CEO หญิงคนแรกของเคทีซี ติด 1 ใน 100 สตรีทรงอิทธิพลแห่งเอเชีย
นางพิทยา วรปัญญาสกุล ประธานเจ้าหน้าที่

นางพิทยา วรปัญญาสกุล ประธานเจ้าหน้าที่

เหตุการณ์แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นต่อเนื่องในหลายพื้นที่ สะท้อนให้เห็นว่า “ภัยพิบัติไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป” แม้ประเทศไทยจะไม่ได้อยู่ในพื้นที่เสี่ยงรุนแรง แต่เมื่อเกิดเหตุ สิ่งที่ได้รับผลกระทบไม่ใช่เพียงอาคาร บ้านเรือน หรือระบบสาธารณูปโภค หากแต่รวมถึงระบบบริการสุขภาพที่อาจเข้าถึงได้ยากในช่วงเวลาวิกฤต ดร.ภญ.สุภาภรณ์ ปิติพร ประธานกรรมการบริหารมูลนิธิโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร กล่าวว่า การเตรียมพร้อมรับมือภัยพิบัติในวันนี้ ไม่ได้หมายถึงการเตรียมเพียงอาหาร น้ำดื่ม หรือไฟฉาย แต่ต้องรวมถึง “การเตรียมความพร้อมด้านสุขภาพ” เพื่อให้ประชาชนสามารถดูแลตนเองและคนในครอบครัวได้ในช่วงเวลาที่ความช่วยเหลือยังเข้าไม่ถึง “เมื่อเกิดภัยพิบัติ โรงพยาบาลอาจมีผู้ป่วยจำนวนมาก ถนนอาจถูกตัดขาด ร้านขายยาอาจปิดชั่วคราว แต่สิ่งหนึ่งที่ยังอยู่กับเราเสมอ คือความรู้และทรัพยากรที่มีอยู่รอบตัว” ดร.สุภาภรณ์ กล่าว ดร.สุภาภรณ์ กล่าวว่า ประเทศไทยโชคดีที่มีสมุนไพรเป็น “เสบียงสุขภาพ” กระจายอยู่ในทุกชุมชน หลายชนิดปลูกอยู่ในรั้วบ้าน อยู่ในสวนครัว หรือหาได้จากตลาดใกล้บ้าน ไม่ว่าจะเป็น ขิง สำหรับบรรเทาอาการคลื่นไส้ อาเจียน และช่วย
“ตลาดคลองเตย” เป็นตลาดสดที่เปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง เป็นแหล่งค้าส่งวัตถุดิบราคาประหยัดสำหรับพ่อค้าแม่ค้าและผู้บริโภค วันนี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ จะพาทุกคนไปพูดคุยกับ เจ๊นิด คลองเตย หรือ เจ๊นิด-พนิดา ณ นคร เจ้าของช่อง TikTok เจ๊นิด คลองเตย แม่ค้าตลาดและอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดัง ไวรัลจากการทำคอนเทนต์จ่ายตลาดงบประหยัด “คนเรา รวยได้ก็จนได้ จนได้ก็รวยได้ ขอแค่ใจสู้และอยู่บนความจริง” นี่คือคติที่เจ๊นิดยึดถือมาตลอดเส้นทางชีวิตที่ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ โดยเจ๊นิดพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าการทำธุรกิจต้องกล้าที่จะก้าวออกจากแบบเดิมๆ พร้อมกับสร้างตัวตนบนโลกออนไลน์ ปัจจุบันได้ขยายไปแล้วกว่า 7 สาขา พร้อมกับการตั้งเป้าสร้าง “Jarin Mart (จรินมาร์ท)” มินิตลาดสด 24 ชั่วโมงที่จัดการสินค้าให้ลูกค้าได้อย่างแม่นยำ จุดเริ่มสร้างตัว “เจ๊นิด คลองเตย” แม้จะมีพื้นเพครอบครัวที่ฝั่งพ่อมีชื่อเสียงมียศมีศักดิ์ และฝั่งแม่อากงเป็นเจ้าสัวย่านเยาวราช แต่ชีวิตกลับพลิกผันจนถึงจุดที่ไม่มีเงิน “พวกเราทุกคนในบ้านจะไม่ก่อหนี้ เพราะเคยเห็นช่วงที่แย่ที่สุดของพ่อ ตอนที่ร้อนมากจนถึงขั้นต้องผ่อนพัดลม” เจ๊นิดเล่าถึงภาพจำวันที่ครอบครั
กระแสอาหารไทยโบราณยังแรงต่อเนื่อง โดยเฉพาะเมนูประจำฤดูร้อนอย่าง “ข้าวแช่นารา” ของ NARA Thai Cuisine ที่สร้างยอดขายกว่า 10,000 เซ็ต ภายในระยะเวลาเพียง 2 เดือน กลายเป็นเมนูอันดับหนึ่งของร้านในช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา ภายใต้แคมเปญ “สำรับไทย..ไว้ใจนารา” หรือ TASTE NARA – TASTE OF THAILAND ตอกย้ำจุดยืนการยกระดับอาหารไทยสู่มาตรฐานสากล ผ่านการนำเสนอสำรับไทยโบราณในรูปแบบร่วมสมัย เบื้องหลังความสำเร็จของ ข้าวแช่นารา โดยปีนี้นาราไทย คูซีน ยังได้นางเอกซุปตาร์อย่าง ใหม่-ดาวิกา โฮร์เน่ เป็นตัวแทนถ่ายทอดเสน่ห์สำรับไทยประจำฤดูกาล ผ่านเมนู ‘ข้าวแช่นารา’ จนสามารถขยายฐานกลุ่มนักชิมสู่คนรุ่นใหม่ได้มากขึ้น ปลุกกระแสความนิยมอาหารไทยโบราณให้กลับมาได้รับความสนใจอีกครั้ง นอกจากกระแสตอบรับจากนักชิมชาวไทยแล้ว ล่าสุดยังได้รับความสนใจจากบุคคลระดับโลก เมื่อ จูเลีย มอร์ลีย์ ประธานและซีอีโอองค์กรมิสเวิลด์ พร้อมด้วย ปิยาภรณ์ แสนโกศิก หรือ แม่ปุ้ย TPN ผู้ถือลิขสิทธิ์เวทีประกวด Miss World Thailand และเวทีนางงามระดับนานาชาติ ร่วมรับประทานอาหารไทย โดยมี คุณยีน-สิริโสภา จุลเสวก ผู้บริหารนารา กรุ๊ป ให้การต้อนรับที่ร้านนาราไท
“หยกสด” แบรนด์ขนมไทยที่เน้นใช้วัตถุดิบหลักเป็นใบเตย 100% ปัจจุบันเดินทางมาถึงปีที่ 8 ขยายสาขาไปแล้วกว่า 30 แห่ง วันนี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ มีโอกาสพาทุกคนไปบุกเบื้องหลังโรงงานแห่งใหม่ ที่ตั้งอยู่แถวอ้อมน้อย ซึ่งได้ คุณจ๊าก-มหศักย์ สุรกิจบวร ผู้ก่อตั้งแบรนด์ เป็นคนพาทัวร์โรงงานขนมไทยแต่ละโซนด้วยตนเอง โดยโรงงานแห่งนี้สามารถรองรับการผลิตได้หลักหมื่นกล่องต่อวันเลยทีเดียว แม้จะขยายโรงงานใหม่ แต่คุณจ๊ากยืนยันว่า “ขนมหลายอย่างที่เครื่องจักรไม่สามารถมาแทนคนได้” ทำให้ในโซนการผลิต เราจึงได้เห็นภาพการผสมผสาน ระหว่างเครื่องจักรที่ช่วยทุ่นแรงในการกวนขนมเป็นชั่วโมงๆ กับการใช้ความชำนาญของทีมงาน ไม่เพียงเท่านั้น คุณจ๊ากยังพาไปดูโซนพัฒนาสินค้าใหม่อย่างซีรีส์ “หยกสด Lite” ขนมไทยที่เหมาะสำหรับคนรักสุขภาพ ทานแล้วไม่รู้สึกผิด ไม่ว่าจะเป็น หม้อแกงไข่ขาว ที่เลือกใช้ไข่ขาว 100% เพื่อลดคอเลสเตอรอล หรือ ตะโก้โนชูก้าร์ ที่ใช้ความหวานจากหล่อฮั่งก้วยแทนน้ำตาล ปิดท้ายที่ห้องเย็นควบคุมอุณหภูมิ ซึ่งเป็นจุดพักขนมก่อนจัดส่ง ขนมทุกกล่องจะถูกส่งออก เพื่อให้ไปถึงหน้าร้านกว่า 30 สาขาทั่วประเทศในสภาพที่สดใหม่ที่สุด เพื่อร
5 ปีที่อิตาลี หรือจะสู้ 78 ปี ที่ซานฟรานซิสโก นี่ก็สมูทเหมือนกันนะ จากร้านไอศกรีมเล็ก ๆ ในซานฟรานซิสโก สู่ Swensen’s แบรนด์ที่คนทั้งโลกรัก เรื่องราวกว่า 78 ปีที่ไม่ได้หวานมาตลอด หากพูดถึงร้านไอศกรีมที่อยู่ในความทรงจำของคนไทย หลายคนคงนึกถึง Swensen’s เป็นชื่อแรก ๆ ไม่ว่าจะเป็นการฉลองวันเกิด การพาครอบครัวไปทานของหวาน หรือเมนูซันเดย์ที่กลายเป็นภาพจำของหลายเจเนอเรชัน แต่หลายคนอาจไม่รู้ว่า จุดเริ่มต้นของแบรนด์นี้ไม่ได้มาจากนักธุรกิจผู้ยิ่งใหญ่ หากแต่เกิดจากอดีตทหารเรือคนหนึ่งที่เชื่อว่า “ไอศกรีมที่อร่อย” สามารถสร้างความสุขให้ผู้คนได้ เมื่ออดีตทหารเรือตกหลุมรักการทำไอศกรีม Swensen’s ก่อตั้งขึ้นในปี 1948 โดย Earle Swensen อดีตนักดับเพลิงที่ต้องไปเป็นทหารเรือกองทัพสหรัฐฯ ตอนช่วงรบสงครามโลกครั้งที่สอง ซึ่งบนเรือรบที่เขาประจำการอยู่นั้น มีเครื่องทำไอศกรีมไว้แจกจ่ายทหาร เขาจึงได้เรียนรู้การทำไอศกรีมระหว่างปฏิบัติหน้าที่บนเรือนั้น หลังปลดประจำการ เขาจึงนำความชอบและความเชี่ยวชาญนี้มาเปิดร้านไอศกรีมร้านแรกที่ซานฟรานซิสโกในปี 1948 ด้วยเชื่อว่า หากใช้วัตถุดิบที่ดีที่สุด ทำไอศกรีมด้วยความใส่ใจ และขายใ
ในอดีตชานมไข่มุกอาจเป็นเครื่องดื่มรางวัลชีวิตหนึ่งเดียวที่คนพอจะนึกออก เมื่ออยากเติมความหวานให้ร่างกาย แต่การดื่มชานมมากเกินไปก็สร้างภาระให้ร่างกายไม่น้อย แต่พอมีเครื่องดื่มอย่างโยเกิร์ตสมูทตี้ที่ทั้งอร่อย และเติมหวานทดแทนกันได้ การมอบรางวัลชีวิตแบบรักสุขภาพก็เป็นทางเลือกใหม่ของผู้บริโภค หากจะเจาะลงไปในตลาดโยเกิร์ตสมูทตี้ทั่วโลก มีการประเมินว่ามีมูลค่ากว่า 51,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (อ้างอิงจากตัวเลขของ fortunebusiness) หรือราว 1.7 ล้านบาท การเติบโตของตลาดมาจากความต้องการที่เพิ่มขึ้นสำหรับอาหารที่มีโปรไบโอติกสูง หาอาหารทดแทนมื้ออาหาร และเทรนด์รักสุขภาพ คาดว่าจะเติบโตเกิน 71,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายในปี 2031 โดยที่อัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปี (CAGR) จะอยู่ที่ 6-9% ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกยังคงครองส่วนแบ่งการตลาดมากที่สุด (มากกว่า 40%) ในขณะที่อเมริกาเหนือยังคงเป็นตลาดหลักสำหรับสมูทตี้โยเกิร์ต เนื่องจากผู้บริโภคส่วนใหญ่นิยมสูตรที่มีน้ำตาลต่ำและโปรตีนสูง YoPPa Yogurt แบรนด์โยเกิร์ตเพื่อสุขภาพสไตล์เกาหลี ของนักแสดงชื่อดัง “ญดา” นริลญา กุลมงคลเพชร คืออีกหนึ่งแบรนด์ที่มาปลุกกระแ
ปัจจุบัน ตลาดอาร์ททอยเติบโตไปมากกว่าแค่กล่องสุ่ม ไม่ใช่แค่แฟชั่นที่มาไวไปไว แต่ได้ฝังตัวลงไปใน Art (Toy) Economy อย่างเต็มตัว มีความเป็นมืออาชีพ มีคอมมูนิตี้ที่แข็งแกร่ง และกลายเป็นอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ที่ผสมผสานระหว่าง ศิลปะ แฟชั่น และการลงทุน อย่างลงตัว คุณแก้ม-อักษร จันทรโรจน์วานิช ซีอีโอบริษัท Take Toys ได้กล่าวว่า คนวัยทำงานจะชอบซื้อตุ๊กตาหรือของสะสมที่เป็นการ์ตูนที่เขาเคยดูในสมัยเด็ก สะท้อนถึงการตลาดแบบ “Kidult Economy” หรือกลุ่มผู้ใหญ่ที่ยังมีความชื่นชอบของเล่นและตัวละครในวัยเด็ก โดยเฉพาะกลุ่มคนวัยทำงานที่เลือกซื้อสินค้าที่เชื่อมโยงกับความทรงจำในอดีต (Nostalgia) ทำให้สินค้าคาแรกเตอร์ไม่ได้เป็นเพียงของเล่นสำหรับเด็ก แต่กลายเป็นสินค้าที่สะท้อนตัวตน ไลฟ์สไตล์ และความรู้สึกของหัวใจน้อย ๆ ในวัยเด็กที่หายไป เมื่อหาข้อมูลเพิ่มเติมของตลาดอาร์ททอย (Art Toy) ในประเทศไทยปี 2026 ถือว่าอยู่ในยุคที่เติบโตอย่างก้าวกระโดดและพัฒนาไปไกลกว่าแค่กระแสกล่องสุ่ม โดยประเทศไทยกำลังปักหมุดสู่การเป็นศูนย์กลางระดับภูมิภาค หรือ “Land of ART TOY” ของเอเชีย กลุ่มผู้ซื้อหลักไม่ใช่เด็ก แต่เป็นกลุ่ม Kidult (ผู้
“Blendies” (เบลนดีส์) แบรนด์ไอศกรีมพรีเมียมเจลาโต้สัญชาติไทย เตรียมขยายแฟรนไชส์บุกตลาดฮ่องกง ร่วมกับ MasterBeef Group กลุ่มธุรกิจอาหารจากฮ่องกงที่จดทะเบียนใน Nasdaq Capital Market ตลาดหลักทรัพย์สหรัฐอเมริกา สะท้อนศักยภาพแบรนด์ไทยที่สามารถก้าวสู่การแข่งขันในตลาดพรีเมียมระดับสากลได้อย่างแข็งแกร่ง เชฟแบม ธนโชติ ธรรมพีร เชฟและผู้ก่อตั้ง Blendies กล่าวว่า “ความร่วมมือกับ MasterBeef Group ในครั้งนี้ เป็นการขยายแฟรนไซส์ไปต่างประเทศครั้งแรกของ Blendies ซึ่งสอดคล้องกับความตั้งใจของแบรนด์ภายใต้แนวคิด “Modern Gelato, More Than Gelato” ที่ต้องการให้เจลาโต้เป็นมากกว่าของหวาน ต้องเป็นเจลาโต้คุณภาพสูงที่ผลิตจากวัตถุดิบคุณภาพ รสชาติเข้มข้นไม่เหมือนใคร และมีความสร้างสรรค์ อีกทั้งยังมีการพัฒนาเทคนิคการผลิตที่เหมาะสมกับสภาพอากาศของเอเชีย ทำให้เจลาโต้ละลายช้าสามารถคงความอร่อยไว้ได้จนคำสุดท้าย ด้วยจุดแข็งทั้งหมดนี้ MasterBeef Group เล็งเห็นถึงศักยภาพจนเลือกให้เราเป็นแบรนด์เจลาโต้ฝีมือคนไทยไปเปิดที่ฮ่องกงในครั้งนี้” เบื้องหลังแนวคิดและการพัฒนาผลิตภัณฑ์ของ Blendies มาจากประสบการณ์อาหารกว่า 14 ปีของเชฟแบม ซึ่
“ตลาดคลองเตย” เป็นตลาดสดที่เปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง เป็นแหล่งค้าส่งวัตถุดิบราคาประหยัดสำหรับพ่อค้าแม่ค้าและผู้บริโภค วันนี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ จะพาทุกคนไปพูดคุยกับ เจ๊นิด คลองเตย หรือ เจ๊นิด-พนิดา ณ นคร เจ้าของช่อง TikTok เจ๊นิด คลองเตย แม่ค้าตลาดและอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดัง ไวรัลจากการทำคอนเทนต์จ่ายตลาดงบประหยัด “คนเรา รวยได้ก็จนได้ จนได้ก็รวยได้ ขอแค่ใจสู้และอยู่บนความจริง” นี่คือคติที่เจ๊นิดยึดถือมาตลอดเส้นทางชีวิตที่ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ โดยเจ๊นิดพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าการทำธุรกิจต้องกล้าที่จะก้าวออกจากแบบเดิมๆ พร้อมกับสร้างตัวตนบนโลกออนไลน์ ปัจจุบันได้ขยายไปแล้วกว่า 7 สาขา พร้อมกับการตั้งเป้าสร้าง “Jarin Mart (จรินมาร์ท)” มินิตลาดสด 24 ชั่วโมงที่จัดการสินค้าให้ลูกค้าได้อย่างแม่นยำ จุดเริ่มสร้างตัว “เจ๊นิด คลองเตย” แม้จะมีพื้นเพครอบครัวที่ฝั่งพ่อมีชื่อเสียงมียศมีศักดิ์ และฝั่งแม่อากงเป็นเจ้าสัวย่านเยาวราช แต่ชีวิตกลับพลิกผันจนถึงจุดที่ไม่มีเงิน “พวกเราทุกคนในบ้านจะไม่ก่อหนี้ เพราะเคยเห็นช่วงที่แย่ที่สุดของพ่อ ตอนที่ร้อนมากจนถึงขั้นต้องผ่อนพัดลม” เจ๊นิดเล่าถึงภาพจำวันที่ครอบครั
ก่อนหน้านี้ หลายคนอาจรู้จัก “คุณบาส – ภาณุภัทร์ สุกัลยารักษ์” ในหลากหลายบทบาท ทั้งนักดนตรีและนักแสดง แต่วันนี้ เขาคือ “บาส Go Went Go” อินฟลูเอนเซอร์สายท่องเที่ยว เจ้าของช่องยูทูบที่มีผู้ติดตามกว่า 1.9 ล้านคน นอกจากสร้างคอนเทนต์ เขายังสวมบทบาทผู้ประกอบการ ร่วมเปิดร้าน “เก๋าข้าวมันไก่ ข้าวมันเนื้อ” กับพาร์ตเนอร์ ภายใต้ บริษัท โก เว๊นท์ ไก่ จำกัด จากร้านที่เกิดไวรัล และได้รับคำติชมมากมาย สู่ธุรกิจที่มียอดขายแตะ 7 หลักต่อเดือน เส้นทางเศรษฐี จะพาไปเปิดเบื้องหลัง วิธีคิดในการสร้างคอนเทนต์และธุรกิจ ตั้งแต่การทำช่อง Go Went Go ไปจนถึงการปั้นร้าน “เก๊ามันไก่ มันเนื้อ” พร้อมบทเรียน Learning by Doing ที่เชื่อว่า “ลงมือทำก่อน แล้วเรียนรู้จากฟีดแบ็ก เพื่อนำมาพัฒนาต่อ” รวมถึงมุมมองการสร้างแบรนด์ การทำธุรกิจ และการเติบโตในยุคที่โลกเปลี่ยนเร็ว
