พืชทำเงิน
นายวสันต์ รื่นรมย์ นายกสมาคมชาวสวนผลไม้จังหวัดระยอง และนายกสมาพันธ์ชาวสวนทุเรียนไทยภาคตะวันออก เปิดเผยว่า ในปีนี้ผลผลิตทุเรียนไทยมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจากการขยายพื้นที่เพาะปลูกในช่วงที่ผ่านมา ในเบื้องต้นประเมินผลผลิตทุเรียนอยู่ที่ 1,100,000 ตัน เสี่ยงเจอผลกระทบจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง ทั้งสภาพอากาศร้อนสุดขั้ว พายุฤดูร้อนฯลฯ ผลผลิตอาจลดลง 15% หรือ ประมาณ 160,000 ตัน คาดว่าจะมีผลผลิตเข้าสู่ตลาดประมาณ 8 – 9.5 แสนตัน แต่ผลผลิตก็ยังมากกว่าปีก่อน ประมาณ 10% “ผมเชื่อว่า ปัญหาสารปนเปื้อนในทุเรียน ทั้งแคดเมียม และ BY 2 ไม่น่าจะเป็นอุปสรรคต่อการส่งออกทุเรียนไปยังตลาดจีนในปีนี้ เพราะทุกวันนี้ ชาวสวนส่วนใหญ่ต่างเข้าใจขั้นตอนปฏิบัติในสวนทั้งปฏิบัติตาม GAP และปัจจัยการผลิตมากขึ้นแล้ว ดังนั้นด้านตลาดส่งออกจึงไม่มีปัญหาอะไร” คุณวสันต์กล่าว นายกสมาคมชาวสวนผลไม้จังหวัดระยอง แสดงความห่วงกังวล ผลผลิตจะล้นตลาดในประเทศปีนี้ เนื่องจากประเทศไทยเผชิญภาวะภัยยาวนานตั้งแต่ปลายเดือนพฤศจิกายน จนถึงเดือนกุมภาพันธ์ตลอดระยะเวลา 4 เดือนเต็ม เกิดภาวะแห้งแล้ง อากาศร้อน ทำให้เกิดการแพร่ระบาดของเพลี้ยไฟไรแดงค
หลายปีที่ผ่านมา คนรุ่นใหม่จำนวนมากเลือกเดินออกจากธุรกิจเกี่ยวข้องกับเกษตรกรรม เนื่องจากมองเป็นงานหนัก บางคนมองว่าไม่เท่ รวมถึงบางคนมองว่าเป็นงานยากในสถานการณ์ปัจจุบัน แต่สำหรับ นิ้ง-สิริยากร ธรรมจิตร์ บัณฑิตป้ายแดง เจ้าของแบรนด์ทุเรียน “ลูกสาวกำนัน” จ.จันทบุรี เลือกยืนหยัดกลับมาสานต่อธุรกิจสวนทุเรียนของครอบครัว กลายเป็น New Gen ยุวเกษตรกร ที่มุ่งมั่นให้ธุรกิจเกษตรเติบโตอย่างมีนวัตกรรม นิ้งเล่าว่า เดิมเป็นเด็กที่ชื่นชอบงานด้านวิชาการ จุดเปลี่ยนสำคัญคือ ช่วง ม.6 คุณพ่อไปเห็นทุนการศึกษา ภายใต้บันทึกความเข้าใจ (MOU) ระหว่างกรมส่งเสริมการเกษตร และสถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ (PIM) เพื่อเข้าศึกษาต่อคณะเกษตรนวัตและการจัดการ (IAM) คณะที่ช่วยให้เกษตรกรเป็นผู้ประกอบการมืออาชีพ สร้างรายได้สูง “ตอนแรกเคยตั้งคำถามว่า ถ้าเรียนด้านเกษตรกรรมเฉยๆ จะไหวหรือไม่ แต่ที่บ้านบอกเราชัดเจนว่า ไม่ได้อยากให้เรากลับมาเพื่อทำสวน แต่อยากให้มาช่วยสร้างมูลค่าเพิ่ม—” “—ทางคณะให้เราเรียนรู้ด้านเกษตรควบคู่กับธุรกิจ ไม่ใช่เรียนแค่ทฤษฎี แต่ให้เราได้เข้าสู่ภาคปฏิบัติจริงๆ ตลอด 4 ปี ทั้งการฝึกงานที่สวนทุเรียนในจังหวัดอื่น กา
“ ช่วงโควิด 19 ” คือ จุดเริ่มต้นเส้นทางอาชีพเกษตรกรของ“สุไรนา บือราเฮง” เจ้าของ ชาช่า ออร์แกนิก ฟาร์ม จ.นราธิวาส เดิมเธอมีธุรกิจหลัก คือ นำเข้าสินค้าจากประเทศมาเลเซียมาจำหน่าย แต่ช่วงโควิด มาเลเซียประกาศปิดประเทศ งานประจำต้องชะงัก ทำให้มีเวลาว่างมากขึ้น จึงแบ่งพื้นที่เล็กๆ ของครอบครัวปลูกผักกินเอง เนื่องจากไม่มีพื้นฐานความรู้ทางด้านการเกษตรเลย ลองผิดลองถูกศึกษาไป ทำไป สุดท้ายก็ได้ขายผลผลิต ทำให้เธอตัดสินใจก้าวเข้าสู่อาชีพเกษตรกรเต็มตัว สุไรนา ตั้งเป้าหมายทำการเกษตรแบบสมัยใหม่ ปลูกผักปลอดภัยแบบที่ปลูกให้ครอบครัวทาน เธอมุ่งมั่น ตั้งใจ พัฒนาตัวเองอย่างมาก เริ่มต้นจากสมัครเรียนหลักสูตรการปลูกผักสลัดอินทรีย์ระยะสั้นที่ศูนย์ฝึกอบรมวิชาชีพอำเภอยี่งอ สาขาวิทยาลัยสารพัดช่างนราธิวาส ปลายปี 2564 เธออยากมีเครือข่ายเพื่อได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์ด้านการเกษตร จึงสมัครเข้าอบรมหลักสูตรเกษตรกรรุ่นใหม่ 2565 Young Smart Famer และยื่นขอตรวจรับรองมาตรฐานการฏิบัติทางการเกษตรที่ดีสำหรับพืชอาหาร GAPสร้างความเชื่อมั่นในความปลอดภัยผักของฟาร์ม สุไรนา เป็นเกษตรกรต้นแบบ ผู้นำการเปลี่ยนแปลงสีเขียวที่ใช้
“มะม่วงอกร่องบ้านเสม็ดงาม” ช่วงเดือนกุมภาพันธ์และเมษายน หากผ่านเส้นทางไปอู่ต่อเรือพระเจ้าตากที่บ้านเสม็ดงาม ตำบลหนองบัว อำเภอเมืองจันทบุรี จังหวัดจันทบุรี ห่างจากตัวเมืองจันทบุรีประมาณ 10 กิโลเมตร ก่อนถึงอู่ต่อเรือฯ 4-5 กิโลเมตร สองข้างทางจะมีแผงมะม่วงอกร่องที่ชาวสวนนำมาวางขายหน้าบ้านเป็นระยะๆ คุณเพ็ญทิวา คุณวัฒน์ นักวิชาการส่งเสริมการเกษตร สำนักงานเกษตรอำเภอเมืองจันทบุรี ให้ข้อมูลว่า มะม่วงอกร่องบ้านเสม็ดงามเป็นมะม่วงน้ำกร่อย รสชาติหวานเฉียบเป็นเอกลักษณ์โดดเด่น มีปลูกเฉพาะหมู่ที่ 10 หมู่ที่ 11 ตำบลหนองบัว ด้วยสภาพพื้นที่เหมาะสม ธรรมชาติเป็นเกาะล้อมรอบด้วยน้ำเค็ม เป็นน้ำกร่อย ดินชายฝั่งทะเล อาศัยน้ำฝนตามธรรมชาติ มะม่วงอกร่องที่นี่ปลูกกันมานาน บางแห่งต้นอายุร่วม 100 ปี ระยะหลังมีปลูกมะม่วงอกร่องและพันธุ์เขียวเสวย ฟ้าลั่นเพิ่มเติม ก่อนนี้ชาวบ้านเก็บขายตลาดในตัวเมืองจันทบุรี ราคาลูกละ 1-1.50 บาท ต่อมา “มะม่วงอกร่องบ้านเสม็ดงาม” เริ่มติดตลาด เพราะรสชาติอร่อย หวาน หอม อบต.หนองบัวได้เข้ามาส่งเสริมสนับสนุนให้ชาวบ้านปลูกและจัดงานเทศกาลมะม่วงอกร่องบ้านเสม็ดงาม และมีนักท่องเที่ยวเดินทางผ่านไปเที
ต้นสาคูเป็นพืชตระกูลปาล์มเกิดในที่ชุ่มน้ำจืดสามารถพบทั่วไป บริเวณริม ห้วย หนอง คลอง บึงในหลายจังหวัดภาคใต้เช่น จังหวัดยะลา ปัตตานี นราธิวาส สงขลา สตูล ฯลฯ ต้นสาคู ในฐานะพืชชุ่มน้ำ เปรียบเสมือน “ฝายเก็บกักน้ำ”ตามธรรมชาติ เรียกว่า หากพื้นที่ไหนปลูกต้นสาคูไว้ น้ำไม่เคยแห้งเลยทีเดียว ต้นสาคูสามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้ตั้งแต่ปลายยอดสุดโคนรากเลยทีเดียว ชาวบ้านในพื้นที่ต่างมองเห็นคุณค่าและใช้ประโยชน์ปาล์มสาคูในวิถีชีวิตได้อย่างกว้างขวาง ต้นสาคู ใช้เป็นพืชอาหาร – ใช้ยอดอ่อนทำเป็นอาหาร ยอดอ่อนที่มีอายุ 4-5 ปี นำมารับประทานโดยใช้ประกอบอาหาร ลำต้นใช้ผลิตแป้งสาคูสำหรับทำขนม หรือใช้เป็นอาหารสัตว์เลี้ยง เช่น หมู เป็ด ไก่ เมื่อต้นปาล์มสาคูตายก็พบมีแมลงปีกแข็งชนิดหนึ่งมาเจาะกินแกนในของลำต้น พร้อมวางไข่ เรียกว่า ด้วงสาคู ชาวบ้านนิยมเก็บตัวอ่อน มารับประทานเพราะมีโปรตีนสูง ต้นสาคู เป็นยาสมุนไพร -ใช้รากทำยาพื้นบ้าน โดยเฉพาะรากแขนงที่เชื่อว่ารักษาอาการปวดศีรษะได้ ส่วนผลต้นสาคู มีรสเปรี้ยวและฝาดเล็กน้อยสามารถลดความดันโลหิตสูงและบรรเทาอาการเป็นโรคเบาหวานได้ ต้นสาคู เป็นที่อยู่อาศัย
บ้านโนนยาง ตำบลขวาว อำเภอเสลภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ด เป็นหนึ่งในพื้นที่ชุมชนใกล้แนวสายส่งที่ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ได้เข้าไปส่งเสริมพัฒนาคุณภาพชีวิตชุมชน เพิ่มโอกาสสร้างอาชีพและรายได้ที่มั่นคงให้กับเกษตรกร เปลี่ยนจากพื้นที่ไร้ประโยชน์ให้กลายเป็นพื้นที่การเกษตรที่อุดมสมบูรณ์ สร้างความมั่นคงทางด้านอาหาร เปลี่ยนที่ดินไร้ประโยชน์เป็นแผ่นดินทองทางการเกษตร ผู้ใหญ่บ้าน “ วนิตย์ ตรางา ” ให้ข้อมูลว่า เดิมทีบ้านโนนยางมีป่ารกร้างไม่ได้ใช้ประโยชน์อะไรเพราะเป็นดินทราย ไม่อุ้มน้ำ เพาะปลูกพืชได้ไม่ดี และอยู่ใต้แนวสายส่งไฟฟ้า ต่อมา หน่วยปฏิบัติการ และบำรุงรักษาสายส่ง ร้อยเอ็ดที่ 1 ของกฟผ. มีแนวคิดในการใช้ทรัพยากรที่มีให้เกิดประโยชน์สูงสุด ลดความถี่และค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาสายส่ง จึงได้เข้ามาช่วยปรับปรุงพื้นที่ไร้ประโยชน์ จำนวน 30 ไร่ดังกล่าว และสอบถามชาวบ้านว่าต้องการนำที่ดินไปใช้ประโยชน์อะไร หลังทำประชาคมก็ได้ข้อสรุปร่วมกันว่า จะใช้ที่ดินดังกล่าวปลูกผักปลอดสารพิษขายเป็นรายได้เสริมหลังฤดูทำนา หลังอนุญาตให้ชาวบ้านเข้ามาปลูกผักสวนครัวใต้แนวสายส่งแล้ว กฟ
ประเทศไทยถือเป็นแหล่งพันธุ์ส้มโอที่มีมากที่สุด และมีคุณภาพมากที่สุดในโลก จนกลายเป็นหนึ่งในพืชเศรษฐกิจของไทยที่มีมูลค่าการส่งออกเป็นอันดับต้นๆ อีกด้วย วันนี้เทคโนโลยีชาวบ้านรวมสายพันธุ์ส้มโอ ที่นิยมปลูกในไทยมาฝากแฟนเพจ จะมีสายพันธุ์ไหนบ้างตามมาดูกันเลย ส้มโอเป็นไม้ผลยืนต้นขนาดกลาง มีหนามตามกิ่งใหญ่ ใบเป็นใบเดี่ยว ที่ผิวใบมีต่อมน้ำมัน ดอกสีครีมออกเป็นกระจุกหรือเดี่ยว ผลขนาดใหญ่ มีรูปทรงกลมแป้น มีเปลือกหนา ผลอ่อนเปลือกสีเขียว เมื่อแก่จัดเปลี่ยนเป็นสีเขียวอมเหลือง ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางผล 14-18 เซนติเมตร มีต่อมน้ำมันทั่วผิวเปลือก เปลือกด้านในสีขาวหนา หุ้มส่วนที่เป็นเนื้อ ข้างในผลเเบ่งเป็นกลีบๆ คั่นด้วยเยื่อบางสีขาว เนื้อส้มโอมีลักษณะเป็นถุงน้ำ รูปทรงคล้ายกุ้งฝอย จึงเรียกว่า “ตัวกุ้ง” น้ำในตัวกุ้งมีสีใสออก ครีมเหลืองอ่อน สีชมพูหรือสีแดงแล้วแต่พันธุ์ รสหวานหรือหวานอมเปรี้ยว เมล็ดส้มโอรูปร่างรี สีขาวนวล ส้มโอพันธุ์ทองดี ต้นขนาดกลาง สูง 6-8 เมตร ทรงพุ่มกว้าง 5-6 เมตร กิ่งปกคลุมด้วยขนสั้นๆ มีหนามสั้น ใบใหญ่เป็นมัน หนา มีส่วนของแผ่นใบและส่วนของหูใบ ใบแก่สีเขียวเข้ม เส้นใบนูนเห็นเด่นชัด ดอกออกที่ปล
พื้นที่จังหวัดชลบุรี เดิมเป็นแหล่งใหญ่หนึ่งที่มีเกษตรกรทำสวนมะพร้าว ปัจจุบันจำนวนลดลงอย่างต่อเนื่อง เหตุผลจากการขยายตัวของสาธารณูปโภคที่เจริญเติบโตอย่างไม่หยุดยั้ง แม้พื้นที่ปลูกจะน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด แต่ก็ยังมีสวนมะพร้าวที่ดีหลงเหลืออยู่ ปลายปี 2559 ที่ผ่านมา สวนมะพร้าวจำนวนหนึ่งถูกทำลายจากการแพร่ระบาดของหนอนหัวดำมะพร้าวอย่างรุนแรง ทำให้เจ้าหน้าที่จากสำนักงานเกษตรต้องออกมารณรงค์ให้เลี้ยงแตนเบียน เพื่อปล่อยเข้าทำลายหนอนหัวดำมะพร้าว ถามถึงสวนมะพร้าวน้ำหอม ในพื้นที่อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี ได้รับการยืนยันจากสำนักงานเกษตรอำเภอบางละมุง ว่า เหลืออยู่เพียง 2 สวนเท่านั้น ที่มีคุณภาพ สวน คุณประวิทย์ ประกอบธรรม ตั้งอยู่หมู่ที่ 1 ตำบลตะเคียนเตี้ย อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี เป็นสวนหนึ่งที่ขึ้นชื่อได้ว่า ผลิตมะพร้าวน้ำหอมได้คุณภาพ คุณประวิทย์ มีพื้นที่สวนรวมกับพื้นที่บ้าน 10 ไร่ และมีพื้นที่สวนมะพร้าว ตั้งอยู่ถัดไปอีกกว่า 10 ไร่ เป็นแปลงที่ไม่ติดกัน แต่ทุกแปลงปลูกมะพร้าวเป็นผลไม้หลักสร้างรายได้ ส่วนผลไม้ชนิดอื่นปลูกไว้รับประทาน “ผมเป็นลูกชาวสวนโดยแท้ พ่อแม่ก็ทำสวนมะพร้าวมาก่อน มาซื้อที่ตรงนี้
มะระขี้นก เป็นพืชสมุนไพรข้างรั้วที่น่าสนใจ มะระขี้นก มีชื่อเรียกแต่ละท้องที่ อาทิ ทางเหนือเรียก “มะห่อย” ทางภาคอีสานเรียก “ผักไซ” ทางใต้เรียก “ผักไห่”, “ผักเหย”, “ระร้อยรู” และอีกหลายๆ ชื่อ มะระขี้นกเป็นพืชที่ขึ้นได้ดีในเขตร้อนชื้น ทวีปเอเชียกินเป็นผัก ชาวอินเดียปรุงเป็นแกง ชาวศรีลังกาปรุงเป็นผักดอง ชาวอินโดนีเซียกินสด ชาวไทยกินหลายรูปแบบเป็นผักต้มจิ้มน้ำพริก กินได้ทั้งยอดอ่อน ฝักอ่อน ฝักแก่ มะระขี้นกเป็นพืชไม้เถา มีมือเกาะลำต้นเลื้อยพาดพันตามต้นไม้หรือตามร้าน มีอายุ 1 ปี ลักษณะใบมีหยักเว้าลึกเป็นแฉกๆ 5-6 หยัก ปลายใบแหลมมีสีเขียวอ่อน มีขนอ่อนนุ่มคลุม ดอกเป็นดอกเดี่ยวสีเหลืองออกบริเวณง่ามใบ ผลมะระขี้นกมีรูปร่างคล้ายกระสวย ผิวขรุขระ เส้นผ่าศูนย์กลางมีตั้งแต่ 1.5-2 เซนติเมตร ยาว 3-5 เซนติเมตร แต่ขนาดผลใหญ่กว่านี้ก็มี ผลอ่อนสีเขียวออกขาว ผลแก่สีเขียวเข้ม ผลสุกเป็นสีส้มหรือแดงอมส้ม เมื่อแก่จัดจะแตกออกเป็นแฉกๆ โชว์เมล็ดในที่มีเนื้อหุ้มเป็นตลับ ผลขณะที่แตกสวยมาก ล่อตาล่อใจนกมาจิกกิน แล้วถ่ายมูลออกทิ้งไปทั่ว ที่ไหนได้น้ำดีหน่อยก็จะรอเวลางอกออกมาเป็นต้นใหม่ เลื้อยเถาพันกับกิ่งไม้ต้นไม้พุ่มอื่นๆ
ในสภาวะการชะลอตัวของเศรษฐกิจช่วงนี้ ผู้ประกอบการ โรงงานที่ปรับลดพนักงาน หรือปิดตัวลงถาวร หลายคนคงคิดแล้วว่า “ไม่มั่นคง” กับการดำเนินชีวิตแน่นอน คงต้องหาอาชีพเสริมทำควบคู่กับอาชีพหลักเป็นแน่แท้ เพื่อให้ผ่านพ้นวิกฤตนี้ไปได้ “สุขใดเล่า จะเท่าบ้านเรา”…คำนี้คงจะโผล่ขึ้นในหัวทันที ยิ่งคนที่ออกไปทำงานต่างจังหวัดด้วยแล้ว ยิ่งไม่ต้องพูดถึงว่าจะคิดถึงท้องถิ่น ที่เราเคยอยู่มามากขนาดไหน อย่าง คุณณัฐรียา จันทะเสน อาศัยอยู่หมู่ที่ 5 บ้านงามวงศ์วาน ตำบลท่าสวรรค์ อำเภอนาด้วง จังหวัดเลย ที่เธอหันมาเพาะเห็ดหูหนูขายเป็นอาชีพเสริม ควบคู่กับการทำสวนยางพารา ไร่อ้อย ฯลฯ ซึ่งก่อนหน้านี้สามีเธอได้ไปทำงานที่ต่างประเทศ ก่อนจะกลับมาช่วยกันดูแลโรงเห็ดด้วยกัน และยังชวนคนในชุมชนมาร่วมกันด้วย โดยยึดคำว่า “หากเราทำได้ ชุมชนต้องเดินไปกับเราได้” คุณณัฐรียา เล่าว่า การเพาะเห็ดหูหนู เราทำกันเป็นครอบครัว ทุกคนช่วยกัน และดึงคนในชุมชนมาร่วมทำกับเราด้วย ลองผิดลองถูกมาเยอะ แต่ไม่ล้มเลิกความตั้งใจ จนปัจจุบันถือได้ว่ารู้หัวใจสำคัญของการเพาะเห็ดชนิดนี้มากพอสมควร ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง อากาศ อุณหภูมิ โรคต่างๆ ที่เกิดกับเห็ด การเ
