Exclusive Featured SMEs

James Boulangerie ผู้จุดไวรัลครัวซองต์คิวยาว ทุ่มงบ 100 ล้าน พลิกโฉมสู่แลนด์มาร์กครอบครัว

ในยุคที่สภาพเศรษฐกิจมีความผันผวน เผชิญกับวิกฤตมากมาย ทั้งสงครามที่ส่งผลให้ต้นทุนวัตถุดิบมีราคาสูงขึ้น รวมถึงการแข่งขันอย่างดุเดือด เชฟเจมส์-พชร เถกิงเกียรติ ผู้ก่อตั้ง James Boulangerie แบรนด์เบเกอรี่ระดับพรีเมียม ผู้จุดกระแส ‘ครัวซองต์และทาร์ตไข่’ ที่มียอดขายพีกสุดอยู่ที่ 3,000 ชิ้นต่อวัน เลือกที่จะทุ่มงบ 100 ล้านบาท พลิกโฉมสาขาในย่านพรานนกให้กลายเป็น Best Family Restaurant Destination รองรับลูกค้าทุกเจเนอเรชัน

James Boulangerie โตสวนกระแสในยุคโควิด

เชฟเจมส์เล่าว่า ช่วงแรกที่เปิดร้านมาได้ประมาณ 2 เดือน ต้องเผชิญกับวิกฤตโควิด แต่ ณ ตอนนั้นถือเป็นความโชคดีของร้านที่สามารถปรับตัวได้เร็ว มีการทำไดร์ฟทรู จนทำให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย และสามารถครองใจผู้บริโภคมากว่า 6 ปี

“การทำร้านในปัจจุบันยากกว่าเดิมเยอะมาก อย่างแรกคือกระแสมาเร็วไปเร็ว ทำให้ต้องพัฒนาอยู่ตลอดเวลา วันหนึ่งต้องคิดหลายโปรดักต์ แต่ผมจะไม่ค่อยตามกระแสมาก และพยายามจะรักษา DNA ของ James Boulangerie ไว้”

ซึ่งความแตกต่างของ James Boulangerie คือการใช้วัตถุดิบนำเข้าจากฝรั่งเศส ทั้ง วานิลลา แป้ง เนย รวมถึงความใส่ใจในทุกขั้นตอน หรืออย่าง ‘ทีรามิสุ’ ที่มีการใส่กล่องเหล็ก เพื่อดึงดูดสายตาผู้บริโภคให้ตัดสินใจซื้อ

ก่อนจะเล่าต่อว่า “ผมทำร้านมา 6 ปี เจอปัญหาเยอะมาก ทั้งเรื่องพนักงาน Operation ความต้องการของลูกค้า บวกกับตอนนี้คนมาเปิดร้านอาหารกันเยอะมากขึ้น ทำให้ต้องสร้างร้านที่บรรยากาศดี ถ่ายรูปต้องน่ากิน รสชาติต้องอร่อย คนถึงจะกลับมาซื้อซ้ำ”

เมื่อ “สงคราม” กระทบต้นทุนวัตถุดิบ

จากวิกฤตการณ์ในตะวันออกกลางที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อผู้ประกอบการ ทั้งเรื่องของ “ราคาน้ำมัน” ที่กระทบอย่างรุนแรง อย่างแรกคือ “วัตถุดิบขาดแคลน” ตามมาด้วยสินค้าราคาสูงขึ้น แต่เชฟเจมส์ย้ำว่าแม้ต้นทุนสูงขึ้นก็จะไม่ลดคุณภาพอย่างแน่นอน แต่หากสงครามยังยืดเยื้อต่อไป ก็คงจะมีการปรับราคาขึ้นเป็นตัวเลือกสุดท้าย

“ก่อนหน้าที่จะมีสงคราม ต้นทุนวัตถุดิบก็เพิ่มขึ้นไปเยอะมากๆ ไม่ว่าจะเป็น ช็อกโกแลต เนย วานิลลา ที่พุ่งขึ้นอย่างมหาศาลเลย และตอนนี้มีซัพพลายเออร์หลายเจ้าแจ้งมาว่ามีสินค้าหลายตัวเริ่มขาด ทำให้ก็มีความกังวลเป็นอย่างมากเช่นกัน”

ก่อนจะเล่าต่อว่า น้ำมันขึ้นกระทบหมดทุกอย่าง ต้นทุนวัตถุดิบบางตัวราคาพุ่งขึ้นไปสูงกว่า 50-100% เช่น วานิลลาจากเดิม 1,500 บาท ปรับราคาสูงขึ้นไปเป็นแกลลอนละหมื่นเลยทีเดียว ขณะที่ เนยและช็อกโกแลต มีการปรับราคาขึ้นจากสภาพอากาศที่กระทบต่อผลโกโก้

“สิ่งที่กังวลตอนนี้คือเศรษฐกิจฝืดตั้งแต่ต้นปี คนจับจ่ายน้อยลง ปกติซื้อ 6-10 ชิ้น แต่ตอนนี้เหลือเพียง 4 ชิ้น ถือว่าลดลงพอสมควร”

ล่าสุดกับการมาเปิดสาขาใหม่ที่ เรณู (Raynue) เกษรอัมรินทร์ เนื่องจากเป็นใจกลางเมืองที่ทำให้ลูกค้าในเมืองเข้าถึงได้ง่ายมากขึ้น โดยแต่เดิมมีลูกค้าต่างชาติประมาณ 15% การมาเปิดสาขาใหม่นี้ ตั้งเป้าว่าจะได้ลูกค้าต่างชาติเพิ่ม 30-40%

Godzilla Egg

นอกจากนี้ยังมีการเปิดตัว 2 เมนูใหม่ ได้แก่ Godzilla Egg ที่ด้านนอกจะเคลือบด้วย ‘เฟยติน’ (Feuilletine) เพิ่มความกรุบกรอบ ด้านในเป็น Choux Pastry สอดไส้ครีม Chantilly Mascarpone เกรดพรีเมียม เนื้อสัมผัสนุ่ม เบา รสชาติหวานกำลังดี ได้กลิ่นหอมของ Hazelnut Praline 

Brioche French Toast

และ Brioche French Toast ที่เป็นการยกระดับขนมปังบริยอชสูตรเฉพาะ ชุบด้วยเนยฝรั่งเศสคุณภาพสูง เสิร์ฟคู่กับครีมวานิลลา และซอลเต็ดคาราเมล (Salted Caramel) โดยเมนูนี้เป็น Exclusive Menu มีเสิร์ฟเฉพาะที่ RAYNUE Gaysorn Amarin และมีจำนวนจำกัด เพียง 20 เสิร์ฟต่อวัน

สำหรับก้าวต่อไป เชฟเจมส์เล่าว่าตอนนี้กำลังเตรียมทำโปรเจ็กต์ยักษ์ด้วยการทุ่มงบลงทุนกว่า 100 ล้านบาท พลิกโฉมพื้นที่สาขาเดิมในย่านพรานนก-พุทธมณฑล เพื่อตั้งเป้าเป็น “Best Family Restaurant Destination” รองรับกลุ่มลูกค้าทุกเจเนอเรชัน

Related Posts

"ละลายช้า อร่อยถึงคำสุดท้าย" จุดแข็งที่พา "Blendies"เจลาโต้สัญชาติไทยโตเร็ว จนไปเข้าตาฮ่องกงขอซื้อแฟรนไชส์ไปเปิด
“ทำไป เรียนรู้ไป” วิธีคิดของ “บาส Go Went Go” ที่พาคอนเทนต์ และร้านข้าวมันไก่เติบโต
“อย่าหมิ่นเงินน้อย กำไรหลักสิบ รวมกันก็เป็นร้อยเป็นพัน” ป้าตือ ถอดสูตรสร้างธุรกิจให้โตยาว