรือใบมันปู จะกลายเป็น “ของหายาก” ที่เชฟระดับมิชลินตามหา เพื่อนำไปเสิร์ฟในจาน Fine Dining เบื้องหลังการเดินทางอันน่าทึ่งของผักพื้นบ้านเหล่านี้ มี “Go Organics Thailand” คอยเชื่อมต่อระหว่าง เกษตรกรรายย่อยกับเชฟระดับโลก อย่างแนบเนียน ด้วยวิสัยทัศน์ที่ชัดเจนว่า “ผักพื้นบ้านไทยไม่ควรถูกลืม แต่ควรถูกยกระดับให้โลกได้เห็นคุณค่า” Go Organics Thailand เป็นธุรกิจเพื่อสังคมที่ทำงานกับชุมชนเกษตรอินทรีย์ทั่วประเทศ คอยเสาะหาและส่งเสริมเกษตรกรที่ยังคงรักษาพันธุ์ผักท้องถิ่นไว้ ทั้งในภาคเหนือ อีสาน กลาง ใต้ ผักบางชนิดไม่ได้มีให้กินตลอดปี บางชนิดปลูกได้เฉพาะในพื้นที่ชื้นสูงหรือต้องอาศัยภูมิปัญญาชาวบ้านในการดูแล สิ่งเหล่านี้ทำให้ “ผักบ้านๆ” กลายเป็น “ผักหายาก” ที่มีเรื่องราวและรสชาติเฉพาะตัว เมื่อนำผลผลิตเหล่านี้มาผ่านกระบวนการคัดสรรและจัดส่งอย่างเหมาะสม ผักพื้นบ้านจึงได้ไปปรากฏตัวบนโต๊ะอาหารหรู ไม่ใช่แค่เพื่อเพิ่มคว
บางคนอาจคิดว่าธุรกิจที่เน้นสิ่งแวดล้อมและสังคมทำเงินได้ยาก แต่หากเจาะกลุ่มลูกค้าให้ถูกและตอบโจทย์ความต้องการได้ ก็สามารถสร้างธุรกิจที่สร้างรายได้และสร้างประโยชน์ได้เช่นกัน อย่างธุรกิจที่สองสาวที่ตั้งใจสร้างขึ้นมา “Happy Geocers” เป็นแพลตฟอร์มที่เชื่อมเกษตรกรไทยกับลูกค้าในเมือง ทั้งในกรุงเทพฯ ปริมณฑล ให้ทุกคนได้ทานผักที่คัดสรรคุณภาพ มาไว้ที่ Truck คันนี้ คุณโม-สุธาสินี สุดประเสริฐ และ คุณมุก-ปัทมาภรณ์ ดำนุ้ย ผู้ก่อตั้งธุรกิจ Happy Grocers เป็นเพื่อนสมัยเรียน จบจากวิทยาลัยโลกคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พลิกวิกฤตจากช่วงโควิด-19 ที่เกิดช่วงล็อกดาวน์ที่ตลาดและสถานที่ค้าขายปิดให้บริการ ทั้งคู่ได้มีโอกาสใกล้ชิดกับเกษตรกรและได้เห็นถึงปัญหาการปล่อยสินค้า ไม่รู้จะขายที่ไหน รัฐก็ประกาศล็อกดาวน์ แล้วผู้คนจะไปหาซื้อสินค้าได้ที่ไหน นี่เองที่จุดประกายให้เกิด Happy Grocers ธุรกิจที่เชื่อมโยง “เกษตรกร” และ “ผู้บริโภค” เข้าหากันนั่นเอง จากโควิดสู่จุดเริ่มต้นของ Happy Grocers กว่าจะมาเป็น “Happy Grocers” ที่หลายๆ คนรู้จัก ขอเท้าความไปตอนสมัยเรียนด้วยความที่คณะที่เรียนเน้นการทำโปรเจ็กต์ โดยเฉพาะเรื่องค
ในทุกฤดูร้อนของไทยผลผลิตที่โดดเด่นจากสวนของเกษตรกร ไม่ว่าจะเป็น ทุเรียน มังคุด มะม่วง ถือเป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญของประเทศ จากการคาดการณ์ของข้อมูลเอกภาพปี 2568 ในปีนี้ ผลผลิตอย่างทุเรียนเพิ่มขึ้น 37.25% เมื่อเทียบกับปี 2567 มีผลผลิตอยู่ที่ประมาณ 1,280,000 ตัน ซึ่งจากการคาดการณ์ในปีนี้ 2568 ผลผลิตทุเรียนจะอยู่ที่ 1,760,000 ตัน สาเหตุที่ผลผลิตทุเรียนมีปริมาณที่สูงขึ้น เกิดจากเกษตรกรนิยมปลูกมากขึ้นในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา จากราคาที่จูงใจในการทำตลาด แม้จะมีสัญญาณดีจากปริมาณผลผลิตที่เพิ่มขึ้น แต่ภัยแล้งที่เจอในทุกปีกลายเป็นปัจจัยสำคัญที่อาจฉุดคุณภาพและรายได้ของเกษตรกรให้ลดลงได้ จากรายงานของกรมส่งเสริมการเกษตร ระบุว่า ทุเรียนที่ให้ผลผลิตสูงจะอยู่ที่แถบภาคตะวันออก อยู่ที่ประมาณ 920,000 ตัน และผลผลิตทางภาคใต้อยู่ที่ 840,000 ตัน ซึ่งในต้นเดือนพฤษภาคมนี้ ผลผลิตจะเริ่มออกสู่ตลาดมากที่สุด โดยเริ่มต้นผลผลิตจากทางภาคตะวันออก และถือว่าเป็นระดับสูงสุดในรอบหลายปี ขณะที่ผลผลิตมังคุดและมะม่วงก็เพิ่มขึ้นตามลำดับ ด้วยเทคโนโลยีการผลิตที่พัฒนามากขึ้นและการดูแลสวนที่ดีขึ้นของเกษตรกร แต่ท่ามกลางข่าวดีนี้ ปัญหาใหญ่ที
