เกษตรยั่งยืน
การปลูกผักในเมืองส่วนใหญ่จะทำเพื่อการบริโภคภายในบ้าน เพราะต้องการให้คนในครอบครัวบริโภคผักที่ปลอดภัย ส่วนใหญ่คนในครอบครัวหรือตัวเองมักจะเป็นโรคภัยกันแล้ว จึงแสวงหาผักอินทรีย์ที่แท้จริงเนื่องจากการซื้อหาผักอินทรีย์ในปัจจุบันไม่สามารถเชื่อถือได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ เพื่อลดความเสี่ยงนี้ เลยมีแรงบันดาลใจที่จะต้องปลูกผักกินเอง คุณชลธิชา เหลืองทองคำ หรือ คุณตู๋ จบการศึกษาปริญญาตรีด้านวิศวกรรมเกษตร จากสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ได้ทำงานเกี่ยวกับงานวิศวกรรมอยู่หลายบริษัท ทำงานอยู่ได้ประมาณ 15-16 ปี รู้สึกถึงความไม่มั่นคง ด้วยเห็นว่ารุ่นพี่ที่ทำงานก่อนเธอ ด้วยอายุงานและเงินเดือนที่มากกว่าถูกกดดันจากการทำงาน โดยรับเด็กรุ่นใหม่ที่เงินเดือนน้อยกว่าแต่กลับมอบหน้าที่การงานที่สำคัญกว่าคนรุ่นพี่ หลายครั้งและหลายบริษัททำแบบนี้ คุณตู๋มีความรู้สึกว่าไม่มั่นคง และคิดว่าถ้าเราตั้งใจทำงานในหน้าที่ของเราเหมือนกับที่เราตั้งใจทำงานให้บริษัท แต่เรามาทำงานของตัวเอง กิจการของเราก็จะประสบผลสำเร็จเหมือนกันแต่ดีกว่า เพราะสุดท้ายทุกสิ่งอย่างก็จะเป็นของเรา ก่อนลาออก 2 ปี คุณตู๋ได้ทดลองไปเช่าที่ดินใกล้ที่
ในรอบทศวรรษที่ผ่านมา โลกต้องเผชิญกับวิกฤตที่น่ากังวล นั่นคือจำนวนประชากรผึ้งที่ลดลงอย่างน่าตกใจถึงกว่า 30% ในแต่ละปี ซึ่งไม่ได้เป็นเพียงแค่เรื่องของแมลงชนิดหนึ่ง แต่เป็นสัญญาณอันตรายที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อระบบนิเวศและความมั่นคงทางอาหารของพวกเราทุกคน ดังนั้น เพื่อส่งเสริมความตระหนักรู้และยกระดับบทบาทของผึ้งในสังคมปัจจุบัน “เคทีซี” หรือ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ได้จัดกิจกรรมเยี่ยมชมโครงการ “สวนผึ้งบนดาดฟ้า” ณ โรงแรมคอนราด กรุงเทพ ซึ่งเพิ่งได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการไปเมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2568 ที่ผ่านมา โครงการนี้เป็นความร่วมมือระหว่างโรงแรมคอนราด กรุงเทพ และจันทร์อรุณฟาร์มผึ้ง มุ่งพัฒนาแนวคิดเกษตรกรรมเมืองและเศรษฐกิจหมุนเวียนใจกลางกรุงเทพฯ โดยไม่เพียงเป็นพื้นที่สีเขียว แต่ยังเป็นศูนย์การเรียนรู้ด้านความหลากหลายทางชีวภาพ และเป็นแรงบันดาลใจให้คนในสังคมได้ร่วมกันฟื้นฟูสมดุลของธรรมชาติ นางสาวดวงกมล อินทรพราหมณ์ ผู้บริหารแผนกบริหารเงินและพัฒนาเพื่อความยั่งยืน “เคทีซี” หรือ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า เคทีซีรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้มีโอกาสร่วมเป็นส่วนหนึ่งในโครงการ
เทศกาลวันหยุดยาว พาแม่เที่ยวผ่อนคลายสมอง ที่ไหนดี หากใครยังนึกไม่ออก ขอแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ ที่จะช่วยให้คุณแม่และสมาชิกในครอบครัวทุกคน มีความสุขกับทริปท่องเที่ยวเชิงเกษตรแบบครบวงจรที่ทั้งสนุก และได้ความรู้ไปพัฒนาต่อยอดอาชีพหรือใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างสบายๆ สถานที่ท่องเที่ยวเชิงเกษตรที่นักท่องเที่ยวสามารถเข้าไปใช้บริการได้ตลอดทั้งปีได้แก่ 1. ศูนย์วิจัยเกษตรที่สูงเพชรบูรณ์ เขาค้อ ดินแดนแห่งขุนเขา “สวิตเซอร์แลนด์เมืองไทย” นักท่องเที่ยวสามารถเข้าเยี่ยมชมในศูนย์วิจัยฯ ได้ตลอดทั้งปี ชมแปลงปลูกพืชผักเมืองหนาว สตรอเบอร์รี่ มะคาเดเมีย กาแฟอาราบิก้า อะโวกาโด พลับ บ๊วย ไม้ดอกไม้ประดับ สัมผัสบรรยากาศเย็นสบายตลอดทั้งปี ตามสโลแกน “พักเขาค้อ 1 คืน อายุยืน 1 ปี” 2. ศูนย์วิจัยเกษตรหลวงเชียงใหม่ (แม่จอนหลวง) ตั้งอยู่ท่ามกลางบรรยากาศแห่งขุนเขา อากาศหนาวเย็นตลอดทั้งปี สัมผัสกับความงดงามไม้ดอกไม้ประดับ ไม้ผลเมืองหนาวหลากหลายชนิด เป็นศูนย์วิจัยและขยายพันธุ์พืชบนที่สูง เพื่อส่งเสริมและถ่ายทอดเทคโนโลยีแก่เกษตรกร สามารถชมทะเลหมอก ดูพระอาทิตย์ตก พร้อมจิบชา-กาแฟ ในบรรยากาศอันน่า
ในวันที่โลกหมุนเร็วด้วยเทคโนโลยีและดิจิทัล การเกษตรก็ไม่ใช่อาชีพที่ล้าหลังอีกต่อไป แต่กลับกลายเป็น “โอกาสใหม่” สำหรับคนรุ่นใหม่ที่กล้าคิด กล้าทำ และมองเห็นคุณค่าของธรรมชาติผ่านมุมมองแบบนักสร้างสรรค์ สยามคูโบต้าเชื่อมั่นว่าหากจะยกระดับภาคเกษตรไทยให้ก้าวสู่อนาคตที่ยั่งยืน จำเป็นต้องเริ่มต้นที่ “คน” โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ที่พร้อมเรียนรู้และพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เน้น 3 ทักษะสำคัญที่จำเป็นต่อเกษตรกรยุคใหม่ ทั้ง AgriTech, Agri Business และ Agri Branding เป็นการจุดไฟในใจของคนรุ่นใหม่ให้เห็นว่า เกษตรคืออาชีพแห่งอนาคตที่สามารถสร้างรายได้ สร้างแบรนด์ และสร้างชีวิตที่มีคุณค่าได้จริง คุณวราภรณ์ โอสถาพันธุ์ กรรมการรองผู้จัดการใหญ่อาวุโส บริษัท สยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น จำกัด กล่าวว่า สถานการณ์ภาคการเกษตรระดับภูมิภาคของไทยในปัจจุบัน ยังคงเผชิญกับความท้าทายหลากหลายด้าน ทั้งการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ ความผันผวนของเศรษฐกิจ ต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น รวมไปถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการสร้างความมั่นคงทางอาหารให้กับประเทศ ด้วยเหตุนี้ เพื่อสานต่อเป้าหมายขององค์กรด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืน สยามคูโบต้าจึงจัดโครงการ “KUBO
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา จะเห็นหลายคนหันหลังให้ชีวิตในเมือง ลาออกจากงานประจำ แล้วมุ่งหน้ากลับบ้านเกิด หรือหาที่ดินต่างจังหวัด เพื่อเริ่มต้น “ชีวิตเกษตรกรในฝัน” ด้วยความหวังว่าจะได้ใช้ชีวิตที่เรียบง่าย เป็นนายของตัวเอง และอยู่ใกล้ชิดธรรมชาติ แต่ก่อนจะตัดสินใจครั้งใหญ่แบบนั้น มีบางอย่างที่คุณควรรู้ และควรคิดให้รอบด้าน ก่อนที่จะตัดสินใจลาออกจากงานประจำหันมาทำเกษตรเต็มตัว 1. เกษตรไม่ใช่เรื่องไกลเกินฝัน ภาพในหัวของใครหลายคนอาจเป็นแปลงผักเขียวชอุ่ม ไก่ไข่เดินอยู่กลางสนาม พืชผลงอกงามโดยไม่ต้องใช้สารเคมี แต่ในความเป็นจริง การทำเกษตรต้องใช้ทั้ง “แรงกาย” และ “ความคิด” อย่างหนักพอๆ กับงานออฟฟิศ ที่ต้องเจอทั้งแดด ลม ฝน ดินพัง พืชตาย ตลาดเงียบ และการลงทุนที่ไม่การันตีกำไร ดังนั้นสิ่งแรกที่ต้องทำคือ ปรับมุมมอง ให้พร้อมรับมือกับความเป็นจริง แล้วค่อยวางแผนลุย 2. อย่าทิ้งงานประจำทันที เริ่มจาก “ขยับ” ไม่ใช่ “กระโดด” แทนที่จะลาออกเลย ลองเริ่มจากการทำเกษตรแบบเล็กๆ ที่บ้านก่อน เช่น ปลูกผักสวนครัว เลี้ยงไก่ไข่ ปลูกไม้ผลในกระถาง ทำปุ๋ยใช้เอง ใช้เวลานี้สังเกตตัวเองว่า คุณมีความสุขกับมันจริงไหม และ คุณพร้อมจะเ
ในยุคที่โลกเผชิญวิกฤตสิ่งแวดล้อม ความเสื่อมโทรมของดิน และปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ แนวคิดเกษตรกรรมแบบใหม่ที่ไม่ใช่แค่ “รักษา” แต่ “ฟื้นฟู” กำลังได้รับความสนใจอย่างกว้างขวาง หนึ่งในแนวทางที่ถูกพูดถึงมากที่สุดคือ Regenerative หรือ เกษตรเชิงฟื้นฟู ซึ่งมีจุดมุ่งหมายลึกซึ้งกว่าการผลิตอาหาร นั่นคือการคืนสมดุลให้กับดิน น้ำ ป่า และชุมชน ด้วยการเลียนแบบระบบนิเวศของธรรมชาติ ดร.ศิริกุล เลากัยกุล ผู้อำนวยการ Sustainable Brands Thailand กล่าวในงาน Future Food Leader Summit 2025 ว่า “ปีนี้ตั้งแต่นี้ต่อไป ควรจะมาพูดถึงวิธีการบ้างที่ ‘อาหารจะมีส่วนสร้างอนาคตของโลก’ สำคัญมากกว่า ‘อนาคตของอาหารอยู่ที่ไหน’” อย่ามองแค่ว่าอาหารเป็นเพียงสิ่งหล่อเลี้ยงชีวิต เพราะอาหารคือกุญแจสำคัญในการกำหนดอนาคตของโลกและมนุษยชาติ บทความนี้จะพาไปรู้จักแนวคิด “Symbiosis” ซึ่งต่อยอดจากแนวทาง Regenerative—แนวคิดที่ก้าวไปอีกขั้นจากความยั่งยืน มุ่งฟื้นคืนสิ่งที่โลกสูญเสีย และส่งต่ออนาคตที่ดีกว่าให้คนรุ่นถัดไป Regenerative คืออะไร? Regenerative คือ ระบบเกษตรที่มีเป้าหมายหลักเพื่อฟื้นฟูและเสริมสร้างสุขภาพของดิน คว
โดยปกติเราแค่คิดว่าการปลูกผักเอาไว้บริโภคในครัวเรือน เพียงอย่างเดียว แต่การปลูกผักอินทรีย์ข้างบ้านยังสามารถรักษาสุขภาพได้เนื่องจากผักที่เราปลูกกินเองย่อมไม่มีสารพิษตกค้างเพราะเราไม่ได้ใช้สารเคมีเหล่านี้ในการปลูก เรารับรู้กันทั่วไปว่าผักส่วนใหญ่มีการผลิตแบบใช้สารเคมี ชนิดที่คนปลูกไม่ได้กิน คนกินไม่ได้ปลูก การที่เรากินเฉพาะผักที่ปลูกก็เป็นการประหยัดค่าใช้จ่ายแล้วยังประหยัดค่ารักษาโรคได้อีกด้วย เรื่องราวในคราวนี้ผู้เขียนไม่ได้ถ่ายทอดความรู้เรื่องการทำเกษตร แต่เป็นการถ่ายทอดเรื่องราวของแรงบันดาลใจของการทำการเกษตร ผู้เขียนคิดว่าคนทำการเกษตรในเรื่องนี้เข้าถึงความคิดของการทำเกษตรยั่งยืนอย่างลึกซึ้ง คุณพสุธ รัตนบรรณางกูร หรือ คุณโพธิ์ เล่าให้ฟังว่า “ผมจบปริญญาเอกสาขาวิศวกรรมเคมี จากมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด สหรัฐอเมริกา เมื่อปี พ.ศ. 2545 ได้ทำงานในบริษัทยาที่อเมริกาได้ 5 ปี มีความรู้สึกคิดถึงเมืองไทย รู้สึกอยากกลับบ้านเกิด เพราะคุณพ่อคุณแม่ยังอยู่ที่เมืองไทย ที่อเมริกาสะดวกและทันสมัยก็จริง แต่ความรู้สึกว่าบ้านเราคล่องตัวกว่า ก็เลยกลับมาเมืองไทย เพื่อเปิดกิจการส่วนตัว ต่อมาได้เจอกับคู่ชีวิตคือ คุณห
“โคก หนอง นา โมเดล” คือ รูปแบบหรือแบบแผนการพัฒนาจัดการพื้นที่ทางการเกษตรที่มีความเหมาะสมและสอดคล้องกับสภาพธรรมชาติของแต่ละพื้นที่ให้เป็นระบบมากขึ้น เน้นแนวทางการทำเกษตรแบบอินทรีย์ และการสร้างชีวิตที่มีความยั่งยืนภายใต้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ประโยชน์ของโคก หนอง นา โมเดล มีส่วนช่วยเรื่องการประหยัด ช่วยในเรื่องการพึ่งพาตนเองจากกิจกรรมเกษตรที่มีความหลากหลายครอบคลุมทุกปัจจัย บรรเทาปัญหาด้านเศรษฐกิจครัวเรือน ที่สำคัญยังลดปัญหาน้ำท่วมหรือน้ำแล้งภายในพื้นที่ในช่วงเกิดวิกฤตทางธรรมชาติ ขนาดพื้นที่ทำโครงการโคก หนอง นา มักเริ่มจาก 1 ไร่ เพื่อสร้างกรอบการเรียนรู้ตามลักษณะองค์ประกอบที่กำหนดเป็นพื้นฐานแต่ละอย่างให้เข้าใจและปฏิบัติถูกต้องตามวัตถุประสงค์อย่างชัดเจนเสียก่อน จากนั้นผู้ดำเนินโครงการจะขยายพื้นที่ออกไปตามศักยภาพเป็นจำนวนเท่าไรก็ได้ ที่ท่าม่วง กาญจนบุรี มีอดีตสจ๊วตใช้พื้นที่ตัวเองจำนวน 1 ไร่ ทำโครงการโคก หนอง นา ได้อย่างมีประสิทธิภาพในเวลาเพียง 6 เดือน สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตทางการเกษตรทุกชนิดนำไปใช้ในธุรกิจโฮมสเตย์ของตัวเองได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย ถือเป็นการพึ่งพาตัวเองช่วยลดต้นทุนได้อย่
นายสุริยะ คำปวง รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า กรมส่งเสริมการเกษตรส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงเกษตรตามนโยบายเน้นหนักของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พัฒนาต่อยอดพื้นที่การเกษตรของกลุ่มเกษตรกรหรือวิสาหกิจชุมชนที่มีศักยภาพให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร เพื่อให้บริการแก่นักท่องเที่ยวช่วยสร้างงาน สร้างรายได้หลัก หรือรายได้เสริมให้กับเกษตรกร ครอบครัวเกษตรกรหรือวิสาหกิจชุมชน เพื่อให้มีช่องทางขยายผลจากอาชีพของตน เกษตรกรมองเห็นคุณค่า เกิดความภาคภูมิใจในอาชีพการเกษตร และสามารถพึ่งพาตนเองได้ เกิดการพัฒนาเศรษฐกิจและชุมชนอย่างยั่งยืน กรมส่งเสริมการเกษตรขับเคลื่อนงานส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงเกษตรเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพพัฒนาบุคลากรด้านการท่องเที่ยวเชิงเกษตร ทั้งเจ้าหน้าที่ และวิสาหกิจชุมชน ให้มีความรู้ความเข้าใจด้านการบริหารจัดการแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรได้ตามความต้องการของนักท่องเที่ยวและตลาดโลก โดยยึดหลักการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ทั้งด้านการวางแผนการดำเนินงาน การควบคุมกิจกรรมการท่องเที่ยวในพื้นที่อย่างเป็นระบบ การส่งเสริมการมีส่วนร่วมของสมาชิกในชุมชนในการดำเนินกิจการด้านการท่องเที่ยวที่เป็นมิตรกับสิ่ง
บริษัท เนสท์เล่ (ไทย) จำกัด ประกาศความสำเร็จครบรอบ10 ปี โครงการ “เนสท์เล่ น้ำรักษ์น้ำ” ในพื้นที่คลองขนมจีน จ.พระนครศรีอยุธยา ซึ่งแบรนด์เนสท์เล่ เพียวไลฟ์ ได้มุ่งมั่นในการดำเนินโครงการนี้มาอย่างต่อเนื่อง ด้วยแนวทางการฟื้นฟูแหล่งน้ำที่ยั่งยืนอย่างครบวงจร 3 ด้าน ได้แก่ เรียนรู้ ปกป้อง ฟื้นฟู จนทำให้เห็นผลลัพธ์ที่น่าพึงพอใจด้วยการคืนปริมาณและคุณภาพน้ำกลับสู่ชุมชนตามเป้าหมาย พร้อมสร้างความหลากหลายทางชีวภาพ เพื่อสร้างประโยชน์ให้กับชุมชนคลองขนมจีน ล่าสุด สามารถยกระดับโครงการเป็นพื้นที่นำร่องระดับประเทศ สำหรับการดำเนินงานอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพนอกเขตพื้นที่คุ้มครอง (Other Effective area-based Conservation Measures: OECMs) สำหรับพื้นที่บนบกและแหล่งน้ำบนบกของประเทศไทยอย่างเป็นทางการ นายไชยงค์ สกุลบริรักษ์ ผู้อำนวยการบริหารหน่วยธุรกิจน้ำดื่ม บริษัท เนสท์เล่ (ไทย) จำกัด กล่าวว่า “ตลอดระยะเวลา 10 ปีที่ผ่านมา “โครงการเนสท์เล่ น้ำรักษ์น้ำ” จากแบรนด์เนสท์เล่ เพียวไลฟ์ สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของเนสท์เล่ในการสร้างคุณค่าและการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกให้กับสังคมและสิ่งแวดล้อมไทย โ
