เกษตรรอบด้าน
ดาหลา (Torch ginger) เป็นพืชพื้นเมืองทางภาคใต้ ที่ใช้กันอย่างแพร่หลาย ในลักษณะพืชอาหาร โดยใช้หน่อ ดอกและผลอ่อนเป็นผักสดและอาหารแปรรูป นอกจากนี้ยังใช้เป็นไม้ตัดดอกประดับอาคารสถานที่ ทดแทนการนำดอกไม้จากแหล่งผลิตอื่น ปัจจุบันมีการปลูกดอกดาหลาเป็นไม้ตัดดอกเชิงการค้าในจังหวัดนนทบุรี สมุทรสาคร ระยอง จันทบุรี าญจนบุรี กระบี่ ฯลฯ ราคาซื้อขายดาหลาดอกละ 5-20 บาท ส่วนต้นพันธุ์ ราคาเฉลี่ยหน่อละ 50-300 บาท ประเทศผู้นำเข้าดอกดาหลาที่สำคัญได้แก่ ตลาดตะวันออกกลาง ( บาห์เรน สหรัฐอาหรับอีมิเรต คูเวต) ส่วนตลาดนำเข้าต้นพันธุ์ดาหลาจากไทยได้แก่ สิงค์โปร์ สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น แองโกลา สเปน แอฟริกาใต้ ฯลฯ ดาหลังตรัง 1-5 กรมวิชาการเกษตร โดยศูนย์วิจัยพืชสวนตรังได้คัดเลือกพันธุ์ดาหลาเสนอเป็นพันธ์แนะนำ ตรัง 1-5 ซึ่งมีจุดเด่นดังนี้ ดาหลาตรัง 1 ลำต้นสีเขียว ใบสีเขียว ช่อดอกสีขาว สีของดอกย่อยสีขาวขอบเหลือง ให้ผลผลิตเฉลี่ย 39 ดอก/กอ/ปี (เมื่ออายุ 3 ปีหลังปลูก) อายุปักแจกันนาน 7 วัน ดาหลาตรัง 2 ลำต้นสีเขียว ใบสีเขียว ช่อดอกสีบานเย็น สีของดอกย่อยสีบานเย็น
บางท่าข้าม อำเภอพุนพิน จังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นที่ราบลุ่มที่แม่นํ้าตาปีและแม่นํ้าพุมดวงไหลมาบรรจบกันก่อนออกสู่ทะเล มีสภาพเป็นป่าชายเลน เป็นพื้นที่ราบลุ่มนํ้าท่วมขังเป็นเวลานาน ชาวบ้านในชุมชนแห่งนี้ ถูกเรียกว่า คนเมืองใน เพราะอพยพย้ายถิ่นฐานมาจากทางภาคกลางตอนใต้ ได้แก่ จังหวัดเพชรบุรี ราชบุรี และนครปฐม เข้ามาตั้งถิ่นฐานในบริเวณนี้เมื่อปี พ.ศ. 2505 เนื่องจากพื้นที่ที่จับจองอยู่ในทําเลที่ขาดความอุดมสมบูรณ์ มีศักยภาพในการทํามาหากินตํ่า ตลอดระยะเวลากว่า 60 ปีจึงประสบกับปัญหาในการประกอบอาชีพ จากภัยธรรมชาติ ต้นทุนการผลิตสูง ราคาผลผลิตตกตํ่า เจ้าหน้าที่ของสํานักงานเกษตรอําเภอพุนพิน และสำนักงานเกษตรจังหวัดสุราษฎร์ธานี จึงเข้ามาส่งเสริมให้ชาวบ้านผลิตพืชผักปลอดภัยเพื่อการบริโภคและจำหน่ายสร้างรายได้ ทำให้มีคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น เป็นต้นแบบชุมชนที่เข้มแข็งให้กับเกษตรกรในพื้นที่ใกล้เคียง รวมกลุ่ม วิสาหกิจชุมชนกลุ่มเกษตรกรทำสวนผสมผสานแบบยั่งยืนบางท่าข้าม ได้จดทะเบียนวิสาหกิจชุมชน ในปี 2558 โดยมี นายสิทธิพล โตประศรี เป็นประธานวิสาหกิจชุมชน ต่อจากนั้นในปี 2560 ได้จัดตั้งเป็นแปลงใหญ่ผักบา
กล้วยไม้สกุลช้าง เป็นไม้ที่แตกต่างไปจากกล้วยไม้สกุลอื่นๆ คือ ลักษณะใบแข็งหนาอวบน้ำเรียงชิดอยู่บนลำต้น ใบเป็นร่อง ระบบรากอากาศมีขนาดใหญ่ ปลายรากสีเขียว ส่วนของช่อดอกสามารถห้อยลงหรือตั้งขึ้นก็ได้ ซึ่งดอกมีความยาวและจำนวนมาก กลีบนอกและกลีบในของดอกแผ่ออกมีอับเรณู 2 ก้อนแยกออกจากกัน การเจริญเติบโตของกล้วยไม้ช้างเป็นแบบฐานเดี่ยว ออกดอกปีละครั้ง บางต้นอาจมีดอกครั้งละหลายๆ ช่อ ด้วยความพิเศษของการได้รอคอยนี้เอง จึงทำให้กล้วยไม้สกุลช้างเป็นกล้วยไม้ที่พิเศษและน่าหลงใหลในการได้เชยชมดอกที่จะเบ่งบานไม่น้อยทีเดียว คุณนัฏฐพงศ์ จินดาวนิช หรือ คุณรีฟ เกษตรกรที่ชื่นชอบปลูกกล้วยไม้ช้างเป็นอย่างมาก โดยเขาได้เรียนรู้และศึกษาการปลูกมาเป็นระยะหนึ่ง จากนั้นจึงค่อยๆ ซื้อมาขายไป พร้อมกับต่อยอดด้วยการเป็นนักพัฒนา เพื่อให้เกิดลูกไม้ใหม่ๆ อยู่เสมอ จึงเป็นอีกหนึ่งช่องทางช่วยให้ทำตลาดได้ต่อเนื่อง และที่สำคัญเขายังทำไม้ส่งเข้าประกวดในงานต่างๆ จึงช่วยให้กล้วยไม้ช้างที่เขาพัฒนาเป็นการสร้างตัวตนที่มีรางวัลการันตี ตั้งใจที่จะผลิตกล้วยไม้สกุลช้าง คุณรีฟ เล่าให้ฟังว่า สมัยที่ยังทำงานประจำอยู่นั้น มีโอกาสได้เห็นกล้วยไม้สกุลช
LATEST NEWS
ดาหลา (Torch ginger) เป็นพืชพื้นเมืองทางภาคใต้ ที่ใช้กันอย่างแพร่หลาย ในลักษณะพืชอาหาร โดยใช้หน่อ ดอกและผลอ่อนเป็นผักสดและอาหารแปรรูป นอกจากนี้ยังใช้เป็นไม้ตัดดอกประดับอาคารสถานที่ ทดแทนการนำดอกไม้จากแหล่งผลิตอื่น ปัจจุบันมีการปลูกดอกดาหลาเป็นไม้ตัดดอกเชิงการค้าในจังหวัดนนทบุรี สมุทรสาคร ระยอง จันทบุรี าญจนบุรี กระบี่ ฯลฯ ราคาซื้อขายดาหลาดอกละ 5-20 บาท ส่วนต้นพันธุ์ ราคาเฉลี่ยหน่อละ 50-300 บาท ประเทศผู้นำเข้าดอกดาหลาที่สำคัญได้แก่ ตลาดตะวันออกกลาง ( บาห์เรน สหรัฐอาหรับอีมิเรต คูเวต) ส่วนตลาดนำเข้าต้นพันธุ์ดาหลาจากไทยได้แก่ สิงค์โปร์ สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น แองโกลา สเปน แอฟริกาใต้ ฯลฯ ดาหลังตรัง 1-5 กรมวิชาการเกษตร โดยศูนย์วิจัยพืชสวนตรังได้คัดเลือกพันธุ์ดาหลาเสนอเป็นพันธ์แนะนำ ตรัง 1-5 ซึ่งมีจุดเด่นดังนี้ ดาหลาตรัง 1 ลำต้นสีเขียว ใบสีเขียว ช่อดอกสีขาว สีของดอกย่อยสีขาวขอบเหลือง ให้ผลผลิตเฉลี่ย 39 ดอก/กอ/ปี (เมื่ออายุ 3 ปีหลังปลูก) อายุปักแจกันนาน 7 วัน ดาหลาตรัง 2 ลำต้นสีเขียว ใบสีเขียว ช่อดอกสีบานเย็น สีของดอกย่อยสีบานเย็น
มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โดยวิทยาลัยการศึกษาตลอดชีวิต เปิดหลักสูตร “นวัตกรเกษตรอัจฉริยะ: AIoT สำหรับเกษตรแม่นยำ” (Smart Agri-Innovator: AIoT for Precision Farming) หลักสูตร Bootcamp และ On-site Training ระยะเวลา 5 วัน รวม 45 ชั่วโมง มุ่งพัฒนาความรู้และทักษะด้านเทคโนโลยี AIoT สำหรับการประยุกต์ใช้ในภาคเกษตร ผ่านการเรียนรู้แบบเข้มข้นและการลงมือปฏิบัติจริง พร้อมเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมพัฒนาชิ้นงานต้นแบบ (Prototype) ที่สามารถนำความรู้ไปต่อยอดสู่งาน นวัตกรรม หรือธุรกิจด้านเกษตรอัจฉริยะได้ หลักสูตรได้รับการออกแบบให้สอดคล้องกับความท้าทายของภาคเกษตรกรรมไทย ทั้งการขาดแคลนแรงงาน การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และช่องว่างด้านทักษะเทคโนโลยี โดยมุ่งส่งเสริมการนำข้อมูล เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ และระบบอัตโนมัติมาประยุกต์ใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุน และยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน ขณะที่เทคโนโลยี AIoT ซึ่งเป็นการบูรณาการระบบเซ็นเซอร์ การสื่อสารข้อมูล การวิเคราะห์ข้อมูล และ AI จะเข้ามามีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนการตัดสินใจด้านการเกษตรบนพื้นฐานของข้อมูลจริง ตลอดระยะเวลาการอบรม ผู้เข้าร่วมจะได้เรียนรู้ทั้งภา
บางท่าข้าม อำเภอพุนพิน จังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นที่ราบลุ่มที่แม่นํ้าตาปีและแม่นํ้าพุมดวงไหลมาบรรจบกันก่อนออกสู่ทะเล มีสภาพเป็นป่าชายเลน เป็นพื้นที่ราบลุ่มนํ้าท่วมขังเป็นเวลานาน ชาวบ้านในชุมชนแห่งนี้ ถูกเรียกว่า คนเมืองใน เพราะอพยพย้ายถิ่นฐานมาจากทางภาคกลางตอนใต้ ได้แก่ จังหวัดเพชรบุรี ราชบุรี และนครปฐม เข้ามาตั้งถิ่นฐานในบริเวณนี้เมื่อปี พ.ศ. 2505 เนื่องจากพื้นที่ที่จับจองอยู่ในทําเลที่ขาดความอุดมสมบูรณ์ มีศักยภาพในการทํามาหากินตํ่า ตลอดระยะเวลากว่า 60 ปีจึงประสบกับปัญหาในการประกอบอาชีพ จากภัยธรรมชาติ ต้นทุนการผลิตสูง ราคาผลผลิตตกตํ่า เจ้าหน้าที่ของสํานักงานเกษตรอําเภอพุนพิน และสำนักงานเกษตรจังหวัดสุราษฎร์ธานี จึงเข้ามาส่งเสริมให้ชาวบ้านผลิตพืชผักปลอดภัยเพื่อการบริโภคและจำหน่ายสร้างรายได้ ทำให้มีคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น เป็นต้นแบบชุมชนที่เข้มแข็งให้กับเกษตรกรในพื้นที่ใกล้เคียง รวมกลุ่ม วิสาหกิจชุมชนกลุ่มเกษตรกรทำสวนผสมผสานแบบยั่งยืนบางท่าข้าม ได้จดทะเบียนวิสาหกิจชุมชน ในปี 2558 โดยมี นายสิทธิพล โตประศรี เป็นประธานวิสาหกิจชุมชน ต่อจากนั้นในปี 2560 ได้จัดตั้งเป็นแปลงใหญ่ผักบา
ในวันที่เรื่องของสุขภาพกลายเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญ ที่กำหนดพฤติกรรมการกินของผู้บริโภค ข้าวซึ่งเป็นอาหารหลักของคนไทย จึงไม่ได้ถูกมองเพียงในฐานะอาหาร ที่ทำให้อิ่มท้องอีกต่อไป แต่กำลังถูกตั้งคำถามว่า จะเลือกข้าวอย่างไรให้เหมาะกับร่างกาย และจะนำข้าวที่มีอยู่มาต่อยอดให้เกิดประโยชน์ ได้มากกว่าการหุงทานในแต่ละมื้อ หนึ่งในพันธุ์ข้าวที่ได้รับความสนใจในกลุ่มผู้บริโภคใส่ใจสุขภาพคือ ข้าว กข43 (RD43) ซึ่งมีคุณสมบัติด้านค่าดัชนีน้ำตาล ที่แตกต่างจากข้าวขาวทั่วไป จึงถูกนำมาพัฒนาเป็นทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการดูแลเรื่องการบริโภคคาร์โบไฮเดรต ขณะเดียวกัน ความน่าสนใจไม่ได้หยุดอยู่ที่การนำข้าวไปหุงรับประทาน เพราะเมื่อนำแนวคิดเรื่องสุขภาพมาผสานเข้ากับการแปรรูป กข43 ยังสามารถเดินทางต่อจาก “เมล็ดข้าว” ไปสู่ผลิตภัณฑ์รูปแบบใหม่ได้อีกหลายทาง ผู้ที่มองเห็นโอกาสดังกล่าวคือ อาจารย์ปิ่น – รศ.ดร.ปิ่นมณี ขวัญเมือง ภาควิชาครุศาสตร์เกษตร คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรมและเทคโนโลยี สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ได้นำข้าว กข43 โดยเฉพาะส่วนที่เป็น “ข้าวหัก” มาศึกษาและพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์อาหารเพื่อสุขภาพ ทั้งในรู
สูตรลับจากฟาร์ม
ในวันที่เรื่องของสุขภาพกลายเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญ ที่กำหนดพฤติกรรมการกินของผู้บริโภค ข้าวซึ่งเป็นอาหารหลักของคนไทย จึงไม่ได้ถูกมองเพียงในฐานะอาหาร ที่ทำให้อิ่มท้องอีกต่อไป แต่กำลังถูกตั้งคำถามว่า จะเลือกข้าวอย่างไรให้เหมาะกับร่างกาย และจะนำข้าวที่มีอยู่มาต่อยอดให้เกิดประโยชน์ ได้มากกว่าการหุงทานในแต่ละมื้อ หนึ่งในพันธุ์ข้าวที่ได้รับความสนใจในกลุ่มผู้บริโภคใส่ใจสุขภาพคือ ข้าว กข43 (RD43) ซึ่งมีคุณสมบัติด้านค่าดัชนีน้ำตาล ที่แตกต่างจากข้าวขาวทั่วไป จึงถูกนำมาพัฒนาเป็นทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการดูแลเรื่องการบริโภคคาร์โบไฮเดรต ขณะเดียวกัน ความน่าสนใจไม่ได้หยุดอยู่ที่การนำข้าวไปหุงรับประทาน เพราะเมื่อนำแนวคิดเรื่องสุขภาพมาผสานเข้ากับการแปรรูป กข43 ยังสามารถเดินทางต่อจาก “เมล็ดข้าว” ไปสู่ผลิตภัณฑ์รูปแบบใหม่ได้อีกหลายทาง ผู้ที่มองเห็นโอกาสดังกล่าวคือ อาจารย์ปิ่น – รศ.ดร.ปิ่นมณี ขวัญเมือง ภาควิชาครุศาสตร์เกษตร คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรมและเทคโนโลยี สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ได้นำข้าว กข43 โดยเฉพาะส่วนที่เป็น “ข้าวหัก” มาศึกษาและพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์อาหารเพื่อสุขภาพ ทั้งในรู
“โกโก้” เป็นสินค้าซุปเปอร์ฟู้ดที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ ทั้งช่วยลดความดันโลหิตสูง บำรุงสมอง เพิ่มประสิทธิภาพด้านความจำ ช่วยให้อารมณ์ดี และป้องกันโรคซึมเศร้าแล้ว การเติบโตของธุรกิจคาเฟ่และร้านขนม ทำให้ความต้องการนำโกโก้ไปเป็นวัตถุดิบในการทำเครื่องดื่มและขนมเติบโตตามไปด้วย ดังนั้น ผลิตภัณฑ์จากโกโก้และช็อกโกแลตออร์แกนิกจึงมีโอกาสเติบโตต่อเนื่องในเวทีตลาดโลก และเป็นประตูแห่งโอกาสของโกโก้ไทย หลังเมล็ดโกโก้ไทยที่ส่งเข้าประกวด คว้ารางวัลในงาน International Chocolate Awards Asia Pacific 2018 ทำให้โกโก้ไทยมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักในเวทีนานาชาติ ช่วยเพิ่มโอกาสส่งออกโกโก้ไทยไปตลาดโลกได้มากขึ้น ปัจจุบันพื้นที่เพาะปลูกโกโก้ขยายตัวเพิ่มขึ้นอีก เนื่องจากโกโก้เป็นพืชทำเงินที่สามารถเก็บผลผลิตได้ทุกๆ 15 วัน ช่วยสร้างรายได้ให้เกษตรกรอย่างสม่ำเสมอ ทุกวันนี้ ทุกส่วนของโกโก้สามารถนำมาแปรรูปได้หลากหลาย เป็นทั้งอาหาร เครื่องดื่ม และยา ส่วนไขมันโกโก้เป็นส่วนผสมของเครื่องสำอาง และเปลือกเป็นภาชนะใส่ขนมและไอศกรีม แปรรูปเป็นเชื้อเพลิงชีวภาพและปุ๋ย ดังนั้น การผลิตโกโก้ติดเทรนด์สู่ความยั่งยืนแบบ Ze
ชื่อนี้ “สุชล สุขเกษม” ใครๆ ก็น่าจะคุ้น ถ้าก้าวเข้ามาในพื้นที่อำเภอบางคนที จังหวัดสมุทรสงคราม เพราะคุณสุชลเป็นคนรุ่นเก่าที่เกิดและเติบโตในพื้นที่ เรียนจบเพียงประถมศึกษาปีที่ 6 เรียนต่อการศึกษานอกโรงเรียน (กศน.) จนจบมัธยมศึกษาตอนปลาย ช่วยพ่อแม่ทำการเกษตรในพื้นที่ที่มีอยู่ กระทั่งปี 2532 เดินทางไปทำงานที่ซาอุดีอาระเบีย ตลอด 8 ปีที่ทำงาน คุณสุชลคิดเก็บเงินเพื่อนำมาสร้างบ้านและทำเกษตรแบบพอเพียง ในพื้นที่ที่พ่อและแม่ให้ไว้ เมื่อกลับมาก็ลงทุนทำการเกษตร ตามที่เห็นว่าชาวบ้านใกล้เคียงทำแล้วประสบความสำเร็จ แต่โชคไม่ได้เข้าข้าง เมื่อทำแล้วต้องเป็นหนี้ เพราะไม่เคยได้จับงานเกษตรมาก่อน ความฝันของการปลูกบ้านและทำเกษตรบนที่ดินที่แม่ให้ไว้ต้องเริ่มใหม่ ไม่นาน ด้วยความตั้งใจใฝ่รู้ คุณสุชลสมัครเข้าอบรมการทำการเกษตรทุกอย่างที่ขวางหน้า ทำให้ได้เรียนรู้หลายสิ่ง นำมาประกอบกันและประยุกต์ใช้ในพื้นที่ของตนเอง สวนเดิมที่พ่อและแม่ยกให้เป็นร่องสวน และปลูกมะพร้าว อาชีพเดิมที่ชาวบางคนทีส่วนใหญ่ทำกัน การต่อยอดที่ทำได้ตอนนั้นคือ การทำน้ำตาลมะพร้าว แต่สิ่งที่คุณสุชลเรียนรู้มาสอนให้ทำเกษตรผสมผสานในพื้นที่เดียวกัน คุณสุช
NEWS
มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โดยวิทยาลัยการศึกษาตลอดชีวิต เปิดหลักสูตร “นวัตกรเกษตรอัจฉริยะ: AIoT สำหรับเกษตรแม่นยำ” (Smart Agri-Innovator: AIoT for Precision Farming) หลักสูตร Bootcamp และ On-site Training ระยะเวลา 5 วัน รวม 45 ชั่วโมง มุ่งพัฒนาความรู้และทักษะด้านเทคโนโลยี AIoT สำหรับการประยุกต์ใช้ในภาคเกษตร ผ่านการเรียนรู้แบบเข้มข้นและการลงมือปฏิบัติจริง พร้อมเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมพัฒนาชิ้นงานต้นแบบ (Prototype) ที่สามารถนำความรู้ไปต่อยอดสู่งาน นวัตกรรม หรือธุรกิจด้านเกษตรอัจฉริยะได้ หลักสูตรได้รับการออกแบบให้สอดคล้องกับความท้าทายของภาคเกษตรกรรมไทย ทั้งการขาดแคลนแรงงาน การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และช่องว่างด้านทักษะเทคโนโลยี โดยมุ่งส่งเสริมการนำข้อมูล เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ และระบบอัตโนมัติมาประยุกต์ใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุน และยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน ขณะที่เทคโนโลยี AIoT ซึ่งเป็นการบูรณาการระบบเซ็นเซอร์ การสื่อสารข้อมูล การวิเคราะห์ข้อมูล และ AI จะเข้ามามีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนการตัดสินใจด้านการเกษตรบนพื้นฐานของข้อมูลจริง ตลอดระยะเวลาการอบรม ผู้เข้าร่วมจะได้เรียนรู้ทั้งภา
เปิดฉากยิ่งใหญ่! “Thailand Coffee Fest 2026” มหกรรมกาแฟที่ทุกคนรอคอย จัดเต็มไฮไลต์โซนห้ามพลาดชวนท่องโลกกาแฟไปด้วยกัน 10-13 ก.ย.นี้ ณ อิมแพคเมืองทอง มหกรรมกาแฟสุดยิ่งใหญ่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ทุกคนรอคอย “Thailand Coffee Fest 2026” เปิดฉากอย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 10-13 กันยายน 2569 ณ อิมแพค เมืองทองธานี จัดโดยสมาคมกาแฟพิเศษไทย (SCATH) ร่วมกับ The Cloud เดินหน้าสู่ปีที่ 11 ชูแนวคิด “Made by All of Us” สะท้อนว่ากาแฟไทยเติบโตได้ด้วยมือของทุกคน ไม่ใช่คนใดคนหนึ่ง ปักหมุดเป็นพื้นที่แห่งการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ จุดประกายแรงบันดาลใจ เพื่อยกระดับมาตรฐานกาแฟไทยในทุกมิติ เปิดประตูสู่โอกาสทางธุรกิจอย่างไร้ขีดจำกัด ตอกย้ำความแข็งแกร่งของอุตสาหกรรมกาแฟไทย โดยมี “กาแฟพิเศษ” (Specialty Coffee) ที่มีมูลค่าสูงถึง 30,000 ล้านบาท เติบโตต่อเนื่องเฉลี่ย 12-15% ต่อปี เป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ การเติบโตของเซกเมนต์กาแฟพิเศษท่ามกลางความท้าทายของเศรษฐกิจไทย ไม่เพียงสะท้อนว่าตลาดกาแฟไทยก้าวสู่ยุคที่ขับเคลื่อนด้วย (Quality-Driven Market) อย่างเต็มตัว หากกลายเป็นโครงสร้างเศรษฐกิจใหม่ (New Economy) ที่สร้างห่ว
“สยามคูโบต้า” เปิดตัวรถตัดอ้อยคูโบต้า “SH-K1” เจาะโจทย์จริงเกษตรกรไทย โชว์นวัตกรรมลดแรง ทำงานไว 30 ตันต่อชั่วโมง รับซัพพลายเชนอ้อย 2 แสนล้านบาทต่อปี ล่าสุดกระทรวงอุตฯ เตรียมร่วมหนุนพืชเศรษฐกิจอ้อยรับเทรนด์โลว์คาร์บอน ชลบุรี 10 กันยายน 2569 – บริษัทสยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น จำกัด ตอกย้ำบทบาทผู้นำด้านเครื่องจักรกลเกษตร เปิดตัวรถตัดอ้อย “SH-K1 แรงตัดไม่สะดุด บริการไม่หยุดทุกฤดู” นวัตกรรมเครื่องจักรกลการเกษตรที่พัฒนาเพื่อตอบโจทย์การทำงานของเกษตรกรไทย ชูประสิทธิภาพการเก็บเกี่ยวสูงถึง 15–30 ตันต่อชั่วโมง พร้อมระบบควบคุมความแม่นยำและระดับความสูงในการตัด เพื่อช่วยลดความเสียหายต่อตออ้อย ลดการพึ่งพาแรงงาน และเพิ่มความต่อเนื่องในการเก็บเกี่ยว รองรับทิศทางอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทรายที่มุ่งส่งเสริมการรับซื้ออ้อยสดและลดการเผาอ้อยที่เติบโตต่อเนื่อง สอดคล้องกับแนวทาง Low Carbon Agriculture และเป้าหมาย Net Zero พร้อมเดินหน้าตามวิสัยทัศน์ Global Major Brand 2030 และผลักดันประเทศไทยสู่ศูนย์กลางด้านโซลูชันการเกษตรของภูมิภาคอาเซียน นายใบน้อย สุวรรณชาตรี เลขาธิการคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย กล่าวว
ฟาร์มล้ำ
(ซินหัว) — ลัดเลาะศูนย์เพาะพันธุ์หมูขนาด 186.67 เฮกตาร์ (ราว 1,170 ไร่) ของบริษัท มู่หยวน ฟูดส์ กรุ๊ป จำกัด (Muyuan Foods Group) ในเมืองเจิ้งโจว มณฑลเหอหนานทางตอนกลางของจีน ประกอบด้วยโรงเรือนเลี้ยงหมูหลายชั้นจำนวน 13 แห่ง พร้อมสารพัดสิ่งอำนวยความสะดวก ได้แก่ ศูนย์แปรรูปอาหารสัตว์ สายการผลิตเนื้อสัตว์ ศูนย์คุ้มครองสิ่งแวดล้อม และพื้นที่กำจัดซากสัตว์อย่างถูกสุขลักษณะ ศูนย์เพาะพันธุ์แห่งนี้ประยุกต์ใช้ระบบอัจฉริยะหลายรูปแบบเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเพาะเลี้ยงและดูแลสุขภาพหมู เช่น ระบบตรวจวัดอัจฉริยะ ระบบควบคุมสภาพแวดล้อมอัจฉริยะ และระบบให้อาหารอัจฉริยะ ทั้งยังใช้พลังงานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เช่น พลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานลม ควบคู่กับเทคโนโลยีลดแอมโมเนียและกำจัดกลิ่น ตลอดจนระบบหมุนเวียนระหว่างการเพาะปลูกและการเลี้ยงสัตว์ เพื่อเอื้อต่อการพัฒนาที่ยั่งยืน ประหยัดพลังงาน และลดการปล่อยคาร์บอน (บันทึกภาพวันที่ 7 ก.ย. 2026)
ท่ามกลางกระแสโลกที่กำลังตื่นตัวเรื่องสิ่งแวดล้อมและการลดขยะพลาสติก ภาคการเกษตรเองก็เริ่มเผชิญคำถามสำคัญว่า จะทำอย่างไรให้การผลิตเติบโตควบคู่ไปกับความยั่งยืนได้จริง เพราะแม้ “พลาสติก” จะเป็นวัสดุที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้กับการเกษตรในหลายด้าน แต่ในอีกมุมหนึ่ง พลาสติกจำนวนมหาศาลกลับกลายเป็นภาระต่อสิ่งแวดล้อมในระยะยาว โดยเฉพาะพลาสติกที่ผลิตจากปิโตรเลียม ซึ่งใช้เวลาย่อยสลายนานและก่อให้เกิดปัญหามลพิษสะสมทั่วโลก ในช่วงเวลาที่หลายประเทศเริ่มให้ความสำคัญกับเศรษฐกิจสีเขียวและการลดคาร์บอนฟุตพรินต์ “ยางพารา” ซึ่งเป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญของไทย กำลังถูกมองใหม่ในฐานะวัสดุแห่งอนาคต ที่สามารถต่อยอดได้มากกว่าการผลิตยางรถยนต์หรือผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมทั่วไป เพราะวันนี้ นักวิจัยไทยกำลังพยายามเปลี่ยน “ยางธรรมชาติหรือยางพารา” ให้กลายเป็นวัสดุที่ตอบโจทย์ทั้งเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อม ผ่านนวัตกรรม “ถุงเพาะกล้ายางพาราย่อยสลายได้” ที่ช่วยลดการใช้พลาสติก พร้อมเพิ่มมูลค่าให้กับยางพาราไทยในเวลาเดียวกัน ดร.ไพโรจน์ จิตรธรรม นักวิจัยอาวุโส และผู้อำนวยการกลุ่มวิจัยนวัตกรรมการแปรรูปยาง ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ สวทช. กล่า
จากชีวิตที่เร่งรีบในลอสแอนเจลิส สู่ฟาร์มเล็กๆ ในรัฐเมน สหรัฐอเมริกา “เมลิสซา ชไนเดอร์” ไม่เคยคิดว่าจะกลายมาเป็นคนเลี้ยงแกะ แต่การเข้ามาดูแลฟาร์ม Casa Portal กลับทำให้ค้นพบว่า แกะไม่ได้มีหน้าที่แค่ให้เนื้อหรือขน หากยังเป็นส่วนหนึ่งของการฟื้นฟูดินและระบบนิเวศได้อีกด้วย จากคนเมือง สู่ชีวิตที่ใกล้ดินมากขึ้น เมลิสซา ชไนเดอร์ เล่าว่า ย้ายจากลอสแอนเจลิสมาอยู่รัฐเมน โดยตั้งใจมองหาชีวิตที่ช้าลงและใกล้ชิดธรรมชาติมากขึ้น จึงเข้ามาดูแล Casa Portal ฟาร์มที่มีฝูงแกะพันธุ์ Navajo-Churro ซึ่งเป็นสายพันธุ์เก่าแก่ที่เกี่ยวข้องกับชาวดินี (Diné) ในพื้นที่ตะวันตกเฉียงใต้ของสหรัฐอเมริกา เดิมทีเมลิสซาไม่ได้ตั้งใจจะเป็นคนเลี้ยงแกะ แต่เมื่อได้ใช้เวลาอยู่กับสัตว์และผืนดินมากขึ้น จึงเริ่มมองเห็นว่าการทำฟาร์มไม่จำเป็นต้องเน้นการผลิตให้ได้มากที่สุดเสมอไป แต่สามารถทำงานไปพร้อมกับธรรมชาติได้ ฟื้นดินด้วยการ “ปล่อยให้ธรรมชาติทำงาน” ก่อนหน้านี้พื้นที่ของ Casa Portal เคยผ่านการทำไม้ ทำให้ดินเสื่อมโทรม ระบบธรรมชาติถูกรบกวน และมีต้นไม้เหลืออยู่น้อย เจ้าของฟาร์มรุ่นก่อน จึงเริ่มฟื้นฟูพื้นที่ด้วยแนวทางเพอร์มาคัลเจอร์ (Perma
TRENDY
Latest post from Technology Chaoban
อื่นๆ
บริษัท ซีพีแรม จำกัด (CPRAM) ผู้นำอุตสาหกรรมอาหารพร้อมรับประทาน เดินหน้าเสริมพอร์ตธุรกิจด้วยการรุกตลาดอาหารจีนและติ่มซำแบบครบทุกเซกเมนต์ ผ่านแบรนด์ในตำนานอย่าง “มังกรหยก” กับแนวคิด “กตัญญู” พร้อมชูกลยุทธ์ “อร่อยต้นตำรับ รสชาติที่คุ้นเคย…ได้ทุกวัน” เพื่อขยายฐานผู้บริโภคให้ครอบคลุมทุกเจเนอเรชัน และครบทุกเซกเมนต์ พร้อมถอดรหัส DNA ของแบรนด์จากรากวัฒนธรรมอาหารจีนสู่แนวคิด “รสชาติที่คุ้นเคย” ส่งต่อคุณค่าแห่งความกตัญญูผ่านมื้ออาหารคุณภาพ ความอร่อย ความปลอดภัย ความคุ้มค่า และคุณค่าทางโภชนาการ เข้าถึงได้ง่ายสะดวกพร้อมรับประทานในทุกมื้อ ทุกวัน และทุกเวลา ด้วยออกแบบบรรจุภัณฑ์อันเป็นเอกลักษณ์ ตอบโจทย์พฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญกับประสบการณ์ และคุณค่า ประเดิม 5 เมนูไฮไลต์ยอดฮิตลงตลาดทั่วไทยแล้ววันนี้ ผ่านช่องทางโลตัส, โลตัส ช้อปออนไลน์, LINE Official Account: @fudidiworld เจาะอินไซต์ผู้บริโภคยุคใหม่ และกลยุทธ์การสร้างความต่าง ปัจจุบันโลกอาหารก้าวข้ามพรมแดนตามการเดินทางของผู้คน ทำให้ตลาดอาหารจีนในไทยเติบโตต่อเนื่อง ผู้บริโภคยุคใหม่เปิดรับอาหารต่างชาติมากขึ้น ทั้งติ่มซำท
บริษัท ไทยยูเนี่ยน ฟีดมิลล์ จำกัด (มหาชน) หรือ TFM ผู้นำการผลิตและจำหน่ายอาหารสัตว์น้ำและสัตว์เศรษฐกิจชั้นนำของไทย นำโดย คุณพีระศักดิ์ บุญมีโชติ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (แถวหน้าที่ 6 จากขวา) และ คุณปิยนุช มริตตนะพร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการเงิน (แถวหน้าที่ 5 จากขวา) เปิดบ้านต้อนรับ คุณบุญชู จูระมงคล กรรมการ สมาคมนักลงทุนประเทศไทย (แถวหน้าที่ 4 จากขวา) พร้อมคณะนักลงทุน ในกิจกรรม Company Visit ร่วมเจาะลึกผลการดำเนินงาน กลยุทธ์ และทิศทางการขยายตลาด พร้อมเยี่ยมชมโรงงานและกระบวนการผลิต ณ โรงงานไทยยูเนี่ยน ฟีดมิลล์ มหาชัย ในปี 2569 TFM เดินหน้าสร้างการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยมีธุรกิจอาหารกุ้งและอาหารปลาเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ ควบคู่กับการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและบริหารต้นทุนวัตถุดิบ เพื่อรักษาความสามารถในการทำกำไร ล่าสุด บริษัทได้รับ Halal Certification ซึ่งช่วยเปิดโอกาสเข้าถึงลูกค้าและตลาดใหม่ในต่างประเทศ พร้อมมุ่งสู่เป้าหมายยอดขาย 10,000 ล้านบาทภายในปี 2573 โดยรักษาความแข็งแกร่งในประเทศไทย เร่งเพิ่มส่วนแบ่งในอินโดนีเซีย และต่อยอดโอกาสในประเทศศักยภาพ โดยเฉพาะเอกวาดอร์ หนึ่งในตลาดเพาะเล
บริษัท ซีพีแรม จำกัด (CPRAM) ผู้นำอุตสาหกรรมอาหารพร้อมรับประทาน เดินหน้ารุกตลาดอาหารจีนและติ่มซำครบทุกเซกเมนต์ เปิดตัวแบรนด์ในตำนาน “มังกรหยก” กับแนวคิด“กตัญญู” พร้อมชูกลยุทธ์ “อร่อยต้นตำรับ รสชาติที่คุ้นเคย..ได้ทุกวัน” ส่งต่อคุณค่าแห่งความกตัญญูผ่านมื้ออาหารคุณภาพ ที่อร่อยปลอดภัย คุ้มค่า และให้คุณค่าทางโภชนาการ เข้าถึงได้ง่ายสะดวกพร้อมรับประทานในทุกมื้อทุกวันและทุกเวลา ด้วยออกแบบบรรจุภัณฑ์อันเป็นเอกลักษณ์ ประเดิม 5 เมนูไฮไลต์รับเทศกาลสารทจีน อาทิ ซาลาเปาไส้หมูสับ ซาลาเปาไส้หมูแดง ซาลาเปาไส้ครีม ขนมจีบกุ้ง และขนมจีบหมู พร้อมวางจำหน่ายทั่วไทยเดือนสิงหาคมนี้ ผ่านช่องทางโลตัส, โลตัส ช้อปออนไลน์, LINE Official Account: @fudidiworld “#มังกรหยก” อร่อยต้นตำรับ “รสชาติที่คุ้นเคย…ได้ทุกวัน” ได้ถูกออกแบบมาเพื่อต่อยอดและถ่ายทอดเสน่ห์ต้นตำรับวัฒนธรรม #อาหารจีน #รสชาติคุ้นเคย ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคสินค้าคุณภาพ ในราคาประหยัด และเข้าถึงง่าย อีกทั้งกลยุทธ์การพัฒนาสินค้าใหม่ต่อเนื่อง สะท้อน “ความคุ้มค่าที่มาพร้อมกับภาพลักษณ์ที่ดี” แบรนด์มังกรหยกตอบโจทย์นี้ได้ครบถ้
ปุ๋ย ซี.พี.หมอดิน (CPP) เดินหน้าสานต่อโครงการ “ยุวเกษตรสู่ความยั่งยืน” ปีที่ 8 มุ่งสร้างพื้นฐานความรู้ด้านการเกษตรให้แก่เยาวชน ผ่านการเรียนรู้เรื่อง “ดิน ธาตุอาหารพืช และการใช้ปุ๋ยอย่างเหมาะสม” เพื่อให้เด็กและเยาวชนเข้าใจพื้นฐานของการปลูกพืชอย่างถูกต้อง และสามารถนำองค์ความรู้ไปประยุกต์ใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน พร้อมวางรากฐานสู่การทำเกษตรที่ปลอดภัยและยั่งยืนในอนาคต กิจกรรมจัดขึ้น ณ โรงงานนครหลวง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยมีนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาตอนต้นจาก 4 โรงเรียนในจังหวัดพระนครศรีอยุธยาเข้าร่วม ได้แก่ โรงเรียนวัดสามเรือน (จนฺทสโรอนุสสรณ์), โรงเรียนวัดสำมะกัน (เปี่ยมวิทยาราษฎร์บำรุง), โรงเรียนวัดทอง (สามัคคยานุสรณ์) และโรงเรียนวัดละมุด (ร.ส.พ.ราษฎร์บำรุง) ภายใต้แนวคิด “เรียนรู้จากการลงมือทำ” (Action Learning) หลักสูตรได้รับการออกแบบโดยทีมนักวิชาการด้านดินและปุ๋ย โดยนำองค์ความรู้ทางวิชาการมาถ่ายทอดผ่านกิจกรรมที่เข้าใจง่ายและเหมาะสมกับช่วงวัย ให้นักเรียนได้เรียนรู้ ทดลอง สังเกต และค้นหาคำตอบด้วยตนเอง ผ่าน 4 ฐานการเรียนรู้ ได้แก่ “นักสืบดินตัวจิ๋ว” เรียนรู้คุณสมบัติและความแตกต่างของด
เนื่องในโอกาสวันแม่แห่งชาติปีนี้ เจียไต๋ฟาร์ม โดยกลุ่มบริษัทเจียไต๋ ผู้นำธุรกิจนวัตกรรมการเกษตรของไทย ชวนลูก ๆ ส่งต่อความรักและความห่วงใยให้คุณแม่ผ่านของขวัญที่ใส่ใจในสุขภาพ พร้อมชวนทุกคนในครอบครัวมาใช้เวลาดี ๆ ร่วมกันตลอดเดือนสิงหาคมนี้ สำหรับผู้ที่กำลังมองหาของขวัญแทนใจ เจียไต๋ฟาร์มมีกระเช้าผลไม้คุณภาพให้เลือก 3 ชุด ได้แก่ “ฟาร์มรัก” แทนความรัก ราคา 499 บาท ประกอบด้วยฟักทองมินิบอล 2 ผล ฟักทองบัตเตอร์นัท 1 ผล และมะเขือเทศเจียไต๋ 1 กล่อง “ฟาร์มใส่ใจ” แทนความห่วงใย ราคา 799 บาท ประกอบด้วยเมล่อนมรกต 1 ผล ฟักทองมินิบอล 2 ผล และฟักทองบัตเตอร์นัท 2 ผล และ “ฟาร์มสุขภาพดี” แทนคำอวยพรให้คนสำคัญมีสุขภาพแข็งแรง ราคา 1,599 บาท ประกอบด้วยเมล่อนมรกต 3 ผล ฟักทองมินิบอล 2 ผล ฟักทองบัตเตอร์นัท 1 ผล และมะเขือเทศเจียไต๋ 1 กล่อง กระเช้าทั้ง 3 ชุด นอกจากเหมาะสำหรับมอบให้คุณพ่อคุณแม่แล้ว ยังสามารถส่งต่อความใส่ใจให้ผู้ใหญ่ที่เคารพ เยี่ยมผู้ป่วย หรือมอบเป็นของขวัญในโอกาสพิเศษต่าง ๆ สำหรับผู้ที่สนใจ เจียไต๋ฟาร์มเปิดรับพรีออเดอร์แล้ววันนี้ พร้อมคัดสรรผลไม้สดใหม่และจัดเตรียมกระเช้าก่อนส่งมอบถึงมือผู้รับ นอกจากข
บริษัท ซีพีแรม จำกัด (CPRAM) ผู้นำอุตสาหกรรมอาหารพร้อมรับประทาน สานต่อโครงการ “CPRAM Junior Chef” ต่อเนื่องปีที่ 18 เปิดพื้นที่เรียนรู้นอกห้องเรียนให้เยาวชนได้ลงมือทำอาหารด้วยตนเอง ผ่านเวิร์กช็อปที่ผสานความรู้ด้านโภชนาการ ความปลอดภัยของอาหาร และสุนทรียภาพในการบริโภค เข้ากับความสนุกสนานที่เหมาะสมตามช่วงวัย พร้อมปลูกฝังพื้นฐานแนวคิดการบริโภคอย่างสร้างสรรค์และยั่งยืนตั้งแต่วัยเด็ก พร้อมสร้างความตระหนักเรื่องการลดขยะอาหาร (Food Waste) ให้เยาวชนรู้คุณค่าของอาหารทุกจาน กินอย่างพอดี ไม่เหลือทิ้ง อันเป็นรากฐานสำคัญของทั้งสุขภาวะที่ดีของเด็กไทยและโลกที่ยั่งยืนไปพร้อมกัน กิจกรรมในครั้งนี้มาในรูปแบบเวิร์กช็อปการทำอาหารที่เปิดโอกาสให้น้องๆ ได้สนุกกับการทำแซนวิชและข้าวปั้นญี่ปุ่น เรียนรู้หลักโภชนาการควบคู่กับการฝึกปฏิบัติด้านสุขอนามัยในการประกอบอาหาร โดยมีผู้ปกครอง พนักงานซีพีแรม ร่วมเป็นกำลังใจและเข้าร่วมกิจกรรมอย่างอบอุ่น ทั้งนี้ สาขาที่ดำเนินการไปแล้ว ได้แก่ บริษัท ซีพีแรม จำกัด (ลำพูน) ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ซีพีแรมเชื่อมั่นว่า ความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องด้านโภชนาการตั้งแต่วัยเยาว์ คือจุดเริ่มต้นข
เมื่อวันเสาร์ที่ 18 กรกฎาคมที่ผ่านมา เวลา 11.00 น. ณ คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น เครือบริษัทแสงทอง–อัครา ได้ส่งมอบการปรับปรุงอาคารเรียนรวมสัตว์ปีกและสุกร สาขาวิชาสัตวศาสตร์ ภายหลังการปรับปรุงแล้วเสร็จเพื่อใช้เป็นสถานที่จัดการเรียนการสอนและสนับสนุนการศึกษาของนักศึกษาในปัจจุบัน ภายในงานบรรยากาศเป็นไปอย่างอบอุ่นและคึกคัก โดยมีนักศึกษาคณาจารย์บุคลากรผู้แทนสมาคมศิษย์เก่า ผู้บริหารเครือบริษัทแสงทอง–อัครา และผู้มีเกียรติจากหลายภาคส่วนเข้าร่วมงานอย่างพร้อมเพรียง ก่อนเข้าสู่พิธีส่งมอบอาคาร คณะผู้ร่วมงานได้ร่วมเดินทางด้วยรถมินิบัสเพื่อเยี่ยมชมภูมิทัศน์และต้นไม้สำคัญภายในมหาวิทยาลัยขอนแก่น พร้อมรับฟังการบรรยายเกี่ยวกับประวัติความเป็นมา และพัฒนาการของมหาวิทยาลัย ก่อนเข้าสู่พิธีการส่งมอบปรับปรุงอาคารอย่างเป็นทางการในลำดับถัดไป นายอรรณพ อัครนิธิยานนท์ ประธานกรรมการบริหาร เครือบริษัทแสงทอง–อัครา กล่าวว่า การปรับปรุงอาคารเรียน รวมสัตว์ปีกและสุกร สาขาวิชาสัตวศาสตร์ คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ในครั้งนี้เกิดจากความตั้งใจของเครือบริษัทที่ต้องการสนับสนุนการพัฒนาการศึกษา เนื่องจากธุรกิจของบริษั
ริษัท ซีพีแรม จำกัด ผู้นำอุตสาหกรรมอาหารพร้อมรับประทาน เดินหน้าจัดการประกวดคลิปวิดีโอ TikTok ปีที่ 3 ชวนชาวคอนเทนต์ครีเอเตอร์มาปล่อยของ!! ในหัวข้อ “ภารกิจพิชิต Food Waste ในชีวิตจริง” ร่วมด้วยช่วยกันขับเคลื่อนสังคม กระตุ้นคนไทยให้หันมาลดขยะอาหารในชีวิตประจำวัน ชิงเงินรางวัลรวมกว่า 70,000 บาท พร้อมใบประกาศเกียรติคุณและรางวัลพิเศษอีกมากมาย เปิดรับรับสมัครผลงานตั้งแต่วันนี้ถึง 1 ตุลาคม 2569 ผู้ที่สนใจร่วมท้าทายภารกิจรักษ์โลกในครั้งนี้ สามารถสร้างสรรค์คลิปแนวตั้ง (9:16) ความยาวไม่เกิน 1 นาที จะลุยเดี่ยวหรือรวมทีมก็ได้ (1 ผลงานต่อ 1 บัญชีผู้ใช้งาน) จากนั้นโพสต์คลิปลงช่อง TikTok ของตนเอง ตั้งค่าเป็นสาธารณะ พร้อมติดแฮชแท็ก #ภารกิจพิชิตfoodwasteในชีวิตจริง แล้วนำลิงก์ผลงานไปแนบในแบบฟอร์มรับสมัครที่ https://forms.gle/VXsnpLebJ83tP1Bk7 งานนี้เปิดกว้างการสร้างสรรค์ผลงานอย่างไร้ข้อจำกัด จะเล่าผ่าน Vlog ชีวิตประจำวัน หนังสั้นสุดดราม่า หรือคลิปสายฮาขำกลิ้ง ก็จัดเต็มได้ตามสไตล์ ขอแค่มีครบ 3 องค์ประกอบหลัก คือการลงมือทำจริง ผลลัพธ์หรือการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น และข้อความชวนให้คนดูทำตาม สิ่งเหล่านี้คือ
