Featured How to เคล็ดลับผู้ประกอบการ

จากธุรกิจซื้อขายพืชไร่ สู่ตำนานซอสคู่ครัวไทย เปิดประวัติ “ซอสภูเขาทอง” ทำอย่างไร ครองใจผู้บริโภคนานกว่า 7 ทศวรรษ

ในบรรดาขวดเครื่องปรุงที่คุ้นตา ไว่ว่าจะอยู่ในชั้นวางเครื่องปรุง หรืออยู่บนโต๊ะอาหาร เชื่อว่าหลายๆ บ้าน จะต้องมี 1 ขวดที่เป็นซอสฝาเขียวที่ยืนหยัดเป็นตำนานคู่ครัวเรือนมาอย่างยาวนาน นั่นคือ “ซอสภูเขาทอง” ที่ไม่ได้เป็นเพียงส่วนผสม แต่เป็นส่วนหนึ่งของรสชาติทั้งรสชาติที่คุ้นลิ้น ทั้งกลิ่นที่คุ้นเคย จนเป็นความทรงจำในมื้ออาหารของคนไทยหลายต่อหลายรุ่น 

วันนี้เราจะพาทุกท่านย้อนรอยประวัติศาสตร์อันยาวนานของซอสภูเขาทอง ภายใต้บริษัท ไทยเทพรส จำกัด (มหาชน) ตั้งแต่จุดเริ่มต้น ไปจนถึงกลยุทธ์สร้างแบรนด์อย่างไรให้ยืนระยะมาได้อย่างยาวนานและมั่นคงจนถึงทุกวันนี้

จุดเริ่มต้นของตำนานเครื่องปรุงคู่ครัวไทย

จากเดิมที่นายใช้ แซ่โค้ว และลูกชาย (นายอิทธิพล วิญญรัตน์) ก่อตั้งธุรกิจเกี่ยวกับการซื้อขายและส่งออกพืชไร่ ภายใต้ชื่อร้าน ใช้หลีจั่น แต่เนื่องจากที่บ้าน ชอบทำอาหารและมีเพื่อนชาวเวียดนามได้ชวนนายไช้ร่วมลงทุนผลิตซอสปรุงรสที่เมืองไทย เขาจึงเล็งเห็นว่า ซอส เป็นสินค้าที่คนไทยเริ่มรู้จักมากขึ้นและการสั่งเข้าจากเมืองนอกก็ราคาแพง ถ้าผลิตและขายเองได้ก็จะมีกำไร 

นายไช้จึงเริ่มศึกษาข้อมูลต่างๆ หาที่ตั้งโรงงานว่าจะก่อสร้างอาคารแบบใด โดยได้ติดต่อกับเพื่อนชาวเวียดนามเป็นระยะๆ เมื่อได้ที่ตั้งของโรงงาน ณ ถนนสุขุมวิทแล้ว จึงได้ไปจดทะเบียน เป็นห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคล โรงงานไทยเทพรส เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2497 

ชื่อ “ไทยเทพรส” นั้นได้มาจากน้องๆ ของนายไช้เป็นผู้เลือกให้ เพราะว่า ความหมายดี ส่วนชื่อผลิตภัณฑ์ นายไช้และลูกชายเป็นคนเลือกชื่อ ตราภูเขาทอง ซึ่งหมายถึง ความยั่งยืน ความอุดมสมบูรณ์ไปตลอดกาล และผลิตภัณฑ์เครื่องปรุงรสภายใต้เครื่องหมายการค้า “ภูเขาทอง” ซึ่งกลายเป็นที่รู้จักในฐานะ “ซอสฝาเขียว” อันเป็นเอกลักษณ์ที่ครองใจคนไทยมาจนถึงปัจจุบัน

จากจุดเริ่มต้นเล็กๆ ไทยเทพรสได้เติบโตอย่างต่อเนื่อง ด้วยการร่วมมือระหว่างตระกูลแซ่โค้วและตระกูลวิญญรัตน์ เพื่อยกระดับธุรกิจให้ก้าวไกลยิ่งขึ้น ในปี พ.ศ. 2530 บริษัทจดทะเบียนเปลี่ยนชื่อเป็น “บริษัท ไทยเทพรสผลิตภัณฑ์อาหาร จำกัด” และในปี พ.ศ. 2536 ได้แปรสภาพเป็นบริษัทมหาชน จำกัด เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ภายใต้ชื่อย่อหุ้น “SAUCE”

ไทยเทพรสย้ายฐานการผลิตไปยังโรงงานที่ทันสมัยในจังหวัดสมุทรปราการ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการผลิตและพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ นอกจากซอสปรุงรสฝาเขียวที่เป็นดาวเด่น บริษัทได้ขยายพอร์ตโฟลิโอไปสู่ผลิตภัณฑ์หลากหลาย เช่น ซอสหอยนางรม ซอสพริก ซอสมะเขือเทศ น้ำส้มสายชูกลั่น ซีอิ๊วขาว และน้ำจิ้มไก่ รวมถึงแบรนด์ย่อยอย่าง “ศรีราชาพานิช” และ “คินซัน” ซึ่งเป็นซีอิ๊วญี่ปุ่น

นอกจากนี้ ไทยเทพรสยังก่อตั้งบริษัทร่วมอย่าง บริษัท เอ็กซ์เตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด โดยถือหุ้น 60% เพื่อผลิตเครื่องปรุงแต่งกลิ่นรสอาหาร (Reaction Flavour) ภายใต้ตรา “เอ็กซ์เตอร์” สำหรับส่งออกไปยังสหภาพยุโรปและภูมิภาคเอเชียอาคเนย์ ซึ่งช่วยขยายฐานลูกค้าในตลาดสากล

การพัฒนาแบรนด์และการครองใจผู้บริโภค

ซอสภูเขาทองประสบความสำเร็จในการครองใจผู้บริโภคด้วยการยึดมั่นในคุณภาพและความปลอดภัย บริษัทเน้นการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์รสชาติอาหารไทยที่มีความหลากหลายและเข้มข้น ซึ่งสอดคล้องกับวัฒนธรรมการกินของคนไทยที่ให้ความสำคัญกับรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์ 

ในปี พ.ศ. 2560 ไทยเทพรสเปิดตัวแคมเปญ “เพราะทุกจานมีเรื่องราว” เพื่อเชื่อมโยงแบรนด์กับคนรุ่นใหม่ โดยเฉพาะกลุ่ม Gen Y ซึ่งช่วยเปลี่ยนภาพลักษณ์จากแบรนด์เก่าแก่ให้ทันสมัยและเข้าถึงได้มากขึ้น 

“ผลประกอบการปี 2567 มีรายได้รวม 3,558.34 ล้านบาท กำไรสุทธิ 743.85 ล้านบาท” ข้อมูลจาก AIO

นอกจากนี้ ยังมีการส่งออกไปยังทวีปอเมริกาเหนือและยุโรป โดยเฉพาะซอสพริกศรีราชาพานิช เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้แบรนด์เติบโตในระดับสากล ความสำเร็จนี้มาจากการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย การรักษาคุณภาพ และการปรับตัวให้เข้ากับพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป เช่น การพัฒนาสูตรใหม่และเมนูฟิวชันที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ทันสมัย

จากจุดเริ่มต้นของซอสฝาเขียวเมื่อ 70 กว่าปีก่อน ซอสภูเขาทองและไทยเทพรสได้เติบโตจากธุรกิจครอบครัวสู่ผู้นำตลาดเครื่องปรุงรสของไทย ด้วยการยึดมั่นในคุณภาพ นวัตกรรม และความเข้าใจในรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ของอาหารไทย บริษัทไม่เพียงครองใจผู้บริโภคในประเทศ แต่ยังขยายความสำเร็จสู่ตลาดโลก พร้อมเดินหน้าสร้างตำนานบทใหม่ด้วยความยั่งยืนทางธุรกิจ

Related Posts

"ละลายช้า อร่อยถึงคำสุดท้าย" จุดแข็งที่พา "Blendies"เจลาโต้สัญชาติไทยโตเร็ว จนไปเข้าตาฮ่องกงขอซื้อแฟรนไชส์ไปเปิด
“ทำไป เรียนรู้ไป” วิธีคิดของ “บาส Go Went Go” ที่พาคอนเทนต์ และร้านข้าวมันไก่เติบโต
“อย่าหมิ่นเงินน้อย กำไรหลักสิบ รวมกันก็เป็นร้อยเป็นพัน” ป้าตือ ถอดสูตรสร้างธุรกิจให้โตยาว