ประมง
แยกให้ออก “กุ้ง” กับ “เคย” รูปร่างอาจจะคล้ายกัน แต่!! ยังมีลักษณะของลำตัวที่แยกให้ออกได้ ซึ่งวันนี้เทคโนโลยีชาวบ้านได้หาข้อมูลมาให้ทุกคนแล้ว ไปแยกให้ออกจะได้ไม่ตอบผิดกันนะ และที่สำคัญ “กุ้งก็คือกุ้ง” และ “เคยก็คือเคย” กุ้งมีกรี แต่เคยไม่มีกรี จำกันไว้นะจะได้ไม่สับสน และสุดท้ายนี้คือวัตถุดิบชั้นดีในการทำ “กะปิ” อีกด้วย เคย เป็นสัตว์ที่มีลักษณะคล้ายกุ้ง ในกลุ่มกุ้ง กั้ง ปู ซึ่งเป็นสัตว์สำคัญ โดยเฉพาะของแพลงก์ตอน (สิ่งมีชีวิต ทั้งพืช และสัตว์ที่ล่องลอยไปตามกระแสน้ำ ไม่สามารถว่ายน้ำไปยังทิศทางที่ต้องการอย่างอิสระ) ที่เป็นอาหารของปลากระเบนราหูน้ำเค็ม ฉลามวาฬ และแมวน้ำกินปู รวมทั้งนกทะเลชนิดที่กินเคยแต่เพียงอย่างเดียว ลักษณะสำคัญ คือ ตัวสีขาวใส มีตาสีดำ มีเปลือกบางและนิ่ม มีเปลือกหุ้มตัว ลำตัวเป็นปล้อง โดยมีระยางค์ยื่นออกมาเป็นคู่ เช่น หนวด ขากรรไกร ขาเดิน และขาว่ายน้ำ เมื่อเจริญเติบโตจะสลัดเปลือกเดิมแล้วสร้างเปลือกใหม่ รูปร่างคล้ายกุ้ง แต่ตัวเล็กกว่า และไม่มีกรีแหลมๆ ที่บริเวณหัวเหมือนกุ้ง มักอาศัยอยู่ตามบริเวณรากไม้ตามป่าชายเลน เช่น ต้นโกงกาง แสม ลำพู ชาวบ้านมักจะออกช้อนตัวเคยกันในเวลาเช้า
“ปลานิล” เป็นสัตว์น้ำที่อยู่คู่สังคมไทยมาอย่างยาวนาน และเป็นสัตว์น้ำเศรษฐกิจที่มีความสำคัญต่อเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงในการสร้างอาชีพ สร้างรายได้ และขยายผลเชื่อมโยงไปสู่อุตสาหกรรมธุรกิจเกี่ยวเนื่องมากมาย ก่อให้เกิดมูลค่าในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ โดยจากข้อมูลสถิติของกรมประมง ปี 2568 พบว่า ปลานิลมีมูลค่ารวม 13,612 ล้านบาท ซึ่งสะท้อนถึงพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ผู้ทรงพระราชทาน “ปลานิล” เพื่อเป็นแหล่งอาหารโปรตีนคุณภาพดีและสร้างอาชีพแก่พสกนิกรชาวไทยอันนำไปสู่การสร้างความมั่นคงทางอาหาร ตลอดจนการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศอย่างยั่งยืน ตลอดระยะเวลากว่า 60 ปี นางฐิติพร หลาวประเสริฐ อธิบดีกรมประมง เปิดเผยว่า “ปลานิล” จัดเป็นปลาน้ำจืดเศรษฐกิจอันดับหนึ่งของไทย เป็นปลาที่เลี้ยงง่าย โตไว มีเนื้อขาว รสชาติดี โปรตีนสูง และไขมันต่ำ เป็นที่นิยมของผู้บริโภค จึงมีบทบาทสำคัญต่อการสร้างความมั่นคงทางอาหาร การสร้างอาชีพและรายได้ให้แก่เกษตรกร และขยายผลเชื่อมโยงไปสู่อุตสาหกรรมธุรกิจเกี่ยวเนื่อง จนสร้างมูลค่าเพิ่มตลอดห่วงโซ่อุปทาน อา
การเพาะพันธุ์ปลาเนื้อและปลาสวยงามในแวดวงสัตว์น้ำบ้านเรา ถือเป็นอีกหนึ่งสาขาประมงที่ประสบผลสำเร็จอย่างมาก มีทั้งส่งออกและจำหน่ายภายในประเทศ และที่สำคัญเกษตรกรในหลายพื้นที่ทำตลาดจำหน่ายหลายรูปแบบด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นการจำหน่ายหน้าฟาร์มที่มีลูกค้าเข้ามาติดต่อซื้อ และที่โดดเด่นเข้ากับยุคสมัยนี้คือการจำหน่ายแบบออนไลน์ ที่สามารถส่งจำหน่ายได้ทั่วประเทศ เพราะมีระบบขนส่งที่ได้มาตรฐานเข้ามารองรับในเรื่องนี้เป็นอย่างดี จึงทำให้การจำหน่ายสัตว์น้ำเป็นการค้าขายที่สร้างรายได้ดีและมีการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง สำหรับอุปกรณ์ที่ใช้เลี้ยงปลาสวยงามอย่าง “ตู้ปลา” ก็มีการปรับตัวด้วยเช่นกัน เพราะเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ได้รับความนิยม โดยได้มีการออกแบบให้ทันสมัยมากขึ้น ไม่เพียงแต่สามารถใช้เลี้ยงปลาเพียงอย่างเดียว แต่ยังสามารถประดับสร้างความสวยงามให้กับมุมของโต๊ะทำงาน หรือในมุมใดมุมหนึ่งของบ้านที่ช่วยเสริมความสวยงามแบบลงตัว จนไม่อยากละสายตาจากสัตว์น้ำที่เลี้ยงกันเลยทีเดียว คุณชาญชน ภิญโญโสภณ หรือ คุณต้น เจ้าของแบรนท์ Betta Corner ตั้งอยู่เลขที่ 9/310 ซอยศรีด่าน 15 หมู่ที่ 5 ตำบลสำโรงเหนือ อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ
ตามวิถีชีวิตของชาวอีสาน หลังว่างเว้นจากการทำนา ชาวบ้านส่วนใหญ่ก็จะหาอาชีพเสริมด้วยการขุดปูหากบขายตามทุ่งนา ถือเป็นวิถีชีวิตที่คุ้นเคยกันมาเป็นอย่างดี จนในปัจจุบันชาวบ้านได้เริ่มมีการพัฒนาจากเมื่อก่อนเคยหากบตามท้องทุ่งนามาขายหรือนำมาประกอบอาหาร ก็เปลี่ยนมาเลี้ยงกันเอง โดยเป็นการประยุกต์จากพื้นที่นาเดิมมาทำเป็นบ่อเลี้ยงกบเพื่อสร้างรายได้หลังว่างจากการทำนา ซึ่งถือว่าเป็นอาชีพที่มีรายได้ดีและมีความน่าสนใจด้านการตลาด และการต่อยอดสร้างมูลค่าอยู่ไม่น้อย คุณสันติ สุนีย์ หรือ พี่อี๊ด หัวหน้ากลุ่มวิสาหกิจชุมชนกบนานครพนม อาศัยอยู่ที่หมู่ที่ 16 บ้านดอนข้าวหลาม ตำบลน้ำก่ำ อำเภอธาตุพนม จังหวัดนครพนม อดีตเจ้าหน้าที่กรมทางหลวง กลับมาพัฒนาบ้านเกิดที่นครพนม ด้วยอาชีพการเลี้ยงกบ ขายฮวก พร้อมต่อยอดผลิตภัณฑ์ “ห่อหมกฮวกสำเร็จรูป” สร้างมูลค่า ทำรายได้ต่อเดือนเกือบแสน พี่อี๊ด เล่าให้ฟังว่า ก่อนที่จะมาประกอบอาชีพเลี้ยงกบ ขายฮวก และแปรรูปผลิตภัณฑ์ ตนเองทำงานเป็นเจ้าหน้าที่อยู่กรมทางหลวงมาก่อน จนมาถึงจุดอิ่มตัวตัดสินใจลาออกจากงานประจำเพื่อกลับมาอยู่บ้านที่จังหวัดนครพนม โดยมีเป้าหมายหลักคือการเลี้ยงกบเป็นอาชีพเลี
“ กบนา” เป็นสัตว์น้ำเศรษฐกิจที่มีศักยภาพสูง เลี้ยงง่าย ใช้ระยะเวลาเพียง 2-3 เดือน ก็สามารถจับขายได้ เฉลี่ย 50-70 บาทต่อกิโลกรัม หากแปรรูปเป็นกบถอดเสื้อสามารถเพิ่มมูลค่าได้ถึง 80 บาทต่อกิโลกรัม การเลี้ยงกบนาใช้เงินลงทุนไม่มาก อีกทั้งตลาดมีความต้องการอย่างต่อเนื่อง ถือเป็นหนึ่งอาชีพทางเลือกที่ช่วยสร้างรายได้ให้เกษตรกรได้เป็นอย่างดี นายธเนตร ศรีเมือง ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 5 ตำบลหนองขุ่น อำเภอวัดสิงห์ จังหวัดชัยนาท ให้ข้อมูลว่า ชาวบ้านในพื้นที่ตำบลหนองขุ่น อำเภอวัดสิงห์ จังหวัดชัยนาท ซึ่งประกอบอาชีพเกษตรกรรม ทำนา ทำไร่มันสำปะหลัง และไร่อ้อยเป็นหลัก ไม่มีรายได้เสริมอย่างอื่น ทำให้บางรายประสบปัญหาภาระหนี้สิน เจ้าหน้าที่กรมประมงจึงคำแนะนำให้เกษตรกรเข้าร่วมโครงการส่งเสริมอาชีพประมง เพื่อฟื้นฟูและพัฒนาศักยภาพในช่วงพักชำระหนี้ด้วยการเลี้ยงกบนา เพื่อเป็นรายได้เสริม โดยกรมประมงได้สนับสนุนองค์ความรู้ เทคโนโลยีการเลี้ยง ปัจจัยการผลิต และมีการติดตามให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิด พร้อมจัดการฝึกอบรม
ปลาบึก หนึ่งในปลาน้ำจืดขนาดใหญ่ที่สุดของโลก ไม่ได้เป็นเพียงสัญลักษณ์ของแม่น้ำโขงเท่านั้น แต่ยังสะท้อนองค์ความรู้ด้านการเพาะเลี้ยงและการอนุรักษ์ทรัพยากรสัตว์น้ำของไทยอย่างเป็นรูปธรรม ผ่านการดำเนินงานของสถาบันวิจัยการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืด ซึ่งเริ่มต้นการเลี้ยงพ่อแม่พันธุ์ปลาบึกมาตั้งแต่ปี 2541 ในช่วงเริ่มต้น ปลาบึกพ่อแม่พันธุ์ถูกเลี้ยงในบ่อดิน โดยปลาที่นำมาเลี้ยงมีความยาวเฉลี่ยต่อตัวประมาณ 1.40 เมตร น้ำหนักเฉลี่ยราว 20 กิโลกรัม ต่อมาจึงมีการพัฒนาและปรับเปลี่ยนรูปแบบการเลี้ยงมาเป็นบ่อซีเมนต์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดการและใช้พื้นที่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยเฉพาะในช่วงที่ปลาบึกเข้าสู่ระยะพร้อมผสมพันธุ์ ปลาบึกที่นำมาเลี้ยงมีที่มาจากพื้นที่ภาคเหนือ ใกล้ลุ่มแม่น้ำโขง ซึ่งเดิมเป็นปลาที่แจกจ่ายให้ประชาชนตามโครงการพระราชทานเพื่อนำไปเลี้ยง เมื่อปลามีขนาดใหญ่ขึ้น ชาวบ้านบางส่วนไม่สามารถดูแลต่อได้ จึงส่งคืนให้กรมประมง ก่อนจะถูกนำมารวบรวมและเลี้ยงดูต่อในบ่อซีเมนต์ของสถาบันฯ เพื่อใช้เป็นพ่อแม่พันธุ์สำหรับการเพาะขยาย การเลี้ยงปลาบึกในบ่อซีเมนต์มีข้อดีหลายประการ ทั้งความสะดวกในการควบคุมสภาพแวดล้อม
กรมทรัพย์สินทางปัญญา ประกาศขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) “กุ้งมังกร 7 สีภูเก็ต” (Phuket Lobster) สินค้าอัตลักษณ์พื้นถิ่นและวัตถุดิบชั้นเลิศจากท้องทะเลอันดามัน การันตีคุณภาพโดดเด่นไม่แพ้ที่ใดในโลก ด้วยเอกลักษณ์ตัวใหญ่ สีสันสวยงาม และเนื้อแน่นหวาน เตรียมเร่งต่อยอดทำระบบควบคุมคุณภาพ หนุนการท่องเที่ยวเชิงอาหาร (Gastronomy Tourism) ดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เปิดเผยว่า การขึ้นทะเบียน “กุ้งมังกร 7 สีภูเก็ต” เป็นสินค้า GI ลำดับที่ 4 ของจังหวัดภูเก็ต ต่อจากสับปะรดภูเก็ต ส้มควายภูเก็ต และมุกภูเก็ต ถือเป็นความสำเร็จอีกขั้นในการยกระดับสินค้าประมงพื้นบ้านระดับพรีเมียมให้ได้รับการคุ้มครองชื่อเสียงและแหล่งต้นกำเนิดอย่างเป็นระบบ โดยกุ้งมังกร 7 สีภูเก็ตถือเป็นสินค้าที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจและเป็นสัญลักษณ์ด้านการท่องเที่ยวเชิงอาหารของจังหวัดภูเก็ตมาอย่างยาวนาน ความพิเศษของกุ้งมังกร 7 สีภูเก็ต เกิดจากสภาพภูมิศาสตร์ที่รายล้อมด้วยทะเลอันดามันอันอุดมสมบูรณ์ มีระดับความเค็มของน้ำเหมาะสม กระแสน้ำมีการถ่ายเทตลอดเวลา เนื่องจากอิทธิพลของน้ำขึ้น-น้ำล
จากสภาพเศรษฐกิจในปัจจุบันการทำเกษตรเพียงด้านเดียว อาจไม่เพียงพอที่จะสร้างรายได้อย่างมั่นคงให้กับครัวเรือนเกษตรกรอีกต่อไป ต้นทุนที่สูงขึ้น ราคาผลผลิตผันผวน และความเสี่ยงจากภัยธรรมชาติ ทำให้เกษตรกรจำนวนไม่น้อยเริ่มมองหาทางเลือกใหม่ ด้วยการปรับรูปแบบการทำเกษตรให้หลากหลายและยืดหยุ่นมากขึ้น หนึ่งในแนวทางที่ได้รับความสนใจคือ “เกษตรผสมผสาน” โดยเฉพาะในกลุ่มเกษตรกรด้านการประมง ที่ไม่ยึดติดกับการเลี้ยงปลาเพียงอย่างเดียว แต่เลือกแบ่งพื้นที่ให้เหมาะสม เพื่อปลูกพืชชนิดอื่นควบคู่ไปกับการเลี้ยงปลาในพื้นที่เดียวกัน ช่วยกระจายความเสี่ยง เพิ่มช่องทางรายได้ และสร้างความมั่นคงให้กับอาชีพในระยะยาว คุณเฉลิม จันทร์รอด เกษตรกรจังหวัดพิษณุโลก เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของเกษตรกรที่ปรับตัว จากการทำเกษตรเชิงเดี่ยวสู่การทำเกษตรแบบผสมผสาน โดยหันมาเลี้ยงปลาหลายชนิดควบคู่กับการปลูกพืชหลากหลายประเภทในพื้นที่เดียวกัน ส่งผลให้สามารถมีรายได้จากทั้งปลาและพืชผลทางการเกษตรอย่างต่อเนื่องในแต่ละสัปดาห์ คุณเฉลิม เล่าว่า ในอดีตเคยยึดอาชีพทำนาข้าวเพียงอย่างเดียว แต่รายได้ที่ได้ไม่สอดคล้องกับต้นทุน อีกทั้งยังต้องเผชิญกับความเสี่ยงจากภ
กุ้งฝอยเป็นสัตว์น้ำขนาดเล็กที่พบได้ทั่วไปในแหล่งน้ำธรรมชาติของประเทศไทย และอยู่คู่กับวิถีอาหารไทยมาอย่างยาวนาน ไม่ว่าจะเป็นเมนูกุ้งฝอยทอด กุ้งฝอยแกงส้ม หรือใช้เป็นวัตถุดิบพื้นบ้านในหลายพื้นที่ นอกจากคุณค่าทางอาหารที่ให้ทั้งโปรตีนและแคลเซียมสูงแล้ว กุ้งฝอยยังมีบทบาทสำคัญในระบบนิเวศ โดยเฉพาะการเป็นอาหารธรรมชาติของปลาเศรษฐกิจในช่วงอนุบาล เช่น ปลาช่อน ปลากราย รวมถึงปลาสวยงาม คุณเอ้-จรินทร์ ขำการะเกตุ คือหนึ่งในคนที่มองเห็นโอกาสว่ากุ้งฝอยในตลาดมีราคาสูงขึ้นต่อเนื่อง ขณะที่ผู้เลี้ยงยังมีไม่มาก โดยเฉพาะกุ้งฝอยพ่อแม่พันธุ์ที่มีคุณภาพ จึงกลับมาหารือกับครอบครัวและเริ่มศึกษาข้อมูล ทั้งด้านการเลี้ยงและการตลาด “เรามองจากตลาดก่อนเลยว่า มีความต้องการจริงไหม พอไปดูราคาขายก็พบว่าค่อนข้างดี ประกอบกับที่บ้านมีบ่อเลี้ยงปลาอยู่แล้ว เลยคิดว่าน่าจะลองทำดู” สำหรับการเลี้ยงกุ้งฝอยเพื่อทำตลาดพ่อแม่พันธุ์ คุณเอ้บอกว่า บ่อดินคือรูปแบบที่เหมาะสมที่สุด โดยบ่อควรมีขนาดประมาณ 1–2 ไร่ ความลึกของบ่อราว 2 เมตร และเริ่มต้นเลี้ยงด้วยระดับน้ำประมาณ 1 เมตร อัตราการปล่อยพ่อแม่พันธุ์อยู่ที่ประมาณ 50,000 ตัวต่อบ่อ โดยจัดสัดส่ว
กบ เป็นสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ ที่มีกระดูกสันหลังที่พัฒนามาจากสัตว์น้ำขณะวัยอ่อน หรือที่เรียก ลูกอ๊อด พัฒนามาเป็นสัตว์ที่อาศัยบนบก หายใจได้ด้วยปอด และเคลื่อนไหวด้วยการกระโดด ปากมีขนาดกว้าง ภายในปากมีฟันหยักขนาดเล็ก ไม่แหลมคม ส่วนลิ้นมีลักษณะแบน มีโคนลิ้นอยู่ด้านนอก ส่วนปลายลิ้นจะอยู่ด้านใน ปลายลิ้นเป็นแฉก ลิ้นใช้สำหรับจับอาหารเข้าปาก ซึ่งยืดหดได้อย่างรวดเร็ว ผิวหนังมีลักษณะอ่อนนุ่ม และชื้นอยู่เสมอ มีขา 4 ขา การเลี้ยงกบในประเทศไทยมีการเลี้ยงมาเป็นระยะเวลานาน โดยเป็นการเลี้ยงกบในคอกที่มีไม้ไผ่กั้น พันธุ์กบที่นำมาเลี้ยงได้มาจากแหล่งธรรมชาติ อย่างเช่น กบนา หรือกบพันธุ์พื้นเมือง อาหารที่ให้ก็จะเป็นอาหารสดจากธรรมชาติ อย่าง ไส้เดือน ปลาขนาดเล็ก และแมลงต่างๆ กบเป็นหนึ่งในวัตถุดิบที่นิยมนำมาประกอบอาหาร เพราะเนื้อกบเป็นแหล่งอาหารที่มีโปรตีนสูง และยังนำมาปรุงอาหารได้อย่างหลากหลาย กบที่มีขนาดใหญ่จะถูกนำมาประกอบอาหารขึ้นร้านอาหารและภัตตาคาร กบถือเป็นวัตถุดิบยอดนิยมที่ผู้บริโภคหลายคนชื่นชอบและสามารถยกระดับอาหารจากกบธรรมดาสู่ภัตตาคาร ปัจจุบัน กบได้รับความสนใจอย่างมาจากเกษตรกร เพราะกบเป็นสัตว์เ
