Exclusive Featured

เสียงสะท้อนจากผู้ประกอบการ : “ค่าแรงที่ไม่สัมพันธ์กับค่าครองชีพ” คนไทย ย้ายประเทศ เพื่อตามหาความมั่นคงในชีวิต

เสียงสะท้อนจากผู้ประกอบการ : “ค่าแรงที่ไม่สัมพันธ์กับค่าครองชีพ” คนไทย ย้ายประเทศ เพื่อตามหาความมั่นคงในชีวิต

“ที่ไทย ค่าแรงยังไม่สัมพันธ์กับค่าครองชีพ คนรวยก็จะรวยไปเลย ส่วนคนที่ทำงานรับเงินเดือน ค่าแรงยังน้อยไปหน่อยกับการใช้ชีวิต”

บทความนี้เป็นเสียงสะท้อนจากผู้ประกอบการไทยในต่างแดน ที่ชีวิตตั้งแต่เกิดก็อยู่ที่ประเทศไทย เรียนจบที่ไทย และเริ่มทำงานที่ไทย แต่สุดท้ายต้องตัดสินใจเลือกทางเดินใหม่ในประเทศออสเตรเลีย สุดท้ายกลายเป็นเจ้าของร้านอาหารไทย 2 สาขาในออสเตรเลีย  

– อ่านเรื่องราวเต็มๆ ได้ที่ ชีวิตในไทยไม่ตอบโจทย์ หนุ่มลาออกจากงาน เริ่มต้นจากเด็กล้างจาน สู่เจ้าของร้านอาหาร 2 แห่งในออสเตรเลีย

ค่าแรงที่ไม่สัมพันธ์กับค่าครองชีพ

เป็นประเด็นที่ถกเถียงและเรียกร้องกันมายาวนานมาก สำหรับเรื่องค่าแรงขั้นต่ำของประเทศไทย ที่หลายต่อหลายเสียงบอกว่า ภาระงานหนัก แต่ค่าแรงที่ได้น้อยเกินไป เพราะค่าครองชีพค่อนข้างสูงขึ้น ไม่ว่าจะเป็นสินค้าอุปโภคและบริโภค มีแนวโน้มพุ่งสูงอยู่ตลอด

ค่าแรงที่ได้รับ ยังไม่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตประจำวันมากเท่าไหร่นัก ซึ่งทางผู้ประกอบการไทยในต่างแดนท่านนี้กล่าวเอาไว้ว่า

“ที่ไทย ค่าแรงยังไม่สัมพันธ์กับค่าครองชีพ คนรวยก็จะรวยไปเลย ส่วนคนที่ทำงานรับเงินเดือน ค่าแรงยังน้อยไปหน่อยกับการใช้ชีวิตทั้งหมด คนส่วนมากจึงอยากมาอยู่ต่างประเทศกัน”

ต้องบอกว่าในต่างประเทศค่าครองชีพก็สูงเช่นกัน แต่ถ้าคุณขยัน ค่าแรงจะตอบโจทย์มากกว่า โดยเปรียบเทียบได้ว่า 

“ในไทยจะกินข้าวร้านอาหารแพงๆ ไม่สามารถกินได้ทุกวัน แต่ในต่างประเทศอย่างออสเตรเลีย ทำงานวันเดียวก็กินได้แล้ว ที่ออสเตรเลียจะจ่ายเงินเป็นรายสัปดาห์  อาทิตย์หนึ่งได้รับ 20,000 บาท แต่ที่ไทยทำงาน 1 เดือนได้รับ 20,000 บาท มันต่างกันเยอะ หากอยู่ที่ออสเตรเลีย แล้วตั้งใจเก็บเงิน กลับประเทศไทยไปก็รวย”

อีกอย่างที่เป็นตัวชี้ให้เห็นง่ายๆ คือ กาแฟ ราคาที่ไทยบางร้านเริ่มต้นที่แก้วละ 80-150 บาท ซึ่งก็ไม่สามารถกินได้ในทุกๆ วัน เพราะมีเงินที่จำกัด แต่ที่ออสเตรเลีย กาแฟมีราคาเท่ากับที่ประเทศไทย แต่ค่าเงินที่ได้มันต่างกัน เพราะฉะนั้น เขาจึงซื้อกาแฟกินได้ในทุกวัน

จากเสียงสะท้อนที่กล่าวมาอาจสรุปได้ว่า เหตุผลที่ทำให้คนเลือกตัดสินใจไปหางานทำที่ต่างประเทศกันมากขึ้น เนื่องจากค่าแรงที่ได้รับไม่เพียงพอต่อการดำรงชีวิต และมองว่าการที่ได้ไปทำงานที่ต่างประเทศ มีโอกาสมากกว่าในประเทศไทย ทั้งโอกาสทางการเงิน โอกาสในการเรียนรู้และพัฒนาตนเอง และการมีชีวิตที่ดีขึ้น

ในส่วนของภาครัฐก็ยังเล็งเห็นถึงปัญหาของค่าครองชีพที่สูง และได้ออกมาตรการต่างๆ เพื่อช่วยเหลือประชาชนให้สามารถรับมือกับสถานการณ์ได้ดีขึ้น เช่น การลดค่าไฟ การควบคุมราคาน้ำมัน การลดภาษี การเพิ่มเงินอุดหนุนให้กลุ่มเปราะบาง การเพิ่มมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการ การปรับค่าแรงขั้นต่ำ รวมถึงโครงการที่คาดว่าน่าจะเกิดขึ้นคือ ดิจิทัลวอลเล็ต ที่ทางภาครัฐแน่ใจว่าเป็นอีกหนึ่งโครงการที่จะขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้ดีขึ้นได้

Related Posts

"ละลายช้า อร่อยถึงคำสุดท้าย" จุดแข็งที่พา "Blendies"เจลาโต้สัญชาติไทยโตเร็ว จนไปเข้าตาฮ่องกงขอซื้อแฟรนไชส์ไปเปิด
“ทำไป เรียนรู้ไป” วิธีคิดของ “บาส Go Went Go” ที่พาคอนเทนต์ และร้านข้าวมันไก่เติบโต
“อย่าหมิ่นเงินน้อย กำไรหลักสิบ รวมกันก็เป็นร้อยเป็นพัน” ป้าตือ ถอดสูตรสร้างธุรกิจให้โตยาว