ท่ามกลางสถานการณ์ “น้ำนมดิบล้นตลาด” ที่กำลังกดดันเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมทั่วประเทศ สหกรณ์โคนมการเกษตรไชยปราการ จำกัด จังหวัดเชียงใหม่ เลือกตั้งรับด้วยเกมรุก เร่งยกระดับจากผู้รวบรวมน้ำนมดิบสู่ผู้ผลิตสินค้านมมูลค่าสูง ภายใต้จุดขายคุณภาพระดับพรีเมียมจนได้รับฉายา “นมฮอกไกโดเมืองไทย” เดินหน้าแปรรูปน้ำนมส่วนเกินเป็น 3 ผลิตภัณฑ์หลัก ได้แก่ ชีส ครีมสด และกรีกโยเกิร์ต เจาะตลาดร้านอาหารและโรงแรมระดับบนในเมืองท่องเที่ยว

สหกรณ์แห่งนี้มีสมาชิกกว่า 200 ฟาร์ม และมีกำลังผลิตน้ำนมดิบเฉลี่ยเกือบ 95 ตันต่อวัน แต่ยังสะท้อนทิศทางการปรับโครงสร้างอุตสาหกรรมนมไทย จากการพึ่งพาการขายน้ำนมดิบตามโควต้า สู่การสร้างมูลค่าเพิ่มด้วยผลิตภัณฑ์คุณภาพสูงที่ตอบโจทย์ตลาดยุคใหม่ ซึ่งให้ความสำคัญกับคุณภาพ ไขมันนมมาตรฐานสูง และความเข้มข้นทางโภชนาการ อันเป็นจุดแข็งสำคัญของนมไชยปราการที่ตั้งเป้าพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาสอย่างเป็นรูปธรรม

นายนิรันดร์ มูลธิดา อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ พร้อมคณะสื่อมวลชนและผู้บริหารกรมส่งเสริมสหกรณ์ ลงพื้นที่ลงพื้นที่ อำเภอไชยปราการ จังหวัดเชียงใหม่ พร้อมเยี่ยมชมกระบวนการผลิตนมโคคุณภาพดีของสหกรณ์โคนมการเกษตรไชยปราการ จำกัด และร้านนมหน้าฟาร์ม ซึ่งเป็นจุดจำหน่ายผลิตภัณฑ์นมของสหกรณ์ มีทั้งนมพาสเจอไรซ์ โยเกิร์ต เครื่องดื่มผสมนมสดแท้ เตรียมจับมือเอกชนพัฒนากระบวนการแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์นมที่หลากหลาย อาทิ ชีส ครีม และกรีกโยเกิร์ต เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค
ด้าน นายวิเชียร สันกาวี ประธานกรรมการสหกรณ์โคนมการเกษตรไชยปราการ จำกัด เปิดเผยว่า สหกรณ์แห่งนี้จัดตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 23 มกราคม 2532 ในชื่อ ”สหกรณ์การเกษตร ไชยปราการ จำกัด มีสมาชิกแรกตั้งจำนวน 83 คน ประกอบอาชีพปลูกพืช ทำนา ทำสวน ทำไร่เป็นหลัก ซึ่งมีปัญหาเรื่องรายได้ที่ไม่แน่นอนตามสภาวะอากาศและราคาพืชผลในขณะนั้น ต่อมาคณะกรรมการดำเนินงาน จึงมีแนวคิดส่งเสริมอาชีพที่สร้างรายได้ให้กับสมาชิกอย่างสม่ำเสมอและเห็นว่าอาชีพการเลี้ยงโคนมเป็นอาชีพที่น่าสนใจ จึงได้เริ่มทดลองเลี้ยงโคนมเมื่อปี 2536 จำนวน 6 ราย

เมื่อแสดงรายรับรายจ่ายแล้วมีผลที่น่าพอใจ ต่อมาจึงส่งเสริมให้สมาชิกเลี้ยงโคนมเพิ่มขึ้นและได้เปลี่ยนชื่อเป็น ”สหกรณ์โคนมการเกษตรไชยปราการ จำกัด” เมื่อปี 2545 ปัจจุบันมีสมาชิกทั้งสิ้น 217 ฟาร์ม มีจำนวนโคนมกว่า 1.8 หมื่นตัว ครอบคลุมพื้นที่ในอำเภอไชยปราการ 4 ตำบล และอำเภอฝาง มีธุรกิจหลักในการรวบรวมน้ำนมดิบจากฟาร์มสมาชิก ปริมาณเฉลี่ย 94.54 ตันต่อวัน และธุรกิจอื่นๆ เพื่อสนับสนุนและส่งเสริมการเลี้ยงโคนมแก่สมาชิกให้มีรายได้และอยู่ดีกินดี
“ตอนนี้เราผลิตน้ำนมดิบเฉลี่ยอยู่ที่วันละ 94.54 ตัน จำหน่ายให้ลูกค้าตามโควต้าเฉลี่ยอยู่ที่ 90 ตันต่อวัน ซึ่งเป็นปีต่อปีตามที่ได้ลงนามเอ็มโอยู (MOU) กัน ได้แก่ ดัชมิลค์ แดรี่พลัส เนเจอรี่ อ.ส.ค. เชียงใหม่ เฟรชมิลค์ ซีพีเมจิ และอื่นๆ ส่วนเกินจากโควต้าก็จะเป็นนมโรงเรียนและร้านนมหน้าฟาร์มอีก 4.7-4.9 ตันต่อวัน ซึ่งเป็นนมสดพร้อมดื่มพาสเจอไรซ์”

นายวิเชียร เผยต่อว่า นมไชยปราการถือเป็นนมมีคุณภาพเทียบชั้นนมฮอกไกโดของญี่ปุ่น นมไชยปราการจึงได้ชื่อว่า ”นมฮอกไกโดเมืองไทย” เนื่องจากด้วยสภาพภูมิประเทศและภูมิอากาศที่เหมาะสมสำหรับการเลี้ยงโคนม ประกอบกับวิธีการเลี้ยงที่ได้มาตรฐานระบบฟาร์มผ่านการรับรองจากกรมปศุสัตว์ทำให้การผลิตน้ำนมของโคจึงมีคุณภาพสูง โดยเฉพาะเปอร์เซ็นต์ไขมันในน้ำนมดิบเกิน 3.7
“น้ำนมทุกที่วันนี้มีปัญหาเหมือนกันหมด ไชยปราการก็มีปัญหา แต่เราจะมองปัญหาวิกฤตให้เป็นโอกาส จะมองข้ามช็อตไปในอนาคต เพราะทุกปัญหามีทางออก ทุกวันนี้นมล้น ปัญหามาจากนำเข้านมผง แต่ไชยปราการเรามองว่านมโคเราสู้นมผงได้อยู่แล้ว แต่มีข้อแม้ว่าคุณภาพต้องดี ถ้าคุณภาพยังไม่ได้จะถูกตัดราคาลดลง ปัจจุบันเราส่งเสริมสมาชิกในการแก้ปัญหาคุณภาพนม โดยเน้นเรื่องไขมันเป็นหลักอันดับแรกในน้ำนมดิบต้องมีเปอร์เซ็นต์ไขมันไม่ต่ำกว่า 3.7 จึงจะเป็นน้ำนมที่มีคุณภาพสูง” ประธานสหกรณ์โคนมการเกษตรไชยปราการ เผย

นายวิเชียร ระบุอีกว่า วันนี้สหกรณ์ผลิตน้ำนมดิบตามโควต้าเพื่อไม่ให้น้ำนมดิบล้นตลาด แต่หากผลิตได้เต็มศักยภาพจะอยู่ที่ 100-120 ตันต่อวัน ซึ่งขณะนี้เราเตรียมนำนมส่วนเกินนี้มาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ ที่เราได้เตรียมรองรับไว้ ได้แก่ ชีส ครีม และกรีกโยเกิร์ต เป็นนมที่ผ่านการกรองน้ำหลายรอบ ทำให้เนื้อสัมผัสแน่นเข้มข้นและมีโปรตีนสูงกว่าโยเกิร์ตปกติถึง 2 เท่า เหมาะสำหรับคนลดน้ำหนัก โดยขณะนี้ทั้งผลิตภัณฑ์ได้เริ่มทำแล้วแต่มีปริมาณไม่มาก มีจำหน่ายเฉพาะร้านนมหน้าฟาร์มเท่านั้น
“ผลิตภัณฑ์แปรรูปนอกจากนมพาสเจอไรซ์แล้วยังมีชีส ครีมสด และกรีกโยเกิร์ต ทุกวันนี้เราทำวันละ 40 กิโล ขายที่ร้านนมหน้าฟาร์มอย่างเดียว เหตุที่ทำปริมาณน้อยเพราะเราไม่มีเครื่องจักรขนาดใหญ่ ส่วนตลาดไม่มีปัญหา มีลูกค้าสนใจโทร.มาถามเยอะมาก ส่วนใหญ่ร้านอาหาร โรงแรมในเชียงใหม่ และใกล้เคียง”

ประธานกรรมการสหกรณ์โคนมการเกษตรไชยปราการย้ำด้วยว่า ขณะนี้เราได้เตรียมการไว้แล้วสำหรับการจัดซื้อเครื่องจักรใหม่ พร้อมอุปกรณ์ห้องจัดเก็บปรับอุณหภูมิตามมาตรฐานอย. ใช้งบประมาณ 3 ล้านบาท เพื่อใช้ในการแปรรูปนมและผลิตภัณฑ์จากนม โดยจะนำเสนอแผนการดำเนินงานต่ออธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ในวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2569 นี้

“เรื่องตลาดไม่มีปัญหา แต่ปัญหาวันนี้ของเรามีไม่พอขาย ไชยปราการเป็นเส้นทางท่องเที่ยวพวกร้านอาหาร โรงแรมต่างๆ ในตัวเมืองเชียงใหม่เขาก็ยินดีสั่งสินค้าของเรา เพราะเขารู้ดีในเรื่องคุณภาพน้ำนมเรา เราเองพยายามแปรรูปผลิตภัณฑ์ที่ไม่ซ้ำกับตัวอื่นในท้องตลาด อย่างเช่นครีมสด ชีส และกรีกโยเกิร์ต ถ้าได้เครื่องจักรตัวนี้มาทำได้สบายเลย” นายวิเชียรย้ำทิ้งท้าย
