วิกฤตน้ำท่วมใหญ่ที่ภาคใต้ครั้งนี้นอกจากความเสียหายทางเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวแล้ว ที่น่าห่วงที่สุดคือประชาชนที่ต้องเจอผลกระทบเต็มๆ พอสถานการณ์เริ่มคลี่คลาย คำถามที่หลายคนรอฟังคือ รัฐบาลจะมีมาตรการเด็ดอะไรมาช่วยเยียวยาและฟื้นฟูบ้าง

ล่าสุดเมื่อวันที่ 25 พ.ย. 2568 ผู้สื่อข่าวเว็บไซต์ข่าวสดรายงานว่า นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยถึงมาตรการช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในภาคใต้ ว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบใช้เงินงบกลางช่วยเหลือเยียวยาผู้ประสบภัย ครอบครัวละ 9,000 บาทแล้ว โดยมาตรการดังกล่าวเป็นเพียงการเยียวยาเบื้องต้น แต่สิ่งสำคัญคือทำอย่างไรให้ประชาชนกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติเร็วที่สุด
จึงได้รับมอบหมายจาก นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ให้จัดทำแพ็กเกจฟื้นฟูและกระตุ้นเศรษฐกิจหลังน้ำลด ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างออกแบบรายละเอียด โดยมีแนวทางสำคัญ เช่น การให้สิทธิพิเศษรูปแบบเดียวกับโครงการ “คนละครึ่งพลัส” โดยจะเจาะจงเฉพาะจังหวัดที่ได้รับผลกระทบรุนแรงจากน้ำท่วม เพื่อให้กิจกรรมเศรษฐกิจกลับมาคึกคักและสร้างรายได้ให้ประชาชนโดยเร็ว ซึ่งอยู่ระหว่างพิจารณาวงเงินรวมของมาตรการ โดยคาดว่าจะเสนอ ครม. ได้ในสัปดาห์หน้า
“การฟื้นฟูและกระตุ้นเศรษฐกิจให้กลับมาคึกคักเหมือนเดิม ตัวอย่างเช่น โครงการ “คนละครึ่งพลัส” ที่เราเริ่มออกไปนั้น ในกลุ่มนี้อาจจะต้องให้โอกาสเขาอยู่ เราก็กำลังออกแบบอยู่นะครับว่า เมื่อสถานการณ์กลับมาปกติแล้ว โดยตอนนี้กำลังออกแบบนโยบายอยู่ คาดว่าน่าจะเข้าสู่การพิจารณาของ ครม. วันอังคารหน้า”
นายเอกนิติ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ยังมีมาตรการด้านสินเชื่อและพักชำระหนี้ ทั้งการลดดอกเบี้ย และจัดทำสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำเพื่อฟื้นฟูธุรกิจ โดยเฉพาะประชาชนและ SMEs ที่ได้รับผลกระทบ รวมถึงการขยายเวลายื่นแบบภาษี เช่น ภาษีมูลค่าเพิ่ม สำหรับผู้ประกอบการในพื้นที่ประสบภัย
ทั้งนี้ ขณะเดียวกันรัฐบาลให้ความสำคัญสูงสุดกับการช่วยชีวิตประชาชนในพื้นที่ โดยหน่วยงานด้านความมั่นคงและกระทรวงมหาดไทยเร่งสนับสนุนภารกิจช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างเต็มที่ แม้ผลกระทบทางเศรษฐกิจอาจจำกัดในบางพื้นที่ แต่ความเสียหายด้านชีวิตและความเป็นอยู่ของประชาชนถือเป็นเรื่องสำคัญที่สุด
ย้อนรอยมาตรการเยียวยาอุทกภัย รัฐบาลอนุมัติช่วยเหลือ 22 จังหวัด แบบขั้นบันได
ในช่วงฤดูฝนที่ผ่านมา ประเทศไทยประสบกับสถานการณ์อุทกภัยในหลายพื้นที่ ส่งผลให้ประชาชนจำนวนมากได้รับความเดือดร้อนและความเสียหาย รัฐบาลจึงได้เร่งออกมาตรการเพื่อให้ความช่วยเหลือและเยียวยาผู้ประสบภัยอย่างต่อเนื่อง
ข้อมูลจาก สำนักประชาสัมพันธ์เขต 3 กรมประชาสัมพันธ์ รัฐบาลได้มีมติเห็นชอบหลักเกณฑ์การช่วยเหลือเยียวยาผู้ประสบอุทกภัยสำหรับผู้ที่ได้รับผลกระทบ โดยเฉพาะกลุ่มที่ ที่อยู่อาศัยมีน้ำท่วมขังเป็นเวลานานแบบขั้นบันได ครัวเรือนละ 5,000–20,000 บาท ใน 22 จังหวัด ได้แก่ ฉะเชิงเทรา, ชัยนาท, ชัยภูมิ, นครนายก, นครปฐม, นครสวรรค์, นนทบุรี, ปทุมธานี, ปราจีนบุรี, พระนครศรีอยุธยา, พิจิตร, พิษณุโลก, เพชรบูรณ์, ศรีสะเกษ, สระบุรี, สิงห์บุรี, สุโขทัย, สุพรรณบุรี, อ่างทอง, อุดรธานี, อุทัยธานี และอุบลราชธานี รวมจำนวน 171,302 ครัวเรือน
