Exclusive
ท่ามกลางกระแสการพูดถึงความมั่นคงทางอาหารและเกษตรยั่งยืน “เมล็ดพันธุ์” คือจุดเริ่มต้นที่สำคัญที่สุดของระบบอาหารทั้งหมด แต่มีคนไม่มากนักที่รู้ว่า เบื้องหลังเมล็ดเล็กๆ ที่เกษตรกรนำไปปลูก คืออาชีพเฉพาะทางอย่าง “นักเก็บเมล็ดพันธุ์” ผู้ทำหน้าที่รักษา คัดเลือก และส่งต่อพันธุกรรมพืชให้คงอยู่ต่อไป วันนี้เทคโนโลยีชาวบ้านจะพาทุกคนไปรู้จัก คุณกอล์ฟ–จงกล พารา นักเก็บเมล็ดพันธุ์ ที่ไม่ใช่เพียงแค่การเก็บเมล็ดจากพืชแล้วนำไปขาย แต่เป็นงานที่ต้องอาศัย ความรู้ ความเข้าใจ และความละเอียดรอบคอบ ตั้งแต่กระบวนการปลูก คัดเลือกต้นแม่พันธุ์ ไปจนถึงการเก็บรักษาเมล็ดให้คงคุณภาพสูงสุด อาชีพนี้อาจไม่ค่อยเป็นที่รู้จักในวงกว้าง แต่กลับมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งต่อความหลากหลายทางชีวภาพ และยังสามารถสร้างรายได้สูงถึง หลักหมื่นบาทต่อกิโลกรัม สำหรับเมล็ดพันธุ์บางชนิดที่มีคุณภาพและความต้องการโดยเฉพาะ คุณกอล์ฟ–จงกล พารา เล่าย้อนถึงเส้นทางการทำงานในอดีตว่า ก่อนจะก้าวมาจับงานด้านเกษตรเคยทำงานเป็นเอ็นจีโอในบทบาทของนักพัฒนา ที่มุ่งขับเคลื่อนประเด็นการคุ้มครองผู้บริโภคควบคู่ไปกับการทำเกษตรในชีวิตประจำวัน ในช่วงเวลานั้น คุณกอล์ฟมีโอกาส
ผู้เขียน : คัคน ญานะวงศ์ษา ในยุคที่หลายคนมองหาอาชีพเสริมและช่องทางสร้างรายได้ใหม่ๆ “พืชพื้นบ้าน” ที่เคยถูกมองข้าม อาจกลายเป็นโอกาสทางธุรกิจที่ใครหลายคนคาดไม่ถึง วันนี้ เทคโนโลยีชาวบ้าน จะพาไปทำความรู้จักกับเรื่องราวของ “คุณวิภารัตน์ พลเสนา (คุณแอ๋ว)” หญิงแกร่งเจ้าของธุรกิจรับซื้อและแปรรูป “เพกา” สมุนไพรไทยพื้นบ้าน ที่สามารถต่อยอดสู่ตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศจีน สร้างรายได้หลักแสนบาทต่อปี จุดเริ่มต้นจาก “ศูนย์” ที่ไม่มีใครมองเห็นค่าของ “เพกา” ก่อนจะมาถึงจุดนี้ คุณแอ๋วไม่ได้เริ่มต้นจากเพกา แต่ทำธุรกิจสมุนไพรทั่วไป ไม่ว่าจะเป็นมะกรูด ดอกอัญชัน กระเจี๊ยบ หรือ ตะไคร้ เป็นต้น ซึ่งถือเป็นสินค้าที่มีอยู่ในตลาดอยู่แล้ว จนกระทั่งมีโอกาสได้รู้จัก “เพกา” จากการติดต่อของลูกค้ารายหนึ่ง ที่ต้องการสินค้าส่งออกไปยังประเทศจีน จุดนั้นเองที่ทำให้เธอเริ่มมองเห็น “โอกาส” ในสิ่งที่คนอื่นมองข้าม แม้ในช่วงแรกจะยังไม่มีความรู้ ไม่มีประสบการณ์ และไม่แน่ใจในตลาด แต่ด้วยความกล้าลอง เธอเริ่มต้นจากสิ่งเล็กๆ ด้วยการหาซื้อเพกาจากชาวบ้าน และทดลองนำมาตากแห้ง จากเสียงดูถูก…สู่แรงผลักดัน การเริ่มต้นธุรกิจใหม่ไม่ใช่เรื่
หากพูดถึงพืชที่ปลูกครั้งเดียวแต่เก็บเกี่ยวได้ยาวนาน “ไผ่” ต้องติดโผอันดับต้นๆ อย่างแน่นอน ไม่ใช่แค่ให้ร่มเงาสวยงามหรือใช้ลำทำเฟอร์นิเจอร์ แต่ “หน่อไม้” ยังเป็นของกินยอดนิยมที่ขายดีตลอดปี ยิ่งตลาดอาหารสุขภาพกำลังมาแรง หน่อไม้สดๆ ปลอดสารก็ยิ่งเป็นที่ต้องการมากขึ้น หลายคนอาจคิดว่าการปลูกไผ่ต้องใช้พื้นที่เยอะ แต่ความจริงแล้วสามารถปลูกได้ทั้งแบบสวนใหญ่และสวนข้างบ้าน ขอแค่มีการจัดการที่ดี เลือกพันธุ์ให้เหมาะสม แค่นี้ก็สามารถทำเงินหลักหมื่นต่อวันได้ไม่ยาก วันนี้เทคโนโลยีชาวบ้านจะพาไปดูแนวทางการปลูกไผ่แบบมืออาชีพ ตั้งแต่เลือกพันธุ์ การดูแล ไปจนถึงเทคนิคเพิ่มผลผลิต ให้ปลูกครั้งเดียวแต่ขายหน่อได้ไม่มีหมด คุณบารมี วรานนท์วนิช เจ้าของ “สวนไผ่บารมี” ผู้เปลี่ยนสวนส้มเดิมให้กลายเป็นอาณาจักรไผ่เลี้ยงอีสานเขียว เริ่มต้นจากเพียง 30 ไร่ ก่อนขยายพื้นที่เพาะปลูกจนแตะ 212 ไร่ ปัจจุบัน สวนไผ่แห่งนี้กลายเป็นแหล่งสร้างรายได้ต่อเนื่องทุกวัน เฉลี่ยวันละ 20,000 บาท ด้วยผลผลิตที่สามารถเก็บขายได้ตลอดทั้งปี โดยสร้างตลาดจากหน้าบ้านของเขาเอง โดยปกติ หน่อไม้ มักจะพบมากในช่วงฤดูฝน แต่
ท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจโลกและสถานการณ์สงครามตะวันออกกลางที่ยังคงตึงเครียด “ปุ๋ย” ซึ่งเป็นปัจจัยการผลิตสำคัญของภาคเกษตรไทย กำลังเผชิญแรงกดดันจากปัจจัยภายนอกประเทศอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เสียงสะท้อนจากภาคธุรกิจ โดย นายกองเอก เปล่งศักดิ์ ประกาศเภสัช นายกสมาคมการค้าปุ๋ยและธุรกิจเกษตรไทย ชี้ให้เห็นภาพรวมของสถานการณ์ได้อย่างชัดเจนว่า ความไม่แน่นอนของราคาปุ๋ยในปัจจุบันไม่ได้เกิดจากปัจจัยภายในประเทศเป็นหลัก หากแต่มีต้นตอมาจากปัจจัยระดับโลก ทั้งด้านพลังงาน การขนส่ง และความขัดแย้งระหว่างประเทศที่ยังคงยืดเยื้อ แม้จะมีความกังวลเกี่ยวกับราคาปุ๋ย แต่ในแง่ของปริมาณ นายกสมาคมฯ ยืนยันว่า ประเทศไทยยังคงมีปุ๋ยในสต๊อกเพียงพอ สำหรับการใช้งานประมาณ 2-2 เดือนครึ่ง โดยข้อมูลดังกล่าวสอดคล้องกับตัวเลขของหน่วยงานภาครัฐอย่างกรมการค้าภายในและกรมวิชาการเกษตร ซึ่งตัวเลขสต๊อกที่แท้จริงนั้น ภาคเอกชนไม่สามารถเข้าถึงได้โดยตรง เนื่องจากถือเป็นข้อมูลเชิงความมั่นคงที่อยู่ในความดูแลของภาครัฐ ซึ่งเป็นผู้มีหน้าที่บริหารจัดการภาพรวมของประเทศ ในอีกด้านหนึ่ง นายกองเอก เปล่งศักดิ์ เล่าว่า ปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญยังคงมาจากสถานก
วันนี้เทคโนโลยีชาวบ้านจะมาพูดถึง ปัญหา PM2.5 กลายเป็นหนึ่งในวิกฤตด้านสิ่งแวดล้อมที่สำคัญของประเทศไทย โดยเฉพาะพื้นที่ภาคเหนืออย่างจังหวัดเชียงใหม่ ที่ต้องเผชิญกับหมอกควันและฝุ่นละอองขนาดเล็กเป็นประจำแทบทุกปี ควันจำนวนมากเกิดจากการเผาเศษวัสดุทางการเกษตร การเผาใบไม้แห้ง และการจัดการเศษพืชในพื้นที่ชุมชนและพื้นที่เกษตรกรรม ส่งผลกระทบโดยตรงต่อสุขภาพของประชาชน ฝุ่น PM2.5 สามารถเข้าสู่ระบบทางเดินหายใจและกระแสเลือดได้ง่าย ทำให้เกิดปัญหาสุขภาพทั้งในระยะสั้นและระยะยาว โดยกลุ่มที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดคือ เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีโรคประจำตัวเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ นอกจากนี้ยังส่งผลต่อคุณภาพชีวิตของคนในพื้นที่อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แม้หลายคนจะพยายามป้องกันตัวเองด้วยการใช้หน้ากากหรือเครื่องกรองอากาศ แต่สำหรับคนจำนวนมากในชุมชน โดยเฉพาะชาวบ้านในชนบท การหลีกเลี่ยงฝุ่นควันเป็นเรื่องที่ทำได้ยาก หลายครอบครัวไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากต้องใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางมลพิษที่เกิดขึ้นในพื้นที่ของตนเอง จากปัญหานี้เอง จึงเกิดเป็นแนวคิดของ “โครงการพอใจดี” โครงการเล็กๆ ที่เริ่มต้นจากกลุ่มเพื่อนสามคนที่ต้องการแก้ปัญห
แม้จะมีอาชีพหลักเป็นผู้จัดการบริษัท แต่ คุณออ-อรทัย ยางไธสง ยังแบ่งเวลามาทำอาชีพเสริม “ปลูกผักกะละมัง” ที่ต่อยอดมาจากการเลี้ยงด้วง ธุรกิจที่ไม่ประสบความสำเร็จ จึงได้นำเอากะละมังที่มีอยู่แล้วมาดัดแปลงปลูกผัก จากเริ่มต้นเพียงแค่ 20 กะละมัง เมื่อผักเติบโตสวยงาม มีคนขอซื้อจำนวนมาก เธอจึงยึดอาชีพปลูกผักกะละมังมาถึงปัจจุบัน พร้อมตั้งชื่อว่า Wakeup Vegetables ที่ไม่ได้ขายแค่ผักกะละมังอย่างเดียว แต่ครบวงจรเรื่องเกษตร ทั้งสอนปลูก รับรีวิว รับงานวิทยากร และขายอุปกรณ์ปลูกผัก ทำให้ต่อเดือนมีรายได้เฉลี่ยอยู่ที่ 60,000 บาท ปลูกผักไม่ยากอย่างที่คิด คุณออ เล่าให้ฟังว่า เธอเริ่มปลูกผักกะละมังมาได้ 1 ปีกว่า จากคนไม่มีความรู้เกี่ยวกับการปลูกผัก ก็สามารถปลูกได้ นับเป็นเรื่องเซอร์ไพรส์ที่ตัวเองก็คาดไม่ถึง และไม่คิดว่าการปลูกผักจะง่ายเช่นนี้ “สาเหตุของการทำเกษตรคืออยากมีรายได้เสริมจากงานประจำ ความรู้ในวันแรกเหมือนเป็นศูนย์ ปลูกผักชนิดแรกคือผักบุ้ง ก็ถามพี่สาวว่าผักบุ้งมันปลูกยังไง แล้วเราก็จินตนาการในหัวว่าอยากให้ผักเราออกมาหน้าตาสวยแบบไหน ก็ลองปลูกดู กะละมังมีอยู่แล้ว 1,600 ใบ แบ่ง 20 ใบมาเจาะร
“ต้นมะริด” ถือเป็นไม้ป่าโบราณของไทย และเคยมีปรากฏในประเทศไทยตั้งแต่สมัยโบราณ วันนี้เทคโนโลยีชาวบ้านได้มีโอกาศพูดคุยถึงการกลับมาของ “มะริด” เริ่มจากการทดลองปลูกของเกษตรกรท่านหนึ่ง ที่นำต้นกล้ามะริดจากตลาดต้นไม้มาปลูกในสวน แม้ช่วงแรกต้นไม้จะเติบโตช้า แต่เมื่อดูแลอย่างเหมาะสมก็สามารถเจริญเติบโตและออกผลได้ คุณบัญชา ตั้งสิน เจ้าของสวนตั้งสิน ในพื้นที่ตำบลคลองจินดา อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม จุดเริ่มต้นของการปลูกต้นมะริดเกิดขึ้นจากการเปลี่ยนเส้นทางชีวิตของเจ้าของสวน ซึ่งในอดีตเคยทำงานอยู่ในธุรกิจโรงแรมมาก่อน จึงรู้สึกว่าอยากหาสถานที่ให้ลูกน้องวัยเกษียณได้ใช้ชีวิตในช่วงบั้นปลายอย่างสบาย จึงได้ตัดสินใจซื้อที่ดินแปลงหนึ่ง ซึ่งเดิมเป็นสวนผลไม้ เช่น ฝรั่ง ชมพู่ และมะม่วง ในตอนแรกตั้งใจให้ลูกน้องที่อายุประมาณ 60 ปีมาอยู่และทำเกษตรที่สวนแห่งนี้ แต่เมื่อทำจริงกลับพบว่า การทำสวนผลไม้ต้องใช้แรงงานหนัก ไม่ว่าจะเป็นการห่อผลไม้ ฉีดยา หรือรดน้ำ ทำให้ลูกน้องไม่สามารถทำงานต่อได้ จนสุดท้ายเจ้าของสวนจึงย้ายมาอยู่และดูแลพื้นที่ด้วยตัวเอง หลายๆ คนอาจสงสัยว่า…เหตุใดคุณบัญชาถึงสนใจและตัดสินใจนำ “ต้นมะริด” มาปลูก
เมื่อพูดถึงมะพร้าวในจังหวัดราชบุรี หลายคนอาจนึกถึง ‘มะพร้าวน้ำหอม’ เป็นอันดับแรก แต่ยังมีมะพร้าวอีกชนิดหนึ่งที่กำลังปลูกน้อยลงและเริ่มหายาก นั่นคือ ‘มะพร้าวกะทิ’ วันนี้เทคโนโลยีชาวบ้านจะพาไปทำความรู้จักกับอดีตสัตวแพทย์ที่เลือกกลับมาสานต่อธุรกิจครอบครัว พร้อมถอดบทเรียนการปรับตัว เพื่อพามะพร้าวกะทิให้อยู่รอดได้ในยุคปัจจุบัน หมอบี-สพ.ญ.นิรมล มิ่งโมฬี ทายาทรุ่นที่สามแห่ง Bebo Coco Family คือหนึ่งในคนรุ่นใหม่ที่ใช้ ‘หัวใจ’ พัฒนาและต่อยอดมะพร้าวกะทิไทย ปัจจุบันสวนแห่งนี้ปลูกมะพร้าวกะทิควบคู่ไปกับมะพร้าวแกงจำนวนมาก จนกลายเป็นหนึ่งในแหล่งผลิตที่น่าจับตามอง ซึ่งในปัจจุบันเหลือพื้นที่ปลูกอยู่ในพื้นที่ราชบุรี อำเภอเมือง แล้วก็เขตติดต่อบางคนที สมุทรสงคราม อาจจะแค่ประมาณ 30 เปอร์เซ็นต์ หมอบีเล่าว่า ชาวสวนมะพร้าวแกงต่างรู้กันดีว่าราคาหน้าสวนอยู่เพียงลูกละประมาณ 5–8 บาท ซึ่งถือว่าต่ำมาก และสถานการณ์เช่นนี้ดำเนินต่อเนื่องมานานกว่า 5 ปี โดยมะพร้าวแกงแทบไม่เคยมีราคาสูงขึ้นเลย ด้วยเหตุนี้ เกษตรกรจำนวนไม่น้อยที่เคยปลูกมะพร้าวแกง จึงเริ่มทยอยตัดต้นมะพร้าวทิ้ง และหันไปปลูกพืชชนิดอื่นที่สร้างรายได้ดีกว่า จาก
เชื่อว่าหลายคนคงคุ้นเคยกับ “ใบเตย” กันเป็นอย่างดี เรามักเห็นใบเตยอยู่ในเมนูต่างๆ รอบตัว ไม่ว่าจะเป็นสังขยาใบเตย น้ำใบเตย ขนมเปียกปูน หรือขนมไทยอีกหลายชนิดที่มี “กลิ่นหอมของเตย” เป็นเอกลักษณ์สำคัญ แต่รู้หรือไม่ว่า…พืชธรรมดาๆ อย่างใบเตย สามารถ “เพิ่มมูลค่าได้มากถึง 10 เท่า” เมื่อถูกนำมาแปรรูปอย่างสร้างสรรค์ วันนี้ เทคโนโลยีชาวบ้าน ได้มีโอกาสพูดคุยกับ คุณยุ้ย-วีณา เทศนา เจ้าของแบรนด์ ‘เตยย์’ ผู้ผลักดันพืชที่หลายคนเคยมองว่า “ไม่มีราคา” ให้กลายเป็นพืชที่ตลาดส่งออกต้องการ และสามารถยกระดับสู่สินค้าพรีเมียมได้สำเร็จ กว่าที่คุณยุ้ยจะมาถึงจุดนี้ เธอใช้เวลากว่า 7 ปี ในการพัฒนา ค้นคว้า ทดลอง และต่อยอดผลิตภัณฑ์อย่างจริงจัง จนกลายเป็น “ผงใบเตยพรีเมียม” ที่ทั้งมีคุณค่า มีมาตรฐาน และพร้อมแข่งขันในตลาดโลก หลายคนอาจสงสัยว่า…เหตุใดคุณยุ้ยจึงตัดสินใจ “เลือกใบเตย” มาเป็นพืชที่อยากผลักดัน คุณยุ้ย เล่าว่า ก่อนหน้านี้ทำธุรกิจเบเกอรี่ และมีการนำเข้าวัตถุดิบจากต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นเนยฝรั่งเศส หรือช็อกโกแลตเบลเยียม แต่เมื่อเกิดวิกฤตโควิด-19 ทุกอย่างสะดุด ทำให้เธอมองเห็นว่า “เราไม่จำเป็นต้องพึ่งแต่ว
“บ้านสวนเกษตร สไตล์วิศวะ” ถือเป็นผู้บุกเบิกรายแรกของประเทศไทยที่พัฒนาบ้านสวนเกษตรผสมผสานในรูปแบบสำเร็จรูปขึ้นมา กลายเป็น ต้นแบบของบ้านสวนเกษตรจัดสรร ที่เราเห็นกันในปัจจุบัน คุณจุ๊น – สมเกียรติ์ นาคโสภานนท์ เจ้าของเพจ บ้านสวนเกษตร สไตล์วิศวะ ต้องบอกว่า ‘บ้านสวนเกษตรสไตล์วิศวะ’ ที่พัฒนาขึ้นนี้ ถือเป็นรายแรกของประเทศไทย และยังเป็นต้นแบบของบ้านสวนเกษตรผสมผสานแบบสำเร็จรูป ซึ่งต่อมากลายเป็นแรงบันดาลใจของบ้านสวนเกษตรจัดสรรในปัจจุบัน ทุกขั้นตอนของโครงการนี้ถูกออกแบบและควบคุมด้วยตัวเองทั้งหมด ตั้งแต่การออกแบบ วางผัง ก่อสร้าง ไปจนถึงรายละเอียดเล็กๆ อย่างการปลูกต้นไม้ ปลูกหญ้า หรือแม้แต่การลงสระเพื่อปลูกบัว ทุกอย่างเกิดจากความตั้งใจและความรักในงานที่ทำ ไม่ได้เริ่มจากมุมมองเรื่องกำไรขาดทุน แต่ขับเคลื่อนด้วย Passion อย่างแท้จริง ทำไมหลายคนเมื่อก้าวเข้าสู่วัยเกษียณ จึงใฝ่ฝันอยากมี “บ้านสวนเกษตร” สักหนึ่งหลัง? ความฝันนี้อาจแตกต่างกันไปตามต้นทุนและจุดเริ่มต้นของแต่ละคน บางคนมีที่ดินอยู่แล้ว จึงเลือกพัฒนาพื้นที่เดิมให้กลายเป็นบ้านสวนที่ร่มรื่นและมีพืชผักผลไม้ไว้ทานภายในครอบครัว แต่ก็มีบางคนที่เริ่มจากก
