Featured การเงิน และการตลาด

รู้จัก DINK เทรนด์ใหม่ของชีวิตคู่ยุคนี้ 

ให้ความสำคัญกับอิสรภาพทางการเงิน ใช้ชีวิตแบบที่ต้องการ มากกว่ามีภาระค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับลูก รู้จัก DINK เทรนด์ใหม่ของชีวิตคู่ยุคนี้ 

ในยุคที่ค่านิยมเกี่ยวกับครอบครัวเปลี่ยนไป คู่รักหลายคู่เริ่มให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิตมากกว่าการมีลูก ทำให้แนวคิด DINK หรือ Dual Income, No Kids คู่แต่งงานมีรายได้ทั้งคู่ และไม่มีลูก กลายเป็นเทรนด์ที่ได้รับความนิยมมากขึ้น

DINK หมายถึง คู่รักที่แต่งงานหรือใช้ชีวิตร่วมกัน โดยที่ทั้ง 2 ฝ่ายมีรายได้เป็นของตัวเอง และไม่มีลูก ไม่ว่าจะเป็นคู่ชาย-หญิง และ LGBTQ+ ก็สามารถเป็น DINK ได้ทั้งนั้น

กลุ่มคนเหล่านี้มักให้ความสำคัญกับอิสรภาพทางการเงิน การใช้ชีวิตแบบที่ต้องการ และการลงทุนเพื่ออนาคต มากกว่าการมีภาระค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับลูก เช่น ค่าเล่าเรียน ค่ารักษาพยาบาล หรือค่าใช้จ่ายในการเลี้ยงดูต่างๆ

จากผลสำรวจของสถาบัน Brookings พบว่า ครอบครัวที่มีรายได้ปานกลางโดยเฉลี่ยจะต้องจ่ายเงินค่าเลี้ยงดูบุตรประมาณ 200,000-300,000 ดอลลาร์ (ประมาณ 6-10 ล้านบาท) จนอายุครบ 17 ปี

ทำไม DINK ถึงเป็นคู่รักกระเป๋าหนัก?

1. รายได้สองทาง ไม่มีภาระลูก : ด้วยความที่ทั้งคู่ทำงานและสร้างรายได้ของตัวเอง แต่ไม่มีภาระค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับลูก ทำให้มีเงินเหลือเก็บหรือนำไปลงทุนในทรัพย์สินและไลฟ์สไตล์ที่ต้องการ

2. ใช้จ่ายกับตัวเองได้เต็มที่ : เงินที่หาได้สามารถนำไปใช้เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิต เช่น ท่องเที่ยว ซื้อของแบรนด์เนม ลงทุนในสุขภาพ และกิจกรรมที่สร้างความสุขโดยไม่ต้องกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายของลูก

3. มีเวลาทำงานและพัฒนาตัวเอง : เนื่องจากไม่มีภาระเรื่องการดูแลลูก คู่รัก DINK จึงสามารถทุ่มเทให้กับการทำงานและการพัฒนาตัวเองในสายอาชีพ ส่งผลให้มีโอกาสเติบโตในหน้าที่การงานและเพิ่มรายได้มากขึ้น

DINK เปย์ฉ่ำยังไง?

1. กินหรู อยู่แพง ร้านอาหารไฟน์ไดนิง โรงแรมหรู หรือคอนโดระดับไฮเอนด์ ไม่ใช่เรื่องเกินเอื้อมสำหรับพวกเขา

2. เที่ยวแบบจัดเต็ม ทริปต่างประเทศแบบเฟิร์สคลาส รีสอร์ตหรู หรือประสบการณ์แปลกใหม่เป็นเรื่องที่ทำได้สบายๆ

3. ลงทุนกับไลฟ์สไตล์ ของสะสม แบรนด์เนม รถยนต์ หรือแม้แต่การทำศัลยกรรมเพื่อเสริมความมั่นใจ ก็เป็นสิ่งที่ DINK กล้าลงทุน

4. สนับสนุนธุรกิจที่ชอบ หลายคนเป็นนักลงทุน หรือเป็นสายสนับสนุนธุรกิจและสินค้าไลฟ์สไตล์ที่ตอบโจทย์ความต้องการของตัวเอง

เทรนด์ DINK ไม่ได้มีแค่ในต่างประเทศ แต่กำลังได้รับความนิยมในไทยมากขึ้น เพราะคนรุ่นใหม่ให้ความสำคัญกับอิสรภาพทางการเงินและไลฟ์สไตล์ที่ตอบโจทย์ตัวเองมากกว่าการใช้ชีวิตแบบครอบครัวดั้งเดิม

สุดท้ายแล้ว ไม่ว่าการเลือกใช้ชีวิตแบบไหนจะดีที่สุดขึ้นอยู่กับความต้องการของแต่ละคน แต่สำหรับ DINK พวกเขาเลือกที่จะเป็นคู่รักที่มีอิสระทางการเงิน กระเป๋าหนัก และใช้ชีวิตแบบ เปย์ฉ่ำ อย่างที่ต้องการ

อ้างอิง

investopedia

Related Posts

"ละลายช้า อร่อยถึงคำสุดท้าย" จุดแข็งที่พา "Blendies"เจลาโต้สัญชาติไทยโตเร็ว จนไปเข้าตาฮ่องกงขอซื้อแฟรนไชส์ไปเปิด
“ทำไป เรียนรู้ไป” วิธีคิดของ “บาส Go Went Go” ที่พาคอนเทนต์ และร้านข้าวมันไก่เติบโต
“อย่าหมิ่นเงินน้อย กำไรหลักสิบ รวมกันก็เป็นร้อยเป็นพัน” ป้าตือ ถอดสูตรสร้างธุรกิจให้โตยาว